Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 290: สงครามซีนครั้งที่ห้า
วัตถุดิบสำหรับสร้างดาบจันทราพร้อมแล้ว โธรนพร้อมแล้ว กองทัพจากนานาประเทศและเหล่ายอดฝีมือจากการประลองก็มีพร้อมแล้วเช่นกัน สิ่งที่เหลืออีกเล็กน้อยคือการเตรียมอาวุธให้กับเหล่าผู้กล้าผู้อาสาเข้าร่วมสงคราม
ลูนาร์ใช้แหวนแยกร่างวงใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมเพื่อเพิ่มจำนวนตนเอง เธอทำงานหนักอยู่หลายวันเพื่อเตรียมความพร้อม โดยมีกลุ่มอะบีสคอยให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะจัดเตรียมโลหะระดับรอง ๆ ลงมา โซลคริสตัล และวัตดุดิบจากเดวัลมากมายหลายชนิดที่จำเป็นสำหรับสร้างอาวุธให้ทุกคน
ลูนาร์ไม่ได้ต่อต้านกลุ่มอะบีสแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะเริ่มปลงตกว่าหยุดพวกเขาไม่ได้ และอีกส่วนคือเธอสังเกตเห็นว่าพวกเดียวกันที่เผลอใจไปสนิทสนมกับอีกฝ่าย เอ็ดวานเข้ากับเซกันและเรย์ได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนเธอคงคิดว่าเขาเป็นสมาชิกกลุ่มอะบีสไปแล้ว ส่วนฮาจาแม้จะพยายามเต็มที่เพื่อรักษาระยะห่างของเธอกับเซกัน แต่แม้แต่คนตาบอดก็สามารถบอกได้ว่าทั้งคู่ต่างมีใจให้กันอย่างแน่นอน
มีซาร์ซาคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ยอมญาติดีกับกลุ่มอะบีส เธอเป็นเพียงคนที่เดียวยืนกรานจะอยู่ช่วยลูนาร์ตีอาวุธบนสตาร์ซีกเกอร์
สงครามที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี เป้าหมายแรกของกลุ่มพันธมิตรคือร่างของเทพปีศาจฮาร์เบล ที่ตามประวัติศาสตร์แล้วมันจะถูกผนึกเป็นตัวที่สองหลังจากเดสคารินกา
ฮาร์เบลคือเทพปีศาจที่มีความเกี่ยวข้องกับเซกันอย่างลึกซึ้ง เซกันจึงอาสาขอเป็นแนวหน้าในการจัดการกับเทพปีศาจตนนี้ เขาและสมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มอะบีสขึ้นไปประจำการบนสตาร์ซีกเกอร์แทนมิเนอร์วา
โธรนกว่าหนึ่งร้อยเกาะ ล่องลอยล้อมร่างของฮาร์เบลเอาไว้ โดยมีสตาร์ซีกเกอร์และมิเนอร์วาเป็นกองหน้า ฮาร์เบลรับรู้ถึงอันตรายจากการถูกผนึก เพียงชั่วพริบตาสาวกเทพปีศาจนับแสนก็ปรากฏขึ้นรอบกายของมัน
อาจเป็นสัญชาตญาณของเทพปีศาจ สาวกที่ถูกเรียกออกมาล้วนแต่เป็นพวกที่บินได้ ดูผิวเผินคล้ายภาพของภัยพิบัติจากฝูงแมลงที่กำลังบินลงไปทำลายพืชผล แต่แทนที่จะเป็นแค่แมลงตัวจ้อย พวกมันคืออสูรปีศาจที่มีพลังระดับที่ตัวเดียวก็สามารถทำลายทั้งเมืองให้ย่อยยับไปได้
แต่ศัตรูของพวกมันก็ไม่ใช่เรือกสวนไร่นาที่ไม่สามารถตอบโต้ พวกเขาคือเหล่าทหารหาญที่ถูกรวบรวมมาจากกองทัพทั่วโลก ในกลุ่มนั้นยังมีทั้งมหาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ อัศวินเลื่องชื่อ มือสังหารฝีมือพระกาฬ รวมไปถึงพวกเหล่ายอดคนที่ลูนาร์รวบรวมมาจากเวทีประลองที่แอนเกีย
พลังของฮาร์เบลสามารถทำให้มนุษย์ฆ่าฟันกันเองด้วยแรงอาฆาตที่ไร้เหตุผล แต่พลังนี้ถูกผนึกไว้แล้วด้วยคนที่มีพลังแบบเดียวกัน เซกันใช้พลังจากดาบดูดกลืนความโกรธเกลียดทั้งหมดมาไว้ที่ตนเอง ไม่เพียงแค่ทำให้คำสาปของฮาร์เบลไร้ผล แต่เซกันกำลังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
“ตอนนี้แหละลูนาร์” เอ็ดวานตะโกนบอกเพื่อนหญิงในร่างชายหนุ่ม
“ไม่ต้องให้เจ้าบอกหรอกน่า ข้าเริ่มงานไปตั้งนานแล้ว” ลูนาร์หนึ่งในสามร่างแยกกำลังทุ่มสุดแรงฟาดค้อนลงไปบนดาบทะมะโนะมิที่กำลังร้อนได้ที่ ดาบสีดำค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างไปทีละนิดในทุกครั้งที่ถูกตี
“ตามประวัติศาตร์ พวกเจ้าผนึกฮาร์เบลโดยมีแค่เดวัลกลช่วยงั้นเหรอ” เรย์ถามเอ็ดวานอย่างทึ่ง ๆ
“ข้าก็ไม่รู้หรอก ก็มันไม่เกิดขึ้นในยุคนี้นี่ แต่ถึงทำได้จริงก็คงเสียหายเยอะทีเดียวแหละ”
ด้วยความพยายามในการจำกัดความเสียหาย ฮาร์เบลถูกผนึกลงในดาบจันทราเล่มใหม่โดยที่มีผู้เสียสละแค่เพียงหยิบมือ เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับผู้ที่สูญเสียและผู้คนที่รัก แต่กองทัพพันธมิตรหยุดเพื่อไว้อาลัยเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเดินทางสู่เป้าหมายต่อไป
เทพปีศาจอิโคนัสเคยถูกอาร์มอนเดช่วงชิงพลังส่วนหนึ่งไปเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้อาร์มอนเดหรือวายร้ายตนใดเข้าไปยุ่งกับอิโคนัสได้อีก หลายประเทศของทวีปบริซาเนียจึงร่วมแรงกันคุ้มกันร่างของอิโคนัสจนกระทั่งกองทัพของพันธมิตรมาถึง
ครั้งนี้ไม่สามารถใช้พลังของเซกันเข้าช่วยได้ แต่ลูนาร์ก็เตรียมรับมือไว้แล้ว โธรนแต่ละอันมีพลังพิเศษที่แตกต่างกันหนึ่งในนั้นมีโธรนที่มีพลังตรงกันข้ามกับพลังของอิโคนัส พลังที่ทำให้เคราะห์ร้ายถูกกลบทับด้วยพลังแห่งโชคลาภ
คทาศักดิ์สิทธิ์เนคเซสถูกหลอมในเตาชนิดพิเศษ ความร้อนระดับที่เตาทั่วไปไม่สามารถสร้างได้กำลังทำให้โลหะแห่งเทพอ่อนตัว ลูนาร์และร่างแยกของเธอช่วยกันเปลี่ยนเนคเซสให้กลายเป็นดาบใหม่ พวกเธอต้องแข่งกับเวลาแต่ก็ยังไม่ลืมว่าจะมันจะต้องออกมาเป็นผลงานชั้นเลิศด้วย
อิโคนัสกลับกลายเป็นหินอีกครั้งหลังจากเสียงลงค้อนครั้งสุดท้าย ลูนาร์แช่ดาบที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ลงไปน้ำขณะที่ร่างของเทพปีศาจกำลังถูกยกลอยสูงขึ้น อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้ามันจะกลายเป็นดวงจันทร์อิโคนัส ดวงจักทร์ดวงที่สี่
เทพปีศาจสามตนถัดมา เริ่มต้นและมีจุดจบไม่แตกต่างกัน โธรนเข้าโอบล้อม ร่างของมันเปลี่ยนจากหินและหลุดจากผนึกเมื่อสัมผัสอันตราย สาวกเทพปีศาจถูกเรียกออกมา กองทัพพันธมิตรต้องใช้กำลังเพื่อต่อต้านพวกมันและพลังคำสาปของเทพปีศาจที่สงบลงในขณะที่ลูนาร์เปลี่ยนอาวุธในตำนานให้กลายเป็นดาบเล่มใหม่
เทพปีศาจแห่งความสิ้นหวัง คุโรมา อิเดส ถูกผนึกเป็นลำดับที่สี่ ลูนาร์ใช้รีซาเรียนที่เคยเป็นอาวุธคู่มือของซาร์ซาเป็นวัตถุดิบสำหรับจัดการกับมัน ผลลัพธ์คือดาบจันทราคุโรมา อิเดสและดวงจันทร์ดวงที่ห้า
อัลกีโรอาเทพปีศาจแห่งการไร้ความรู้สึก หรืออีกชื่อคือเทพปีศาจแห่งอสรพิษ มันเกือบเป็นหายนะครั้งใหญ่เมื่อเทพปีศาจตนนี้ระเบิดพลังออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เคราะห์ดีที่มิเนอร์วาจับสัญญาณการโจมตีได้ล่วงหน้าและกางบาเรียโดยอัตโนมัติ
ลูนาร์ใช้ดาบแห่งซิลเวอร์ไปกับการจัดการเทพปีศาจตนนี้ และให้กำเนินดวงจันทร์ดวงที่หก
เนครอสเทพปีศาจแห่งเวลา คือหนึ่งในเทพปีศาจที่สร้างความหนักใจให้มากที่สุด พลังของเนครอสไม่ได้มีผลแค่กับสิ่งมีชีวิต แม้แต่เครื่องจักรก็สามารถผุพังได้หากเข้าใกล้มันจนเกินไป
ของที่ลูนาร์นำมาใช้ในครั้งนี้คือโลหะที่เคยเคลือบอยู่ในไห จะมีอะไรที่เหมาะสมในการจัดการกับเทพปีศาจแห่งเวลามากไปกว่าโลหะที่เคยหยุดเวลาของสิ่งมีชีวิต นี่คือต้นกำเนิดของดวงจันทร์ดวงที่เจ็ด
ทุกอย่างราบรื่นจนน่าหวั่นใจ ลูนาร์สังหรณ์ว่าเรื่องร้าย ๆ จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ความน่าตลกคือเวลาคนที่เราเชื่อว่าเรื่องดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น บ่อยครั้งที่พบว่ามันไม่เกิดขึ้นตามนั้น แต่ในทางตรงกันข้ามเมื่อคิดว่าเรื่องแย่ ๆ กำลังจะเกิดขึ้น มันมักจะจริง
จาเคววาไม่ได้อยู่ตามลำพัง สภาพแบบนี้คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับอิโคนัสมาแล้ว สิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะคล้ายกันปรากฏให้เห็นโดยรอบร่างของเทพปีศาจ
“อาร์มอนเดอีกแล้วเหรอ” ซาร์ซาร้องอย่างเดือดดาล
“ไม่ใช่แค่เรวาเรนท์ มีปีศาจกลุ่มอื่นอยู่ด้วย พวกนั้นกำลังสู้กัน” ลูนาร์วิเคราะห์จากสิ่งที่เห็น เมื่อลองสังเกตเพิ่มเธอจึงพบว่าสิ่งก่อสร้างในครั้งนี้มีหลักการทำงานเดียวกันแต่รูปร่างต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง
โซนาตาติดต่อกับลูนาร์เพื่อยืนยันสิ่งเดียวกัน มิเนอร์วาตรวจพบว่าที่ตรงกลางของปะรำพิธี อาร์มอนเดกำลังต่อสู้อยู่กับอีกหนึ่งศัตรูตัวฉกาจของกลุ่มอะบีส… เซลซารอส
การปรากฏตัวของเซลซารอสนำความวุ่นวายมามากกว่าที่คิด โรมิเอลที่สงบเสงี่ยมมาได้พักใหญ่แทบคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นศัตรูคู่แค้น เขาไม่ฟังคำห้ามปรามและตรงดิ่งเข้าร่วมสงครามโดยไม่สนใจว่าเซลซารอสไม่ได้มาเพียงลำพัง เขานำเอาเจ็ดปีศาจสงครามมาร่วมด้วยทั้งหมด
สาวกเทพปีศาจ กองทัพผีดิบเรวาเรนท์ เซลซารอสกับเหล่าขุนพล และกองทัพของพันธมิตรที่นำโดยลูนาร์และเหล่าตัวแทนจากแต่ละประเทศ ทุกฝ่ายโจมตีใส่กันจนเกิดความสับสนอลหม่านไปทั่ว โธรนเกินครึ่งเสียรูปขบวน ถูกกันออกจากการต่อสู้ และเริ่มมีบางส่วนที่ถึงขั้นร่วงลงมา
“อย่าเคลื่อนไหวเอาเองสิ” ลูนาร์ร้องลั่นเมื่อพบว่ามูนไลท์เคลื่อนตัวออกจากสตาร์ซีกเกอร์
“พวกเราจะช่วยระวังหลังให้เองค่ะ” เอแคลร์ตอบผ่านเครื่องมือสื่อสาร
“พวกเธอจะไปทำอะไรได้ เอามูนไลท์กลับมาเดี๋ยวนี้” ลูนาร์สั่ง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือมาจากสังหรณ์ที่รู้สึกก่อนหน้านี้
สถานการณ์เลวร้ายลงทุกขณะ ทั้งพวกอันเดดบินได้ที่ล้อมหน้าล้อมหลัง ทั้งสาวกเทพปีศาจที่ร้ายกาจยิ่งกว่า ทุกคนต่างรู้ว่าการที่มูนไลท์จะถูกทำลายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ว่าช้าหรือเร็วเท่านั้น
แต่พวกเธอไม่ยอมหนี ศัตรูกำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของกองทัพพันธมิตรและกลุ่มอะบีส พวกเมดต่างคิดแบบเดียวกันว่าขอแค่ยื้อเวลาได้อีกสักนิดก็ยังดี
มูนไลท์ลอยห่างออกมาขณะที่เริ่มลุกไหม้ ลูนาร์พยายามออกคำสั่งกับพวกเธออีกครั้งแต่ไม่ได้ผล เอแคลร์ตัดสินใจตัดสัญญาณสื่อสารทิ้ง
เมดสาวทุกคนมองหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย
“เคยบอกรึยังว่าข้ารักพวกเจ้าทุกคนเหมือนน้องสาวแท้ๆ” เอแคลร์พูดทั้งน้ำตา
“บ้ารึเปล่า พวกเราถูกท่านลูนาร์สร้างเหมือนกัน ดังนั้นเจ้าก็ต้องเป็นพี่สาวของพวกข้าอยู่แล้ว” ชูโรสเดินเข้าไปโอบไหล่ดึงทุกคนเข้ามากอดด้วยกัน
“ไม่ต้องกลัวนะ พวกเราจะไปด้วยกัน”
ในความทรงจำห้วงสุดท้าย พวกเธอได้เห็นสิ่งที่หากเป็นมนุษย์ก็คงต้องเรียกว่ามันคือความฝัน เหล่ามนุษย์กลสาวได้เห็นวันคืนอันมีความสุขที่เคยใช้ด้วยกันมา เอแคลร์อยู่กับหนังสือนิทาน ‘สะพานสู่ดวงจันทร์’ ของเธอ ช็อกโกพายที่หมกตัวอยู่ในห้องครัวและหนังสือตำราอาหารเล่มใหม่ ชูโรสกำลังง่วนอยู่กับการดูแลรักษาเครื่องยนต์ของมูนไลน์ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ เจลาโตที่ใส่ใจกับการทำความสะอาดห้องทุกห้อง และสุดท้ายคือมาการองผู้ที่มีความสุขที่สุดยามที่เห็นลูนาร์ดื่มเครื่องดื่มที่เธอชง
ลูนาร์ร้องไห้อย่างไม่อายใคร เธอกรีดร้องปริ่มว่าจะขาดใจตามไป สำหรับเธอพวกมนุษย์กลเหล่านี้ไม่ใช่แค่คนรับใช้ หรือเครื่องมือที่มีไว้เพื่อความสะดวกสบาย เด็ก ๆ ทั้งห้าคือเพื่อนคนสำคัญของเธอ
ทั้งที่อยู่ห่างกัน โซนาตากลับสัมผัสถึงความเสียใจรุนแรงของลูนาร์ เขาอยากไปอยู่ตรงนั้นเพื่อพูดปลอบใจอีกฝ่าย แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่เขาต้องรีบจัดการ
“เจ้าจิ้งจอกน้ำแข็งนั่นได้พลังมาจากตอนนี้ใช่ไหม” โซนาตาพูดขึ้นลอย ๆ เขาไม่ได้รอใครมาช่วยยืนยัน เช่นเดียวกับโรมิเอลผู้ขัดคำสั่งและออกไปอาละวาดอยู่ในตอนนี้ โซนาตาเองก็อยากออกไปเด็ดหัวเซลซารอสเต็มแก่แล้ว
แม้การฆ่าเซลซารอสในตอนนี้จะไม่มีผลอะไรกับช่วงเวลาที่เขาเสียเชอรีสไปก็ตาม