Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 183: ศึกระหว่างโรงเรียน 1
ชัยชนะครั้งนี้ช่วยให้อันดับของกลุ่มโซลิเนกระเตื้องขึ้นจากกลางตารางเป็นติดอันดับสุดท้ายของพวกหัวตาราง แต่มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการคัดเลือกในปีนี้
หลายวันต่อมา งานประลองระหว่างโรงเรียนเริ่มขึ้น โดยกลุ่มของโซลิเนเป็นได้เพียงผู้ชมและกองเชียร์อยู่ข้างสนามเท่านั้น…
ถ้าบอกว่าไม่เสียใจเลยโซลิเนก็คงจะต้องโกหก เธอได้แต่พร่ำบอกกับตัวเองว่าทำดีที่สุดที่ทำได้แล้ว ปีนี้ยังไม่ใช่ปีของพวกเธอ ทั้งห้าคนต่างส่งเสียงโห่ร้องลงไปในสนามด้วยความเจ็บใจ
“ดูคู่แข่งเอาไว้ บางทีปีหน้าพวกเราอาจจะต้องเจอกับพวกเขา” ไคเลอร์ฝืนยิ้ม
“โดยเฉพาะเจ้าหมอนั่น พวกเราต้องจับตาไว้ให้ดี” ฟิลิเซียชี้ไปที่ตัวแทนของโรงเรียนออริเวย์
เขาคือแกรนด์ คอร์วิโน ในวัยสิบสามปีเท่ากับโซนาตา ชายหนุ่มเหลียวมามองทางโซลิเนราวกับว่าเขาได้ยินว่าพวกเธอกำลังพูดถึง โซลิเนรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมาอย่างไม่มาเหตุผล
“หมอนี่มัน…” ไคเลอร์พึมพำ ลีอากับคาเซียอาจจะไม่เข้าใจ แต่ฟิลิเซียและโซลิเนรู้จักใบหน้านั้น เขาคือรองหัวหน้าของดูมแองเจิลเซคเตอร์ทรีในปัจจุบัน และยังเป็นหนึ่งในคู่ปรับตัวฉกาจของโซนาตาอีกด้วย
…แกรนด์เจ็ดบุคลิก… โซลิเนเคยได้ยินข่าวลือของเขามาไม่น้อยทั้งจากตัวจริงที่อยู่ข้างนอกและข่าวที่ว่าเขาคือนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดของโรงเรียนออริเวย์
โซลิเนได้ยินมาในสมัยก่อน การแข่งขันจะถูกจัดในระดับเดียวกับงานแข่งขันระดับประเทศของโลกเก่า โดยจะมีกีฬาที่ใช้มากกว่าสามสิบประเภทและจัดแข่งติดต่อกันยาวนานหลายสัปดาห์หรือบางครั้งก็ที่มีหลายโรงเรียนเข้าร่วมก็เคยลากยาวไปถึงเดือนกว่าก็มี แต่เพราะในช่วงหลายปีให้หลังมันถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เกินจำเป็นงานแข่งจึงถูกลดขนาดลงเรื่อย ๆ จนเป็นแบบที่เห็นในปัจจุบันที่เหลือการแข่งสำหรับวันเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่ารายการสำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นการแข่งขันประลองฝีมือที่ถูกวางไว้เป็นรายการสุดท้าย แต่พวกโซลิเนก็ตื่นเต้นไปกับรายการเล็ก ๆ ก่อนหน้านั้นด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันแบบไหน ลองได้มีนักเรียนไซเลนเซอร์เข้าร่วมแล้ว ก็การันตีได้เลยว่ามันจะไม่มีทางเป็นการแข่งธรรมดา
ชักเย่อที่ถูกมองว่าเป็นการแข่งสำหรับเด็ก ทำให้โซลิเนถึงกับเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ เชือกที่ใช้แม้จะมีขนาดไม่ต่างจากเชือกปกติ แต่มันทำขึ้นจากวัสดุที่พิเศษที่หนักจนถ้านี่ไม่ใช่สนามพิเศษของอัลเทอันเนชันแนลสเตเดียมมันอาจจะทำให้ทุกอย่างพังลงได้
“เชือกนั่นหนักกี่ร้อยตันกัน” โซลิเนถามเพราะเห็นวิธีการประหลาดที่มันถูกนำเข้าสู่สนาม พวกเขาต้องใช้ยานขนาดยักษ์ขนมันมา
“ไม่ใช่ร้อยหรอก น่าจะหลายหมื่นตันเลยแหละ” คาเซียตอบพร้อมกับรอยยิ้มแบบนึกสนุก
“ไม่ต้องพูดถึงชักเย่อแข่งกันแล้ว ใครจะไปยกไหวล่ะนั่น” ไคเลอร์จุปากเบา ๆ
“ยกไม่ไหวก็ไม่ต้องยกหรอก แค่ทำให้เห็นว่าถือไว้แล้วดึงมาให้ได้ก็พอ” ฟิลิเซียตอบ
แต่ก็ใช่ว่าทุกรายการแข่งในงานนี้จะมีอุปกรณ์พิเศษมาเป็นตัวชูโรง งานแข่งบางรายการก็เรียบง่ายกว่านั้นมาก พวกเขาแค่ปล่อยให้นักเรียนทั้งหลายแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ในกีฬาที่ดูผิวเผินแล้วเหมือนสามัญ
โซนาตา อัลโต เคสเทรล และกาเรน สี่คนจากห้าคนของกลุ่มโซนาตาถูกบังคับให้เป็นตัวแทนในทีมฟุตบอลชาย ทั้งทีมเต็มไปด้วยนักเรียนที่อยู่ระดับชั้นนำของชั้นปีสูง มีทั้งกองหน้าอย่างคลิฟ แวกเนอร์ อีกหนึ่งเพื่อนสนิทของโซนาตาผู้มีตำแหน่งเป็นจตุรเทพแห่งอัลเทอัน โอริออน สตาร์ไลท์นักเรียนอันดับหนึ่งของรุ่นปี 89 อาร์เธอร์ แชเรียทอันดับสองจากรุ่นเดียวกัน และอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นระดับมือพระกาฬ
ทีมหญิงเองก็นำโดยจตุรเทพฟรานเซสกา ลินด์เซย์ควบตำแหน่งเป็นประธานนักเรียน แคทเธอรีน เจน สวีทที่แม้จะอายุเท่ากับโซนาตาแต่เธอก็ทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้กับเขาด้วย เวนดี โรเชสเตอร์ที่โซลิเนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีเพราะเธอคือสมาชิกคนหนึ่งของเซคเตอร์โฟร์
ยิ่งพิจารณา โซลิเนก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ ไซเลนเซอร์หลายคนที่อยู่ในสนามตอนนี้ในอนาคตจะกลายมาเป็นสมาชิกของดูมแองเจิล ทั้งที่บางรายไม่ใช่อดีตนักเรียนของอัลเทอันด้วยซ้ำ
“แกรนด์นั่นก็ใช่ อาจารย์พิเศษคนนั้นก็ใช่ ผู้หญิงจากออริเวย์คนนั้นก็ด้วย” ฟิลิเซียสะกิดบอกโซลิเน
“คนนั้นก็ด้วยสินะคะ” โซลิเนชี้ไปที่ไซเลนเซอร์ที่ดูเหมือนนายน้อยของกลุ่มมาเฟีย เขาคืออันดับหนึ่งของโรงเรียนลาโคโรนา โซลิเนแน่ใจว่าชายตาขวางคนนี้คือหัวหน้าของเซคเตอร์ทู
“อย่างกับว่าเราหลงมาในงานรวมตัวไซเลนเซอร์ประจำดูมแองเจิลเลยนะครับ”
“ดูมแองเจิล” คาเซียขมวดคิ้ว “นี่พวกนายปิดบังอะไรอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
“เราพูดถึงเกมน่ะ” ไคเลอร์แก้ตัวเป็นพัลวัน เขาไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เข้าใจได้ง่าย รวมทั้งมันคงไม่สนุกแน่ถ้าคาเซียและลีอารู้ว่าพวกเธอเป็นแค่เอไอที่โลกเสมือนจริงนี้จำลองขึ้น
การแข่งฟุตบอลของทั้งชายและหญิงดุเดือดเลือดพล่าน มีหลายครั้งที่เกือบจะมีคนตายคาสนาม การแข่งครั้งนี้ไม่ได้ใช้เครื่องสร้างภาพเสมือนจริง ถึงภายนอกจากดูเป็นกีฬาแต่แท้จริงแล้วมันคือสงคราม
จตุรเทพทั้งสี่ราวกับอยู่คนละมิติกับนักเรียนทั่วไป แต่ละคนแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้พลังพิเศษก็ได้เปรียบเหนือนักเรียนคนอื่นแล้ว โดยเฉพาะฟรานเซสกาที่ลงสนามโดยไม่มีดาบเรเปียร์ เธอก็ยังจัดการกับคู่แข่งทุกคนที่เข้ามาใกล้ได้อย่างราบคาบ
“เฮ้ย เจ้าพวกนี้ไม่ได้สนใจลูกบอลเลยนี่หว่า เปิดฉากมาก็จะฆ่ากันเลย” คาเซียหัวเราะชอบใจ รู้สึกคันไม้คันมือเต็มที่ ใจนี่นึกอยากกระโดดเข้าไปร่วมวงตอนนี้เลย
“กติกาห้ามแค่ฆ่าครับ แต่โจมตีผู้เล่นอื่นไม่ผิดกติกา พวกเขาก็เลยเล่นคนเพิ่งลดจำนวนก่อน แล้วค่อยเตะบอลทีหลัง”
“แข่งแบบนี้ยังเรียกว่าฟุตบอลให้อีกเหรอ” ลีอาพึมพำเรื่องเดียวกับที่โซลิเนสงสัยอยู่
ไม่มีใครสนใจผลของคะแนนหรือใครจะเป็นผู้ชนะในศึกนี้นัก สำหรับไซเลนเซอร์แล้วการแข่งอื่นก็เป็นแค่การละเล่นเท่านั้น ทุกคนต่างรอดูการประลองที่เป็นรายการสุดท้ายที่ไม่ว่าโรงเรียนไหนก็ต่างไม่มีใครยอมใคร
รอบสุดท้ายคือการประลองแบบแบตเทิลรอยัล คล้ายกับรูปแบบการแข่งขันที่ไซเลนเซอร์ใช้อยู่เป็นประจำ แต่ละโรงเรียนจะเลือกนักเรียนที่เก่งกาจที่สุดเพียงห้าคนมาตั้งขึ้นเป็นทีมใหม่
ทีมของโรงเรียนอัลเทอัน ประกอบด้วยจตุรเทพทั้งสี่และโซนาตาที่หลายคนยังสงสัยว่าทำไมนักเรียนที่เกือบถูกแบล็กลิสต์แบบเขาถึงถูกนับเป็นกำลังรบด้วย
ทีมของโรงเรียนออริเวย์มีแกรนด์และวาเนสซาที่โดดเด่นที่สุด
“วาเนสซา สแตนด์” ไคเลอร์จับตามองเธอเป็นพิเศษ เด็กสาวคนนี้เองก็อยู่ในดูมแองเจิลเซคเตอร์เดียวกับแกรนด์ นอกจากจะเป็นหัวหน้าเซคเตอร์แล้ว เธอยังเป็นลูกสาวของไซเลนเซอร์อาวุโสอีริธ สแตนด์
ทีมของโรงเรียนลาโคโรนาคือ เฟรดริก คราวน์กับองค์รักษ์ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
และสุดท้ายทีมของโรงเรียนรูบลองก์ที่น่าสงสารเพราะตลอดการแข่งนี้พวกเขายังไม่เคยชนะใครได้เลย หนึ่งในสมาชิกทีมนี้เป็นเด็กหนุ่มที่ดูละม้ายคล้ายกับไซริล รีฟนั่นเอง
“เห็นว่าเป็นน้องคนสุดท้องของตระกูลรีฟ ตระกูลนี้เป็นไซเลนเซอร์กันหลายคนและทุกคนก็เรียนที่รูบลองก์กันหมด” ฟิลิเซียชี้แจงข้อสงสัยของโซลิเน
มันเป็นการต่อสู้ที่น่าตื่นตาที่สุด ทุกคนงัดเอาทุกสิ่งมาฟาดฟันใส่กันตั้งแต่เริ่ม เป็นการต่อสู้ที่ราวกับยอดมนุษย์ตัวจริงกำลังทำมหาสงครามประหัตประหาร ไม่มีฝ่ายใดยอมอ่อนข้อให้กันแม้แต่น้อย สารพัดพลังพิเศษถูกนำมาสาดใส่กันอย่างไม่ยั้ง
พี่สาวของฟิลิเซียเป็นสัตว์ประหลาดอย่างที่เธอเคยเล่าเอาไว้ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางนักเรียนไซเลนเซอร์ชั้นนำ เธอก็ยังโดดเด่นกว่าผู้อื่น ฟรานเซสกาแยกตัวออกมาจากกลุ่มและรับมือกับนักเรียนทั้งห้าของรูบลองก์ตามลำพัง
“เป็นไปไม่ได้น่า” ไคเลอร์ขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก เขาคิดว่าตนเองตาฝาดไป ฟรานเซสกาต่อสู้แบบห้าต่อหนึ่งโดยที่เธอยังไม่ได้ใช้พลังพิเศษด้วยซ้ำ
“ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก แค่วิชาดาบ เธอก็สามารถชิงตำแหน่งจตุรเทพได้แล้ว”
ฟิลิเซียไม่ได้พูดเกินจริง ฟรานเซสกาทั้งเร็วและทรงพลัง วิชาดาบของเธอก็ทั้งอันตรายและงดงามจนเหมือนการร่ายรำของปีศาจ อีกฝ่ายเองก็เคลื่อนไหวได้เร็วจนมองตามไม่ทัน แต่ฟรานเซสกาเหนือไปกว่านั้น
“ความเร็วของเธอเหนือเสียงหลายเท่าเลย แถมพลังก็กินขาดอีกฝ่ายลิบลับ แน่ใจนะว่ามันไม่เกี่ยวกับพลังของเธอ” คาเซียถามเพราะไม่อยากเชื่อข้อมูลที่ตนมีอยู่
“พลังของเธอเป็นสายซัมมอน แล้วก็ไม่ได้มีเอฟเฟคพิเศษอะไรมาช่วยด้วย” ฟิลิเซียไม่ได้พูดถึงพี่สาวต่างมารดาด้วยน้ำเสียงชื่นชมมันดูเหมือนกับน้ำเสียงของความยำเกรงมากกว่า “นี่คือความแข็งแกร่งของจริง เธอคืออัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ”
โซลิเนรู้สึกเสียดายที่การต่อสู้ของฟรานเซสกากำลังจะจบลงโดยที่เธอยังไม่ได้เอาจริง สมาชิกทั้งสี่ของรูบลองก์พ่ายแพ้ไปจนหมดแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ก็มีเพียงน้องของไซริลที่กำลังแย่เพราะถูกตัดแขนซ้ายไป
ทั้งไซริลและน้องของเขามีพลังสายซัมมอน รอบกายคนน้องในตอนนี้มีหมาป่าตัวใหญ่ นักรบเถื่อน พราน และพ่อมดหมอผี แต่ละตนมีพลังที่ซับซ้อนน่าดูชม แต่ก็เหมือนกับสมาชิกอีกสี่คนที่ล้มไปแล้ว ทุกอย่างไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าฟรานเซสกา ลินด์เซย์
“มันเรียกว่าเลเวลซัมมอน ตระกูลนี้ใช้พลังเหมือนกันหมด” ฟิลิเซียที่ทำหน้าที่แทนผู้บรรยายอธิบาย เธอแน่ใจว่าตนเอง ไคเลอร์ และโซลิเนจะต้องปะทะกับไซริลเข้าสักวัน นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ศึกษาเอาไว้
“เลเวลซัมมอนเป็นยังไง”
“เป็นการซัมมอนแบบมีเงื่อนไข ผู้ใช้พลังนี้จะมีตัวเลขสูงสุดของเลเวลที่เขาสามารถใช้ได้ ร่างซัมมอนสี่แบบจะได้รับเลเวลพวกนี้แบ่งกันออกไป”
“ได้เลเวลเยอะก็ยิ่งเก่งสินะ”
“ใช่… เลเวลสี่จะเก่งราว ๆ คนปกติ แต่หลังจากนั้นทุกเลเวลที่เพิ่มเข้าไปก็จะเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ประเมินกันว่าเลเวลแปดจะแข็งแกร่งทัดเทียมกับไซเลนเซอร์ทั่วไปเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่รู้ว่าขีดจำกัดเลเวลที่น้องของไซริลมีอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ถ้าเงื่อนไขเหมือนกันเลเวลสูงสุดของร่างซัมมอนควรจะอยู่ที่สิบ”
“เลเวลสิบเนี่ยอาจจะเก่งกว่าพวกเราด้วยซ้ำสินะคะ ไม่สิถ้าแปดคือไซเลนเซอร์ทั่วไป สิบต้องเก่งกว่าเราคนละเรื่องเลย” ลีอาดูกังวล เธอแน่ใจว่ารุ่นพี่กำลังได้เปรียบแต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายยังทำอะไรได้อีกแค่ไหน
“ถ้าให้เดา ฉันคิดว่าอย่างมากก็มีเลเวลสิบได้แค่สองตัว การที่หมอนั่นซัมมอนออกมาพร้อมกันสี่ตัว อย่างเก่งก็คงจะมีตัวละแค่ตัวละสี่ถึงห้าเลเวลเท่านั้น เลเวลซัมมอนถ้าแบ่งให้ไม่ถึงสี่ขนาดตัวซัมมอนจะหดเหลือตัวนิดเดียว”
“ทำไมเธอรู้จักความสามารถนี้ดีจังเลย” คาเซียรู้สึกทึ่งที่ฟิลิเซียวิเคราะห์ได้ขนาดนี้
“เดิมที… มันเป็นพลังที่บรรพบุรุษตระกูลลินด์เซย์คิดค้นขึ้น ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตระกูลรีฟถึงใช้ความสามารถแบบเดียวกัน แต่มันคือเลเวลซัมมอนอย่างแน่นอน”
“ความสามารถที่ส่งต่อกันในตระกูลสินะ เดี๋ยวสิ เธอบอกว่ารุ่นพี่เองก็เป็นสายซัมมอน หรือว่า..”
“ใช่แล้ว เธอเองก็มีพลังเลเวลซัมมอน แต่ไม่ใช่แบบเดียวกับตระกูลรีฟหรอก”
สถานการณ์ของรีฟคนน้องเป็นอย่างที่ฟิลิเซียคาดไว้ ร่างซัมมอนทั้งสี่มีเลเวลเพียงห้าเท่านั้น ความกลัวว่าฟรานเซสกาจะเรียกซัมมอนออกมาบ้างทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาดโดยเน้นจำนวนแทนที่จะเน้นคุณภาพ
อันที่จริงผลลัพธ์มันก็ไม่แตกต่างกันนัก ไม่ว่าจะซัมมอนอ่อนแอสี่ตัวสี่ชนิด ไม่ว่าจะเรียกออกมาตัวเดียวแต่อัดเลเวลจนเต็มสิบ ทุกอย่างไม่มีความแตกต่าง ฟรานเซสกาสามารถล้มพวกมันได้อย่างไม่ต้องลงทุนลงแรง หมาป่ายักษ์ถูกสับเป็นชิ้น ๆ เป็นเหยื่อรายแรก จากนั้นบาร์บาเรียน เรนเจอร์ และวิชด็อกเตอร์สามคลาสที่ต่างก็มีพลังพิเศษล้มลงตามกันไปโดยไม่มีโอกาสตอบโต้
น้องของไซริลคนนี้ไม่ได้อ่อนแอเลย เฉพาะแค่ความแข็งแกร่งของร่างกายแล้วเขาอาจจะเหนือกว่าโอริออนด้วยซ้ำ แต่มันไม่ได้ช่วยให้เขารอดพ้นชะตากรรมที่โหดร้ายไปได้ ฟรานเซสกาในวัยสิบห้าปีนี้มีระดับเทียบเท่าหรือเหนือกว่าไซเลนเซอร์ในตำนานอย่างอีริธ สแตนด์ไปแล้วด้วยซ้ำ
“น่าเสียดายจริง ที่เธอกำลังจะจบในปีนี้” โซลิเนเปรยขึ้น เธอไม่เคยรู้เลยว่าเรียนอยู่ที่เดียวกับยอดคนแบบนี้มาตลอด และน่าเสียดายที่ตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมในการแข่งนี้
ด้านโซนาตาเองก็ปล่อยของออกมาอย่างเต็มที่ เขารักษาระยะตัวเองไม่ให้ห่างจากฟรานเซสกาจนเกินไปเพราะสตีลมายด์ของเขามีระยะอยู่ราวยี่สิบเมตร
โซนาตาก็อปปี้เลเวลซัมมอนของเธอมาใช้ มันมีสี่แบบเหมือนกับที่ไซริลคนน้องใช้ คนแรกเหมือนพลทหารทั่วไปที่ติดตั้งอาวุธมาอย่างครบครัน ทั้งปืนยาว ปืนสั้น มีพก ลูกระเบิด คนที่สองนอกจากอาวุธพื้นฐานแล้วเขายังมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือมาด้วย พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเขาคือทหารช่าง คนที่สามนอกจากจะกระเป๋ายาแล้วยังมีเครื่องหมายกากบาทสีแดงบนพื้นขาวอยู่ที่ไหล่ เขาคือแพทย์ทหาร และรายสุดท้ายคือทหารหน่วยพิเศษผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรม