Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 248(2) บทนำ - Abyss of Time VII: Nine Moons

หลังการเข้าร่วมสงครามในยุคของเรย์ กลุ่มอะบีสจึงออกเดินทางอีกครั้ง และเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ไทม์แมชชีนของมิเนอร์วาไม่สามารถเลือกเวลาได้ มันถูกชักนำสู่ยุคต่อไปราวกับเป็นลิขิตที่ถูกขีดไว้
ปี 9007 เกาะเอลแลน
“ปี 9007… แถมยังเป็นไทม์ไลน์ที่ไม่ได้ถูกโอเปราหรือแรปโซดีเข้ามาแทรกแซง” อลินาถอนหายใจ เป็นเลขปีที่สังหรณ์ใจว่าสักวันจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง และมันเป็นอย่างที่กังวลไว้
“สารภาพมาเลยนะ ที่บอกว่าเลือกปีไม่ได้นี่โกหกใช่ไหม” กาเรนเฉ่งใส่โซนาตา
“เดี๋ยวก่อนนะครับ ปี 9007 มันมีอะไรเหรอ” เรย์ตามไม่ทัน นั่นเพราะเขาไม่เหมือนสมาชิกคนอื่นที่เคยไปอนาคตหลังจากนี้มาแล้ว
“มันคือปีที่ลูนาร์ปิดผนึกเทพปีศาจตนแรกน่ะ”
“ลูนาร์งั้นเหรอคะ” แอนทิสตาเป็นอีกคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เพราะว่าเธอมาจากยุคเดียวกับเรย์
“ลูนาร์ โรสเซท เธอคือหลานของเฟอร์โร ผู้ที่คิดค้นวิธีผนึกเทพปีศาจได้เกือบถาวร” จีดัสอธิบาย เขาเกิดก่อนยุคของลูนาร์เช่นเดียวกับเรย์ แต่ข้อมูลของเธอมีอยู่ในหนังสือมากมายหลายเล่มที่ถูกมิเนอร์วาบันทึกไว้
“หลานของท่านเฟอร์โร” เรย์รู้สึกขนลุกชันด้วยความตื่นเต้น “เท่าที่ฟังคงเก่งไม่ต่างกันเลย”
“หลายคนเชื่อว่าเธอเก่งกว่าเขาอีก” เวเนตอบ “ดังนั้น เป้าหมายหลักของพวกเราในยุคนี้คือเธอนี่แหละ”
“อาา… อย่าด่วนสรุปเอาเองสิ” โซนาตายกมือขึ้นห้าม
“มีเหรอที่นายจะไม่อยากได้คนเก่งแบบเธอมาเป็นพวก” เวเนจิ้มไปที่อกโซนาตา
“ตั้งใจจะไปดูเธอผนึกเทพปีศาจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าสบโอกาสก็ลองชักชวนมาเป็นสมาชิกเลยแล้วกัน” ซีวีเข้ามาสนับสนุน
โซนาตาไม่ได้โต้แย้ง เขาแค่ขัดใจเล็กน้อยที่ทุกคนรู้ทันกันหมด ใช่แล้ว เขาสนใจสมาชิกในกลุ่มลูนาร์ “เกือบ” ทุกคน ยกเว้นเจ้าหมอนั่น…
“มาสรุปกำลังพลกันก่อนดีกว่า” โซนาตาหันไปบอกมินอาผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเลขาของเขาไปแล้ว
“ปัจจุบันคนของเราเพิ่มขึ้นกว่าเดิมโดยมีระดับบริหารเพิ่มขึ้นถึงห้าคน ได้แก่ เรย์ ลีออนอัศวินมังกรสายฟ้า วีรบุรุษจากสงครามซีนครั้งที่สี่ ไกราเด็กหนุ่มผู้มีสัญชาตญาณของสัตว์ป่า ผู้เดียวที่เรามีข้อมูลว่าสามารถใช้เวทมนตร์ของเดวัลได้ แอนทิสตาผู้ใช้เวทที่มีความหลากหลายทั้งสายโจมตี สนับสนุน รวมถึงเวทสายอัญเชิญ ฟรีโอนิเอล เลอนอฟ หนึ่งในห้าจอมดาบของยุค นอกจากวิชาดาบแล้วยังเป็นผู้ใช้เวทมนตร์สายแรงดึงดูด และสุดท้าย ลามินา มาดารัสจอมดาบในรุ่นเดียวกัน ผู้ใช้วิชาคลังอาวุธมิติที่สืบทอดกันในตระกูลมาดารัส ทั้งห้าจะมาเป็นหน่วยรบให้กับกลุ่มเรา โดยที่เรย์จะควบตำแหน่งหัวหน้าเชฟไปด้วยค่ะ” มินอาร่ายยาวแบบแทบไม่ได้พักหายใจ
“นี่ แล้วข้าล่ะ” เสียงหนึ่งดังแทรกมา
“ค่ะ ระดับบริหารอีกคน จูเดสปา อาเบอร์ดีนอดีตจอมเวทดาวรุ่งของอาณาจักรเวทมนตร์” มินอาเพิ่มเข้าไปอีกชื่อแบบไม่ค่อยใส่ใจ ท่าทางของเธอทำให้จูเดสปาหัวเสีย
หลายคนรู้ว่าอย่างมินอามีหรือจะพลาดเรื่องแค่นี้ เธอตั้งใจเมินเขาอย่างแน่นอน
“นอกจากระดับหัวหน้า ทางเราได้คนเพิ่มมาจากเดิมอีกพอสมควรค่ะ จากหน่วยวิทยาศาสตร์หกคนรวมตัวดิฉันด้วย เราได้ผู้ช่วยนักวิจัยจากเซคเตอร์โฟร์มาร่วมอีกสองคน ส่วนกำลังรบเองเราได้เพิ่มมาจากสามส่วน หนึ่งคือจากเซคเตอร์โฟร์ สองจากผู้รอดชีวิตในยุคที่แล้วที่ขอติดตามมาด้วย และสุดท้ายคือกำลังรบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้มา…”
“หืมมม ว่าไงนะ มีนอกจากนั้นด้วยเหรอ” กาเรนแทรก
“ค่ะ พวกชาโดว์ฮันเตอร์ที่น่าจะหมดอายุขัยไปแล้ว มีบางส่วนวิวัฒนาการสำเร็จค่ะ พวกเขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่คล้ายมนุษย์ แต่แข็งแกร่งกว่าชนิดที่ไม่สามารถเทียบกันได้เลยค่ะ”
“เอาจริงดิ” ซีวีลูบแขนไปมาทำท่าเหมือนขนลุก
“ชาโดว์ยิ่งนานวันก็จะยิ่งกลับไปคล้ายกับร่างเดิมของมัน พวกเราโชคดีที่ล้มโอเปราได้ก่อนที่พวกไพร์มจะพัฒนาไปถึงระดับนั้น” จีดัสอธิบายเพิ่ม
“พวกนี้มีเยอะไหม” อลินาถามมินอา
“มันมีอยู่สิบตัว ไม่สิ… พวกเขามีอยู่สิบคนค่ะ เมื่อรวมกับทหารเดิมของเราและคนที่ได้มาใหม่ หน่วยรบในปัจจุบันจึงมีทั้งหมดสองร้อยคนพอดีค่ะ”
“เฉพาะทหารสองร้อยคน… ถ้ามองจากที่ก่อนหน้านี้ยังมีอยู่ยี่สิบก็ต้องนับว่าเพิ่มขึ้นมาเยอะแล้ว” อัลโตประเมินในแง่ดี
“ถ้านับเจ้าบ้าโรมิเอลเข้าไปด้วย ผู้บริหารจะมีทั้งหมดยี่สิบสามคน หน่วยวิทยาศาสตร์ของด็อคอีกแปดคน สมาชิกรวมจะมีสองร้อยสามสิบเอ็ดคน” โซนาตาสรุปอีกครั้ง
“เราจะแบ่งกลุ่มกันอีกใช่ไหม” เจเนวีฟถามขึ้นมาลอย ๆ
โซนาตาพยักหน้า “แบ่งเป็นสามทีมแล้วกัน ทีมของฉัน ทีมเซเลนอส และทีมจีดัส ใครอยากจะอยู่กับใครก็เลือกเอาเลย”
“หน้าที่หลักของฉันเกี่ยวกับการวิจัยและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่กับคุณด็อกมา ทีมที่จะอยู่ทางนี้ขอเป็นคนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไซเลนเซอร์ได้จะดีมาก” จีดัสบอก
“ฉันจะอยู่ที่นี่เอง อืมม ไซเลนเซอร์ทุกคนอยู่ที่นี่เลยก็ดีนะ ถ้ามีพลังของฉันและพิกัดที่แม่นยำการส่งกำลังหนุนไปที่ทีมอื่นก็ง่าย” อลินาไม่เพียงแค่เลือกทีมให้ตัวเอง เธอบังคับให้ไซเลนเซอร์ทุกคนอยู่กับเธอที่ยานด้วย
กาเรนเกือบคัดค้านเพราะเขาอุตส่าห์เตรียมแผนท่องเที่ยวเอาไว้แล้ว แต่พอคิดว่าอย่างน้อยที่ยานก็มีสาวสวยอย่างโซลิเน ฟิลิเซีย มินอา และอีกมากมาย บางทีการอยู่บนยานไปอีกสักพักก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
“นั่นคือคราวนี้ ฉัน อลินา กาเรน ไคเลอร์ ฟิลิเซีย และโซลิเน อยู่ทีมเฝ้ายาน ส่วนอัลโตอยู่กับเวเนไปแล้วกัน” เคสเทรลยืนยันอีกทีพร้อมกับขยับหมวกคาวบอยไปมาอย่างไม่มีความหมาย
“ผมจะลองไปชวนคุณโรมิเอลอีกที” เซเลนอสทำท่าครุ่นคิด “ผมเข้าใจว่าคุณอยากให้อิสระกับทุกคน แต่ถ้าปล่อยไปแบบนี้เขาจะไม่มีวันกลายเป็นพวกเราสักที”
หลาย ๆ คนเห็นด้วยกับความคิดของเซเลนอส แต่เพราะไม่สามารถคาดเดาว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมสำเร็จหรือไม่ การแบ่งกลุ่มจะเป็นไปโดยที่คิดเสียว่าโรมิเอลเป็นแค่ตัวแถม คนที่เหลืออีกสิบสองคนจะถูกแบ่งอย่างละครึ่งลงทีมของโซนาตาและเซเลนอส
เรย์อยากรู้จักกับโซนาตาผู้เป็นผู้นำกลุ่มมากขึ้น สมาชิกใหม่บางคนคิดแบบเดียวกับเขา แอนทิสตาและฟรีโอนิเอลจึงเลือกทีมของโซนาตาเช่นกัน
ลามินาที่ทำหน้าที่คุ้มกันมายาวนานเชื่อว่าเธอควรทำหน้าที่คุ้มกันโซนาตา นอกจากนั้นเธอยังมีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ได้บอกใคร
สมาชิกคนสุดท้ายของทีมโซนาตาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเซกัน นักดาบดำผู้นี้มองโซนาตาเหมือนพี่ชายแท้ ๆ ของตน เขาสาบานกับตนเองเอาไว้ว่าจะปกป้องโซนาตาด้วยชีวิต
นั่นจึงทำให้ทีมของเซเลนอสคือทีมของคนที่เหลือที่ยังไม่ได้เลือก เริ่มจาก อดีตพาลาดินผู้กลายเป็นดาร์คไนท์ดีวาน ผู้ใช้เวมนตร์เดวัลไกรา คู่สามีภรรยาอัลโตกับเวเน จอมเวทจูเดสปา และคนสุดท้ายที่หากเจรจาสำเร็จ… โรมิเอล
“ขอย้ำอีกครั้งแม้ยุคนี้จะเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์แต่ข้อมูลของยุคนี้กลับหายากยิ่งกว่ายุคของซีวีและยุคของเรย์เสียอีก เรารู้รายละเอียดว่าอะไรจะเกิดขึ้นน้อยมาก ดังนั้นขอให้ทุกกลุ่มระวังตัวกันให้ดี กลุ่มของฉันจะไปจัดการธุระที่กิงคารอน ส่วนเซเลนอส นายกับกลุ่มของนายไปที่บริซาเนียเพื่อตรวจสอบเทพปีศาจและหาตัวลูนาร์…”
ทุกคนแปลกใจที่เห็นอยู่ ๆ โซนาตาหยุดพูดไปกลางคัน นอกจากนั้นสีหน้าของเขายังเปลี่ยนไปด้วย
“มีอะไรเหรอ” หลังจากนิ่งไปหลายวินาที ซีวีเป็นคนแรกที่ถาม
โซนาตาส่ายหน้า เมื่อครู่เขารู้สึกเสียวสันหลังวูบอย่างไม่มีสาเหตุแน่ชัด อาจเป็นแค่คิดไปเอง แต่โซนาตาเคยมีความรู้สึกแบบเดียวกันมาก่อน มันคือครั้งที่เขาได้พบแรปโซดีกับโอเปรา แต่รุนแรงกว่านั้นอีกหลายเท่า
“ไม่เป็นอะไรแน่นะ” อัลโตเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาบ้าง
“ไม่มีอะไรหรอก คงจะแค่เหนื่อยเกินไป” เขาตอบ
…หวังว่าจะคิดไปเอง…