Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 20: ซอมบีดัดแปลงเออร์เฟซ
“ฉันอยากจะลองขึ้นเหนือดู มีกองทัพถูกวางไว้ทางตอนเหนือเยอะผิดปกติ ถ้าเมืองใต้ดินไม่ได้อยู่แถวนั้น ก็น่าจะเพราะมันต้องเฝ้าอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก”
“บางทีอาจจะเป็นอัลกราดก็ได้นะ”
“อัลกราดงั้นหรือ”
“ข้าก็ไม่แน่ใจนัก เคยได้ยินมาว่าเอเทเซียเคยมีนครศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนา แต่ปัจจุบันมันอยู่ในเขตของเรวาเรนท์”
“ไม่รู้ว่ามีอะไรที่นั่น แต่ลองแวะดูสักหน่อยก็ไม่น่าเสียหาย”
ตกลงกันได้แบบนั้นทั้งสองก็เบนเข็มขึ้นสู่ทิศเหนือที่เจเนวีฟเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของอัลกราด
พื้นที่ส่วนใหญ่ของเรวาเรนท์ถ้าไม่ใช่พื้นที่รกร้างเต็มไปด้วยต้นไม้แห้งตาย ก็จะเป็นพื้นที่บึงขนาดใหญ่ โซนาตาและเจเนวีฟพบว่าพวกเขาหาสัตว์ป่าและเดวัลมาใช้เป็นเสบียงได้ลำบากกว่าฝั่งตะวันตก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสัตว์ของที่นี่เองได้กลายเป็นอันเดดไปแล้วเช่นกัน
เจเนวีฟที่ออกไปตักน้ำเกือบถูกซอมบีหมาป่าโจมตี เธอประสานสายตากับมันอยู่ครู่ใหญ่เพราะกลัวจนไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ก่อนที่ตัวใดตัวหนึ่งจะพุ่งเข้ามาขย้ำคอหอย โซนาตาก็โผล่ออกมาเตะหนึ่งในนั้นจนหัวหลุดกระเด็นและไล่ที่เหลือไปได้จนหมด
เขามองเจเนวีฟที่ตัวสั่นงันงก และเข้าไปปลอบโยน เธอเล่นกอดเขาเสียแน่น ทางเขาคิดอยู่ว่าตัวเองพาเธอติดตัวมาด้วยเพราะต้องการแก้เหงาที่ต้องเดินทางคนเดียว หรือแท้ที่จริงเขากำลังสนุกสนานกับสถานการณ์แบบนี้ที่ได้เล่นเป็นพระเอก
แต่จริงๆ คงไม่ใช่ทั้งคู่ เขาแค่ปฏิเสธไปไม่ได้ และอยากให้เธอเห็นโลกมากขึ้นว่าเธอที่ไม่มีความสามารถต่อสู้ใด ๆ เลยควรจะอยู่ห่างเขาเสียบ้าง แต่เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง โซนาตาก็ช่วยเธอไว้ได้ทันทุกครั้ง มันกลับกลายเป็นว่าเธอกับเขายิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นอีก
จนถึงวันนี้ของการเดินทาง เจเนวีฟดูเหมือนจะได้เรียนรู้แจ่มชัดในเรื่องตรงกันข้ามกับที่เขาคิดไว้ นั่นคือเธอไม่ควรออกห่างจากโซนาตามากจนเกินไป
ยิ่งใกล้กับอัลกราดก็ยิ่งอันตราย ใกล้หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง โซนาตาและเจเนวีฟเห็นชายหญิงและเด็กชายกำลังทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ พวกเขาเดาได้ทันทีว่าพวกนี้กำลังแอบหนีออกจากหมู่บ้าน แต่อย่างที่ทุกคนทราบดีเรวาเรนท์ไม่ได้มีเพียงพวกผีดิบ การหนีในตอนเช้าจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
ทั้งสามถูกพวกอิมป์ไล่ล่า ถึงจะเป็นเดวัลขนาดเล็กสูงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของมนุษย์แต่อิมป์ที่มีปีก หาง และรูปร่างเหมือนเด็กหน้าตาอัปลักษณ์จะอันตรายขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อรวมกลุ่มกันหลายตัว หากปล่อยไว้ทั้งสามชีวิตคงตกเป็นอาหารของอิมป์พวกนี้
“ช่วยพวกเขากันเถอะ” เจเนวีฟชักมีดออกมาเตรียมพร้อม มันเป็นมีดที่ด็อกมามอบให้เพื่อป้องกันตัวแต่เธอไม่เคยมีโอกาสได้ใช้มันเลยสักครั้ง น่าแปลกใจที่เธอเกิดมั่นใจในตัวเองขึ้นมา บางทีอาจเป็นเพราะเธอประเมินพวกอิมป์ที่ดูภายนอกคล้ายเด็กไว้ต่ำ
ตอนเธอพุ่งตัวไปนั้น โซนาตาห้ามปรามไว้ไม่ทัน แต่พอเห็นว่าเจเนวีฟสังหารตัวแรกลงได้ เขาก็คิดว่าในที่สุดเธอก็ปกป้องทั้งตัวเองและคนอื่นสำเร็จเป็นครั้งแรก เลยปล่อยให้เธอจัดการพวกอิมป์ต่อ
พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คาดเอาไว้ โซนาตาสามารถสังหารแต่ละตัวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยการต่อสู้โดยใช้แค่เศษหินแถวนั้นต่างอาวุธ ไม่กี่อึดใจต่อมาอิมป์ทั้งฝูงที่มีราวสามสิบตัวก็ถูกสังหารหมู่จนหมด
“ท่าไม่ดีแล้ว” โซนาตาแหงนมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง กลิ่นสาบกลิ่นเลือดของเจ้าพวกปีศาจตัวเล็กจะดึงดูดอันเดดมาที่นี่และคงไม่ใช่เรื่องดีแน่
“ขอบคุณพวกท่านมาก ครอบครัวเราจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย”
“แล้วจะไปกันต่อยังไง” เจเนวีฟรั้งพวกเขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าแต่ละคนขอบคุณเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางต่อ
“อย่าไปยุ่งกับเขาเลย” โซนาตาดึงตัวเจเนวีฟเอาไว้ “ชีวิตของตัวเองก็ต้องดูแลกันเอง ที่พวกเราเสี่ยงโผล่มาช่วยก็มากพอแล้ว”
ฝนที่กระหน่ำตกลงมาไม่ได้ทำให้กลิ่นคาวเลือดถูกชะล้างออกไป ตรงกันข้ามมันกลับกระจายออกไปทั่ว โซนาตาตกลงกับครอบครัวนั้น พ่อ แม่และลูกสามคนว่าเขาจะแค่พาทั้งคู่ออกไปให้พ้นจากบริเวณนี้หลังจากเจเนวีฟรบเร้าว่าเมื่อลงมือช่วยแล้วก็ต้องช่วยต่อไปอย่างถึงที่สุดถ้าเป็นไปได้
เมื่อดวงอาทิตย์ถูกบดบัง เหล่าอันเดดเริ่มมีการเคลื่อนไหว บางส่วนผุดขึ้นจากผืนดินที่พวกมันใช้ซ่อนตัว ในขณะที่บางส่วนปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไปราวกับว่ามันโผล่ขึ้นมาท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ
“เออร์เฟซ” คนแม่กรีดร้อง เธอชี้ไปที่ซอมบีตัวใหญ่ที่มองเห็นอยู่ลิบ ๆ ทั้งสามกลัวจนวิ่งหนีไปอีกทาง เจเนวีฟตะโกนห้ามพวกเขาไว้แต่ไม่ได้ผล
“เจ้านั่นไม่ใช่ซอมบีทั่วไป” โซนาตาไม่ได้หมายถึงแค่ขนาดที่ใหญ่กว่าคนทั่วไปสองสามเท่า เขาสัมผัสได้ว่าเจ้านี่มีพลังพิเศษบางอย่างด้วย
ปืนพลังปฏิสสารถูกยิงออกไป พลังงานมหาศาลพุ่งผ่านร่างของเจ้าซอมบีพิเศษอย่างแม่นยำ ร่างครึ่งบนของมันแหลกสลายจนแทบไม่เห็นแม้แต่เศษซากที่คงเหลืออยู่ แต่ครึ่งร่างของมันยังคงเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง
โซนาตาเตรียมเล็งยิงครึ่งร่างที่เหลือ แต่แล้วเขาก็เพิ่งเห็นชัดว่าด้านหลังของซอมบีตัวนี้มีฝูงซอมบีอีกมากมายปรากฏขึ้น ด้วยจำนวนขนาดนี้เขาควรจะรู้สึกตัวตั้งแต่แรก นี่ทำให้เขามั่นใจว่ามันเพิ่งโผล่ออกมาด้วยวิธีการที่ไม่ปกติ
“หนีกันเถอะค่ะ” เจเนวีฟคว้าแขนโซนาตาเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับแสยะยิ้มด้วยความนึกสนุก เขากำลังมองภาพของซอมบีชนิดพิเศษที่กำลังผสานร่างเข้ากับซอมบีตัวอื่น ๆ
“เจ้านี่กำลังกลืนกินซอมบีตัวอื่น” เขามองเออร์เฟซที่ไม่เพียงแค่กลับมามีร่างสมบูรณ์เหมือนเดิมแต่มันกำลังตัวใหญ่ขึ้น ๆ ด้วยความเร็วที่น่าขนลุก
จากความสูงแค่สองสามเท่าของมนุษย์ธรรมดา บัดนี้มันใหญ่โตจนสูงใหญ่ยิ่งกว่าแมนโทเดียวาสแล้ว แต่มันไม่ได้หยุดแค่นั้น ร่างของมันยังคงดูดกลืนซอมบีตัวอื่น ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ ราวกับความกระหายที่ไร้จุดสิ้นสุด
ซูมมม
ปืนถูกยิงออกไปอีกหลายครั้ง ร่างของมันแตกกระจาย ทั้งแขนและขาหลุดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนที่จะกลับมารวมกันใหม่ในพริบตา โซนาตาไม่ได้ตระหนกใด ๆ เพราะชิ้นส่วนที่ฟื้นสภาพขึ้นได้มาจากเลือดเนื้อของซากศพที่ถูกดึงมาชดเชย ส่วนที่ถูกปืนยิงจนระเหิดไปไม่ได้กลับมาด้วย แสดงว่าการฟื้นตัวของมันไม่ใช่ไม่มีข้อจำกัด
เจเนวีฟยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เธอควรจะวิ่งหนีไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะโซนาตายังไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขาระดมยิงอย่างต่อเนื่องโดยเน้นไปที่การสกัดกั้นการเคลื่อนไหว แม้ว่าปืนจะร้องเตือนพร้อมส่งแสงสีแดงออกมา เขาก็ไม่ยอมหยุด
เออร์เฟซพุ่งเข้ามาแต่ก็ถูกดันกลับไปทันที ร่างของมันเอง เดี๋ยวเล็กลงและใหญ่ขึ้นจากผลของการถูกโจมตีสลับกับการดูดกลืนฝูงซอมบีเข้าไป โซนาตานับจำนวนซอมบีที่ถูกกลืนเข้าไปได้สองพันตัวพอดีแต่ก็ไม่ทีท่าว่าจำนวนพวกมันจะลดลง เขากะคร่าว ๆ ด้วยสายตาว่าด้านหลังเจ้าซอมบีพิเศษน่าจะมีพวกอันเดดตามมาอีกเกินกว่าหมื่นตน
เจเนวีฟเองก็สู้ขาดใจเท่าที่เธอสามารถทำได้ เธอจัดการกับอันเดดสองสามตัวที่หลุดเข้ามาใกล้ มีดที่ด็อกมาสร้างให้มองผิวเผินเหมือนกับมีดธรรมดา แต่ก็เช่นเดียวกับดาบฟราคาเรียนเทียมที่เขาสร้างให้ดีวาน มันมีลูกเล่นซ่อนอยู่ นอกจากใบมีดที่คมกริบมันยังสามารถสร้างแสงยูวีสำหรับจัดการกับพวกอันเดดโดยเฉพาะ
“จะโอเวอร์ฮีตแล้วแฮะ” โซนาตาไม่แปลกใจที่ปืนร้องเตือนไม่หยุด พลังงานมหาศาลขนาดนี้เดิมทีก็ไม่เหมาะกับการนำมาใช้กับปืนพกกระบอกแค่นี้ ยิ่งพอมากระหน่ำใช้อย่างต่อเนื่องมันก็ยิ่งเกินขีดจำกัด
“แกสินะ พวกที่มาพร้อมกับยานยักษ์บนฟ้า” เสียงทุ้มต่ำดังก้อง มันมาจากร่างยักษ์ที่กำลังพยายามพุ่งตรงเข้ามา
“เจ้านี่พูดได้ด้วยแฮะ” โซนาตายิ้มกริ่ม สนใจเจ้าตัวประหลาด นิ้วยังคงรัวอยู่ที่ไกปืน
“ซอมบีไม่น่าจะมีสติปัญญานี่” เจเนวีฟหน้าซีด เธอไม่เคยเห็นอะไรน่ากลัวแบบนี้มาก่อน
“ข้าคือเออร์เฟซ ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของท่านดาร์คเจสเตอร์ อย่าเอาข้าไปเทียบกับซอมบีทั่วไป” เจ้าร่างยักษ์ประกาศก้อง
“ก็ไม่ได้ต่างจากทั่วไปนักหรอก” โซนาตาว่าเสร็จก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อนอก เขาคว้าระเบิดรูปร่างกลมและแบนออกมาปลดสลักจากนั้นก็ร่อนออกไป
ระเบิดนิวโตรเนียมพิสัยใกล้ทั้งสามลูกกวาดเอาพื้นและซอมบีจำนวนมากหายไป แต่มันไม่ได้จบลงแค่นั้น ระเบิดที่ทำงานไปแล้วยังคงลอยตัวอยู่และระเบิดอีกครั้ง มันทำให้ฝูงซอมบีที่วิ่งกรูเข้ามาโดนระเบิดซ้ำ เออร์เฟซเป็นตนเดียวที่รู้ว่าควรจะหยุดวิ่งฝ่าเข้าไปแต่เขาไม่สามารถหยุดตัวอื่นได้
ทั้งที่มีจำนวนมากมายนับหมื่นแต่พวกมันกลับถูกระเบิดที่ระเบิดซ้ำ ๆ ทำลายจนร่อยหรอ โซนาตาสลับมาใช้ปืนในโหมดพลังงานต่ำและเลือกยิงเก็บตัวที่หลุดรอดออกมาทีละตัว ๆ ด้วยฝีมือการยิงที่แม่นยำ
เออร์เฟซเห็นแบบนั้นก็ตระหนักได้ว่ากระดานได้พลิกแล้ว อีกไม่นานกองหนุนจะหมดลง แล้วตอนนั้นโซนาตาน่าจะสามารถจัดการกับมันได้ไม่ยากเย็น