Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 164: มีคำตอบเดียว
แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนโดยเหล่าสายเลือดเทพ แต่การตัดสินคดีของเซเลนอสก็เป็นไปด้วยแรงกดดัน ผู้นำจากหลายประเทศต่างก็เรียกร้องให้ดำเนินการเอาผิดเขาในข้อหาอาชญากรร้ายแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก โดยไม่ยอมรับการลดหย่อนใด ๆ
โซนาตาและจีดัสไม่สนใจผลตัดสิน เพราะไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหนพวกเขาก็จะขอให้ปล่อยตัวเซเลนอสเป็นการชั่วคราว มันไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับการลดโทษ พวกเขาเพียงเห็นว่าเซเลนอสสมควรได้โอกาสต่อสู้กับแรปโซดีในศึกสุดท้าย
ที่ห้องคุมขัง โซนาตาติดสินบนผู้ดูแลจนไม่เพียงแค่เข้าไปเยี่ยมเซเลนอสได้ แต่เขายังนำอาหารชุดใหญ่ติดมือมาด้วยชนิดที่ไม่กลัวว่าจะโดนใครจับได้
“ช่างไม่กลัวอะไรเลยนะครับ” เซเลนอสรับไป เขายังถูกจองจำด้วยโซ่ตรวน แต่ก็มีโต๊ะให้นั่งรับประทานอาหาร
“ไม่ต้องรีบ กินได้ตามสบาย ฉันจ่ายไปเยอะ แต่จริง ๆ ก็ไม่ใช่เงินฉันหรอกนะ”
เซเลนอสหัวเราะที่มุมปาก เขาทำตามอย่างที่โซนาตาแนะนำ ลงมือจัดการกับอาหารโดยใช้มือเปล่าจัดการทีละจาน ๆ
โซนาตารออยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าเซเลนอสพร้อม
“นายคงรู้เรื่องผลตัดสินแล้วสินะ” โซนาตาเริ่มธุระของเขา “อันที่จริง มันก็ชัดเจนอยู่แล้วล่ะนะ ว่ามันต้องออกมาแบบนั้น”
“ผมทำเรื่องเลวร้ายมามาก ไม่หวังว่าจะได้โอกาสที่สองหรอกครับ”
“ถ้ายังอยู่ที่ยุคนี้ก็ใช่”
จากนั้นโซนาตาก็เล่าเรื่องของเขาให้เซเลนอสฟังอย่างละเอียด โซนาตาไม่รู้ว่าเซเลนอสรู้เรื่องนี้จากแรปโซดีถูกต้องครบถ้วนแค่ไหน เขาจึงคิดว่าถ้าได้ฟังจากปากของเขาเองจะดีกว่า
มันเป็นเรื่องของการเดินทางของเขาจนมาถึงที่นี่ สาเหตุที่ทำให้ต้องข้ามเวลาไปมา
เรื่องเดียวกับที่เขาได้เล่าให้จีดัสกับซีวีฟังก่อนหน้านี้ถูกถ่ายทอดให้อีกฝ่ายฟัง
“ก่อนหน้านี้ฉันมีเป้าหมาย แค่อยากกลับไปแก้แค้นศัตรูรายหนึ่ง แต่ว่าตั้งแต่ได้คุยกับจีดัส พวกเราก็มีความเห็นตรงกันว่าการจัดการกับเทพปีศาจก็เป็นเรื่องที่สมควร พวกเราก็เลยคิดว่าจะไปอดีตหรืออนาคตจนกว่าจะได้คำตอบ
เซเลนอสนั่งฟังพร้อมกับครุ่นคิดไปด้วย จีดัสมีเป้าหมายคือจัดการกับเทพปีศาจ ซีวีอยากติดตามไปเพราะเธอกำลังดูใจกันกับโซนาตา แล้วเขาล่ะ เขามีเป้าหมายอะไรอีก
“ฉันรู้มาว่านายทำทุกอย่างเพราะอยากให้พ่อและแม่กลับมาใช่ไหม”
เซเลนอสนิ่งไป เขาเองก็ไม่แน่ใจเป้าหมายนั้นแล้ว
“ตอนนี้เรายังควบคุมปลายทางของไทม์แมชชีนไม่ได้ ดังนั้นก็คงการันตีไม่ได้นะว่าจะมีโอกาสกลับไปช่วงเวลาที่ทั้งสองยังมีชีวิตอยู่…”
“เรื่องนั้นไม่สำคัญแล้วครับ มาคิดดูแล้วผมมันบ้าเอง ทำเรื่องเลวร้ายไปขนาดนั้นจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอทั้งสองได้”
“แล้วตกลงได้คำตอบหรือยัง”
เขาเงียบไปอีกครั้ง เป็นบรรยากาศน่าอึดอัดจนโซนาตาเองก็เริ่มทนไม่ไหว เขาเปิดปากกระตุ้นอีกฝ่าย
“เฮ้ ระหว่างรอรับโทษที่นี่ กับตามฉันไป คิดเอาเองก็แล้วกันว่าแบบไหนจะได้ประโยชน์กับโลกมากกว่า ได้คำตอบเมื่อไหร่…”
“มันก็มีคำตอบเดียวไม่ใช่เหรอครับ ถ้าคุณคิดว่าผมจำเป็นกับกลุ่ม…” เซเลนอสมีประกายกลับมาในดวงตา
“เยี่ยม! แต่ก่อนที่พวกเราจะไปจากที่นี่ มาช่วยกันสะสางเรื่องเจ้าแรปโซดีกันก่อน”
โซนาตาปล่อยให้บีชมาและเหล่าผู้นำของแต่ละประเทศรับหน้าที่ในการทำสงครามไป เพื่อเขาและเหล่าผู้ถูกเลือกจะได้ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการจัดการกับแรปโซดีและสามองครักษ์
การปะทะกันเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายทวีปทั่วโลก หลายดินแดนที่เพิ่งได้ความสงบคืนมาเพียงไม่นาน กลับมาลุกเป็นไฟอีกครั้ง
อย่างที่คาดไว้ พาโลเกียเป็นหัวหอกในการรุกคืบเข้าสู่ดินแดนต่าง ๆ จากนั้นโรงงานมีชีวิตของโครินาเลก็ปรากฏขึ้นในทุกมุมโลก
พวกโซนาตามารวมตัวกันที่อาณาจักรออสตาร์ซึ่งกลายเป็นเหมือนแดนศักดิ์สิทธิ์ของกองทัพแรปโซดีไปแล้ว จากนั้นพวกเขาก็แบ่งหน้าที่กัน
ทางทิศตะวันออกของออสตาร์ ป่าได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโรงงานขนาดยักษ์ โครินาเลกำลังเร่งมือเกณฑ์มนุษย์และสัตว์จำนวนมากมาเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบที่นี่ เพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับการสร้างขุนพลรุ่นใหม่ที่มีระดับทัดเทียมกับสามองครักษ์
กองทัพของมิเดลเดียที่มีซีวีอยู่ด้วยได้มาถึงที่นี่ก่อนใคร เกือบจะทันทีที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตนี้ โครินาเลก็ออกมาต้อนรับพร้อมกับเหล่าทหารนับหมื่น
“พร้อมใช่ไหมคะ”
“พร้อมมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วค่ะ” ซีวีตอบมิเดลเลีย
คาซินทาร์มนุษย์ครึ่งสิงโตเดินขึ้นมาเทียบทั้งคู่แล้วกล่าวว่า “ท่านทั้งสองไม่ต้องสนใจพวกปลายแถว ข้าและทหารทุกนายจะรับผิดชอบพวกนั้นเอง”
“ขอบคุณนะคะ ช่วยได้เยอะเลย” มิเดลเลียส่งยิ้มให้
ราวกับต้องการตอบสนองการเตรียมใจจะต่อสู้อย่างสุดกำลังของทั้งคู่เพื่อชิงชัยครั้งนี้ โครินาเลเป็นฝ่ายเดินออกมาเอง จิตสังหารของเธอยังคงน่าสะพรึงเช่นเคย มันทำให้ทหารทั้งสองฝั่งต้องแหวกวงล้อมให้กับทั้งเธอ มิเดลเลียและซีวี
“พอดีเลย ข้ากำลังอยากได้สายเลือดเทพมาเป็นวัตถุดิบอยู่พอดี”
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นที่จุดอื่นของออสตาร์ ทางทิศตะวันตก รีสเลย์และจีดัสกับทหารที่ส่วนใหญ่มาจากลีโอตาร์กำลังเผชิญหน้ากับกริมเซฟ ส่วนทางทิศเหนือของประเทศ เซกันและเซเลนอสก็หาตัวริแลนท์อยู่นานจนในที่สุดก็พบตัว
เป้าหมายของโซนาตามีเพียงแค่แรปโซดีเท่านั้น การต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงทันทีหากเขาสามารถเด็ดหัวแม่ทัพใหญ่อย่างแรปโซดีได้ แรปโซดีเองก็คิดแบบเดียวกัน เขาตั้งใจสังหารโซนาตาด้วยมือตนเองจึงจงใจปล่อยให้มีเพียงโซนาตาเท่านั้นที่ฝ่าวงล้อมและเข้าไปในปราสาทได้
มันถูกกำหนดมาแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มีทางที่ฝ่ายกองทัพพันธมิตรจะเอาชนะระบบนิเวศของแรปโซดีได้ ชะตากรรมที่จะพ่ายแพ้มันขึ้นกับเวลาเท่านั้น ไม่ใช่สงครามของพวกทหาร แต่คือศึกตัดสินของเหล่าขุนศึก การแพ้ชนะจะถูกตัดสินหลังจากนี้
ซีวีทำหน้าที่เป็นทั้งดาบและโล่ให้กับมิเดลเลีย ความเร็วของเธอมากกว่าครั้งล่าสุดที่โครินาเลจำได้ แต่ก็ยังตามโครินาเลอยู่ครึ่งก้าว ส่วนมิเดลเลียก็ทั้งร่ายเวทสนับสนุน เวทโจมตี และเรียกอสูรอัญเชิญออกมาช่วยอย่างต่อเนื่อง
อโลกัส นกสีเหลืองที่มีสี่ปีกถูกเรียกออกมาเป็นตนแรก มันมีฉายาอยู่ คือผู้รอบรู้แห่งโลกปีศาจ แต่มิเดลเลียไม่ได้เรียกอสูรตนนี้มาเพื่อถามไถ่เรื่องราวของเนเธอร์เวิลด์ เธอตั้งใจใช้ความสามารถอีกอย่างของอโลกัส
“วิเคราะห์ท่าของคู่ต่อสู้และส่งวิธีรับมือให้กับซีวี” เธอออกคำสั่ง
“ขอรับ นายหญิงมิเดลเลีย”
จากนั้นอสูรอัญเชิญตัวอื่นก็ถูกเรียกตามมา เดิมทีการใช้เวทเพื่อเรียกอสูรอัญเชิญนั้นไม่ใช่วิชาที่ง่ายดาย และการอัญเชิญมากกว่าหนึ่งตนพร้อมกันก็เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยพรสวรรค์ ระดับความยากมันก็เหมือนกับการพยายามอ่านหนังสือสองเล่มพร้อม ๆ กันนั่นเอง แต่มิเดลเลียไม่เพียงเรียกตัวที่สองออกมาได้ เธอยังนำตัวที่สาม ที่สี่ และที่ห้าตามมา
“เกรนเดลดูลัน มาแล้วครับ” อสูรรูปร่างคล้ายโทรลปรากฏตัวขึ้น มันตัวใหญ่และเคลื่อนไหวช้าเหมือนกับพวกโกเลม แต่สิ่งมีชีวิตประหลาดนี้มีออราสีเขียวที่ส่งไปถึงพันธมิตรทุกคนที่อยู่รอบกาย
มันคือออราแห่งความแค้น ด้วยพลังนี้ของเกรนเดลดูลัน ผู้ที่ได้รับออรานี้จะสามารถสะท้อนกลับการโจมตีระยะประชิดได้ ความเสียหายราวหนึ่งในห้าที่ศัตรูทำจะถูกสะท้อนกลับไป
อสูรอัญเชิญตนนี้มีไม่ได้มีออราแบบเดียว มีออราสีขาวและสีแดงแทรกอยู่ในออราสีเขียวด้วย สีขาวทำให้ฝ่ายเดียวกันในบริเวณนั้นต่างก็ได้รับพลังในการฟื้นฟูที่เพิ่มขึ้น ส่วนสีแดงเป็นออราหายากที่เปลี่ยนความเสียหายที่สร้างมาเป็นพลังโจมตีเพิ่มให้กับตนเอง
อสูรอัญเชิญตัวที่สามของมิเดลเลียคือ ไทเดิลดรากอน มังกรทะเลสายพันธุ์ขนาดกลางที่มีพลังในการควบคุมน้ำและคลื่น มิเดลเลียเรียกมันมาเพื่อที่จะใช้กับตัวที่สี่
เจ้าแห่งบึงพิษมอสวารา คืออันดับที่สี่ ปีศาจครึ่งคางคกครึ่งวัวตัวนี้ปรากฏกายพร้อมกับอาณาเขตบึงพิษสมกับฉายา พื้นที่ในระยะสายตามองเห็นทั้งหมดกลายเป็นบึงสีม่วงขนาดใหญ่ไปในทันที
การผสานระหว่างบึงพิษและการควบคุมคลื่นของไทเดิลดรากอนคือกำแพงสำคัญที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้การต่อสู้ระหว่างมิเดลเลีย ซีวี และโครินาเลมีใครอื่นเข้ามาขัดขวางได้
ไม่ใช่ว่ามิเดลเลียไม่เชื่อใจคาซินทาร์และบรรดาทหารพามิลเลสที่พาเธอและซีวีมาส่งถึงที่นี่ แต่นี่คือหลักประกันชั้นที่สองที่เธอสร้างขึ้น
อสูรอัญเชิญตนสุดท้าย มีรูปร่างเหมือนคทาขนาดใหญ่ แตกต่างจากอาวุธที่กาดิออสเรียกมาจากคลังของเทพแห่งสงคราม คทาเวทมนตร์อันนี้คืออสูรอัญเชิญที่มีรูปร่างของอาวุธ หน้าที่ของมันคือการสูบเอาพลังเวทมนตร์จากผืนดิน อากาศ หรืออะไรก็ตามที่เข้าใกล้มิเดลเลียและคืนมันให้กับเจ้านาย ด้วยอสูรอัญเชิญตนนี้โอกาสที่มิเดลเลียจะใช้พลังเวทจนแห้งเหือดจึงเป็นไปได้ยากขึ้น
“คราวนี้จะต้องชนะให้ได้” ซีวีตะโกนให้กำลังใจตัวเอง
ด้านจีดัสและรีสเลย์ เพียงแค่เริ่มการต่อสู้ไปได้ไม่เท่าไหร่ ทั้งสองคนก็ถูกกริมเซฟอัดจนยับ รีสเลย์ถูกเตะจนกลิ้งล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น ส่วนจีดัสเองก็ออกมือออกเท้าไม่ได้อย่างใจ แค่เสียงคำรามของอีกฝ่ายมันก็ทำให้ลูกธนูของเขาถูกหยุดไว้ได้แล้ว
หน้าที่ของจีดัสและรีสเลย์ต่างจากซีวีและมิเดลเลีย ทั้งคู่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเอาชนะได้ ไม่ว่าจะด้วยเล่ห์กลหรือใช้พลังเข้าหักหาญก็ไร้ประโยชน์ กริมเซฟนั้นแข็งแกร่งจนวิธีการทั่วไปไม่สามารถปราบเขาได้ นี่จึงเป็นแค่เพียงการต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น
“คราวก่อนมากันทั้งกลุ่มยังเอาชนะข้าไม่ได้เลย นี่เหลือแค่สองคนจะทำอะไรได้” กริมเซฟมองเห็นแค่รีสเลย์และจีดัส บรรดาทหารของมาดารัสนับหมื่นที่ทั้งคู่พามาด้วยไม่ได้อยู่ในสายตาเขาสักนิด
สองหนุ่มลอบมองตากัน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รีสเลย์แปลกใจที่จีดัสไม่ได้มีแผนอะไรเลย นี่เขาคิดที่จะถ่วงเวลาด้วยการสละชีวิตเท่านั้นเหรอ
“ไม่มีอะไรที่ใช้กับมันได้ผล” จีดัสตอบรีสเลย์ราวกับเดาใจได้
“มันต้องมีบ้างสิ นายกับเจ้าโซนาตานั่นออกแบบอาวุธไว้ตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ ทีแต่ก่อนยังสร้างเครื่องยิงแบบใหญ่พิเศษเอาไว้ยิงกองทัพมังกรของฉันเลย”
“คิดว่าต้องทำเครื่องยิงใหญ่ขนาดไหนถึงจะยิงไอ้บ้านี่เข้า การโจมตีที่แรงที่สุดของพวกเรายังทำอะไรมันไม่ได้เลยนะ”
“ก็ใช้หัวเข้าสิ เวทมนตร์ พิษ กรด จับรมควัน อะไรก็เอาเถอะ”
“นี่มันพื้นที่เขตศัตรูนะ พูดอย่างกับว่ามันลอบเข้ามาวางกับดับได้ง่าย ๆ”
ขณะที่กำลังพูด รีสเลย์ก็พบว่าหน่วยรบมังกรกำลังทิ้งถังที่บรรจุน้ำมันลงมาจากบนฟ้า พวกจอมเวทใช้เวทควบคุมลมเพื่อให้น้ำมันทั้งหมดสาดไปที่กริมเซฟกับลูกน้อง ส่วนมือธนูก็ระดมยิงธนูเพลิงเข้าใส่ซ้ำ
“นั่นไง ไหนบอกว่าไม่มีแผน แถมนั่นมันหน่วยรบมังกรของเชสนาไม่ใช่เหรอ นายเอามาใช้ได้ยังไง”
จีดัสไม่ได้ตอบ เขาบุ้ยใบ้ให้รีสเลย์หันไปมองกองเพลิงที่ลุกสูงท่วมหัว เหล่าทหารของแรปโซดีถูกย่างสดอยู่ในนั้น แต่มันไม่ได้ผลกับกริมเซฟ อีกฝ่ายเดินย่างกรายอยู่ในเปลวไฟอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
กษัตริย์หนุ่มถอนหายใจ เขารู้สึกคิดถึงตอนศัตรูที่ร้ายสุดที่ต้องรับมือมีแค่พวกราชาปีศาจหรือเซเลนอส ตอนนั้นมันน่าโล่งใจกว่านี้จนเขาอยากกลับไปตอนนั้นเสียนี่
เขาเสียสติไปแล้วหรือไงนะ…