Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 251: ชื่อแท้จริงคือลูนาร์

ลูนาร์ โรสเซท (โซลาร์)
โซลาร์เป็นคนที่ปะติดปะต่อเรื่องราวได้รวดเร็วกว่า เขาพบหลักฐานมากมายที่ทำให้เชื่อได้ว่ากลุ่มอะบีสพูดความจริง เริ่มจากหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดคือไม้เท้าของเวเน ของชิ้นนี้อยู่ในแปลนอาวุธมากมายที่โซลาร์สะสมเอาไว้ มันคือของที่เขาออกแบบเองกับมือแต่ยังไม่ได้ลงมือสร้าง การที่เวเนมีมันติดตัวมีได้แค่สองกรณีคือใครบางคนแอบมาดูงานออกแบบของเขาและชิงสร้างมันขึ้นมาก่อน แต่เรื่องเช่นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
หลักฐานถัดมาคือชุดและอุปกรณ์ล้ำสมัยของอัลโต สิ่งของที่ไม่น่าจะผลิตขึ้นในยุคนี้ได้ โซลาร์เห็นการทำงานของมันระหว่างที่อัลโตรับมือเดสคารินกา วัสดุที่บางเบา ยืดหยุ่น แต่มีพลังป้องกันสูงยิ่งกว่าเกราะชนิดใด นอกจากนี้เขายังแน่ใจว่ามันทำอะไรได้มากกว่าที่เขาเห็น
หลักฐานสุดท้ายคือมนุษย์ตัวเป็น ๆ หลายคนที่กำลังนั่งหน้าสลอนอยู่ในห้อง โซลาร์อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์มาไม่น้อย เขาแน่ใจว่าลักษณะท่าทางและวิชาของชายที่อ้างว่าตนคือเซเลนอสนั้นเหมือนกับที่บรรยายไว้ในหนังสือ นอกจากเซเลนอสที่มาจากสงครามซีนครั้งที่สามแล้ว ไกรากับจูเดสปาจากสงครามครั้งที่สี่เองก็เหมือนเช่นกัน ไกราสามารถใช้เวทมนตร์เดวัลที่ไม่ใช่ใครก็ฝึกฝนได้ ส่วนจูเดสปามีทักษะผสานเวทที่หาได้ยาก
เมื่อเอาทั้งหมดมาประกอบกันเขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคนกลุ่มนี้น่าจะเป็นของจริง พวกเขาคือนักเดินทางข้ามเวลา
“พวกเจ้ามีไทม์แมชชีนงั้นเหรอ”
“เรามียานชื่อมิเนอร์วา ไทม์แมชชีนติดตั้งอยู่กับยานนั้น” คราวนี้อัลโตเป็นคนตอบ จากนั้นเขาเริ่มเรื่องของกลุ่มอะบีส เรื่องราวแบบเดียวกับที่เล่าให้สมาชิกใหม่ถูกเล่าตั้งแต่ต้น เริ่มจากเรื่องที่ดูมแองเจิลตกลงมาบนซีน การต่อสู้ในเนเธอร์เวิลด์ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการผนึกเทพปีศาจทั้งสองครั้ง รวมถึงเรื่องของโอเปราและแรปโซดี
โซลาร์ ฮาจา และเอ็ดวานต่างนั่งฟังทุกเรื่องจนจบ แต่ละคนตีหน้าเครียดกระอักกระอ่วนในคนละแบบ ที่ดูแย่ที่สุดคงเป็นฮาจาที่มีสีหน้าคล้ายกับจะร้องไห้
“พวกท่านเห็นตัวอย่างที่โอเปรากับแรปโซดีทำ แล้วยังคิดว่าการแทรกแซงประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่เหมาะสมอีกเหรอคะ” น้ำเสียงของฮาจาดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
ฮาจาไม่เหมือนกับเอ็ดวานและโซลาร์ ยามปกติเธอเป็นคนอ่อนโยน มองโลกในแง่ดีและประนีประนอมเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พอเธอเสียงแข็งขึ้นมาแม้แต่เอ็ดวานที่สนิทกันมานานยังรู้สึกไม่คุ้นชิน
บางครั้งบางคราวเมื่อฮาจาพบเจอเรื่องที่คิดว่าไม่ถูกต้อง เธอจะหัวแข็งและดื้อรั้นยิ่งกว่าใคร เธอเชื่อว่ากลุ่มอะบีสไม่มีเจตนาร้าย แต่เธอเชื่ออีกเช่นกันว่าพวกเขาคือคนสร้างปัญหาโดยไม่รู้ตัว
“อาจเหมือนพูดแก้ตัว แต่พวกเราพยายามไม่ทำแบบสองคนนั้น รวมทั้งเยียวยาความเสียหายเท่าที่พอทำได้” เซเลนอสตอบแบบตรงไปตรงมา
การเจรจาไม่เป็นผล แม้ว่าฮาจาจะเข้าใจว่าประวัติศาสตร์แท้จริงจะไม่เปลี่ยนไปจากการแทรกแซง แต่เรื่องนั้นมันไม่สามารถนำไปอ้างกับคนที่มีชีวิตอยู่ในความเป็นจริงนี้ สำหรับฮาจา เอ็ดวาน และโซลาร์แล้วโลกที่เกิดเติบโตขึ้นมาเป็นของจริง
“กรุณาอย่าเล่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยค่ะ พวกเราไม่อยากรับผิดชอบเรื่องทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไป” ฮาจาดักคอจูเดสปาที่เริ่มยกเหตุผลว่าหากเข้าร่วมกลุ่มอะบีสพวกเธอจะมีโอกาสรอดมากขึ้น
“ท่าจะไม่ได้การแล้ว” เวเนกระซิบกับเจเนวีฟ
“หัวแข็งกว่าที่คิด… รับมือยากยิ่งกว่าลูนาร์.. เอ่อ…โซลาร์คนนั้นอีก” เจเนวีฟเกือบจะเผลอเฉลยชื่อจริงของโซลาร์ออกมาก่อนเวลา
“พวกคุณจะยอมรับความช่วยเหลือหรือไม่ พวกเราก็จะทำเรื่องที่ควรทำอยู่ดีครับ” เซเลนอสทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม
เมื่อพูดเรื่องที่อยากพูดไปจนหมดแล้ว เซเลนอสกับกลุ่มของเขาจึงปล่อยให้โซลาร์ เอ็ดวานและฮาจาหารือกันต่อโดยไม่มีพวกตนเข้าไปแทรก ทั้งสามใช้เวลาถกเถียงและปรับอารมณ์กันอีกพักใหญ่ก่อนที่จะกลับมาที่เป้าหมายเดิมที่เคยคุยค้างกันไว้
“ข้าจะช่วยผนึกเทพปีศาจก็ได้ แต่มีอยู่สองเรื่องที่พวกเจ้าจะต้องรับรู้ก่อน เรื่องแรกข้าเองก็มีภารกิจที่ต้องสะสาง” โซลาร์ลากกลับมาเข้าเรื่อง
“อะไรเหรอคะ” ฮาจารู้สึกเหนื่อยกับการคาดเดา วันนี้เธอเจอเรื่องน่ากลุ้มใจเยอะกว่าที่คาดเอาไว้
“ภารกิจแรกเดี๋ยวพวกเจ้าทั้งสองก็จะรู้เองเมื่อพวกเราไปถึง ส่วนภารกิจที่สองคือการรวบรวมวัตถุดิบสำหรับสร้างอาวุธผนึกเทพปีศาจ ซึ่งไม่สามารถใช้วัตถุดิบทั่วไปได้นอกจากโลหะแห่งเทพหรืออีกชื่อคือธีออสคาลิวา”
“ธีออสคาลิวา” เอ็ดวานพึมพำ
“อาวุธที่สร้างจากโลหะแห่งเทพ คนทั่วไปไม่สามารถหลอมทำลายมันได้ มันจะคงสภาพแบบนั้นตราบจนวันสุดท้ายของโลกนี้ และที่ต้องทำให้มันเป็นอาวุธนั้นมีเหตุผลอยู่ ตราบใดที่มีผู้ใช้อาวุธเหล่านั้น พลังวิญญาณของเทพปีศาจจะถูกเผาผลาญไปทำให้ไม่สามารถหลุดจากผนึกของดาบได้” โซลาร์เฉลยทุกอย่างรวดเดียว
“สุดยอดเลยค่ะ” ฮาจาอ้าปากหวอด้วยความลืมตัว “นี่เท่ากับว่าเราสามารถผนึกเทพปีศาจได้อย่างถาวรเลยสินะคะ”
“ถ้าสำเร็จนะ… แล้วฟังจากที่พวกอะบีสพูดก็ดูเหมือนสำเร็จน่ะแหละ”
เมื่อสรุปแผนเบื้องต้นได้แล้ว โซลาร์ก็ให้เอ็ดวานและฮาจาเลือกอาวุธและอุปกรณ์จากข้าวของมากมายที่เขาสร้างขึ้น ทั้งสองตกใจเมื่อได้เห็นสิ่งของมากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เอ็ดวานลองดาบทีละเล่ม ๆ แม้แต่เล่มที่โซลาร์อ้างว่าเป็นของที่เขาทำขึ้นเพื่อทดสอบ มันเป็นอาวุธที่พูดได้เขาไม่เคยเห็นในร้านค้าใดมาก่อน
“ดาบเล่มนี้มัน…” เอ็ดวานมองดาบในมือพร้อมกับขนลุก ดาบที่ใบดาบสามารถยืดหดได้ดังใจนึก สิ่งมหัศจรรย์แบบนี้สมควรเป็นสมบัติของชาติมากกว่าจะมากองรวมกันอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ นี่
“อยากได้อันไหนก็หยิบไปเลย”
“แต่นี่มันมีค่ามากเลยนะคะ ตีเป็นเงินไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“แน่ล่ะ! ของที่ข้าสร้างมันก็ต้องระดับนั้นแหละ”
“งั้นพวกเราจะหยิบไปเฉย ๆ จะดีเหรอ”
“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ต่อไปพวกเจ้าต้องช่วยข้าหาวัตถุดิบใหม่ไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นข้าจะใช้งานให้หนักเลย” โซลาร์พูดจบก็หัวเราะเหมือนเด็ก ๆ
เอ็ดวานเลือกดาบยืดหดได้ที่โซลาร์ยังไม่ได้ตั้งชื่อ ส่วนฮาจาได้ไม้เท้าแห่งรุ่งอรุณที่โซลาร์ยัดเยียดให้ นอกจากนั้นโซลาร์ยังนึกสนุกเลือกอุปกรณ์อื่น ๆ ให้กับทั้งคู่อีกมากมายหลายชิ้น เช่นถุงมือเพิ่มพลังให้กับเอ็ดวาน สร้อยคอป้องกันคำสาปสังหาร และอีกมากมาย
โซลาร์พาเอ็ดวานและฮาจาแวะพักโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างทาง เอ็ดวานคิดว่าเป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะพักให้เต็มที่ก่อนเริ่มภารกิจที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือโรงแรมที่ควรจะว่างกลับมีแขกมาถึงก่อนพวกตน
“โรมแรมนี้เนี่ยนะมีแขกอื่นนอกจากพวกเรา” โซลาร์ทักแบบไม่กลัวเจ้าหน้าที่จะหน้าเสีย
“ที่นี่มันทำไมเหรอคะ” ฮาจาเองก็หน้าเสียเช่นกัน แต่เป็นคนละเรื่อง เธอคิดว่าโซลาร์กำลังพูดถึงเรื่องอาถรรพ์ลึกลับที่ทำให้ลูกค้าหนีไปหมด
“แถวนี้มันห่างไกลผู้คน… แถมยังอยู่ใกล้ปราสาทที่เจ้ากราโดมันมายึดไว้ด้วย ถ้าไม่มีบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นของหายากในทวีปนี้คงเจ๊งไปนานแล้วล่ะ” อีกครั้งที่โซลาร์วิจารณ์ตรงไปตรงมาโดยไม่สนใจเจ้าหน้าที่ที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ตรงโต๊ะรับรอง
“คงเพราะเราจัดการกราโดไปแล้วนั่นแหละ” เอ็ดวานวิเคราะห์ ถึงจะฟังดูแปลก ๆ เพราะเรื่องการจัดการกับกราโดน่าจะยังไม่มีใครรู้มากก็เถอะ
สิ่งที่พวกเขาสงสัยได้รับคำตอบไม่นานหลังจากนั้น หลังจากที่ฮาจาเก็บข้าวของที่ห้องพักเสร็จ ฮาจาจึงนึกขึ้นได้ว่าเธออยากลองแช่น้ำในบ่อน้ำร้อนสักครั้ง หลังจากล้างตัวและเปลี่ยนไปนุ่งผ้าเช็ดตัว เธอก็พุ่งตรงดิ่งไปที่บ่อโดยไม่ทันดูว่ามีคนรออยู่ที่นั่นแล้ว
คนแรกเหมือนโซลาร์ไม่มีผิด ทรงผม สีผม แววตา ทุกอย่างเหมือนโซลาร์ราวกับฝาแฝด แต่เพราะรูปร่างที่บอบบางมีส่วนโค้งส่วนเว้า มันจึงทำให้ฮาจาแน่ใจว่าเธอไม่ได้มาผิดห้อง นี่คือบ่อน้ำร้อนด้านของผู้หญิง
ข้าง ๆ หญิงที่เหมือนกับฝาแฝดของโซลาร์ มีหญิงสาวอีกสองคน ฮาจารู้จักใบหน้าเหล่านี้ คนหนึ่งมีผิวสีซีด ผมดำยาวถึงกลางหลังถูกมัดรวบเอาไว้ต่างจากที่เคยเห็น ส่วนอีกรายมีผมสั้นและสีน้ำตาลเข้มนั้นตัวเล็กว่าใครเพื่อน เธอทักทายฮาจาด้วยการโบกมือไปมา
…เวเนกับเจเนวีฟ… ฮาจายิ้มฝืน ๆ ทั้งที่เพิ่งหมิ่นเหม่จะปะทะคารมกันไม่นานนี้ ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอพวกเขาอีกครั้ง
“ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าพวกเราไม่ได้มาดักรอ” เวเนรีบบอกไว้ก่อน
“หนังสือประวัติศาสตร์ที่พวกเรามีไม่ได้เขียนถึงยุคนี้ไว้ละเอียด เราไม่รู้ว่าพวกเจ้าจะมาที่นี่” เจเนวีฟอธิบายเสริม แต่ความจริงแล้วเธอไม่ได้สนใจนักว่าพวกฮาจาจะเข้าใจหรือไม่
เจเนวีฟรู้สึกแปลก ๆ กับผู้หญิงที่เหมือนกับโซลาร์ ไม่ใช่เพราะเธอรู้ว่าตัวจริงของโซลาร์คือลูนาร์ หรือเรื่องที่เธอคือเป้าหมายหลักที่โซนาตาต้องการตัวมาเป็นพรรคพวก
…แปลกมาก ทั้งที่บุคลิกไม่เหมือนกันสักนิด ทำไมทุกครั้งที่คุยด้วยมันชวนให้นึกถึงผู้หญิงคนนั้นนะ…
…ลูนาร์เหมือนกับซีวี… เจเนวีฟไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ แต่เธอมั่นใจว่าโซนาตาจะรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่ไม่น่ามีสาเหตุนี้เช่นกัน
“จ้องอะไรของเจ้าเนี่ย” โซลาร์ในร่างหญิงสาวหัวเราะเมื่อเห็นสายตาแปลก ๆ มาจากฮาจา
“ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ ท่านคล้ายกับใครคนนึงที่ข้ารู้จัก”
“อ้ออ เรื่องนั้นเองสินะ” เธอเหลือบไปมองดูเวเนและเจเนวีฟครู่หนึ่งแล้วจึงตัดสินใจว่าคนสองคนนี้น่าจะรู้เรื่องดีอยู่แล้ว
นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสกับแหวนหนึ่งในสามวง จากนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น ร่างหญิงสาวแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นชายหนุ่มในทันใด ฮาจาเพิ่งเข้าใจว่าหญิงสาวผู้ที่ราวกับฝาแฝดแท้จริงคือโซลาร์นั่นเอง
เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ ผิดกับเวเนและเจเนวีฟที่รู้เรื่องนั้นตั้งแต่แรก ทั้งคู่ช่วยกันห้ามไม่ให้ฮาจาโวยวาย
“อธิบายก่อนสิว่าตัวจริงของเจ้าเป็นหญิง มากลายร่างเป็นชายทั้งที่โป๊กันหมดทุกคนแบบนี้ ฮาจาที่ไม่รู้มาก่อนก็ตกใจสิ” เจเนวีฟเฉ่งใส่
“ชื่อจริงข้าคือลูนาร์” ลูนาร์บอกหลังจากที่ถอดแหวนออก ร่างของชายหนุ่มหายไปและถูกแทนที่ด้วยร่างของสาวน้อยในวัยเดียวกัน
“งั้นต่อไปพวกเราก็เรียกเจ้าว่าลูนาร์ได้แล้วใช่ไหม” เวเนสรุปเอาเอง
“อาาา… แต่ว่า”
“อยู่ร่างผู้ชาย มันสะดวกกว่าใช่ไหมล่ะ พวกเราจะไม่บอกเอ็ดวานหรอก” เจเนวีฟกระซิบบอกลูนาร์