Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 181: กลุ่มโซลิเนปะทะกลุ่มโอริออน
มีเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนก่อนที่ทางโรงเรียนจะประกาศรายชื่อตัวแทน แม้จะมั่นใจว่าปีที่กลุ่มของพวกเธอไม่มีทางได้รับการเลือก แต่โซลิเนและเพื่อนทั้งสี่ก็ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ
ความสามารถของโซลิเนแข็งแกร่งขึ้นในทุกวันเช่นเดียวกับทักษะของฟิลิเซีย ไคเลอร์ ลีอา และคาเซีย แต่เธอไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเอาชนะทีมอื่นได้อย่างไร โดยเฉพาะกลุ่มของโอริออนที่พวกเธอเคยเอาชนะได้หนหนึ่ง หลังจากนั้นเมื่อวนเวียนกลับมาประลองด้วยอีกครั้ง พวกโซลิเนก็จะพ่ายแพ้เสียทุกครั้ง
มีเพียงคนเดียวในกลุ่มของโซลิเนที่ชนะทางโอริออนนั่นคือลีอา เช่นเดียวกับโซนาตาที่เหมือนเป็นลูกพี่ของเขา ทั้งสองดูเหมือนจะมีใจให้ลีอาอยู่ไม่น้อย มันทำให้โอริออนลงมือกับพวกโซลิเนได้ไม่เต็มที่ ลงท้ายเมื่อเกิดการปะทะกันทีไร เขาก็จะให้สมาชิกคนอื่นในกลุ่มเป็นคนจัดการกับลีอาแทน
ทั้งที่มีเงื่อนไขที่ได้เปรียบ แต่ความต่างของความสามารถนั้นก็ยังมากเกินไป มันคือหลักฐานที่ยืนยันความจริงกว่าโซลิเนเป็นจุดอ่อนของกลุ่ม
เพื่อน ๆ ต่างอยู่เต็มอกแต่ไม่เคยมีใครโทษเธอ โดยเฉพาะไคเลอร์และฟิลิเซีย ทั้งคู่รู้ดีว่าโซลิเนไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ มันไม่ใช่การฝึกที่คนธรรมดาควรจะทนไหว อันที่จริงทั้งคู่ประหลาดใจด้วยซ้ำที่โซลิเนยังเรียนต่อมาจนได้ถึงตอนนี้ไม่ล้มเลิก สอบตก หรือเสียชีวิตไปเสียก่อน
โซลิเนฝึกฝนเพิ่มเติมจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนพร้อมกับลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถไซเลนเซอร์ เธอพบว่าความสามารถของตนเองมีจุดอ่อนมากกว่าที่คาด ไซเลนเซอร์ที่มีความสามารถสายสนับสนุนนั้นมีอยู่ไม่น้อย
อย่างอิซซีที่อยู่กลุ่มโอริออนเองก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี ความสามารถของเธอจำกัดอยู่ที่ต้องใช้กับพวกแมว เสือ สคิราหรือเผ่าพันธุ์ที่ใกล้เคียง มันไม่เพียงแค่เป็นพลังในการสนับสนุนแต่มันยังเป็นพลังที่ถูกจำกัดอีกด้วย แต่อะไรคือสาเหตุที่อิซซีไม่ได้เป็นตัวถ่วงในทีมล่ะ
คำตอบก็คือ เธอไม่ได้พึ่งพาแต่ทักษะพิเศษ อิซซีเลือกปืนพ่นไฟเป็นอาวุธประจำตัวและเธอก็ฝึกฝนมันมาอย่างช่ำชอง ไม่เพียงแค่อาวุธทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเธอก็เป็นอันดับต้น ๆ ของชั้นปี ไม่ว่าจะมีแมวหรือเสือให้เธอควบคุมหรือไม่ เธอก็ยังสู้ได้อย่างสูสีกับไซเลนเซอร์ทั่วไป
แต่กับโซลิเนมันได้เป็นแบบนั้นเลย นอกจากเธอเลือกความสามารถสายสนับสนุนแล้ว เธอยังต้องร้องและเต้นตลอดเวลาด้วย ผลลัพธ์คือเธอกันตัวออกจากการต่อสู้
ในศึกที่เธอชนะกลุ่มของโอริออน โซลิเนชนะด้วยจำนวนที่มากกว่าและความประมาทของอีกฝ่าย แต่วิธีแบบนั้นใช่ไม่ได้ผลในครั้งต่อ ๆ มา ทุกคนรู้ว่าพวกเธอขาดพลังทำลาย วิธีแก้ลำง่าย ๆ จึงมีเพียงการรีบรวมกลุ่มให้ได้ก่อน ขอเพียงมีกำลังรบได้ครบเมื่อไหร่ นั่นก็คือกลุ่มของโซลิเนแทบไม่เหลือทางชนะแล้ว
สามวันสุดท้ายก่อนการประกาศผลและเป็นวันสุดท้ายที่จะถูกนำคะแนนมาประเมินในการคัดเลือก กลุ่มของโซลิเนได้วนกลับมาพวกกับกลุ่มโอริออนอีกครั้ง
ถ้าเป็นการพนัน โอกาสชนะของกลุ่มโซลิเนก็คงต่ำจนน่าใจหาย นอกจากอาจารย์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการแล้วก็ไม่มีใครมาเป็นสักขีพยานในการแข่งครั้งนี้เพราะไม่ว่าใครต่างก็เชื่อว่าผลของมันถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว
คาเซียหงุดหงิดที่โดนทั้งครูและนักเรียนกลุ่มอื่นด่วนสรุปผลการต่อสู้ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอฝึกซ้อมหนักกันมาขนาดไหน โดยเฉพาะโซลิเนที่ฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด
“มาแสดงผลการฝึกกันเถอะ”
เมื่อเครื่องจำลองเสมืองจริงทำงาน โซลิเนและพวกก็ถูกจับแยกกันออกไปสู่สนามต่าง ๆ แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับกลุ่มของโซลิเนตราบใดที่มีเพลงปีกแห่งความหวังและไซคิกเน็ตเวิร์กของฟิลิเซีย
ทุกคนถูกเชื่อมต่อจากนั้นเพลงก็เริ่มบรรเลง เสียงดนตรีปรากฏขึ้นก่อนและตามมาด้วยเสียงร้องของโซลิเน พลังที่พัฒนาขึ้นของเธอทำให้มีกระทั่งเสียงเครื่องดนตรีอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเบส เปียโน และส่วนสำคัญที่ขาดไปไม่ได้อย่างกลอง
พรรคพวกทั้งสี่ถูกดึงมารวมอยู่ในที่เดียวกัน เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งในการประลองลักษณะนี้ หากนับเฉพาะเรื่องความเร็วในการรวมกลุ่มแล้วกลุ่มของโซลิเนเป็นผู้ครองสถิติทำเวลาดีที่สุดอย่างแน่นอน
“ของจริงเริ่มหลังจากนี้แหละ” ไคเลอร์เอ่ยเสียงเครียด เขามองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างไม่ไว้ใจ
มันเป็นป่าทึบ ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็มีแต่ต้นไม้ขึ้นเบียดเสียดกันจนครื้มไปหมด ไม่มีต้นไม้ต้นใดเลยที่พวกเขารู้สึกคุ้นตา บางต้นก็มีผลไม้คล้ายกับกล้วยที่มีสีม่วง บางต้นก็มีดอกไม้สีส้มดอกยักษ์ขนาดราวเมตรกว่าที่สีจะเปลี่ยนเป็นแดงเข้มหากเข้าใกล้ และมีอีกมากมายที่ดูแล้วไม่น่าเข้าไปแตะต้อง
“นี่ไม่ใช่ป่าธรรมดานี่ มีสนามแบบนี้ด้วยเหรอ” คาเซียหยิบหินเขวี้ยงใส่ใบไม้ที่น่าสงสัย ปรากฏว่าพอถูกรบกวนใบไม้ที่ว่าก็วิ่งหนีไป ที่แท้มันเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ปลอมตัวเป็นใบไม้
“ไซเลนเซอร์มีหน้าที่หลักคือการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตต่างดาว จะถูกส่งไปที่พิลึกแบบไหนก็ไม่แปลกหรอก อย่าประมาทล่ะศัตรูไม่ได้มีแค่พวกโอริออนหรอก” ฟิลิเซียเตือนให้ทุกคนระวังตัว โดยเฉพาะคาเซียที่เพิ่งรวมกลุ่มได้ไม่กี่อึดใจก็ทำท่าอยากจะสำรวจป่าแล้ว
โซลิเนมองป่ารอบ ๆ ด้วยความกังวล เธอไม่แน่ใจว่าตนเองตัดสินใจพลาดหรือไม่ที่ใช้พลังพิเศษดึงทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ แต่กว่าจะคิดได้มันก็สายไปแล้ว
“ถ้ากังวลเรื่องที่แถวนี้ดูอันตรายก็ไม่ต้องกังวลนะ เราตกลงกันแล้วนี่ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามพวกเราจะมารวมตัวกันที่เธอก่อน” ไคเลอร์ปลอบใจราวกับเดาได้
“หวังว่าที่นี่จะไม่มีตัวอะไรที่เหมือนเสือนะคะ” ลีอาเปรยขึ้น “เสือตัวสองตัวไม่กลัวหรอกค่ะ แต่ถ้ามันถูกอิซซีควบคุมนี่ก็อีกเรื่องเลย”
“นั่นสิ เธอคนนั้นทำได้แม้แต่ชุบชีวิตพวกเสือพวกแมวเลย” แววตาของโซลิเนเต็มไปด้วยความกังวล
สภาพแวดล้อมของป่าประหลาดและความรู้สึกว่าอีกฝ่ายอาจจะโผล่มาได้ทุกเมื่อ ทำให้ทั้งห้าชีวิตรู้สึกกระสับกระส่ายกดดัน แผนเดิมของพวกเธอคือการชิงโจมตีพวกโอริออนก่อนที่พวกนั้นจะรวมตัวกันได้สำเร็จ แต่เพราะมาติดอยู่ในสนามรูปแบบป่าที่กว้างใหญ่ที่คาดไว้พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนแผนมาเป็นซุ่มโจมตี
เป็นแผนที่เสี่ยงแต่โซลิเนก็ตัดสินใจใช้ความสามารถของลีอาย่อส่วนทุกคน การที่เหลือขนาดตัวเล็กแค่คืบในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายแถมยังเป็นสัตว์ที่พวกเธอแทบไม่รู้จักเป็นการตัดสินใจที่ดูเหมือนสิ้นคิด
แต่เพราะพวกโซลิเนมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงคิดไม่ถึงว่าพวกเธอจะยอมเสี่ยง และด้วยขนาดตัวเพียงแค่นี้พวกเธอก็สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ได้แม้แต่ในกลีบของดอกไม้ยักษ์สีส้มก็ตาม
แผนนี้ฟังดูเข้าท่าด้วยเหตุผลอีกสองประการ ประการแรกคือฝ่ายโอริออนไม่มีไซเลนเซอร์ที่มีทักษะเกี่ยวกับการตรวจจับ หากเขามีคนอย่างไนเจล ทาวเวอร์ล่ะก็แผนนี้คงเป็นแค่การฆ่าตัวตายที่น่าสมเพช
ประการที่สองคือโอริออนและกลุ่มของเขามั่นใจในตัวเองจนเกินไป หลังจากการพ่ายแพ้ครั้งแรกพวกเขาก็ไม่เคยแพ้พวกโซลิเนอีกเลย พวกเขาคิดว่าโซลิเนต้องการแค่คะแนนเสมอจากการหมดเวลาเท่านั้น เมื่อถูกบีบจนถึงจุดหนึ่งพวกเขาจะเริ่มแบ่งกลุ่มกันออกตามหา
“ถ้าพวกนั้นเอะใจว่าเราซุ่มอยู่ในป่า เราก็จะดักโจมตีพวกที่แยกกลุ่มออกมา แต่ถ้าพวกนั้นไม่ยอมมา หรือมาโดยที่ไม่มีจังหวะให้เราจู่โจม เราก็จะรอมันจนหมดเวลานี่แหละ” ไคเลอร์ที่ตัวเหลือแค่คืบเดียวอธิบายกับคาเซียที่ซ่อนตัวอยู่บนกิ่งไม้ของต้นเดียวกัน
“ยายโซลิเนไม่ได้กะเอาเสมอหรอก” อีกฝ่ายตอบมา “นายไม่เห็นเหรอว่าเธอฝึกหนักมาขนาดไหน เธอจะเอาชนะศึกนี้”
“ชนะโอริออนคนนั้นเนี่ยนะ เจ้านั่นมันซ้อมกับรุ่นพี่โซนาตาตลอดนะ หมอนั่นมันคนละระดับกับเราเลย”
“ฝึกกับรุ่นพี่แล้วยังไงล่ะ เคยชนะอีตาโซนาตาสักหนไหม” คาเซียหัวเราะในลำคอ
ไคเลอร์ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงต่อจึงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันมาทุ่มสมาธิให้กับการเฝ้าระวังอะไรก็ตามที่อาจจะโผล่ออกมาได้ทุกขณะ
เสียงสวบสาบของรอยเท้าเข้ามาใกล้ อันที่จริงแล้วมันเบาจนแทบจะไม่ได้ยินเสียง แต่คาเซียคือผู้ที่ใช้พลังของการสั่นสะเทือน สำหรับเธอเสียงย่ำเท้าเงียบกริบนี้ไม่สามารถหลุดรอดไปจากประสาทสัมผัสของเธอได้ เธอส่งสัญญาณมือไปให้ไคเลอร์ที่อยู่ไม่ห่างออกไป เขารับรู้และหันไปส่งสัญญาณต่อให้กับโซลิเน ลีอา และฟิลิเซียเพื่อให้รู้ว่าศัตรูมาถึง
“พวกโอริออนหรือสัตว์ป่า” ไคเลอร์ถามผ่านระบบของไซคิกเน็ตเวิร์กที่ฟิลิเซียเพิ่งเปิดใช้
“สคิราน่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าสัตว์ป่าทั่วไปหรือโดนอิซซีคุมอยู่ โชคดีที่มันย่องเข้ามา ถ้าบินโฉบเข้าใส่นี่ลำบากแน่”
“ขี้โกงชะมัด สนามคราวนี้มีกระทั่งเสือมีปีกให้อิซซีใช้ด้วย” คาเซียสถบตามมาอีกหลายคำ
สคิราไม่เพียงแค่มีรูปร่างสัณฐานละม้ายคล้ายกับเสือติดปีก มันยังมีพฤติกรรมไม่ต่างจากเสือทั่วไปด้วย พวกมันอยากรู้อยากเห็น เจ้าเล่ห์ และดุร้ายโดยสันดานของสัตว์ป่า ในโลกเสมือนจริงนี้มันถูกโปรแกรมเอาไว้ให้เป็นสคิราที่เคยจู่โจมและเคยลิ้มชิมรสชาติของมนุษย์มาก่อน เจ้าเสือร้ายตัวนี้จึงไม่หวั่นเกรงสักนิดยามเมื่อได้กลิ่นคน
มันย่องเงียบกริบเข้ามาใกล้จากทิศทางใต้ลม ปีกทั้งคู่ถูกซ่อนเก็บเอาไว้แนบลำตัวเพื่อไม่ให้เกะกะ แม้ว่ามันจะยังไม่เห็นเป้าหมายอย่างชัดเจน แต่กลิ่นของมนุษย์ที่ลอยมาแตะปลายจมูกทำให้มันแน่ใจว่าเหยื่อกำลังจะเข้ามาอยู่ในระยะหวังผลของมันแล้ว
คาเซียคือรายแรกที่พุ่งออกไปก่อน ลีอาเห็นแบบนั้นก็คลายพลังของเธอทันที ร่างที่มีขนาดแค่คืบขยายใหญ่จนเท่าขนาดมนุษย์ในพริบตา แต่ถึงจะได้ขนาดเดิมคืนมาแล้วเมื่อเทียบกับเจ้าสคิราที่มีขนาดใหญ่กว่าเสือโคร่งแล้ว มันก็ทำให้เธอยังดูเล็กจิ๋วไปอยู่ดี
ไคเลอร์ยืนคุมเชิงอยู่ สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่คาเซียหรือสคิราที่เธอกำลังรับมือ เขาแน่ใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเพื่อนสามารถจัดการได้โดยลำพัง สิ่งที่เขาระแวงคืออย่างอื่นที่อาจจะมาพร้อมกับสคิราตัวนี้
อัลวิน เชลเบิร์นโผล่ออกมาด้านข้างของคาเซียพร้อมกับดาบไฮฟรีเควนซีเบลด เป็นอย่างที่ไคเลอร์คาดไว้เจ้าเสือมีปีกตัวนี้ไม่เพียงแค่ถูกอิซซีควบคุมเอาไว้มันยังถูกความสามารถของอัลวินมาแล้วเรียบร้อย
คาเซียกระโดดตีลังตาหลบการโจมตีประสานได้อย่างหวุดหวิด กรงเล็บเสือกับดาบความถี่สูงเฉียดใบหน้าและลำคอของเธอไปชนิดที่เหลือรอยบาดบาง ๆ เอาไว้ด้วย แต่จังหวะเดียวกันนี่เองที่เธอก็อัดคลื่นสั่นสะเทือนใส่ทั้งคู่อย่างจัง ร่างของหนึ่งมนุษย์หนึ่งเสือกระเด็นไปไกลคนละทิศละทาง ตัวสคิรานั้นร้องเสียงคำรามเสียงหลงเพราะความเจ็บปวด ส่วนอัลวินที่ติดมาด้วยก็สลายไปราวกับควัน
คลื่นเสียงที่ดังพอจะทำให้ทั้งป่าแตกได้ถูกคาเซียกำจัดวงไว้ด้วยความสามารถของเธอ ดูจากสายตาของโซลิเนมันจึงเหมือนกับว่า หนึ่งเสือหนึ่งมนุษย์กระเด็นกระดอนออกไปอย่างไร้สาเหตุ คาเซียไม่ได้เพียงแค่สร้างคลื่นเสียงแบบใดก็ได้ เธอยังควบคุมมันให้อยู่ในเฉพาะบริเวณที่กำหนดได้ด้วย
แต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้การปิดซ่อนเสียงของเธออาจจะไม่มีผลอะไรแล้ว ลองเมื่อสคิราตัวนี้โผล่มาพร้อมกับ “เจ้าสิ่งนั้น” มันก็หมายความว่าอย่างน้อยที่สุดอัลวินตัวจริงน่าจะเห็นทุกอย่างราวกับเขากำลังอยู่ที่นี่
พาราไซต์โซลเยอร์คือชื่อความสามารถของอัลวิน เชลเบิร์น เขาสามารถบันทึกร่างก็อปปี้ของตัวเองลงไปในวัตถุต่าง ๆ ไม่ว่าจะสิ่งของเล็ก ๆ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอย่างสคิราตัวนี้ และเมื่อใดที่สคิราตัวนี้ได้รับอันตราย ความสามารถนี้ก็จะทำงานอัตโนมัติ ถึงจะไม่ได้ควบคุมร่างแยกนี้เอง แต่อัลวินตัวจริงก็สามารถรู้ตำแหน่งรวมถึงสถานการณ์ในตอนนี้ได้
“พวกเราถูกเจอแล้วล่ะ” โซลิเนพูดผ่านไซคิกเน็ตเวิร์ก
สคิราที่บุกเข้ามาแม้จะมีพาราไซต์โซลเยอร์ติดอยู่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต ไคเลอร์และคาเซียออกแรงกันแค่คนละเล็กน้อยทั้งคู่ก็สามารถปราบมันลงได้ ร่างก็อปปี้ที่มีสภาพคล้ายวิญญาณของอัลวินเองก็หมดสภาพไปพร้อมกับลมหายใจของเจ้าเสือร้าย ศพของมันถูกพวกเขาฝังไว้ใต้ดินลึกเพราะไม่ต้องการให้อิซซีคืนชีพมันได้อีก
ยังไม่ทันจะได้พักหายใจดีการโจมตีใหม่ก็เริ่มขึ้น คราวนี้พวกโอริออนทุกคนได้มาถึงแล้ว ไม่เพียงอีกฝ่ายจะมาพร้อมเพรียงกันทั้งห้าคน อิซซียังมีสคิรามาเพิ่มอีกถึงสามตัวด้วย
แน่นอนว่าพวกมันแต่ละตัวก็ถูกพาราไซต์โซลเยอร์เข้าสิงกันหมด สรุปก็คือไม่ใช่แค่ห้าเท่านั้น แต่กลุ่มโซลิเนยังต้องรับมือกับเสือมีปีกอีกสามและร่างแยกของอัลวินอีกสามด้วย
“โชคดีที่พาราไซต์โซลเยอร์มันใช้ได้กำจัด นี่ถูกทำลายไปหนึ่งแล้วก็เลยเหลือแค่สาม”
“อย่าประมาทสิครับ ขีดจำกัดสี่ครั้งคือข้อมูลล่าสุดนะ คิดเผื่อไว้ด้วยว่าเขาอาจจะทำได้ห้าหรือหกครั้งต่อวันแล้วก็ได้”
“จะกี่ครั้งก็เหมือนกันนั่นแหละ” ฟิลิเซียตอบ “เล็งจัดการตัวจริงได้ก็พอ”
โซลิเนได้ยินแล้วก็รู้สึกหน้าชา ราวกับว่าฟิลิเซียกำลังเตือนเธออยู่อ้อม ๆ ด้วย นั่นก็เพราะว่าลูกเล่นใหม่ของโซลิเนนั้นมีจุดอ่อนเดียวกันนั่นเอง
เสียงดนตรีบรรเลงขึ้น โซลิเนตั้งสมาธิกับเพลงที่เธอกำลังจะร้อง มือข้างขวากำไมค์ไว้แน่น หนึ่งในพาราไซต์โซลเยอร์พุ่งตรงเข้ามาหา แต่โซลิเนไม่ได้เสียสมาธิแม้แต่น้อย ทันทีถึงจังหวะที่ต้องร้อง เธอก็เปล่งเสียงออกไป
“เฮ้ย อะไรกัน” โอริออนถึงกับถอยกรูดออกมาตั้งหลัก
บางอย่างกำลังปรากฏขึ้น พวกพวกเขาคุ้นเคยกับการซัมมอนเป็นอย่างดีจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเพลงใหม่ของโซลิเน มีผลแบบเดียวกับพลังของอัลวิน เธอกำลังเรียกกำลังเสริมที่ดูรูปร่างแล้วก็ชัดเจนว่าเป็นมนุษย์
“ความสามารถของโซลิเนเปลี่ยนไปตามเพลงที่ร้อง ระวังตัวให้ดี” อิซซีตะโกนเตือน