Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 184: ศึกระหว่างโรงเรียน 2
“อินแฟนทรี เอ็นจิเนียร์ เมดิก และ คอมมานโด” ฟิลิเซียไล่ชื่อคลาสของซัมมอนที่โซนาตาเรียกมา
“เป็นทหารทั้งหมดเลยนี่ แล้วของเจ้าไซริลคนน้อง…” ไคเลอร์ถาม มันเสียมารยาทมาก ๆ แต่เขาไม่คิดจะจำชื่อเจ้าคนน้องที่ว่านี่ด้วยซ้ำ
“วูล์ฟ บาร์บาเรียน เรนเจอร์และวิชด็อกเตอร์”
“น่าจะเก่งกันทั้งสองฝ่ายเลยนะคะ อ้าว…” ลีอากำลังจะขอให้ฟิลิเซียอธิบายแจงแจ้งความสามารถ แต่เหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะล่าสุดไซริลคนน้องก็ถูกฟรานเซสกาอัดจนยับเยินจนหมดสิทธิ์แข่งต่อ
“ของโซนาตากับของพี่น้องตระกูลรีฟก็ไม่เหมือนกัน แล้วของรุ่นพี่ฟรานเซสกาล่ะคะ” โซลิเนไม่ยอมให้จบลงง่าย ๆ
“พลังของพี่ฟรานเซสกาไม่เหมือนกันหรอก คลาสของเธอคือไนท์ วิซาร์ด พรีสต์ และ ธีฟ เหมือนกับคลาสที่เห็นได้บ่อย ๆ ในเกมนั่นแหละ นอกจากนั้นทั้งสี่ก็ยังมีทักษะไม่ต่างจากหลุดออกมาจากโลกแฟนตาซีเลยด้วย”
เสียงเชียร์ในสนามดังขึ้นสลับกับเงียบลงเป็นระยะเพราะการลุ้นระทึก แม้แต่พวกโซลิเนเองก็ไม่แตกต่างกันพวกเธอไม่รู้ว่าควรจะทึ่งในสิ่งไหนมากกว่ากัน ระหว่างโซนาตาที่เลียนแบบพลังเลเวลซัมมอนมาแต่รายละเอียดของคลาสกลับเปลี่ยนไป ฟรานเซสกาที่จนถึงตอนนี้ก็พึ่งเพียงพละกำลังของตนไม่ยอมใช้พลังพิเศษ หรือคู่แข่งของพวกเขาที่เก่งกาจจนเหลือเชื่อแต่ยังยืนหยัดได้จนถึงตอนนี้
หนึ่งชั่วโมงแรกผ่านพ้นไป จตุรเทพของอัลเทอันล้มไปแล้วถึงสองคน ฝ่ายเขาจึงเหลือเพียงโซนาตา คลิฟ และฟรานเซสกาเท่านั้น ส่วนด้านโรงเรียนอื่นยิ่งย่ำแย่หนักกว่ารูบลองก์ถูกกวาดยกทีมไปก่อนเป็นทีมแรก ลาโครูนาเหลือเฟรดริกและอันดับรองลงมาอีกแค่คนเดียว ออริเวย์ก็มีสภาพเดียวกันพวกเขาเหลือแค่วาเนสซากับแกรนด์
เฟรดริกมีพลังที่ใช้ควบคุมบังคับผู้อื่นให้ยอมทำตามคำสั่ง แต่ด้วยเงื่อนไขบางอย่างมันทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังนั้นกับผู้แข่งจากโรงเรียนอื่นได้
วาเนสซาก็มีพลังคล้ายกับพ่อของเธอ เธอสามารถใช้ซัมมอนที่เป็นอีก “เวอร์ชัน” ของผู้อื่นได้ เธอสร้างซัมมอนของฟรานเซสกาในสมัยที่เด็กกว่านี้ นั่นคือเหตุผลที่สองในสี่จตุรเทพถูกเล่นงานจนยับ
แกรนด์มีเจ็ดบุคลิก แต่ละบุคลิกของเขามีชื่อ ทักษะ นิสัย และพลังจิตคนละรูปแบบ นอกจากนั้นทุกครั้งที่เขาเปลี่ยนให้บุคลิกอื่นมาควบคุม ทุกคนจะมองเห็นเขาเปลี่ยนไป บางทีก็หนุ่มขึ้น บางทีมีอายุ หรือแม้แต่กลายเป็นหญิงสาวก็ยังมี เป็นความสามารถที่โซลิเนรู้สึกว่าน่าเพลิดเพลินในการชมเป็นที่สุด
อาจจะเพราะบุคลิกบางบุคลิกไม่เหมาะกับการต่อสู้หรือไม่เขาก็คิดจะซ่อนมันไว้เป็นไพ่ตาย แกรนด์จึงไม่ได้แสดงมันออกมาทั้งหมด ที่เห็นได้บ่อยคือบุคลิกของชายวัยกลางคนที่สามารถปล่อยคลื่นความร้อนสูงจากมือทั้งสองข้าง บุคลิกของอันธพาลที่มีพลังในการรักษาอาการบาดเจ็บในพริบตา บุคลิกของชายอมทุกข์ที่สามารถยกตนเองหรือวัตถุทุกชนิดลอยขึ้นได้อย่างอิสระ
เหนืออื่นใดวิชาดาบที่บุคลิกหลักของแกรนด์ใช้นั้นน่ากลัวเป็นที่สุด เขาอาจเอาชนะฟรานเซสกาด้วยเพลงดาบนั้นไม่ได้ แต่เแกรนด์ก็เป็นคนเดียวที่สามารถต้านทานไว้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
แล้วเวลาแข่งขันก็กำลังจะหมดลงในชั่วโมงที่สาม สถานการณ์ไม่ได้ต่างจากเดิมนัก ฝ่ายอัลเทอันยังอยู่ครบสามคนในสภาพที่ไม่มีใครเจ็บหนัก วาเนสซาหมดเรี่ยวแรงลงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ส่วนเฟรดิกที่เสียลูกน้องหลังจากนั้นไม่นานก็กันมาจับมือกับแกรนด์สู้กับอัลเทอัน
เป็นศึกที่ทุกคนแทบจะลืมหายใจหายคอ ต่างฝ่ายต่างซัดกันรัวจนไม่เหมือนงานแข่งขันของนักเรียน ทุกหมัด ทุกการโจมตีที่ปล่อยออกไปทำให้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทะลุไปถึงขอบสนาม
…นอกจากรุ่นพี่คลิฟ ทุกคนคือสมาชิกดูมแองเจิลทั้งนั้นเลย… โซลิเนแอบคิดอยู่คนเดียว
นาทีสุดท้ายของการแข่งหมดลง นอกจากฟรานเซสกาแล้วทุกคนแทบไม่เหลือแรงยืนต่อ จำนวนคนที่เหลือไม่แตกต่างจากไม่กี่นาทีก่อน อัลเทอันชนะไปด้วยจำนวนของผู้แข่งขันที่เหลือมากที่สุดในสนาม
แม้ว่าคะแนนรวมจากทุกรายการจะตามลาโคโรนาอยู่เล็กน้อย แต่ทุกคนก็ยินดีกับชัยชนะในการแข่งรอบสุดท้าย ราวกับว่าพวกเขาคือผู้ที่ครอบครองเหรียญทองมากที่สุด มีการประกาศผลของรางวัลต่าง ๆ เพิ่มเติม พิธีมอบถ้วยรางวัล และอีกมาก แต่โซลิเนและเพื่อนในกลุ่มของเธอตั้งใจว่าจะพอแล้วสำหรับในวันนี้
“มันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ” คาเซียรำพึง แน่นอนว่าทุกคนก็คิดเช่นนั้น
“แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าได้ลงแข่งด้วยนะคะ สักรายการก็ยังดี” ลีอาเดินคอตกไป
“มันต้องมีวันของเราบ้างแหละ”
ปีเจ็ด โซลิเนในวัยสิบสองปี และโซนาตาในวัยสิบสี่ปี
เช่นเดียวกับปีก่อนและปีก่อน ๆ ชีวิตของโซลิเนยังคงวนเวียนอยู่กับการเรียนที่หนักหน่วง แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ปีนี้ตำแหน่งของจตุรเทพก็ว่างพร้อมกันถึงสามตำแหน่งจากเพราะรุ่นของฟรานเซสกาเพิ่งสำเร็จการศึกษาไป ปีนี้ทุกคนจึงยิ่งแข่งกันมากขึ้นเพื่อโอกาสจะได้ครองตำแหน่งที่ว่า
โซลิเนไม่ได้หวังสูงขนาดนั้น แต่เธอเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดเธอยังมีโอกาสได้รับการคัดเลือกในการแข่งขันระหว่างโรงเรียน เธอจึงพยายามอย่างหนักไม่เว้นแต่ละวัน
ในวันหนึ่ง ฟิลิเซียเรียกประชุมลับโดยมีแต่ตัวเธอ โซลิเน และไคเลอร์ เธอดูเริ่มบทสนทนาโดยดูเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตอนแรกฉันคิดอยู่นานว่าควรบอกเธอทั้งสองคนดีไหม” ฟิลิเซียเริ่ม
ไคเลอร์และโซลิเนมองตากัน เหมือนจะถามว่าอีกฝ่ายรู้หรือไม่ว่าฟิลิเซียกำลังพูดถึงสิ่งใด แต่ดูเหมือนทั้งคู่ไม่มีใครรู้มาก่อน
“ในปีนี้มีเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เกิดขึ้น”
“ไม่เอาน่า อย่ามามัวแต่อมพะนำสิ มีอะไรก็รีบเล่ามาเถอะ” ไคเลอร์เร่ง
“ปีนี้จะมีคนในกลุ่มเราเสียชีวิต”
“เฮ้ย” โซลิเนและไคเลอร์ร้องออกมาพร้อมกัน
“พวกเธอรู้อยู่แล้วสินะว่า แต่เดิมฉันก็เป็นนักเรียนของที่นี่ ฉันรู้ว่าอะไรเคยเกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น”
“คนในกลุ่มเรา… คาเซียหรือลีอา” โซลิเนถาม มันไม่มีคนอื่นแล้ว
“ลีอาน่ะ” ฟิลิเซียตอบ เธอถอนหายใจยาว
ทั้งสามตกอยู่ในความเครียดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ฟิลิเซียจะพูดต่อ
“ตอนแรกฉันไม่อยากเล่า เพราะมันคืออดีตที่ผ่านมาแล้ว และคิดว่าพวกเธอสองคนควรจะเข้าใจดีว่าคนอื่นในโลกเสมือนจริงนี้เป็นแค่เอไอ แต่ดูเหมือนหลายปีที่ผ่านมามันช่วยไม่ได้เลยที่พวกเราจะรู้สึกผูกพันกับคนอื่นในโลกนี้”
“ลีอาเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลย”
“เธอไม่ได้จำผิดใช่ไหม” โซลิเนถามย้ำ
“จะผิดได้ยังไง ฉันกับลีอาก็เรียนรุ่นเดียวกันนะ แล้วการตายของเธอฉันเองก็อยู่ที่นั่นด้วย ไม่สิ จะพูดว่าอยู่ด้วยกันก็อาจจะไม่ถูกนัก ต้องบอกว่านักเรียนในรุ่นนั้นทุกคนถูกส่งไปที่นั่น แต่ฉันก็ไม่ได้เห็นกับตาหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เล่ามาให้ละเอียดเลย”
“รู้ใช่ไหมว่าปีนี้จะเป็นปีแรกที่พวกเราต้องฝึกในภารกิจจริงด้วย ไซเลนเซอร์ฝึกหัดจะถูกส่งตัวไปในภารกิจในสนามรบที่ประเมินแล้วว่ามีระดับความอันตรายต่ำ ปีนี้พวกเราจะถูกส่งไปที่ดาวดวงหนึ่งเพื่อทำสงครามกับพวกมิวแตนท์”
“มิวแตนท์” ไคเลอร์ได้ฟังก็ทำคิ้วย่น “พวกมนุษย์กลายพันธุ์เนี่ยนะ”
“อย่าดูถูกมิวแตนท์นะ โดยเฉพาะที่กลายพันธุ์จากโซลคริสตัล”
เพิ่มไม่ให้โซลิเนงงไปกว่านั้น ฟิลิเซียจึงอธิบายเกี่ยวกับโซลคริสตัลที่เป็นแร่หายากที่ถูกนำมาใช้ในการทหาร มีคนจำนวนมากไม่รู้ว่าโซลคริสตัลที่ยังไม่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์นั้นเป็นอันตราย และด้วยเหตุผลบางประการการขุดโซลคริสตัลจำเป็นต้องใช้แรงงานของคนเท่านั้น
“มันทำให้มนุษย์กลายพันธุ์ได้ และก็ต้องใช้มนุษย์ไปขุดมัน สรุปก็คือดาวที่มีโซลคริสตัลอยู่ก็จะมีมนุษย์กลายพันธุ์ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จักรวรรดิไม่อยากให้คนทั่วไปรู้นักหรอก แต่ก็อย่างที่ไคเลอร์สงสัยนั่นแหละมิวแตนท์ทั่วไปทำอะไรไซเลนเซอร์ไม่ได้หรอก ให้คิดซะว่าเหมือนเจ้าพวกชาลูที่เราเจออยู่ข้างนอกนั่นแหละ”
“แสดงว่ามันมีแบบไม่ทั่วไปด้วยสินะ” โซลิเนเริ่มใจคอไม่ดี
ฟิลิเซียพยักหน้า “ก็เหมือนกับมนุษย์เพียงหยิบมือที่ถูกคัดมาเป็นไซเลนเซอร์ พวกมิวแตนท์นาน ๆ ครั้งก็จะมีพวกหายากที่แข็งแกร่งผิดปกติ ที่ลีอาเจอก็คงเป็นหนึ่งในนั้น”
“การฝึกที่ว่ามันก็อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี่เองใช่ไหม โธ่… ลีอา เธอยังเด็กอยู่แท้ ๆ” ไคเลอร์ลืมไปว่าตอนนี้เขาก็มีอายุเท่ากันกับลีอา
“ในประวัติศาสตร์จริง ลีอามีกลุ่มของเธอเอง แต่ตอนนี้เธออยู่กับเรา ก็หมายความว่า”
ฟิลิเซียพยักหน้าอีกครั้ง “อาจจะกลายเป็นกลุ่มเรานี่แหละที่ต้องเจอกับมิวแตนท์พวกนั้น”
“แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าลีอาต้องตายสักหน่อย พวกเราอาจจะช่วยเธอไว้ก็ได้”
ฟิลิเซียและไคเลอร์นิ่งไป ทั้งคู่ไม่กล้าตอบอะไรเพราะไม่อยากให้ความหวังอะไรโซลิเนมาก โลกเสมือนจริงนี้เป็นแค่การทดสอบของเดอะคอลเลคชัน ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าจะเกิดหรือไม่เกิดอะไรขึ้น
โซลิเนภาวนาให้เรื่องเลวร้ายแบบนั้นไม่เกิดขึ้น ถึงจะพยายามย้ำเตือนกับตัวเองว่าลีอาเป็นแค่โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้น แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกของเธอเป็นของจริง
ลีอาคือเพื่อนของเธอ… ถึงแม้เมื่อโลกเสมือนจริงนี้จบลง โซลิเนก็อาจจะไม่ได้เจอกับลีอาอีก แต่เธอก็ไม่สามารถรับได้กับชะตากรรมที่ลีอาจะต้องมาตายซ้ำอีกครั้งในโลกนี้
แล้ววันนั้นก็มาถึง ไซเลนเซอร์ตั้งแต่ชั้นปีที่เจ็ดถูกส่งไปที่ดาวแห่งหนึ่งซึ่งกำลังกวาดล้างพวกมิวแตนท์
สองสามวันแรกทุกอย่างเป็นไปด้วยดี กลุ่มทั้งหมดถูกกระจายตัวไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ของดาว ที่โชคดีหน่อยก็จะได้ดูแลพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับศูนย์ควบคุมที่มีอยู่ราวสิบแห่งทั่วดาว ในกลุ่มที่โชคไม่ดีก็อาจจะต้องพักแรมในป่า ภูเขาหรือแม้แต่ในทะเลทราย
ถึงจะเรียกว่าเป็นงานกวาดล้าง แต่มันก็เรียบง่ายกว่านั้นมาก พื้นที่การกลายพันธุ์ยังมีผลกระทบน้อย มันเกือบจะเป็นการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว อดีตคนงานเหล่านี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังจะเผชิญกับอะไร พวกเขาถูกต้อนมารวมกันจากนั้นการสังหารหมู่ก็เริ่มขึ้น
หน้าที่ในการสังหารส่วนใหญ่เป็นของทหารชั้นผู้น้อย พวกไซเลนเซอร์ฝึกหัดมีหน้าที่แค่ควบคุมให้มันดำเนินไปอย่างราบรื่น มีบางครั้งที่คนงานที่กลายพันธุ์เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาและเกินมือทหารทั่วไป ตอนนั้นถึงจะจำเป็นต้องให้พวกเขาสู้
กลุ่มของโซลิเนประจำอยู่ในสถานีกลางป่าที่ค่อนข้างห่างไกลจากกลุ่มอื่น หน้าที่ของกลุ่มเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสังหารพวกกลายพันธุ์โดยตรง แต่เป็นการควบคุมแนวป้องกันไม่ให้พวกนั้นหนีไปได้
ช่วงแรกมันไม่ต่างจากที่ไคเลอร์ว่า ความน่าหนักใจของงานนี้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของศัตรูแต่เป็นการที่ต้องทนเห็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันถูกฆ่าทิ้งอย่างไร้ความผิด มันทำให้โซลิเนจิตตกอย่างหนัก หลายครั้งที่เธอเกือบจะถอดใจ
“ถ้าคนพวกนี้คืออาชญกรก็ว่าไปอย่าง แต่พวกนี้ก็แค่คนงานที่ถูกหลอกมา พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องลงเอยแบบนี้”
“อย่างน้อยนี่มันก็ไม่ใช่เรื่องจริง” ไคเลอร์กระซิบปลอบ คำพูดนี้ทำให้โซลิเนนึกขึ้นได้ สำหรับเธอเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องจำลองที่เกิดขึ้นในอดีต เธอไม่ได้มีส่วนในการฆ่ามนุษย์คนใด แต่ไซเลนเซอร์ทุกคนต่างก็เคยผ่านงานแบบนี้กันมาแล้วทั้งนั้น รวมทั้งไคเลอร์และฟิลิเซียด้วย
“พวกเรารู้ว่าตนเองเคยมือเปื้อนเลือดมาทั้งนั้น” ฟิลิเซียทิ้งท้าย
กลางดึกของคืนที่สี่เรื่องก็เกิดขึ้น ทหารส่งเสียงร้องโวยวายจากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นลั่นป่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกพวกโซลิเนจึงไม่ได้ตกใจเสียขวัญ ต่างจนต่างลุกออกจากที่พักพร้อมกับอาวุธเต็มอัตราศึก
อาจจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่สิ่งมีชีวิตน่าสยดสยองที่ปรากฏตัวทำให้โซลิเน ไคเลอร์ และฟิลิเซียหวนนึกถึงพวกชาลู มันเป็นมนุษย์ประหลาดที่มีบางส่วนของร่างเหมือนกับสัตว์เลื้อยคลาน ขนาดของมันใหญ่โตยิ่งกว่าชาลูยักษ์เล็กน้อย และตรงบริเวณกลางอกของมันมีผลึกคริสตัลก้อนยักษ์ฝังอยู่
ในสมัยนั้น ผู้คนยังไม่รู้จักกับตัวจริงของโซลคริสตัลชนิดพิเศษที่อยู่กลางอกของมิวแตนท์ที่อาละวาดอยู่ในตอนนี้ มันคือฮาร์ทออฟวาลาร์น โซลคริสตัลที่เปรียบได้ดังหัวใจของดาววาลาร์นเซเวน ดาวที่พวกเขากำลังทำสงครามอยู่
ไม่แปลกเลยที่พวกโซลิเนจะไม่สามารถรับมือได้ มิวแตนท์ตัวนี้มีพลังของดาวทั้งดวงอัดแน่นอยู่ เพียงเวลาแค่หนึ่งนาทีครึ่งทหารทั้งหมดภายใต้บังคับบัญชาของกลุ่มเธอก็ถูกจัดการจนหมด
รวดเร็วจนมองเกือบไม่ทัน พละกำลังที่สามารถทุบเกาะสักเกาะสองเกาะให้หายไปได้ในการโจมตีครั้งเดียว สิ่งนี้อย่าว่าแต่ไซเลนเซอร์ฝึกหัดเลย ต่อให้เป็นไซเลนเซอร์ที่มีประสบการณ์สูงก็ใช่ว่าจะรับมือได้ง่าย ๆ
สัญญาณขอความช่วยเหลือถูกส่งไปตั้งแต่ก่อนหน้านั้น แต่มันไม่มีประโยชน์นัก สภาพแวดล้อมพิเศษของดาวที่เต็มไปด้วยโซลคริสตัลทำให้ระบบการสื่อสารมีปัญหา ฐานเดียวที่พวกเขาสามารถติดต่อได้คือฐานทางตะวันออกที่อยู่ไม่ไกลออกไปเท่านั้น