Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 289: ผู้ที่จะได้ครอบครองรางวัล
ผู้ชมในสนามกลับมาคับคั่งยิ่งกว่าตอนแรก เสียเชียร์ดังกระหึ่มจากรอบด้าน ลูนาร์พบว่าในนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ผู้ชมแต่บรรดาผู้ร่วมแข่งขันที่ตกรอบไปแล้วยังจับจองที่นั่งร่วมชมอยู่ด้วย
“สู้ ๆ เขานะคะ” ฮาจาตะโกนแข่งกับเสียงเชียร์คนทั้งสนาม แน่นอนว่าเสียงของเธอถูกกลืนหายไปจนหมด
“อย่าให้เสียชื่อทีมลาโตรนะ” ลาโตรเสียงดังกว่าเยอะ ถ้าเฉพาะเรื่องแข่งตะโกนเขาไม่แพ้ใครแน่
“มีแผนอะไรรึเปล่า” เอ็ดวานกระซิบถามลูนาร์ ที่เขาไม่โวยวายตอนที่ลูนาร์ตัดสินใจสู้ต่อทั้งที่น่าจะพักให้เต็มที่ก่อนก็เพราะเชื่อว่าคนอย่างลูนาร์จะทำอะไรต้องคิดไว้แล้ว
“ไม่มีหรอก แค่ไม่อยากเห็นหน้าพวกนั้นแล้ว”
“อ๋อ ไม่มีหรอกเหรอ ห๊าาา”
“ตะโกนอะไรของเจ้าน่ะ” ซาร์ซาทุบหลังเอ็ดวานเสียงดังตุ๊บ เขาเกือบจะล้มทั้งยืน เธอคิดว่าไม่ได้แรงอะไรขนาดนั้น แต่นี่คือหลักฐานว่าเอ็ดวานสภาพใกล้ถึงขีดจำกัด
เมื่อการต่อสู้เริ่มต้น ลูนาร์ประเดิมด้วยการหยิบกล่องสมบัติขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า หีบถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติแต่ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น แถมกล่องยังสลายไปต่อหน้าต่อตา
“พลาดแฮะ”
“ทำอะไรเนี่ย” เอ็ดวานถามอย่างมีความหวัง
ไม่มีความเข็ดหลาบ ลูนาร์ทำแบบเดิมซ้ำ กล่องหน้าตาเหมือนเดิมถูกโยนออกมาอีก พวกอลินารู้สึกสงสัยจึงไม่ได้พยายามขัดขวาง กล่องถูกเปิดออกเองอีกครั้งและสลายไป
“ซวยชะมัด นี่กล่องสุดท้ายแล้วนะ” ลูนาร์โยนกล่องสุดท้ายออกไป กาเรนสังหรณ์ใจไม่ดีเขาตัดสินใจไม่รอดูผลเหมือนกับอลินา
แสงสว่างส่องออกมาจากกล่อง กาเรนรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงของเขาลดวูบไป ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น อลินาและโซลิเนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
โซนาตามองออกแล้วว่ามันคืออะไรแต่เขาไม่สามารถเตือนพวกอลินาได้ทัน
กล่องที่ลูนาร์ใช้ บรรจุเวทมนตร์ที่ทำงานคล้ายกับอุปกรณ์ดูดพลังเทพปีศาจที่เฟอร์โรสร้าง แต่มันถูกลดขนาดและประสิทธิภาพลง นอกจากนั้นเพราะไซเลนเซอร์มีสเปลอิมมูนิตีมันจึงยิ่งมีโอกาสใช้งานสำเร็จได้ยากขึ้นไปอีก ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกอลินาปล่อยให้ลูนาร์ได้ใช้มันจนสำเร็จ
เรี่ยวแรงฝ่ายหนึ่งลดลงฮวบฮาบ ในขณะที่อีกฝ่ายฟื้นฟูกลับมาเต็มเปี่ยม แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ลูนาร์ต้องการกำลังฟื้นคืนเพื่อใช้อาวุธอีกชิ้นต่างหาก
จากกระเป๋ามิติของลูนาร์ ดาบดวงจันทร์เดสคารินกาถูกดึงออกมา ถ้าเป็นคู่แข่งโดยทั่วไปลูนาร์อาจไม่กล้าใช้ดาบนี้ แต่สำหรับพวกที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์อย่างกลุ่มอะบีสการใช้ดาบเล่มนี้รับมือคงไม่เกินเลยเกินไป
สิ่งที่ลูนาร์ต้องระวังคือภาพลวงตากับพลังสลับที่ สองอย่างนี้อาจทำให้เธอเล่นงานพวกเดียวกันเองได้ทุกเมื่อ ดาบจะถูกฟันออกไปอย่างไม่ไตร่ตรองไม่ได้
โซลิเนรู้ตัวว่าตนถูกมองข้าม แต่ไหนแต่ไร คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมักจะมองเธอเป็นแค่ไก่รองบ่อน พวกที่ชอบเล่นงานคนอ่อนแอก่อนจะเล็งเธอเป็นเป้าหมายแรก ส่วนอีกประเภทหนึ่งจะมองเธอเป็นแค่ศัตรูที่จะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้ โซลิเนคิดจะแสดงให้ลูนาร์เห็นว่าการตัดสินเธอแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย
เสียงดนตรีดังขึ้นจากรอบทิศ ประกอบไปด้วยเสียงจากเครื่องดนตรีหลายประเภท เมื่อบรรเลงถึงท่อนที่โซลิเนต้องร้อง ลูนาร์ก็ตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันไม่มีทางจบลงง่ายนัก
“เอเนมีออฟโซลิทูด” นั่นคือชื่อเพลงใหม่ของโซลิเน
ลูนาร์เหลียวมองไปโดยรอบ โซลิเนยังอยู่ตรงนั้น แต่มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่เหลืออยู่ อลินา กาเรน เอ็ดวาน และซาร์ซา ทุกคนอันตรธานหายไปจนหมด
ลูนาร์ใช้เวลาตั้งสติเล็กน้อย เมื่อเหลียวมองจนทั่วลูนาร์จึงได้พบกับความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ผู้เข้าแข่งขัน แม้แต่เหล่าคนดูก็หายไป ราวกับโลกนี้ไม่มีผู้ใดยกเว้นแค่ตัวเธอกับโซลิเน
ลูนาร์เชื่อว่ามันไม่ใช่ความสามารถเกี่ยวกับมิติ เธอตัดกรณีที่ตนเองกับโซลิเนถูกดึงเข้ามาในมิติเฉพาะออกไปในทันทีที่ร่างของเธอถูกซัดจนกลิ้งไปด้วยการโจมตีที่ไม่มีที่มา ลูนาร์เดาว่ามันคือการโจมตีของอลินา ปัญหาคือเธอมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน หรือสัมผัสใด ๆ เกี่ยวกับศัตรูเลย
…ไม่ใช่มิติแน่นอน ศัตรูมีอยู่ เราแค่มองไม่เห็น…
เหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นกับซาร์ซาและเอ็ดวานเช่นกัน ทั้งคู่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอเนมีออฟโซลิทูดจนมองเห็นคนเพียงคนเดียวคือโซลิเน คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วว่าการหยุดเพลงนี้ให้ได้คือวิธีการเดียวในการหนีจากสภาพนี้
ทั้งสามพุ่งเข้าใส่โซลิเนทั้งที่มองไม่เห็นกันเอง ศัตรูอยู่ตรงกลางเวทีแท้ ๆ แต่ไม่มีใครไปถึงได้ กาเรนและอลินาไม่ได้ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน ทั้งสองไม่ยอมให้โซลิเนที่กลายเป็นเป้านิ่งถูกเล่นงานได้โดยง่าย
เอ็ดวานถูกหลอกให้สู้กับภาพลวงของซาร์ซา ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกซัดลงไปกองกับพื้น ช่วงจังหวะนั้นลูนาร์ใช้คทาเนคเซสลบล้างภาพลวงตาของกาเรนและอำนาจจากเพลงของโซลิเนออกไป เธอรู้ว่ามันจะได้ผลเพียงสั้น ๆ แต่ลูนาร์ก็ต้องการแค่นั้น เป็นโชคดีที่ตอนนั้นอลินาและกาเรนไม่ได้กำลังประกบเธออยู่
ลูนาร์ซัดคลื่นดาบออกไปจนสุดแรง พลังที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะหยุดได้ เธอเสี่ยงใช้พลังขนาดนี้เพราะมั่นใจว่ากลุ่มอะบีสต้องทำอะไรบางอย่างได้แน่นอน
อลินาตัดสินใจในชั่วพริบตา เธอรู้ว่าวิธีของเธอจะทำให้กลุ่มอะบีสแพ้เพราะทำผิดกติกา แต่มันคือวิธีเดียวที่นึกออกในชั่วพริบตานี้ วิธีเดียวที่จะทำให้เธอและคนอีกหลายพันชีวิตที่อยู่ข้างหลังต้องตายเพราะพลังระดับเดียวกับเทพปีศาจ
เซกันถูกสลับที่กับโซลิเน เขาตกใจที่มาอยู่ตรงนั้น แต่สัญชาตญาณนั้นว่องไวกว่าความคิด ดาบในมือถูกชักออกมาและฟันสวนออกไป คลื่นสีดำลูกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นพุ่งเข้าชนกับคลื่นยักษ์ที่ลูนาร์ปล่อยออกมา และต้านทานกันไว้กลางอากาศ
พลังถูกผลักกันอยู่แบบนั้น เซกันสามารถดันชนะกลับมาได้แต่เขาควบคุมไว้แค่เพียงให้มันเสมอกันและปล่อยให้พลังของทั้งสองฝ่ายสลายไปเอง
ลูนาร์ชนะการเดิมพันกับตัวเอง แม้ว่าเธอจะมองกลุ่มอะบีสเป็นปฏิปักษ์ แต่ไม่มีใครอีกแล้วที่จะเชื่อใจกลุ่มอะบีสไปมากกว่าเธอในตอนนี้ ลูนาร์แน่ใจมาแต่ต้นว่าต่อให้อลินาไม่สลับที่เซกันมา ด้านหลังนั้นยังมีทั้งโซนาตาและพรรคพวกที่แข็งแกร่งอีกมากมาย พวกเขาจะออกมาหยุดความเสียหายนี้และพ่ายแพ้ไปเพราะเข้ามาแทรกแซงการแข่งขัน
ลูนาร์หอบตัวโยนหลังจากที่ใช้พลังจนเกินขีดจำกัด เธอหันไปทางโซนาตาที่กำลังขึ้นเวทีมาแสดงความยินดีด้วย “จะบอกว่าใช้วิธีขี้ขลาดก็ได้นะ”
“เธอรู้ว่าพวกเราต้องทำแบบนี้ ใครจะพูดยังไงไม่สำคัญหรอก เธอชนะแล้ว” โซนาตาขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับไอน์บริกาที่เป็นของรางวัล
ทั้งสนามยังอึ้งกับการแข่งขันที่จบลงแบบผิดคาด ถึงสำหรับหลาย ๆ คนมันจะน่าผิดหวังที่ไม่ได้เห็นการงัดทุกอย่างออกมาใช้อย่างดุเดือด แต่ผู้ชมก็ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาเริ่มปรบมือกับกับผู้ชนะ
ลูนาร์ไม่ได้รู้สึกภาคภูมิกับชัยชนะเลย เธอก็แค่อาศัยความใจดีของฝ่ายตรงกันข้าม เหมือนกับครั้งที่เธอเอาชนะกลุ่มเซเลนอสมาได้เพราะอีกฝ่ายเลือกที่จะยอมถอย
ลูนาร์รอโซนาตาและเจ้าเมืองแอนเกียผู้เป็นประธานการแข่งดำเนินรายการต่อ จนเมื่อได้โอกาสมาถึง หญิงสาวจึงยกดาบที่เป็นของรางวัลขึ้นและพูดกับเหล่าผู้คนที่อยู่ที่นั่น
“พวกข้ากำลังสู้กับเทพปีศาจ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่รู้ว่ามันมีอยู่จริง” ลูนาร์อธิบายเกี่ยวกับเป้าหมายของเธอ
ลูนาร์ไม่รู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์แต่เธอเชื่อว่าหากเธอเป็นผู้ชนะในการแข่งและได้ไอน์บริกามา เธอจะทำสิ่งเดียวกันกับตอนนี้
ไอน์บริกาคือของสำคัญที่เธอต้องใช้เพื่อสร้างอาวุธที่ใช้ผนึกเทพปีศาจ ลูนาร์จึงเอ่ยปากขอร้องทุกคนโดยเฉพาะเหล่าผู้เข้าแข่งขันเพื่อให้เป็นมาเป็นกำลังให้ในศึกสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
มีทั้งคนที่เชื่อเรื่องเล่าของเธอและคนที่ไม่เชื่อ ลูนาร์ไม่ได้คาดหวังไว้มากว่าทุกอย่างจะออกมาเป็นไปอย่างที่คิด จนกระทั่งเงาขนาดยักษ์ได้ปรากฏขึ้นบนฟ้า
“นั่นมัน มาสักทีสินะ” ลูนาร์ฉีกยิ้ม
“โธรนงั้นเหรอคะ แต่นั่นมันมากกว่าที่คาดเยอะเลย” ฮาจาเดินเข้ามาร่วมวงด้วย
ลูนาร์เหลือบไปมองทางโซนาตาและจีดัสที่กำลังพูดคุยกันอยู่ เธอรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับจีดัสอย่างแน่นอน เขาไม่ได้แค่ช่วยเธอในเรื่องแปลนของโธรน แต่ยังนำมันไปสร้างจนสำเร็จมากมายแบบนี้
“ยุ่งไม่เข้าเรื่องแท้ ๆ” ลูนาร์บ่นอุบ
“เอาเถอะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่งั้นคงโน้มน้าวนักสู้ในงานไม่ได้หรอกค่ะ” ฮาจากลายเป็นคนที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นไปอย่างง่าย ๆ เกินคาด
ท่ามกลางคลื่นแห่งความสับสนวุ่นวาย ลูนาร์แอบเห็นเซกันยกมือขึ้นทักฮาจา นักบวชสาวตัวดีเห็นแล้วแต่หลบสายตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ลูนาร์เห็นทุกอย่างชัดเจนว่าฮาจากำลังประหม่าเพราะถูกชายหนุ่มทัก หรือว่า…
…เฮ้อ เอาไงก็เอา…