Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 147: ทัพใหญ่ของแรปโซดี
มันผ่านไปวันเดียวหลังจากที่กองทัพพันธมิตรเฉลิมฉลองการผนึกเทพปีศาจไปได้ครึ่งทาง แต่โซนาตาและซีวีก็ทำสำเร็จอีกครั้งและเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำได้โดยไม่ได้เสียไพร่พลไปแม้แต่ชีวิตเดียว ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ทำให้งานฉลองต้องถูกยืดออกไปอีกหนึ่งวัน
กษัตริย์และผู้นำของแต่ละประเทศ แคว้น และชนเผ่าต่างก็เรียกตัวโซนาตาและพวกเข้าพบเพื่อกล่าวคำขอบคุณ มีกระทั่งกษัตริย์ที่ถึงขั้นคุกเข่าให้เพื่อขอบคุณแทนคนทั้งโลก มีไม่น้อยที่เสนอรางวัลและตำแหน่งหน้าที่การงานหลังจากสงครามนี้สิ้นสุดลง
“พระธิดาของข้าขึ้นชื่อความงดงามไม่แพ้ใคร หากสงครามนี้สิ้นสุดลง ข้าอยากเจ้าได้เยี่ยมชมประเทศของข้าและจะแนะนำให้พวกเจ้าได้รู้จักกันด้วย” กษัตริย์แห่งเรมเนสพยายามผูกสัมพันธ์ถึงขั้นจะให้ดูตัวกับลูกสาวของตน เขาเห็นแล้วว่าโซนาตาสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าเรมเนสมีคนอย่างโซนาตามาช่วย เรื่องกลายเป็นมหาอำนาจก็ไม่ใช่ความฝัน
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ หากมีโอกาสเมื่อไหร่ผมจะไปแน่” โซนาตาตอบรับอย่างสุภาพ แน่นอนเขาไม่ได้วางแผนจะแวะไปเรมเนสในตอนนี้หรือยุคนี้ ถ้าสงครามจบลงแล้ว เขาก็คงจะไปรวมตัวกับเพื่อนและอาจจะเดินทางไปยุคอื่นต่อในทันที
เรื่องนี้หลุดออกไปได้อย่างไรไม่มีใครทราบ แต่หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้น กษัตรย์หลายรายพยายามเสนอตัวบุตรสาว หลานสาว พระญาติ และบุคคลสำคัญให้กับโซนาตาเพียงเพื่อหวังจะดึงตัวเขาไว้ช่วยงานในภายหลัง สงครามกับแรปโซดียังไม่ทันจบแต่พวกเขาก็เริ่มวางแผนแล้วว่าหลังจากนี้จะเล่นเกมการเมืองกันอย่างไร
โซนาตาไม่ได้รังเกียจการเมือง เขาเองก็เคยเป็นทั้งเครื่องมือและใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือมาไม่น้อย ถ้าเขาคิดจะลงหลักปักฐานในยุคนี้บางทีเขาอาจจะลองพิจารณาข้อเสนอของกษัตริย์เหล่านั้นก็ได้ แต่ชื่อเสียง เงินทอง มันไม่ได้สำคัญอะไรเลยกับคนที่อาจจะจากไปได้ทุกเมื่อ
“ข้าไม่ได้มีปัญหาหรอกนะ” อยู่ ๆ ซีวีก็พูดขึ้นตอนที่เธออยู่ตามลำพังกับโซนาตา เขาแปลกใจแม้ว่าก็รู้อยู่แล้วว่าเธอมีนิสัยนี้อยู่แล้ว ชอบพูดอะไรแบบไม่ได้เกริ่นนำก่อน
“หืมมม?”
“ฉันเข้าใจว่าผู้ชายบางคนก็มีผู้หญิงหลายคน อย่างพวกราชา ผู้นำอะไรพวกนั้นนอกจากชายาแล้วก็มักจะมีสนมอีกหลายคน บางคนมีเป็นร้อย ๆ พัน ๆ เลยด้วยซ้ำ” ซีวีก้มหน้าก้มตาพูดน้ำเสียงของเธอไม่ได้บอกว่าเธอรับได้อย่างที่ว่า
“ในโลกที่ฉันจากมา… มันมีความหลากหลายมาก คนที่แต่งงานกับคนเพศเดียวกัน คนที่แต่งงานกับคนที่วัยห่างกันมาก หรือแม้แต่คนที่แต่งงานเป็นกลุ่มก็มี” โซนาตาเปิดเผยให้ซีวีเข้าใจมุมมองต่อเรื่องการใช้ชีวิตคู่ของเขา
“เป็นกลุ่ม… ชายหนึ่งและหญิงหลายคนเหมือนที่นี่น่ะเหรอ”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก บางกลุ่มก็มีผู้ชายหลายคน มีการจับคู่ย่อย ๆ ในกลุ่มใหญ่ หรือแม้แต่กลุ่มที่มีแต่ผู้หญิงล้วนก็ยังมี มันไม่มีกฏเกณฑ์ใด ๆ มาขวางกั้น กฎหมายในโลกนั้นยืดหยุ่นมาก และก็ไม่มีใครไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ทุกอย่างเป็นไปได้ตราบที่ทุกฝ่ายเต็มใจยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น”
“งั้นนายก็คิดจะมีหลายคนจริง ๆ น่ะสิ”
“ไม่ได้คิดจะมีหรอก แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นว่ามันเป็นไปไม่ได้ แน่นอนว่ามันต้องขึ้นอยู่กับว่าคนที่อยู่ด้วยโอเคกับมันด้วยหรือเปล่า ตราบใดที่ทุกคนมีความสุข คนนอกก็ไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินได้ว่ามันถูกหรือผิด แต่มันไม่เข้าท่าหรอกถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่มีแค่บางคนที่มีความสุขส่วนคนที่เหลือต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวด”
ซีวีได้ฟังแล้วก็ใจชื้นขึ้นมา เธอเขยิบเข้ามานั่งใกล้เขา ส่วนอีกฝ่ายก็เริ่มลูบหัวเธอเบา ๆ
“ถ้าจะมีเพิ่ม อย่างน้อยก็ขอคนน่ารัก ๆ นะ เป็นคนที่สามารถเป็นเพื่อนกับข้าได้ และก็ต้องเป็นคนที่อยากช่วยดูแลนายด้วย”
“นี่จะยัดเยียดให้มีให้ได้เลยใช่ไหม” โซนาตาคิดในใจว่ามีแค่ซีวีคนเดียวก็ยุ่งจะตายแล้ว ใครจะอยากหาเรื่องปวดหัวมากกว่านี้อีก นี่ยังไม่นับเรื่องของมินอาและเอลลีที่เขายังไม่ได้ตกลงจะคบด้วยแต่คอยป้วนเปี้ยนยัดเยียดตัวเองให้เขา
กลับไปคราวนี้ ซีวีตามมาด้วย สองคนนั้นไม่แน่ว่าจะมีปฏิกิริยาแบบไหน
“ไม่รู้สิ อธิบายไม่ถูกนะว่าทำไมถึงรู้สึกว่ายอมได้ ข้าแค่รู้สึกว่าต้องเป็นแบบนั้น ทำไมกันนะ”
ซีวียกมือขึ้นแตะที่อกตัวเอง เธอไม่ได้อยากเห็นโซนาตาไปลงเอยกับพวกเจ้าหญิงหรือลูกขุนนางที่มีคนเสนอการจับคู่มาให้กับโซนาตา แต่ใจของเธอรู้ว่าเขาจะมีเธอเพียงคนเดียวไม่ได้
ทำไมกันนะ… เธอรู้สึกเหมือนตัวเองก็กำลังรอบางคนอยู่
ผู้หญิงคนอื่น ๆ ใครกันล่ะ? ทำไมถึงรู้สึกราวกับรอคอยที่จะได้พบกับตัวตนของตนเองที่หายไป?
“เฮ้ ดึกแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่พัก” โซนาตาตัดบท เขาลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
ซีวีสลัดความรู้สึกประหลาดที่ขัดแย้งในใจ และเพลินไปกับสัมผัสของโซนาตา เธอชอบที่เขาแตะต้องเธออย่างสนิทสนมเช่นนี้ อยากให้เป็นแบบนี้เสมอ เธอเคลิบเคลิ้มจนซ่อนสีหน้าเปี่ยมสุขไว้ไม่อยู่
“ไม่อยากไปนอนเลย”
“แต่ตาจะปิดอยู่แล้วหรือเปล่า” โซนาตาเชยคางเธอขึ้น และก็ปล่อยมือ “ไปเถอะ”
“ไล่กันจังเลยนะ” ซีวีกระเง้ากระงอด หน้าแดงผ่าว
เมื่อครู่เธอหลงคิดว่าเขาจะจูบลงมา
“ไม่ได้ไล่ แต่มันดึกแล้ว” โซนาตายกมือสองข้างจับประคองที่ใต้ใบหน้าของเธอ ตาของเขามองจ้องเข้ามา และใบหน้าก็โน้มมาใกล้ด้วย “เธอเองก็น่าจะเหนื่อยแล้วไม่ใช่เหรอ”
“อื้อ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ” ซีวีผละจากเขา ลุกขึ้นบอกลากะทันหัน หน้าร้อนผ่าวไปหมด เธอทนอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว “เดี๋ยวไปเอง”
โซนาตาไม่ได้ลุกตาม เขาส่งเสียงไล่หลังมาเบา ๆ
“แล้วเจอกัน”
สงครามเต็มรูปแบบระหว่างกองทัพมนุษย์กับฝ่ายแรปโซดีเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากวันนั้น ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเทพปีศาจอีกแล้ว แต่แรงกดดันจากกองทัพของแรปโซดีก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกไม่เปลี่ยนแปลง
โซนาตาเคยคิดแผนใช้ลูกแก้วเพื่อส่งกองทัพของแรปโซดีไปที่โลกอื่น แต่แผนนี้ก็ติดขัดที่ตัวลูกแก้วเองก็มีขีดจำกัด ต่อให้สามารถเติมพลังให้กับมันได้เรื่อย ๆ แต่การฝืนใช้งานมันอย่างหักโหมจะส่งผลกระทบกับลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ในระยะยาว มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าชนะสงครามแต่ลูกแก้วต้องเสียหายอย่างถาวร
“กระจายกำลังจัดการกับพวกแม่ทัพให้หมดก่อนนี่แหละ วิธีที่ดีที่สุด” รีสเลย์บอกแผนกับจีดัส “เราได้เปรียบเรื่องจำนวน โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถในการควบคุมกองทัพ ส่วนทางนั้นมีพวกระดับหัวหน้า แม่ทัพแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ถ้าจัดการได้หมดก็ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว”
“พวกนั้นสามารถแย่งคนของเราไปได้” จีดัสแย้ง เขาคิดว่าแผนลอบสังหารขุนพลไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายยังมีบัลเซรุส กาดิออส เซเลนอส และเออร์มุน แต่ก็ไม่ใช่จะไม่เห็นด้วยทั้งหมด
กองทัพพันธมิตรถูกแบ่งออกเป็นเกือบสามสิบทัพตามจำนวนของประเทศที่เข้าร่วม เพื่อไม่ให้ศึกนี้ต้องยืดเยื้อ และกระดานถูกพลิกกลายมาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พวกเขาตัดสินใจกระจายกำลังออกไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อกำจัดศัตรูให้ได้แบบม้วนเดียวจบ
มันไม่ต่างจากที่รีสเลย์คาดไว้ เมื่อทุกคนมารวมตัวกันครบพวกเขามีจำนวนเหนือกว่าทัพศัตรูมากมายนัก จำนวนที่เคยคาดว่าจะต้องเสียไปจากการผนึกเทพปีศาจน้อยกว่าที่คาดไว้หลายเท่า การรบพุ่งสำหรับฝ่ายเขาทุกอย่างราบรื่น
เพียงเวลาไม่นาน เมืองน้อยใหญ่ที่ถูกพวกปีศาจยึดไว้กำลังถูกแย่งกลับคืน กองทัพของแรปโซดีส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยขุนพลมนุษย์ที่ถูกล้างสมอง พวกเขามีความสามารถในการวางแผนเหนือกว่าปีศาจที่แรปโซดีสร้าง แต่การจะจัดการกับพวกเขาไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็น
ปัญหาเดียวคือทัพใหญ่ของแรปโซดีที่ตั้งค่ายอยู่ประชิดชายแดนของเซาธ์บริซาเนีย การรบที่นี่ฝ่ายพันธมิตรไม่เคยได้รับชัยชนะเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าจะทุ่มเทส่งทหารไปเสี่ยงตายกี่ครั้งต่อกี่ครั้งผลลัพธ์ก็ไม่เคยต่างออกไป ไม่เคยมีใครเอาชนะทัพที่มีทั้งราชาปีศาจบัลเซรุส และบรรดาสายเลือดเทพ
บัลเซรุส แรปโซดีแข็งแกร่งอย่างไม่มีข้อกังขา จำนวนทหารไม่ใช่สิ่งที่สามารถหยุดเขาได้ ส่งทหารหมื่นนายไปสู้กับเขาก็เหมือนกับการส่งทั้งหมื่นคนไปตายอย่างเปล่าประโยชน์ ตราบใดที่ไม่มีคนที่ล้มเขาได้มันก็จะเป็นสงครามที่ไม่มีวันได้ชัยชนะ
กาดิออส แรปโซดีเองก็ไม่ได้ต่างกัน ถึงจะเป็นมนุษย์แต่ก็เป็นมนุษย์ที่มีสายเลือดของเอลเลนนอสอย่างเข้มข้น แม้ภายนอกของเขาจะเหมือนเดิม แต่แรปโซดียกเครื่องภายในของเขาใหม่หมด มันทำให้กาดิออสกลับมาเป็นชายหนุ่มในรูปลักษณ์ของคนแก่ กำลังวังชาและความอดทนที่เคยลดถอยลงบัดนี้กลับมาเพิ่มขึ้นแทน
เซเลนอส แรปโซดีเป็นอีกปัญหาน่าหนักใจ เขาเคยเป็นผู้นำของกองทัพปีศาจ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นทัดเทียมกับระดับราชาปีศาจทั้งสี่ วิชาการต่อสู้ที่สมดุลทุกด้าน ไหวพริบในการต่อสู้ระดับอัจฉริยะ พลังควบคุมเงาที่เรียนรู้มาจากการครอบครองดาบชาโดว์เอจ และพลังของเทพแห่งการต่อสู้ จะมีสักกี่คนกันที่เอาชนะเขาได้
เออร์มุน แรปโซดีผู้เป็นทายาทเทพธิดาแห่งความตาย วิญญาณทุกดวงในสนามรบคืออาวุธของเขา ทักษะระดับสูงในฐานะเนโครแมนเซอร์ ทำให้เหล่าผีดิบที่ถูกเขาสร้างไม่สามารถถูกผู้ควบคุมความตายคนอื่นแย่งการควบคุมไปได้ ตราบใดที่เออร์มุนยังอยู่เรื่องที่กำจัดลิ่วล้อทั้งหมดของแรปโซดีก็กลายเป็นเรื่องยากลำบาก
ทั้งสี่เป็นปัญหาใหญ่ที่น่าหนักใจ แต่ในระหว่างการต่อสู้ ซีวีก็ได้พบกับอีกหนึ่งปัญหาที่สำหรับเธอแล้วก็เป็นงานหนักไม่แพ้กัน เธอคือหญิงสาวผมสั้นสีส้มที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซีวี
“โอ๊สสสส หวัดดีนี่เค้าเอง” สาวผมส้มโบกไม้โบกมืออย่างร่าเริง
ซีวีเตรียมใจมาก่อนหน้านี้แล้ว เธอถูกเตือนจากทั้งจีดัสและโซนาตาหลายต่อหลายครั้งว่าเรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้น แต่พอมันเกิดขึ้นจริง เธอก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลได้
“อดอว์ตเต” ซีวีเรียกชื่อเพื่อนรักอย่างปวดร้าว
“ขอโทษนะซีวี” อดอว์ตเตฉีกยิ้ม “ไม่อยากทำให้เธอเจ็บหรอก แต่จะไม่จับเธอกลับไปก็ไม่ได้ โอ๊ะ แต่ถึงจะบอกว่าจับก็ไม่เลือกหรอกนะว่าจะจับเป็นหรือจับตาย”
“เราสองคนต้องสู้กันจริง ๆ ใช่ไหม” ซีวีถามไปทั้งที่รู้คำตอบอยู่เต็มอก ถ้าจะช่วยอดอว์ตเตอย่างน้อยเธอก็ต้องจับเป็นอีกฝ่ายให้ได้
“เลี่ยงไม่ได้หรอก ท่านแรปโซดีสัญญาไว้แล้วด้วย ถ้าจัดการกับเธอได้ท่านจะลูบหัวเค้าด้วยล่ะ”
อดอว์ตเตชักปืนด้วยความเร็วสูงและยิงออกไปโดยไม่เสียเวลาเล็งเป้า กระสุนบางส่วนพุ่งไปที่กลางหน้าผากของซีวี เธอเบี่ยงหัวหลบได้แต่ก็ถากแก้มไป
แต่กระสุนยังไม่หมดฤทธิ์พวกมันกำลังตีวงอ้อมกลับมา ส่วนกระสุนชุดใหม่ก็ถูกอดอว์ตเตสาดออกมาเพิ่ม ทุกนัดมีลูกเล่นที่พลิกแพลง บางนัดฝังลงดินและกลายเป็นกับดักระเบิด บางนัดเลือนหายไปจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บางนัดก็สะท้อนไปมากับพื้นหรือสังหารทหารที่อยู่รอบ ๆ
…อดอว์ตเตเก่งขนาดนี้เลยเหรอ…
ไม่แปลกที่ซีวีจะรู้สึกแบบนั้น อดอว์ตเตคนเดิมมักจะติดเล่นอยู่เสมอ บ่อยครั้งเมื่อต้องต่อสู้เธอก็เผลอยั้งมือไว้โดยไม่รู้ตัว แต่อดอว์ตเตในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร เธอพร้อมจะฆ่าใครก็ได้ที่กล้าเข้ามาขวาง ทักษะของเธอในตอนนี้แสดงถึงการรีดเค้นเอาความสามารถที่แท้จริงออกมาใช้
แต่… มันก็ยังช้าเกินไป หรือจะให้ถูกกว่านั้นคือซีวีเร็วเกินไป