Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 195: ความลับของมีลา
“หาาา” ปลายสายร้องเสียงหลง
“มันเกิดเรื่องขึ้นระหว่างที่แกไม่อยู่ พวกเราเลยต้องเดินทางไปรวมตัวกับกลุ่มของโซลิเน”
“น่าจะบอกกันก่อน นี่พอออกมาฉันก็เลยทำตามแผนไปแล้ว”
“งั้นเหรอ แล้วสำเร็จด้วยดีไหม”
“มีเรื่องผิดคาดนิดหน่อย หลังจากออกมาไอ้โปรแกรมบ้านั่นก็ดันพูดว่าโปรเจคเดอะคอลเลคชันอันตรายจนเกินไป แล้วอยู่ ๆ มันก็นับถอยหลังแล้วระเบิดตัวเองเฉยเลย”
“ว่าไงนะ เดอะคอลเคลชันระเบิดตัวเอง” เขาทวนประโยคเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ยินผิดไป
“ใช่ หลังจากให้พวกเราออกมาแล้ว ก็ระเบิดตู้ม… ก็อยากจะตรวจสอบให้แน่ใจหรอกว่าไม่เหลืออะไรแต่ชาลูก็ดันมาพอดี”
“บ้าจริง”
“บ้ามาก แต่อย่างน้อยฉันก็ได้มันมาแล้วล่ะ พลังพิเศษ”
ปลายสายเล่าให้ฟังอย่างกระตือรือร้น เกี่ยวกับพลังพิเศษที่ได้มาโดยแลกกับการต้องกลับไปใช้ชีวิตเป็นเด็กอีกครั้งถึงสิบปี เธอเล่าเรื่องจุดแข็งจุดอ่อนของพลังอย่างละเอียด
“งั้นเหรอ มีไม่ผ่านหนึ่งคนที่ออกไปก่อน ส่วนแกและเจ้าหัวหน้าบอร์ดีการ์ดนั่นก็ได้พลังกลับมาสินะ”
“อาาา… เจ้าหัวหน้าบอร์ดีการ์ดอะไรนั่นไม่ต้องไปนับแล้วล่ะ”
“หมายความว่ายังไง”
“มันเกะกะก็เลยฆ่าไปแล้วน่ะ”
ผู้ที่อยู่ปลายสายเหลียวมองรอบตัวเอง ไม่ห่างออกไปมีร่างไร้วิญญาณของชายหญิงหลายคน เกือบทั้งหมดคือผู้คุ้มกันที่โซลิเนทิ้งเอาไว้ ยกเว้นเพียงชายหน้าโหดที่นอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของเธอ เขาคือคนที่ทุกคนในกลุ่มโซลิเนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีในชื่อซามูเอล แกสดอน
โดโรธี สเตวอร์ดคือชื่อปลอมของหญิงสาวผู้นั้น ชื่อจริงของเธอคือ เดนนิส ชิลด์น้องสาวแท้ ๆ ของเอ็นดริค เช่นเดียวกับพี่ชาย เธอเติบโตมาในตระกูลของมาเฟียเก่าแก่และถูกสอนให้ใช้อำนาจเหนือผู้อื่นตั้งแต่เพิ่งจำความได้
พรสวรรค์ของโดโรธีแม้จะไม่ถึงระดับทำให้ถูกคัดไปฝึกฝนเป็นไซเลนเซอร์ แต่มันก็ทำให้เธอถูกเลือกไปฝึกเป็นทหารพลังจิต น่าเสียดายที่เธอไม่ได้มีอนาคตรุ่งโรจน์ หลังจากเรียนจบมาได้ไม่นานนัก เดนนิส ชิลด์ก็เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน… นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเข้าใจ
ความจริงก็คือเธอกลายเป็นโดโรธี สเตวอร์ด เอ็นดริคใช้เส้นสาย เปลี่ยนชื่อ สร้างประวัติปลอม รวมถึงทำศัลยกรรมให้เธอชนิดที่ไม่เหลือเค้าเดิม
ตัวตนใหม่ของเธอ มันทำให้โดโรธีเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระ เธอคอยช่วยเหลือตระกูลต่อไปอย่างลับ ๆ ในขณะเดียวกันก็สร้างชื่อให้กับตนเองในฐานะทหารรับจ้าง
จนวันหนึ่งเธอก็ได้รับการว่าจ้างจากเมอร์ดิอัสอินดัสเทรียล โดโรธีรับข้อเสนอนั้นทันที
ตอนนั้นโดโรธีก็ไม่ได้คิดไปถึงขั้นว่ามันจะทำให้เธอมาจนถึงจุดนี้ เธอคิดเพียงแค่ว่าเส้นสายที่ได้จากบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับดวงดาวจะทำให้ง่ายต่อการผลักดันตระกูลให้ยิ่งใหญ่ขึ้น เธอไม่คาดฝันว่ามันจะทำให้เธอมาถึงจุดที่ได้พลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมมาครอบครอง พลังที่ทำให้เธอเข้าใกล้กับไซเลนเซอร์
“ฉันจัดการกับซามูเอลไป แล้วก็โชคดีที่ได้พลังของมันมาด้วย ดีไม่ดีไซเลนเซอร์ที่ไม่ใช่สายต่อสู้คงไม่ใช่คู่มือฉันแล้ว”
“แกอย่าประมาทจะดีกว่า”
“พี่เองก็เหมือนกัน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะ อย่าคิดว่าอะไรต่อมิอะไรมันจะง่ายเหมือนเดิม”
”ไม่ต้องให้คนที่เสพย์ติดการฆ่าคนแบบแกมาสอนหรอก”
“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันชอบฆ่าคน พี่จะมาได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เธอหัวเราะเสียงสูง
“แล้วนี่แกจะกลับมาเลยไหม”
“ฉันอยากแน่ใจว่าเก่งพอจะฆ่าไซเลนเซอร์ที่เหลือได้ เลยคิดว่าจะลองล่าชาลูแถวนี้ดูก่อน”
“ยังไงก็อย่าให้ความแตกล่ะว่าแกฆ่าคนด้วย”
“ไม่ต้องห่วง แต่ถึงจะความแตก ก็ไม่ให้รู้หรอกน่าว่าเราเกี่ยวข้องกัน”
“ได้แบบนั้นก็ดี” เอ็นดริคพูดก่อนตัดสายไป
…เอาเถอะ ถึงจะเป็นน้องโรคจิต แต่ก็ช่วยทำประโยชน์ให้พี่ชายคนนี้หน่อย…
เขาไม่รู้ว่าอีกด้านก็คิดไม่ต่างกัน
…ถึงจะเป็นพี่ชายโง่ ๆ แต่อย่างน้อยก็ช่วยทำประโยชน์ให้น้องสาวคนนี้หน่อยเถอะนะ…
ตั้งแต่วันที่ไคเลอร์มาถึงเทลิก เขาและแอมเบอร์ก็ได้รับมอบหมายงานหลายอย่างจากโซลิเน แต่มีอยู่งานหนึ่งที่โซลิเนกำชับกับไคเลอร์ว่าเธอไม่ต้องการให้ใครรู้
มันคือการจับตาดูมีลาชาวพื้นเมืองผู้เต็มไปด้วยความลึกลับ
มีลาและผู้ติดตามของเธอทำตัวมีลับลมคมตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ที่นี่ เธอตระเวนไปทั่วเทลิกเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง บางครั้งเธอก็จะเคาะกำแพง บางครั้งก็หยุดพูดคุยซุบซิบกันและจะหยุดทันทีที่มีใครเข้าไปใกล้ เป็นความพยายามปกปิดบางอย่างที่ไม่มีความแนบเนียนแม้สักนิด
เธอไม่ได้พูดความจริง โซลิเนแน่ใจเรื่องนั้น แต่ขณะเดียวโซลิเนก็แน่ใจเช่นกันว่ามีลาไม่ได้มีเจตนาร้าย นอกเหนือจากพฤติกรรมประหลาดแล้ว เธอก็ให้ความร่วมมืออย่างดี
มีครั้งหนึ่งที่เธอช่วยชีวิตสมาชิกกลุ่มเอาไว้ด้วยซ้ำ โซลิเนจำได้ดีเพราะเธออยู่ในเหตุการณ์ด้วย สมาชิกคนหนึ่งไม่ฟังคำเตือนเรื่องที่ทะเลใต้ดินอันตราย เขาเดินลึกเข้าไปเกินจุดที่สำรวจแล้วว่าปลอดภัยและเกือบจะถูกฉลามไร้ตาโจมตี
มีลารู้ตัวก่อนใคร เธอร้องเตือนไม่พอยังวิ่งลุยน้ำลงไปช่วย ร้อนถึงผู้คุ้มกันของเธอที่สติแตกไปตาม ๆ กัน โชคดีที่เรื่องคราวนั้นจบลงด้วยดี เสียงแปดหลอดของห้าสาวทำให้เจ้าฉลามไร้ตาตกใจและเตลิดไป
โซลิเนอยากเชื่อใจเธอ นั่นคือสาเหตุที่ต้องให้ไคเลอร์คอยสอดส่องและก็หวังว่าสิ่งที่พบจะไม่ทำให้มีลากลายเป็นศัตรูไป
ไคเลอร์เจอเงื่อนงำเร็วกว่าที่คิด เพียงวันแรกที่เขาจับตาดูมีลาและลูกน้อง เขาก็เห็นพวกเธอสำรวจกำแพงหลายที่ และที่ชั้นล่างสุดในตำแหน่งที่เหมือนไม่มีอะไร ในที่สุดมีลาก็พบบางอย่าง มันคือกลไกที่ซ่อนอยู่ที่ผนัง มีลาทดลองกดดู จากนั้นกำแพงด้านหน้าของพวกเธอค่อย ๆ เคลื่อนเปิดออก
“อยู่ตรงนี้นี่เอง” อเดลาหลุดปากออกมาเบา ๆ
…ทางลับ…
ห้าสาวเข้าไปในทางลับที่ว่าอย่างระแวดระวัง แต่ก็ยังไม่ระวังพอจะรู้ตัวว่าการเคลื่อนไหวทั้งหมดอยู่ในสายตาของไคเลอร์ ไคเลอร์รอให้ทั้งห้าผ่านไปได้สักระยะเขาจึงออกมาตรวจสอบกลไกนั้นบ้าง
ทางเดินนั้นมืดและสว่างสลับเป็นช่วง ๆ จากลูมิฟิตาที่ขึ้นมาอย่างประปราย ไคเลอร์ได้ยินเสียงน้ำชัดเจนมากขึ้น เขาเดาว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ปลายทางมันต้องมีบางส่วนที่เชื่อมต่อกับทะเลใต้ดินแน่นอน
…พวกนี้ไม่รู้ทางเข้าก็จริง แต่พวกเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามีทางลับซ่อนอยู่ ไคเลอร์วิเคราะห์ไปด้วยในระหว่างที่ตามไปห่าง ๆ
“จากตรงนี้ไปต่อไม่ได้แล้วค่ะ”
“มีรอยเท้าของคนอยู่อีกด้านของกำแพงเวทด้วย พวกนั้นต้องอยู่หลังกำแพงนี่แหละ”
“ลองตะโกนเรียกดูไหมคะ อาจจะมีใครอยู่แถวนี้ก็ได้”
“มันจะไม่ดังออกไปจนถึงด้านนอกใช่ไหม”
พวกเธอพูดคุยปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตกลงใจว่าอยากเสี่ยงดวง มีลาป้องปากและส่งเสียงกู่ร้องแต่มันไร้ประโยชน์ ใครก็ตามที่ทั้งห้าอยากพบไม่ได้ยินเสียงของพวกเธอ
ไคเลอร์รอดูอยู่นาน เขาเกือบจะตัดใจและออกไปแสดงตนกับพวกมีลา แต่ก่อนที่เขาจะเคลื่อนไหว ไคเลอร์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาพอดี
เสียงฝีเท้าหยุดลง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเสียงวิ่ง เจ้าของฝีเท้าคงตกใจและคิดว่าตนตาฝาดไป
“องค์หญิง ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เสียงที่ไม่เคยได้ยินดังขึ้น มันคือเสียงของบุคคลปริศนาที่อยู่ด้านหลังของกำแพงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
“ท่านรู้จักเราใช่ไหม”
“แน่นอน โอ้ย” หญิงปริศนาร้องลั่น เธอเผลอยื่นมือออกมาและก็ต้องรีบชักกลับทันทีเมื่อสัมผัสกับกำแพง ดูจากเสียงและสีหน้าของเธอก็บอกได้ว่ามันทำให้เธอเจ็บปวด
“ระวังหน่อยค่ะ อย่าไปโดนมัน” ลูกน้องมีลาเตือนสติ
“ท่านจะมาช่วยพวกเราใช่ไหมคะ” หญิงสาวคนนั้นบ่อน้ำตาแตกไปแล้วเรียบร้อย หลังจากนั้นเธอก็เริ่มพูดจาอู้อี้จับใจความยาก
“แน่นอน ข้าจะช่วยพวกเจ้าทุกคน”
…ทุกคน ยังมีคนอื่นอีกสินะ…
หญิงลึกลับพูดจบก็รีบขอตัวกลับไป จากนั้นก็เร็วทันใจคิด กลุ่มชายหญิงหลายคนก็ปรากฏตัวขึ้นแทน พวกเขาต่างก็คุกเข่าให้กับมีลาพร้อมกับพร่ำคำขอบคุณ ที่สำคัญไคเลอร์แน่ใจว่าคนกลุ่มนี้เรียกมีลาว่าเจ้าหญิง
…เจ้าหญิงเนี่ยนะ เธอปิดบังอะไรกันแน่…
“โชคดีที่ด้านนี้ก็มีทะเลใต้ดินเช่นกัน พวกเราจึงยังไม่อดตาย แต่หลายคนก็เริ่มป่วยแล้ว”
“ข้าเข้าใจ อดทนอีกนิด เราจะหาวิธีทำลายกำแพงเวทนี้ให้ได้”
“ก่อนจะช่วยใคร เธอคงจะต้องเอาตัวให้รอดก่อนนะ” เสียงที่มาจากด้านหลังทำให้พวกมีลาสะดุ้งสุดตัว
ไคเลอร์ตัดสินใจเผยตัวให้ทั้งมีลาและคนที่หลังกำแพงเวทเห็น
“ท่านไคเลอร์ ครอว์เลย์”
มีลาและลูกน้องทั้งสี่ถูกจับกุมตัวโดยไคเลอร์ พวกเธอไม่มีท่าทีขัดขืนใด ๆ อาจจะเป็นเพราะเธอได้เห็นมาแล้วว่าโซลิเนกับฟิลิเซียทำอะไรได้บ้าง จึงรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ควรต่อต้านไซเลนเซอร์
โซลิเนไม่ต้องการให้เรื่องนี้ใหญ่โตเอิกเกริกจนกว่าเธอจะรู้ที่มาที่ไปของมัน การสอบสอนมีลาจึงถูกปิดเป็นความลับ มีแค่เธอ ลูเธอร์ ฟิลิเซีย และไคเลอร์เท่านั้นที่เป็นผู้สอบสวน
“มีอะไรที่ฉันควรต้องรู้ไหมคะ” โซลิเนเปิดฉากก่อน เธอได้ยินเรื่องคร่าว ๆ มาจากไคเลอร์แล้ว
“ก่อนอื่นข้าก็ถามคำถามหนึ่งก่อนได้ไหมคะ”
“พวกเราไม่มีหน้าที่ตอ…” ฟิลิเซียยังพูดไม่ทันจบ โซลิเนก็ยกมือขึ้น
“อยากจะถามอะไรคะ”
“ข้าอยากรู้ว่าข้าไว้ใจพวกท่านได้หรือไม่”
“ตราบใดที่สิ่งที่เธอทำและกำลังจะทำไม่ได้มีเจตนาร้ายนะคะ”
มีลายิ้มออกมาบาง ๆ เหล่าผู้คุ้มกันต่างลอบมองตากันอย่างมีความหมาย พวกเธอไม่อยากให้นายหญิงของตนแพร่งพรายความลับออกไป แต่มีลาไม่สนใจ เป็นเวลาสั้น ๆ ที่เธอได้รู้จักโซลิเนแต่สัญชาตญาณก็บอกเธอว่าผู้หญิงตรงหน้าสามารถเชื่อใจได้
“มีลา เดียโมเรียสคือชื่อของเราค่ะ” มีลาแนะนำตัวด้วยชื่อเต็มเป็นครั้งแรก
ลูกน้องของมีลาถอนหายใจกับการตัดสินใจของเจ้านาย แต่แล้วเธอก็พูดเสริมให้ “ท่านผู้นี้คือเจ้าหญิงโอรินอสของเรา”
“ท่านคงสงสัยว่าคนพวกนั้นคือใคร พวกเขาคือชาวโอรินอสถูกคุมขังไว้ที่นี่ค่ะ”
“เรื่องนั้นเรารู้อยู่แล้ว ถ้าเป็นคนเกาะนี้ ไม่ว่าใครก็เป็นชาวโอรินอสไม่ใช่เหรอ” ฟิลิเซียถามด้วยน้ำเสียงเย็นไร้ความเป็นมิตร
“พวกเราอยากรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร ทำไมถึงถูกขังอยู่ที่นี่ แล้วพวกเขาเกี่ยวอะไรกับเธอ”
“เดิมทีโอรินอสของเรา แบ่งแยกมนุษย์ออกเป็นสองกลุ่มค่ะ ชนชั้นสูงที่สืบทอดสายเลือดทางเวทมนตร์ และชนชั้นล่างที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ ในฐานะเจ้าหญิงพูดไปแล้วก็น่าละอายแต่มันเป็นประวัติศาสตร์ดำมืดของประเทศเราค่ะ”