Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 21: เยี่ยงสุนัขข้างถนน
ห่างไกลออกไปจากการต่อสู้ ที่ลานกว้างใจกลางเมืองหลวงเอเทเซีย ด็อกมาตัดสินใจฉายภาพการต่อสู้ของโซนาตาและฝูงซอมบีให้ทุกคนดูผ่านโดรนล่องหนที่เขาให้โซนาตานำติดตัวไปด้วย ผู้คนมากมายที่เคยหมดหวังกับการต่อสู้กับเรวาเรนท์ต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องสนั่นเมื่อเห็นโซนาตารับมือกับซอมบีจำนวนมหาศาลและเออร์เฟซได้โดยลำพัง
“บ๊ะ! เจ้าบ้านี่แข็งแกร่งขนาดนี้เชียวรึ” ทาเลซหัวเราะอย่างสะใจ เขาเคยต่อสู้กับพวกอันเดดมาบ้างแล้วรู้เป็นอย่างดีว่าพวกมันอันตรายขนาดไหน แค่โดนซอมบีกัดเพียงครั้งเดียวก็อาจจะถึงฆาตแล้ว
บรรดาขุนนางต่างมองการต่อสู้นี้ด้วยสายตาริษยา หนึ่งในนั้นคือคิวริคแห่งตระกูลพาราคอส แม้เขาจะเคยก่อเรื่องไว้มากแต่ก็เป็นโชคที่บิดาของเขาย้ายข้างได้ทัน มันทำให้ตระกูลพาราคอสยังหลงเหลืออำนาจอยู่แม้จะไม่เท่าเดิมก็ตาม
“ไอ้เจ้าโซนาตา…” เขากำมือแน่นจนแทบห้อเลือด เจ็บใจที่ตนเองต้องอยู่ในสถานะที่ด้อยลงในขณะที่พวกไร้หัวนอนปลายเท้ากลับมีคนยกย่องราวกับวีรบุรุษ
ไม่ใช่เพียงตระกูลพาราคอสเท่านั้นที่พยายามกลับมามีอำนาจ ตระกูลใหญ่อีกหลายตระกูลเช่น อาร์เซลรอธ ฮอลลีน และโอฮานาก็เช่นเดียวกันพวกเขากลับลำไปเข้ากับเชอรีสในช่วงท้ายของสงคราม สมาชิกตระกูลเหล่านี้ต่างก็จับตาการเคลื่อนไหวของโซนาตาด้วยความไม่สบายใจ พวกเขาไม่ต้องการดึงเอเทเซียเข้าสู่สงครามอีกครั้งและไม่อยากเห็นคนไร้หัวนอนปลายเท้าสร้างผลงานมากไปกว่านี้
ภาพที่ฉายแสดงให้เห็นว่าเออร์เฟซพ่ายแพ้หมดรูป มันเป็นฝ่ายยอมถอยไปพร้อมกับซอมบีที่เหลือไม่กี่ตน นี่เป็นภาพที่ทำให้ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความหวังเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาต่างก็เชื่อว่าคงไม่มีใครรับมือกับเจ้าตัวประหลาดแบบนี้ได้
“เอาชนะได้แล้ว” อัลไคเซอร์เผยรอยยิ้มอย่างไม่ปิดบัง “ไม่เสียทีที่อยู่มาหลายร้อยปี ได้เห็นอะไรดี ๆ แบบนี้”
“อย่าเพิ่งดีใจไป ระดับขุนพลมันยิ่งกว่านี้” คิวริคแย้ง ถึงจะพูดไปเพียงเพราะความริษยา แต่คำพูดของเขาเองก็มีเหตุผลอยู่ เออร์เฟซเป็นแค่หนึ่งในผลงานวิปริตของเจ้าตัวตลกปีศาจดาร์คเจสเตอร์ กองทัพนี้ยังมีเจ้าตัวที่น่าสยดสยองอีกมาก
ทุกครั้งที่พวกโซนาตาปะทะกับพวกเรวาเรนท์ ด็อกมาจะเชื่อมต่อสัญญาณและเผยแพร่ภาพให้ทุกคนได้เป็นประจักษ์พยาน แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาตัดสินใจว่าควรเก็บเป็นความลับและปล่อยให้พวกโซนาตาจัดการเอง
โซนาตาได้เจอกับชายสองคนใกล้กับเมืองศักดิ์สิทธิ์ เขาเคยเห็นทั้งคู่มาก่อนแล้วแต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เจออีกครั้งที่นั่น รายแรกคืออดีตเจ้าชายตกยากไบรเดน เอเทเซีย และอีกรายก็คือยารอน เสนาธิการชราที่มีสภาพไม่ได้ดีไปกว่ากัน
“จริงสิ ได้ยินมาเหมือนกันว่า พวกแกสองคนมาขออยู่กับเรวาเรนท์”
“ก็เพราะพวกแกนั่นแหละ” ไบรเดนตะคอกใส่ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเขายังเป็นเจ้าชายผู้เพรียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่ง แต่ตอนนี้แค่ที่ซุกหัวนอนก็ยังไม่มี
“พวกเรามาอยู่เรวาเรนท์ก็เพื่อโอกาสแก้แค้นนี่แหละ”
“แล้วทำไมถึงโทรมแบบนั้นล่ะ” เจเนวีฟพูดเสียงเบาเพราะไม่ต้องการให้ทั้งสองได้ยินเธอนินทา
“คงเพราะพวกนั้นก็ไม่ได้เห็นค่านั่นแหละ เผลอ ๆ ที่โผล่มาเจอพวกเราก็อาจจะโดนสั่งมาว่าให้มาเก็บฉันให้ได้เพื่อเป็นการพิสูจน์คุณค่า” โซนาตาทำกลับกัน เขาพูดเสียงดังฉะฉาน มองดูสีหน้าของทั้งสองคนที่โผล่มา มันทำให้โซนาตาแน่ใจว่าที่เขาเดาถูกต้อง พวกนี้จนตรอกจนถึงที่สุดแล้ว
“ต่อให้ไม่มีคำสั่ง ข้าก็จะฆ่าแกให้ได้” ไบรเดนยังคงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “เพราะพวกแก เสด็จพ่อถึง…”
“ทรงสงบสติอารมณ์ด้วย” ยารอนเตือนแต่ก็ไม่ได้ผล
“อ้าว พ่อแกตายไปแล้วเหรอ” โซนาตาหัวเราะชอบใจ “ไม่เอาน่า ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้”
ไบรเดนพุ่งเข้ามาก่อน ดาบของเขาคือดาบเลื่องชื่อ ส่วนทักษะของเขาในฐานะนักรบก็ไม่เลวร้าย แต่ก็เทียบชั้นไม่ได้กับพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ โซนาตาแค่ใช้มือเปล่าก็สามารถปัดป้องไว้ได้ เพียงแค่การปะทะไม่นานนักไบรเดนก็ใจเย็นลง เขาบอกกับตัวเองว่านี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เอาชนะได้ด้วยความโกรธเกรี้ยว
ยารอนนั้นแตกต่างออกไป เขาไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว ชายชราเผยให้เห็นเขี้ยวสีขาวคู่โตพร้อมกับกรงเล็บสีแดงเข้ม กลิ่นความตายฉุนกึกที่โซนาตาสัมผัสบอกกับเขาว่ายารอนกลายเป็นอันเดดบางชนิดไปแล้ว
ชายแก่ว่องไวจนเจเนวีฟมองตามไม่ทัน เขาเคลื่อนไหวในพริบตาและมาโผล่อยู่ข้างหลังโซนาตา ชายหนุ่มก้มหลบอย่างทันควันก่อนที่กรงเล็บของชายแก่จะตะปบเข้าที่หัวของเขา
“แวมไพร์! เร็วมาก” เจเนวีฟร้อง เธอพยายามเข้าไปช่วยแต่ไบรเดนก็วิ่งมาขวางเอาไว้
“เขายอมทิ้งความเป็นมนุษย์เพื่อให้ได้ฆ่าเจ้านั่น เธออย่าเข้าไปสอด” ไบรเดนไม่ได้ใส่ใจเจเนวีฟมาก เขายังคงจ้องโซนาตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้ายารอนทำให้โซนาตาบาดเจ็บเมื่อไหร่ เขาจะได้เข้าไปซ้ำทันที
“มนุษย์ไม่มีทางตามความเร็วนี้ได้ทัน” ยารอนหายตัวไปตรงนั้นทีตรงนี้ทีแล้วก็วกกลับมาโจมตีอีก
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก” ถึงจะไม่ได้โจมตีกลับเลยแต่โซนาตายังคงปัดป้องได้ ไม่มีการโจมตีครั้งไหนที่เขามองไม่ทัน
“เดี๋ยวแกก็จะอ่อนแรง” ยารอนหัวเราะในลำคอ “แวมไพร์อย่างข้าน่ะ แข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปเป็นร้อยเท่า”
กร๊อบบบ
โซนาตาใช้แขนข้างหนึ่งคว้าข้อมือของยารอนเอาไว้แล้วใช้ศอกอีกข้างแทงลงไปตรงข้อต่อ มันส่งผลให้แขนของยารอนขาดเป็นสองส่วนในทันที ถึงจะเป็นแวมไพร์แต่เขาก็เจ็บปวดจนต้องร้องลั่น
“เก่งกว่าคนปกติแค่ร้อยเท่า ก็แค่ราวหนึ่งในพันของฉัน”
ยารอนพยายามแย่งท่อนแขนที่ติดมือโซนาตาไปกลับคืน เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อเร่งความเร็ว แต่พอเข้าใกล้ระยะที่น่าจะคว้าได้ อีกฝ่ายกลับถอยหลังออกไป ยิ่งเร่งความเร็วก็จะพบว่าอีกฝ่ายยิ่งเร็วกว่า และยิ่งเพิ่มพละกำลังก็ยิ่งพบว่าอีกฝ่ายมีกำลังเหนือกว่าตนลิบลับ
ทั้งไบรเดนและเจเนวีฟไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่สังเกตว่ามีดของเจเนวีฟหายไปตั้งแต่เมื่อครู่ จนกระทั่งมันถูกปักเสียบที่ใบหน้าของยารอน ร่างของชายแก่กำลังลุกไหม้เนื่องจากต้องแสงอาทิตย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีดเล่มนั้น
“ท่านยารอน” ไบรเดนตะโกนเรียกชื่อแต่อีกฝ่ายไม่ได้ยินแล้ว เขากรีดร้องโหยหวนก่อนจะกลายเป็นเถ้าถ่านในอีกอึดใจต่อมา
“น่าเสียดายนะ ถ้านายเป็นแวมไพร์ด้วยก็น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้” พูดจบโซนาตาก็ก้าวเข้าไปใกล้ไบรเดนโดยไม่ได้ปิดบังจิตสังหาร สายตาคู่นั้นบอกกับอดีตเจ้าชายว่าคนผู้นี้ชินชากับการเข่นฆ่าผู้คนมากยิ่งกว่าวายร้ายคนใดที่เขารู้จัก
“ต่อให้ต้องตายในวันนี้ ข้าจะขอจองล้างจองผลาญแกตลอดไป”
“นี่คำสั่งเสียเหรอ” โซนาตาหลุดหัวเราะออกมา
“จำใบหน้ากับชื่อข้าไว้ให้ดีเถอะ ใบหน้านี้จะตามหลอกหลอนแกไปตลอด”
“จำเด็กผู้หญิงขายดอกไม้ชื่อนอร์มาได้ไหม”
เจเนวีฟตกใจจนอ้าปากค้าง ส่วนไบรเดนไม่ได้ตอบอะไร แต่จากสีหน้าก็พอเดาได้ว่าเขาไม่เข้าใจว่าโซนาตากำลังจะบอกอะไร
“เธอเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเจเนวีฟแล้วก็เวเน จะว่าไปก็ถือว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน”
“คน ๆ นั่นเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้” ไบรเดนถามอย่างไม่แน่ใจและนั่นเป็นสิ่งเดียวกับที่เจเนวีฟกำลังสงสัยอยู่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวเนไปเล่าเรื่องของนอร์มาให้โซนาตาฟังตอนไหน
“หลายปีก่อนเธอถูกม้าของชนชั้นสูงเตะจนเสียชีวิต…”
ไบรเดนยังคงทำหน้ามึนงง เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าตนเองก็เคยมีเรื่องแบบนั้น แต่เขาจำรายละเอียดไม่ได้นอกจากเด็กที่ตายในตอนนั้นเป็นแค่ชนชั้นล่างที่ไม่มีแม้แต่ญาติพี่น้อง
“อย่าบอกนะว่าที่แกหาเรื่องกับเอเทเซียก็แค่จะแก้แค้นให้เด็กคนนั้น”
“มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง” โซนาตาหัวเราะร่วน “ที่กำลังจะบอกคือ เรื่องของแกกับนอร์มาก็เหมือนกันนั่นแหละ แกจะตายที่นี่ในวันนี้โดยที่สุดท้ายก็จะถูกทุกคนลืม”
ตอนนั้นเองที่ไบรเดนได้สัมผัสกับความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยจินตนาการถึง เขาเชื่อจากสุดหัวใจว่าชายตรงหน้าเป็นเพียงอสูรร้ายในคราบมนุษย์ ความกลัวทำให้เขาหลับหูหลับตาฟันดาบอย่างสะเปะสะปะเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ แต่มันไร้ผลโซนาตาเพียงใช้มือเปล่าปัดดาบจนหลุดมือ
ผู้มาจากอนาคตชกหมัดรัวใส่ด้วยความเร็วสูง ชุดที่เขาใส่อยู่ไม่เพียงแค่สามารถดูดซับพลังงานจลน์ได้ มันยังเพิ่มพลังกล้ามเนื้อให้เขาด้วย หมัดที่แข็งราวเหล็กกล้าและหนักยิ่งกว่าค้อนปอนด์ถูกประเคนใส่ทั่วร่างของไบรเดน เกราะหนาของเขาแตกยับราวกับเศษกระเบื้อง มันแทบป้องกันอะไรไม่ได้เลย
เพียงอึดใจเดียวร่างสีขาวถูกชโลมไปด้วยสีแดงของเลือด กระดูกชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกกระแทกจนหักสะบั้น พอแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถตอบโต้ได้อีก โซนาตาก็คว้าใบหน้าไบรเดนไว้ เขายกทั้งร่างขึ้นสูงจากพื้นและออกแรงบีบ
แม้จะเจ็บเจียนตายจนแขนขาไร้เรี่ยวแรง ไบรเดนก็ยังคงดิ้นรนขัดขืนจนถึงที่สุด เขาพยายามง้างมือที่ราวกับคีมเหล็กออก แต่มันไม่เหมือนกำลังสู้แรงของมนุษย์ ไบรเดนรู้สึกเหมือนกะโหลกศีรษะกำลังจะถูกบดละเอียด ความเจ็บและความหวาดกลัวแบบที่ไม่เคยเจอทำให้สติของเขาค่อย ๆ เลือนหายไป
“จะปล่อยไปเหรอคะ” เจเนวีฟเดินเข้ามาดูร่างที่หมดสติที่โซนาตาโยนทิ้งไว้ ตอนแรกเธอคิดว่าหนุ่มที่เธอแอบชอบคงจะฆ่าไบรเดนแน่ แต่เขาแค่ทำให้สลบไปเท่านั้น
“เจ็บขนาดนี้คงรอดยาก เลือดนั่นก็น่าจะเรียกพวกอันเดดมา ไม่น่ารอดนะ แต่ถ้ารอดไปได้ก็น่าสนุกดี อยากเห็นหน้าของพวกที่สนับสนุนหมอนี่ว่าจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าอดีตเจ้าชายหนีมาอยู่กับพวกอันเดด”
ทั้งสองทิ้งร่างที่กำลังรอความตายของอดีตเจ้าชายรัชทายาทเอาไว้ จากนั้นพวกเขาก็เตรียมตัวมุ่งขึ้นทิศเหนือตามกำหนดการเดิม
โซนาตาให้เจเนวีฟสัญญาว่าจะไม่สอดมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องยุ่งยากอีก เออร์เฟซหนีรอดไปได้ แถมเขายังถูกไบรเดนกับยารอนดักโจมตี มันคือหลักฐานว่าพวกเขากำลังถูกจับตาดู
แต่ถึงจะห้ามอีกฝ่าย แต่โซนาตาเองนั่นแหละที่ไม่ได้ทำตามที่พูด เขาลงมือฆ่าซอมบีจระเข้ไปหลายตัวเพื่อช่วยเหลือเดวัลที่รูปร่างเหมือนลูกม้า โซนาตาให้เหตุผลว่าพวกสัตว์หรือเดวัลที่กลายเป็นอันเดดเป็นสิ่งที่อันตรายเขาจึงต้องลดจำนวนมันลงบ้างเพื่อให้การเดินทางปลอดภัยขึ้น
แล้วหลังจากความพยายามหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาอยู่ด้านหน้าของจุดหมายแรก พวกเขาแอบมองจากบนเนินสูงเพื่อให้เห็นโดยรอบ
“ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย” โซนาตามองสภาพของเมืองจากระยะไกล ถึงเขาจะไม่มีดวงตาพิเศษแบบอัลโตแต่เขาก็เห็นเมืองได้อย่างชัดเจน มันต่างจากที่คาดคิดไว้