Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 235: แอนทิสตาผู้น่าสงสาร
“เอาจนได้สินะ” เวเนตบไม้ตบมือยินดีราวกับเป็นเรื่องของตัวเธอเอง ไม่ใช่แค่เธอคนเดียว สีหน้าโล่งใจฉายออกมาจากใบหน้าของหลาย ๆ คนในกลุ่มเช่นกัน
เจเนวีฟเหล่มองโซนาตา เขาเองก็ยกมุมปากเหมือนนึกสนุก เธอเดาว่าชัยชนะของเรย์มันยิ่งทำให้โซนาตาอยากได้ตัวเขาเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ
“ผลสรุปของสงคราม” ชาอุลเว้นช่วงเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนกลับมาสนใจ “พวกเรย์ได้ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองลูกมาเพิ่ม เมื่อรวมกับสี่ลูกที่เก็บไว้ที่อัลกราด พวกเขาจึงมีลูกแก้วทั้งหมดครบถ้วน”
“แล้วกิงคารอนล่ะครับ” เซกันถามเพราะรู้สึกเป็นห่วง
“การต่อสู้กับพวกเรย์กับเวิร์นรุนแรงกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก มันทำให้วิงก์ออฟโดมิเนชันเสียหายหนักจนไม่สามารถใช้ราลูโซลได้อีก”
“แต่มันก็สร้างขึ้นได้อีกไม่ใช่เหรอ”
“ไม่อีกแล้ว” ชาอุลส่ายหน้า “หลังจากที่ท่านพ่อถูกควบคุมตัว กองทัพพันธมิตรจึงเข้ามาจัดการเรื่องนี้ต่อ ตอนนั้นความจริงทั้งหมดจึงเผยออกมาว่าวิทยาการเกี่ยวกับยานวิงก์ออฟโดมิเนชัน กับความลับของราลูโซลได้ตายลงไปพร้อมกับกัลลาร์ด อมาเรียสแล้ว”
“ตายไปแล้ว?” ไคเลอร์ถามเพื่อยืนยัน
“เขาโชคร้ายครับ เขาถูกลูกหลงตอนที่พวกเวิร์นบุกเข้าไปในยาน… ข้อมูลวิจัยที่กัลลาร์ดหลงเหลือไว้ส่วนใหญ่เป็นของปลอมครับ การจะนำราลูโซลมาใช้อีกครั้งจึงเป็นไปไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ภายในสิบยี่สิบปีนี้แน่”
“เป็นคนที่ลึกลับจริงนะ”
“ยิ่งขุดก็ยิ่งเจอครับ กลายเป็นว่ากิงคารอนของเราเองก็รู้เรื่องเกี่ยวกับเขาน้อยมาก โชคดีที่เขาตายไปก่อนจะสร้างความเสียหายยิ่งกว่านี้”
โซนาตาอยู่ฟังเงียบ ๆ น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ประวัติศาสตร์ช่วงอื่น แต่เขารู้สึกสังหรณ์ว่าเรื่องราวของกัลลาร์ดผู้นี้ยังไม่ได้จบลง
“ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ถูกสร้างมาให้ตอบสนองกับสายเลือดของเอลเลนอส แต่ยุคนี้ผู้ที่มีสายเลือดเข้มข้นก็มีแค่เรย์ เวิร์น ท่านเฟอร์โร แล้ว…” นี่เป็นเรื่องที่ซีวีอยากจะถามมานานแล้ว
“ยุคนี้มีคนที่ใช้ลูกแก้วได้ไม่ครบแปดคนหรอกครับ กลุ่มของเซฟิลเองก็เข้าใจเรื่องนั้นดี แต่พวกเขารู้มาว่าในอดีตเคยมีการดัดแปลงลูกแก้วมาก่อน มันจึงไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ครับที่จะปรับมันอีก”
ซีวีทำหน้าเลิกลั่ก ชายคนที่ดัดแปลงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในนั้นก็คือโซนาตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ ส่วนอีกคนก็คือจีดัสที่อาจจะกำลังจามอยู่ในยานมิเนอร์วาเพราะถูกพูดถึง
“แสดงว่าพวกเรย์ก็ต้องนำลูกแก้วไปหาคนที่ดัดแปลงได้… แล้วคนที่ดูเป็นไปได้ที่สุดก็คงไม่พ้น…” เซเลนอสไม่ได้พูดชื่อแต่ทุกคนคิดตรงกัน ไม่มีใครอื่นอีกแล้วนอกจากเทพแห่งช่างนั่นเอง
พวกเรย์ไม่รู้จักใครอื่นที่มีทักษะเกี่ยวกับอุปกรณ์เวทและยังมีความเข้าใจในพลังของเอลเลนนอสมากไปกว่าเฟอร์โร ตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือเดินทางกลับไปหาเฟอร์โรที่มินิสเทรล
“ว่าไงนะ จะให้ข้าดัดแปลงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์”
“พวกเราอับจนหนทางแล้ว แม้แต่พามิลเลสเองก็ทำอะไรกับลูกแก้วพวกนี้ไม่ได้” คำพูดของเรย์ทำให้จูเดสปาถึงกับคิ้วกระตุก
เดิมทีเฟอร์โรไม่ได้อยากสนใจความเดือดร้อนของพวกมนุษย์นัก เขาไม่ใช่คนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น ครั้งก่อนที่ช่วยพวกเรย์สร้างอาวุธก็เป็นเพราะอารมณ์พาไป มันไม่ได้เกิดจากจิตสาธารณะอะไรสักนิด
“ในบันทึกกล่าวไว้ว่าลูกแก้วทั้งหกถูกสร้างโดยเทพแห่งอัญมณีคราเนทโดยมีท่านเฟอร์โรช่วย พวกเราจึงคิดว่าไม่น่ามีใครในโลกอีกแล้วที่จะดัดแปลงมันได้อีก” ซิกมาอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมที่สุด
เฟอร์โรถอนหายใจ เขายังไม่ได้รับปากจะช่วยแต่ก็หยิบเอาหนึ่งในลูกแก้วมาส่องดู เขาเห็นรอยร้าวขนาดเล็กอยู่ในนั้น “มันเคยถูกดัดแปลงมาครั้งหนึ่งแล้ว”
“ใช่แล้ว มีบันทึกไว้ว่าในยุคสมัยของจีดัส คอร์นีลัส เขาและสิบนักปราชญ์ช่วยกันดัดแปลงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ให้สามารถใช้ชีวิตของเอลเลนนอสมาทดแทนพลังที่ไม่สมบูรณ์ของลูกแก้ว” จูเดสปาอธิบายเพิ่ม
“ต้องแก้ส่วนนั้นกลับ ตอนนี้ลูกแก้วมีพลังสะสมมากพอแล้ว”
“หืมมม ท่านตกลงจะช่วยแล้วเหรอ”
“ฮึ” เฟอร์โรทำปากเบะเหมือนไม่เต็มใจ “ช่วยไม่ได้นี่นะ ถ้าไม่ทำให้เดี๋ยวพวกเจ้าก็คงมากวนไม่เลิก”
พวกเรย์เริ่มมีความหวังขึ้นมาทันใด
“แต่ว่า… ไม่สิ เรื่องนั้นมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาของพวกเจ้าแล้วก็ได้”
“ถ้ามีอะไรที่พวกเราควรรู้อีกก็บอกมาเถอะครับ”
“ลูกแก้วมันใกล้เสื่อมสภาพแล้ว บางทีมันอาจจะใช้ผนึกเทพปีศาจได้อีกไม่กี่ครั้งก็ได้ อาจจะอีกร้อยสี่สิบแปดปีข้างหน้า หรือครั้งต่อไป ลูกแก้วก็อาจจะสลายไปเลย”
“หาาา” ทุกคนเผลอร้องเสียงดัง
“แต่ไม่ต้องห่วง ป่านนั้นพวกเจ้าคงจะตายไปหมดแล้วล่ะมั้ง”
“ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ มันต้องมีวิธีสิ”
เฟอร์โรหยุดนึกอยู่ครู่หนึ่ง “ซ่อมให้เหมือนเดิมท่าจะยาก สร้างใหม่ก็น่าจะใช้การได้แค่ชั่วคราว กรณีที่ง่ายที่สุดคือทำให้มันคุ้มค่าขึ้น”
“คุ้มค่า…” ไกรากระพริบตาปริบ ๆ เขาไม่แน่ใจว่าเข้าใจความหมายของคำนี้
“อย่างเช่น… แทนที่จะใช้ลูกแก้วแล้วผนึกเทพปีศาจได้แค่ร้อยสี่สิบกว่าปี ก็ดัดแปลงลูกแก้วให้มันสามารถผนึกยาวนานขึ้นหลายเท่าหรือหลายสิบเท่าตัว”
“ถ้าผนึกได้ยาวนานขนาดนั้น กว่าที่มันจะหลุดออกมาครั้งต่อไป มนุษย์อาจจะค้นพบวิธีกำจัดมันอย่างถาวรแล้ว” จูเดสปารู้สึกทึ่งกับความคิดนี้
“ถ้าตกลงว่าจะใช้วิธีนี้ อีกเจ็ดวันค่อยกลับมารับของ”
จูเดสปาในช่วงแรกเขายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าเฟอร์โรคือเอลเลนนอส คือเทพแห่งช่าง แต่หลังได้เห็นลูกแก้วส่องสว่างคามือของเฟอร์โร และลูกแก้วที่ดัดแปลงในอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เขาก็เลิกสงสัย
เฟอร์โรทำเรื่องที่แม้จะระดมเอาจอมเวททั้งอาณาจักรหรือทั้งโลกมาช่วยกันขบคิด ก็ยังไม่อาจสำเร็จได้ ทุกอย่างดูเหมือนง่ายไปหมดสำหรับเทพแห่งช่างผู้นี้
เรย์ที่เคยเป็นลูกมือให้กับเฟอร์โรคือคนที่รู้ความลับว่าเฟอร์โรชอบทำให้คนเข้าใจว่าทุกอย่างง่ายสำหรับเขา ความเป็นจริงเขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างต้องการ
เรื่องของการดัดแปลงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น เฟอร์โรไม่ได้เพิ่งคิดค้นวิธีการเหล่านี้ขึ้นมาโดยบังเอิญ เขามีอุปกรณ์สำหรับปรับแต่งเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งทำให้ยืนยันได้ว่าเฟอร์โรเคยตั้งใจดัดแปลงลูกแก้วมาก่อนโดยไม่เกี่ยวว่าพวกเรย์จะมาขอให้เขาช่วยหรือไม่
“ข้าแก้ให้มันไม่ต้องใช้พลังของเอลเลนนอสและคนที่ใช้มันก็ไม่ต้องสละชีพด้วย แลกกับข้อเสียที่เคยบอกไปแล้ว มันจะสลายไปในทันทีหลังจากทำงานเสร็จ”
“ข้าเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ ลูกแก้วมีหก แต่เทพปีศาจมีแปด ถ้าใช้แล้วสลายไปทันที เราจะทำยังไงกับเทพปีศาจอีกสองตัวที่เหลือ”
ประเด็นของจูเดสปาทำให้ทุกคนยกเว้นเฟอร์โรหน้าถอดสี การที่ลูกแก้วหนึ่งลูกผนึกเทพปีศาจได้นับพันปีเป็นข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้ามีเทพปีศาจถูกทิ้งไว้ถึงสองตัว ซีนคงถึงแก่กาลอวสาน
เฟอร์โรมองอากัปกิริยาของพวกเรย์ หากเขาไม่ช่วยจนถึงที่สุดมนุษย์ที่น่าเหนื่อยใจเหล่านี้ก็คงหมดทางรอด
“ช่วยไม่ได้ ข้าจะลองหาวิธีก็แล้วกัน พวกเจ้าเอาเท่าที่มีหกลูกนี้ไปใช้ก่อนเถอะ”
ธุระที่มีกับเฟอร์โรจบลง ตามกำหนดการเดิมพวกเรย์ต้องกลับไปรายงานความคืบหน้าที่อัลกราด แต่เพราะคำเชิญของพิพิคัสหัวหน้าของชาวมินีส กลุ่มของเขาจึงตกลงว่าจะพักที่เกาะมินิสเทรลอีกสักคืนก่อนออกเดินทาง
เรื่องราวจากปากของชาอุลไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ โซนาตาขบคิดว่าหากไม่ใช่หนังสือบันทึกผิดพลาด เหตุการณ์จุดนี้อาจจะกลายเป็นจุดแยกสำคัญอีกครั้งในประวัติศาสตร์
สิ่งที่โซนาตาจำได้คือการประชุมของพวกเรย์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อกบฎในกลุ่มและการเสียชีวิตของพรรคพวกคนสำคัญ
เนื่องจากพวกเรย์ได้ลูกแก้วมาครบทั้งหกลูกแล้ว จูเดสปาจึงตัดสินใจพูดในที่ประชุมถึงสิ่งที่เขาเก็บไว้ในใจมานาน
เขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนเชื่อว่าเรย์นั้นแข็งแกร่งแต่ขาดประสบการณ์ที่จะเป็นผู้นำต่อไป นอกจากนั้นเขายังเชื่ออีกว่าภารกิจนี้เดิมทีต้องตกเป็นหน้าที่ของเขา
“ทำไมถึงคิดว่านี่เป็นภารกิจที่ที่ประชุมกษัตริย์มอบหมายให้กับเจ้าล่ะ” ฟรีโอนิเอลผู้ที่ตามประวัติศาสตร์ควรจะเป็นสมาชิกกลุ่มเรย์ถามเพื่อนเก่าของตน
จูเดสปาได้ฟังจบก็ทุบโต๊ะเสียงดังลั่น
“ก็ตอนนั้นข้าอยู่ในที่ประชุมด้วย ที่ประชุมมอบหมายให้ข้า! พวกเจ้าทุกคนก็รู้”
ไม่มีใครมองออกไปในแนวทางนั้น ทุกคนแน่ใจว่าในการประชุมครั้งนั้นไม่มีกษัตริย์องค์ได้มอบหมายหน้าที่แบบเฉพาะเจาะจงให้กับจูเดสปา สิ่งที่น่ากลัวคือจูเดสปาไม่ได้ล้อเล่น เขาเชื่อแบบนั้นจริง ๆ
หากจะถามว่าเรื่องมันเลยเถิดไปได้ขนาดไหน ก็ไปถึงขั้นที่คืนนั้นจูเดสปาลงมือขโมยลูกแก้วทั้งหก
“เมกะไซเลนท์” จูเดสปาร่ายคาถา มันคือเวทที่ใช้ยับยั้งเสียงทุกชนิด เรื่องมันเกือบจะจบลงโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวถ้าไม่ใช่เพราะแอนทิสตาบังเอิญมาเห็นเข้าพอดี
เธอกรี้ดร้องแต่ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดรอดออกไปได้ เพื่อออกไปให้พ้นระยะของคาถาไซเลนท์ แอนทิสตาตัดสินใจรวมร่างกับเทอราและบินหนีขึ้นฟ้าไป
จูเดสปาเพียงแค่ต้องการขู่ให้เธอกลัวเท่านั้น แต่เพราะเขาเองก็กลัวว่าเรื่องราวจะลุกลามไปกว่านี้ แทนที่จะใช้เวทมนตร์ที่สามารถพันธนาการแอนทิสตาเอาไว้ จูเดสปารุกไล่หญิงสาวด้วยเวทมนตร์โจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขา
ปีกของแอนทิสตาถูกฉีกทึ้งกลางอากาศ เธอถูกบังคับให้คืนร่างในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด ร่างของเธอพุ่งควงสว่านลงมาด้วยความเร็ว ก่อนที่ทั้งเธอและจูเดสปาจะคิดอ่านแก้ไข ร่างบางของเธอก็ตกกระแทกพื้นอย่างจัง
ในประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เหตุการณ์นั้นคือวาระสุดท้ายของเธอ แอนทิสตาผู้น่าสงสาร
ทว่า ในไทม์ไลน์นี้ อาจจะนับเป็นโชคดีที่มันไม่ได้เกิดขึ้น วันสุดท้ายที่พวกเรย์พักแรมที่มินิสเทรล แขกไม่ได้รับเชิญได้ปรากฏตัวขึ้นก่อนการประชุมของพวกเรย์ เหตุการณ์ขโมยลูกแก้วและโศกนาฏกรรมของแอนทิสตาจึงไม่เคยเกิดขึ้น