Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 248(0): เรย์ปะทะรีนามาร
ที่ปลายหางตา จูเดสปาพบบางสิ่งกำลังร่วงหล่นลงจากฟ้า เขาเคยเห็นของแบบเดียวกันมาก่อน มันคือเทหะวัตถุจากนอกโลกที่กำลังลุกไหม้เพราะถูกเสียดสีในอากาศ
อุกกาบาตตกในระยะที่ห่างออกไปจากสนามรบ แต่อานุภาพของการกระแทกที่ไม่ต่างจากระเบิดทำลายล้างส่งผลมาจนถึงที่นี่
จูเดสปารอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ ดาวตกลูกนั้นถูกคำนวณเอาไว้แล้วว่าพิสัยของมันจะไม่กว้างมาจนถึงส่วนสำคัญของสนามรบ ที่ล้มตายไปทั้งหมดคือสาวกเทพปีศาจที่อยู่ห่างออกไป
“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เกือบโดนลูกหลงไปแล้วนะ” จูเดสปารู้จักเสียงนั้น มันแตกต่างจากเสียงตอนที่เขาสวมหน้ากากที่โอเปรามอบให้
“ฟรีโอนิเอล… หรือมีทีเออร์ไนท์” จูเดสปาสงสัย
“โอเปราตายไปแล้ว จะเป็นใครก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ” เขาหัวเราะ
“เวทมนตร์นั้น… ข้าคิดว่าเจ้าทิ้งวิชาเวทมนตร์ไปหมดแล้วซะอีก”
ฟรีโอนิเอลไม่ได้ตอบออกมาเป็นคำพูด ไม่แปลกที่จูเดสปาจะคิดเช่นกัน ในเมื่อเขาเองเป็นคนที่ทิ้งตระกูลของตัวเองและหันไปตามความฝันที่จะเป็นจอมดาบให้ได้
“เจ้าจะมาด้วยรึเปล่า”
“พูดอะไร… ข้าก็อยู่ในสนามรบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้น… หลังจากจบศึกนี้ต่างหาก” ฟรีโอนิเอลแสยะยิ้ม
“นี่เจ้าจะเข้าร่วมกลุ่มอะบีสงั้นเหรอ”
“ช่วยไม่ได้นี่… ถึงจะถูกล้างสมองแต่ก็ทำเรื่องเอาไว้เยอะ อยู่ยุคนี้ต่อไม่ไหวหรอก”
“เอาสิ” จูเดสปาก็ยิ้มเช่นกันแต่เป็นรอยยิ้มชั่วร้าย “ข้าจะไปด้วย แต่ไม่คิดอยู่ในฐานะของลูกน้องหรอกนะ”
ฟรีโอนิเอลถอนหายใจ ในฐานะเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเด็ก เขาอยากพูดออกไปว่าให้เบาลงบ้างเถอะเรื่องมักใหญ่ใฝ่สูง แต่พูดไปก็ป่วยการ
นี่แหละจูเดสปาที่เขารู้จัก ชายผู้ที่สามารถสร้างทฤษฏีเข้าข้างตัวเองได้เสมอ
“จะทำอะไรก็ทำเถอะ แต่ต้องรอดวันนี้ไปให้ได้ก่อน”
ในช่วงเวลาเดียวกัน มิติปิดกั้นที่เรย์และรีนาติดอยู่ในนั้น รีนากำลังสัมผัสเรย์เพื่อส่งต่อความทรงจำของเทพปีศาจให้กับเขา
เริ่มจากความทรงจำหลายหมื่นปีของเนเธอร์เวิลด์ วันที่เทพปีศาจมาสู่โลกนี้ด้วยพลังของลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ในฐานะอาวุธทำลายล้าง วันที่ซิลเวอร์ตัดส่วนหนึ่งของร่างเทพปีศาจตนนี้ขาดและเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์นำส่วนนั้นกลับไปยังจามิว
ชิ้นส่วนนั่นค่อยๆ เปลี่ยนแปลงทีละน้อย จนมีสภาพคล้ายดักแด้
ความรู้สึกกระหายเลือดครอบงำ มันตื่นขึ้นจากการหลับใหลและเริ่มอาละวาด ทุกคนบนจามิวถูกฆ่าและกัดกินจนหมดสิ้น เหลือแค่มังกรแสงเท่านั้นที่ต่อกรกับสิ่งนั้นได้จนกระทั่งมันหลับไปอีกครั้ง
พอมันตื่นขึ้นอีกหลังได้หลับใหลแสนยาวนาน ในครั้งนั้นเองปีศาจที่ไร้รูปร่างได้มองเห็นรูปปั้นของเทวีเซเวียรา มันได้รูปร่างนั้นเป็นต้นแบบ และเด็กสาวที่ชื่อรีนาจึงถือกำเนิดขึ้น
“เจ้าต้องกลับไป ขณะที่ข้ายังมีสติ ข้าจะยังส่งเจ้ากลับไปได้”
เรย์ไม่ได้ดื้อดึงดัน เขายอมรับทุกอย่างได้ง่ายดายขึ้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะรู้ว่ามันต้องจบลงแบบนี้
เรย์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
สำหรับคนอื่นเขาแค่ถูกจาเคววาสำรอกออกมาหลังจากที่ถูกเซกันเล่นงานจนเสียหลัก แต่เรย์รู้ว่าไม่ได้มีแค่นั้น สิ่งที่เห็นไปไม่ใช่ความฝัน
“หยุดโจมตีจาเคววา เป้าหมายของเราคืออัลกีโรอา” เรย์ตะโกนบอกทุกคน ทุกคนเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อทันทีที่เห็นจาเคววายึดตัวอัลกีโรอาไว้
“พลังพอแล้วหรือยัง” ใครสักคนตะโกนถามในช่วงชุลมุน
“อีกนิด” จีดัสตะโกนตอบ
อัลกีโรอาไม่ยอมอยู่เฉยให้ถูกผนึก มันดิ้นรนให้หลุดออกจากการจับกุม เวทมนตร์ระเบิดแบบที่เคยเป่าทั้งกองทัพและประเทศโดนาเมสให้หายไปถูกร่าย แต่พลังของอัลกีโรอาถูกหอคอยทั้งหมดสูบเข้าไปแทน
สองเทพปีศาจปะทะกันด้วยแรงและเขี้ยวเล็บ อัลกีโรอาพยายามใช้หางที่เหมือนงูรัดพันอีกฝ่าย ส่วนจาเคววาก็ใช้ทั้งเล็บและปากยักษ์ที่อยู่กลางอกเล่นงานตอบโต้
จีดัสมองเลือดของเทพปีศาจที่สาดกระจายไปทั่วด้วยความรู้สึกไม่ดี เขาเคยเห็นสิ่งนี้มาหลายครั้งแล้วจึงรู้ว่าอะไรจะเกิดตามมา แต่เรื่องมันเกินกว่าจะหยุดไว้ได้
หายนะกำลังจะแพร่กระจายไปทั่วบริเวณ
ข้างกายของจีดัส หญิงสาวคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น “ขอโทษทีที่มาช้า”
“อลินา” จีดัสเสียงสดใสขึ้น
“เดี๋ยวพาพวกนั้นมา” พูดจบหินก้อนเล็ก ๆ สามก้อนใกล้ ๆ กับอลินาได้ถูกแทนที่ด้วยคนอีกสามคน
“มาเริ่มปาร์ตี้กันเถอะ” โซนาตายกยิ้มมุมปาก
เพลงของโซลิเนฟื้นคืนเรี่ยวแรงที่กำลังจะหมดลง ซีวีบินไปทั่วสนามรบโดยมีดวงอาทิตย์ขนาดจิ๋วหลายลูกหมุนวนอยู่โดยรอบ ทุกอย่างที่สัมผัสกับมันจะมอดไหม้จนเหลือเพียงซากไหม้เกรียม
โซนาตายืนอยู่ไม่ห่างจากเทพปีศาจเพราะเขากำลังเลียนแบบความสามารถด้วยสตีลมายด์
“เรย์” โซนาตาตะโกนเรียก “พร้อมนะ”
เรย์ยังไม่ทันได้ตอบ โซนาตาก็ลงมือไปแล้ว เขาร่ายเวทสายฟ้าด้วยพลังทั้งหมดที่มี
“ยอตตะธันเดอร์”
เรย์กระโดดขึ้นรับสายฟ้าที่รุนแรงที่สุดที่แม้แต่ธรรมชาติก็ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ ไม่ใช่แค่ดาบแต่ร่างกายของเขาถูกสายฟ้านั้นเข้าไปอย่างจัง น่าแปลกที่เรย์ไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขารู้สึกถึงพลังที่เอ่อล้นแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
คลื่นดาบสายฟ้ากระจายออกไปทั่วทั้งสนามรบ หลายคนต้องหลับตาเพราะหวาดกลัวว่านั่นจะเป็นวาระสุดท้ายของตน แต่สายฟ้าของเรย์ราวกับมีชีวิต มันเลือกผ่าถูกเฉพาะสาวกเทพปีศาจ ไม่มีใครคนใดในฝ่ายพันธมิตร กลุ่มอะบีส หรือพวกพ้องของเขาแม้แต่คนเดียวที่ได้รับผลกระทบไปด้วย
จังหวะเดียวกันนั้น พลังงานที่รวบรวมจากหอคอยและถูกส่งไปที่ศูนย์กลางก็ถึงจุดที่พวกเขารอคอย ลูกแก้วยักษ์ที่เฟอร์โรสร้างส่องสว่างขึ้นในแบบเดียวกับลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ …เอ็กโซดัส…
ไม่มีใครปริปาก ไม่มีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี ทุกคนต่างยังนิ่งอึ้งกับสภาพที่เปลี่ยนไปอย่างกะหันทัน สาวกเทพปีศาจไม่มีเหลืออีกแล้ว เช่นเดียวกับเทพปีศาจทั้งสองตนที่กลายเป็นหิน
“ชนะแล้วใช่ไหม” ลาโตรมองไปมาอย่างเลิ่กลั่ก
ชาอุลกับทหารของเขาที่ต่อสู้กับสาวกเทพปีศาจอยู่ด้านนอกก็มีปฏิกิริยาแบบเดียวกัน พวกเขาไม่อยากดีใจเก้อ จึงรอให้แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่เรื่องหลอกลวง
“ชนะแล้ว แต่ยังไม่จบ” โซนาตาตอบด้วยเสียงอ่อนแรง
เรย์เข้าใจความหมายของโซนาตา เขาเดินไปที่ร่างของจาเคววา สายตาไปหยุดอยู่ที่ชิ้นส่วนชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกฉีกโดยอัลกีโรอาออกมาทิ้งไว้
ชิ้นส่วนนั้นกำลังขยับอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าใครก็มองออกว่ามันกำลังจะกลายสภาพ
“เฮ้ นี่พวกเราจะยืนดูกันเฉย ๆ เหรอ ไอ้นั่นมันน่าจะอันตรายไม่ใช่เรอะ” ลาโตรถาม
“ชู่วว” ฟรีโอนิเอลที่เดินเข้ามาสมทบยกมือขึ้นห้ามลาโตร
“รู้ใช่ไหม ถ้าสู้คนเดียวนายจะตาย”
“ครับ” เรย์ตอบโซนาตา
“ถ้าอยากสู้ตามลำพัง ฉันจะเคารพการตัดสินใจ แต่…”
ระหว่างการพูดคุย ชิ้นส่วนนั้นกลายร่างเสร็จสิ้น เรย์จำใบหน้านั้นได้ มันยังเป็นใบหน้าเดิมของรีนาแต่รูปร่างของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
โซนาตาตั้งชื่อเธอว่ารีนาร่างมาร
ราวกับถูกดึงดูดโดยเรย์ ทั้งที่มีเป้ามากมายที่สามารถเลือกได้ รีนาร่างมารพุ่งเป้าไปที่เรย์เพียงคน การเคลื่อนไหวของเธอเร็วจนแม้จะเตรียมใจไว้แล้วเรย์ก็ไม่สามารถหยุดไว้ได้
เกราะของเรย์แตกเป็นเสี่ยงจากกำปั้นเล็ก ๆ ของรีนามาร เขากระเด็นไปพร้อมกับเลือดที่สาดเป็นทาง แอนทิสตา ไกรา และอีกหลายคนต่างร้องกันเสียงหลง หลายคนทำท่าจะเข้าไปช่วยแต่ถูกกลุ่มอะบีสหยุดเอาไว้
“จนกว่าเขาจะขอให้ช่วย นี่เป็นศึกของเรย์ค่ะ” เจเนวีฟดึงแอนทิสตาเอาไว้
“ปีศาจนั่นจะฆ่าเรย์นะ” แอนทิสตาพยายามดิ้นรนให้หลุด แต่เจเนวีฟไม่ยอมออมมือ เรี่ยวแรงของแวมไพร์สายเลือดพิเศษมันทำให้เจเนวีฟมีกำลังเหนือกว่า
“ปล่อย” เช่นเดียวกันไกราเองก็ตะโกนขอให้ลามินาปล่อยตัวเขา
เรย์กระอักเลือด กระดูกซี่โครงเขาหักไปหลายซี่ ไม่เพียงทำให้ใช้ลมหายใจสายฟ้าไม่ได้เต็มที่ แม้แต่หายใจก็ยังลำบาก
“เรย์…” เสียงหนึ่งดังขึ้น เรย์ไม่อยากเชื่อหู
“รีนา เธอ…”
“ช่วย… หยุด… ฉันที”
แล้วยกสองก็เริ่มขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว เรย์ตกใจที่เธอทั้งเร็วและทรงพลังยิ่งกว่าเมื่อครู่อีก นอกจากนั้นจิตสังหารที่เคยพุ่งเป้าไปที่เขาคนเดียวกำลังเปลี่ยนไป รีนากำลังร่ายมหาเวทเพื่อสังหารทุกคนในบริเวณนั้น
เรย์หันไปมองโซนาตา ทั้งคู่สบตากัน จากนั้นเขาก็พยักหน้า
“อย่าให้เธอร่ายเวทได้” โซนาตาออกคำสั่ง
ราวกับนัดกันไว้ เรย์พุ่งออกไปพร้อมกับโซนาตาและกลุ่มอะบีสทุกคน
เรย์เป็นคนแรกที่ออกตัวและเขาเป็นคนที่ใกล้ที่สุด เมื่อเวทมนตร์ของรีนาร่างมารถูกเหวี่ยงลงมา ดาบของเขาจึงเป็นสิ่งแรกที่เข้าปะทะ
คลื่นสายฟ้าชนกับการพลังงานเวทมนตร์ ทั้งสองอย่างดันกันอยู่กลางอากาศ แต่กำลังของเรย์เสียเปรียบอยู่ราวครึ่งหนึ่ง เขากำลังถูกพลังนี้กดดันให้ถอยกลับ
ซีวีมาพร้อมกับเฮลิออสอีรัปชันในมือขวา ดวงอาทิตย์เทียมขนาดใหญ่ว่าศีรษะมนุษย์เล็กน้อยอัดเข้ากับเวทของศัตรูและทำให้กำลังที่เสียเปรียบกลับมาสูสีกัน
คนถัดมาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้บัญชาการของกลุ่มอะบีส โซนาตาใช้เวทมนตร์แห่งการทำลายล้างเหมือนกับรีนา แม้จะมีขนาดของเวทเทียบกันไม่ได้เพราะเขาอ่อนแรงจนแค่ยืนอยู่ก็เป็นการฝืนแล้ว
รีนาร่างมารไม่เสียเปรียบลง กลับกันเมื่อถูกกระตุ้นเข้าแล้วพลังของเธอก็ยิ่งเพิ่ม ร่างกายของเธอกลายเป็นปีศาจมากขึ้นในทุกขณะ ปีกที่เหมือนค้างคาวงอกจากกลางหลัง สีผิวจากสีแทนกำลังกลายเป็นสีทองแวววาว เธอดูคล้ายกับจาเคววามากขึ้นไปในทุกที
ฉับบบ ฉับบบบ
ปีกทั้งสองข้างหลุดกระเด็น ข้างหนึ่งเพราะฝีมือของจอมดาบหญิงลามินา ส่วนอีกข้างเป็นฝีมือของฟรีโอนิเอล
ความเจ็บปวดทำให้รีนาร่างมารเสียสมาธิไปครู่หนึ่ง
เรย์ ซีวี และโซนาตาไม่ยอมพลาดโอกาสงามเช่นนี้ พวกเขาดันพลังเวทที่ยันกันอยู่กลับไป
“อ๊ากกกกกก”
“หายไปซะ” เรย์ตะโกนทั้งน้ำตา