Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 300: นรกที่โซดาเรีย

ลอเรนซ์ เรสเซนไฮด์
มันคือขุมนรก เรย์เคยเห็นภาพแบบเดียวกันนี้มาก่อนในสมรภูมิกับเทพปีศาจ สิ่งที่ต่างกันคือฉากหลังของทิวทัศน์ขาวโพลนในบริซาเนีย นครที่กลายเป็นเมืองหลวงของโซดาเรีย
“ตั้งสติหน่อย” ฟรีโอนิเอลพูดพร้อมเขย่าตัวเรย์ เขาสติหลุดไปครู่หนึ่ง
“บ้าจริง” เรย์วิ่งเข้าไปหาทหารรายหนึ่ง เขาพยายามจะถามไถ่เรื่องที่เกิดแต่ไม่มีประโยชน์ ชายผู้นั้นเสียชีวิตไปแล้ว
“รวมกลุ่มกันไว้ แต่ละทีมดูแลคนในทีมตัวเองด้วย เรย์! ทีมนายมากับฉัน” โซนาตาตะโกนบอกเขา
แต่ละทีมแยกย้ายกันออกไป กลุ่มของนานาชิและทีมไซเลนเซอร์ของอลินามีหน้าที่หลักคือขนย้ายคนออกไปให้ไกลจากสถานที่เกิดเหตุ กลุ่มของเซเลนอสที่มีทั้งดีวานและฮาจาจะคอยทำหน้าที่ชุบชีวิตให้กับผู้เสียชีวิตเท่าที่พวกเขาสามารถช่วยได้ ส่วนกลุ่มที่เหลืออย่างกลุ่มของเซกัน และกลุ่มของโรมิเอล ได้แยกออกไปอีกทางเพื่อค้นหาศัตรู
วังของโซดาเรียกำลังถูกโจมตี เรย์รู้สึกใจหายวาบเพราะที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่แห่งความทรงจำ เขาเคยมาที่นี่มากกว่าหนึ่งครั้งในยุคสมัยของตนเอง
สองข้างทางของราชวังส่วนนอกเต็มไปด้วยร่างไร้ลมหายใจของมนุษย์ พิจารณาจากชุดเครื่องแบบ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือทหารของโซดาเรียอย่างแน่นอน และร่างไร้ชีวิตอีกไม่น้อยน่าจะเป็นนักผจญภัยจากกิลด์อื่นที่ถูกว่าจ้างมาเหมือนกับกิลด์อุสทรินา
“ไม่มีศพของฝ่ายศัตรูเลย” จีดัสประเมิน “ร่องรอยของผู้บุกรุกมีน้อยจนน่าแปลกใจ”
“มากันแค่ไม่กี่คนสินะ” ซีวีรู้สึกกังวลจนใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ผู้บุกรุกไม่กี่คนแต่ล้มคนมากมายขนาดนี้ได้ อย่างน้อยก็ต้องมีฝีมือไม่ได้ต่างจากกลุ่มอะบีสเลย
“ว่าแต่นี่ก็หลายวันมาแล้วนะ พวกฟรองเซย์ยังมาไม่ถึงเหรอ” ฟรีโอนิเอลถามขึ้นมาลอย ๆ แต่ไม่มีคำตอบแน่ชัดจนกระทั่งพวกเขาเห็นเงาขนาดใหญ่บินผ่านหัวไป
เงานั้นสังเกตเห็นพวกโซนาตาเช่นกัน มันคือฟรองเซย์ในร่างมังกรน้ำแข็งนั่นเอง เธอพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่ได้สนใจพวกโซนาตาที่กำลังไล่ตามอยู่ข้างล่าง
“รอก่อนครับ” อัสการ์ตะโกนมาจากที่ไกล ๆ จอมเวทหนุ่มวิ่งหน้าตั้งเข้ามาสมทบกับพวกโซนาตา
“เกิดอะไรขึ้น วังถูกบุกงั้นเหรอ” กลายเป็นอัสการ์ที่เป็นฝ่ายถาม ทั้งที่พวกโซนาตาเองก็อยากรู้
“พวกเราก็เพิ่งเห็นการโจมตีนี่แหละ ฟรองเซย์นำไปแล้ว ตามไปกันเถอะ”
บริเวณวังชั้นใน ที่นี่คือสถานที่ที่เรย์ก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้ามา มันคือส่วนของราชวังใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นในภายหลัง พวกโซนาตาพบว่าฟรองเซย์คืนร่างเป็นมนุษย์และวิ่งหายเข้าไปในนั้น ทุกคนจึงเร่งฝีเท้าเพื่อตามเข้าไป
ฟรองเซย์หยุดยืนอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปต่อเพื่อให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องถัดไป แต่เธอไม่สามารถไปได้ลึกไปกว่านั้น เบื้องหน้าของเธอคือกลุ่มผู้บุกรุก ที่ฟรองเซย์สามารถบอกได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นศัตรู นั่นเพราะกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวพวกเขา นอกจากนั้นเครื่องแบบที่ทั้งห้าคนสวมไม่เหมือนกับเครื่องแบบของทหารชาติไหนหรือกิลด์มีชื่อที่เธอรู้จัก
“ระวัง! พวกนี้ดูเก่งกว่าที่ผ่านมา” หนึ่งในนั้นพูด น้ำเสียงของเขาทำให้ฟรองเซย์ถึงกับหนาวสะท้าน เธอมองใบหน้าของเขาอย่างฉงนงงงวย ในใจได้แต่สงสัยว่านี่เป็นเพราะแสงไฟกำลังเล่นตลกอยู่หรือเปล่า
อัสการ์ที่วิ่งตามมามีอาการไม่ต่างกัน เขาร้องเสียงหลงเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้น
“โฮ่… มีเจ้าอีกคนตรงนี้ด้วยแฮะ” ชายผมแดงหัวเราะพลางชี้ไปที่อัสการ์ “แต่ดูท่าจะเป็นพวกไม่เอาไหนนะ”
“คงแค่คนหน้าคล้ายแหละค่ะ รุ่นพี่อัสการ์ไม่ดูอ่อนแอแแบบนั้นหรอก” สาวแว่นผมสีน้ำตาลแดงเข้มไม่ค่อยพอใจท่าทีของชายผมแดงที่เอารุ่นพี่ของเธอไปเปรียบเทียบ
“เหมือนจริง ๆ น่าจะเป็นอัสการ์ของโลกทางนี้” หนุ่มผมยาวสีทองช่วยยืนยัน
“พวกเจ้านี่จะตกใจทำไม ทำอย่างกับว่าไม่เคยเจอตัวตนอีกคนในโลกคู่ขนาน” เด็กหนุ่มที่น่าจะอ่อนที่สุดในกลุ่มพูดบ้าง
“โลกคู่ขนาน…” โซนาตาทวนคำ
“อ๊ะ เรื่องนี้เป็นความลับกับคนทั่วไปรึเปล่านะ” ชายผมแดงถามเพื่อน ๆ
“เหมือนกันนั่นแหละค่ะ ยังไงเดี๋ยวก็ต้องกำจัดทิ้งทั้งหมดอยู่ดี” หญิงสาวตอบ
ยังไม่ทันที่จะรู้เรื่อง การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น ฟรองเซย์จับจิตสังหารได้จึงพุ่งออกไปทันทีที่ผู้หญิงของฝ่ายตรงกันข้ามพุ่งออกมา ต่างจากครั้งก่อนที่พวกโซนาตาเห็นเธอสู้ คราวนี้ฟรองเซย์อยู่ในสภาพพร้อมรบ เธอมาพร้อมกับดาบที่ใหญ่กว่าดาบทั่วไปสามถึงสี่เท่า
“No. 3 ลอเรนซ์ เรสเซนไฮด์” ฝ่ายตรงกันข้ามแนะนำตัวก่อน
“ฟรองเซย์ ลีออน” ฟรองเซย์แนะนำตัวบ้างตามมารยาท ฝ่ายศัตรูหลายคนเหมือนกับหันมามองเธอพร้อมกันเมื่อได้ยินชื่อ
โซนาตาและคนอื่น ๆ ยังรอดูเชิงกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างประเมินศัตรูเอาไว้สูงจึงตั้งใจเก็บข้อมูลเล็กน้อยก่อนการปะทะ พวกเขามองดูสองสาวของสองฝ่ายสู้กันโดยยังรักษาระยะเอาไว้
ฟรองเซย์คืออัศวินมังกรน้ำแข็ง เธอมีเรี่ยวแรงมหาศาลจึงสามารถกวัดแกว่งดาบยักษ์ไปมาได้ราวกับมันเป็นแค่กิ่งไม้น้ำหนักเบา เธอมีทักษะของมังกรน้ำแข็งที่สืบทอดมาจากเวิร์น ทุกท่วงท่าของเธอถูกอาบด้วยไอเย็นจัดที่หากเป็นคนทั่วไปแค่การเข้าใกล้ยังทำไม่ได้
“ลมหายใจน้ำแข็ง”
ฟรองเซย์พ่นคลื่นความเย็นออกจากปาก อีกหนึ่งท่าที่อัศวินมังกรทุกคนต้องใช้ได้ นอกจากมีพลังรุนแรงแล้วท่านี้ยังใช้พลังเวทน้อยกว่าเวทมนตร์น้ำแข็งที่รุนแรงระดับเดียวกัน
ลอเรนซ์ไม่ได้มีปัญหากับการโจมตีของฟรองเซย์ แม้จะกระโดดหลบไปมาแต่หมวกเบเรต์ของเธอไม่หลุดด้วยซ้ำ ผมสีน้ำตาลแดงที่เหมือนไวน์แดงเลิศรสผสมกับช็อกโกแลตละมุนเพียงแค่ไหวไปมาราวกับเธอยังหยุดนิ่ง
เธอใช้ปืนเป็นอาวุธ อย่างน้อยจากรูปร่างภายนอกมันก็ดูเหมือนปืนโบราณ แต่สิ่งที่ลอเรนซ์ยิงออกมากลับไม่ใช่กระสุน มันคือพลังวิญญาณท่ีถูกอัดเป็นก้อน
“คล้ายวิชาของอดอว์ตเต ไม่สิ…” ซีวีขมวดคิ้ว เธอนึกถึงวิชาของเพื่อนรัก แต่บางอย่างนั้นแตกต่างออกไป
“ถ้าจะพูดถึงความคล้าย มันคล้ายไอ้นั่นมากกว่าไม่ใช่เหรอ” โซนาตาถามซีวีจากนั้นก็หันไปสบตากับจีดัส อีกฝ่ายก็คิดแบบเดียวกัน
“ใช่แล้ว คล้ายปืนยิงวิญญาณของเออร์มุน… ที่สำคัญกว่านั้น เธอบอกใช่ไหมว่าเธอคือเรสเซนไฮด์”
“จริงด้วยสิ นามสกุลเหมือนของท่านเออร์มุน กับเจ้าบ้าอาร์มอนเด”
ต่างฝ่ายต่างผลัดกันโต้ผลัดกันป้องกัน ฟรองเซย์เร่งเกมขึ้นด้วยการระเบิดออรามังกรออกจากร่าง ด้วยออรานี้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นพลัง ความเร็ว และความทนทานของเธอจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกขั้น ฟรองเซย์คิดจะใช้พลังนี้ผสานกับพลังเยือกแข็งเพื่อเผด็จศึกลอเรนซ์ในพริบตา
แต่ดาบของเธอถูกหยุดไว้ ลอเรนซ์รับการโจมตีด้วยลำกล้องปืน ฟรองเซย์จำต้องถอยออกมาตั้งหลักเมื่อพบว่าคู่ปรับเธอก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ร่างของเธอห่อหุ้มด้วยออรามังกร
“แย่หน่อยนะ ไม่ใช่เจ้าคนเดียวหรอกที่มีพลังแฝงของมังกร”
“อัศวินมังกรงั้นเหรอ”
“เอาเป็นว่าข้ามีสายเลือดของอัศวินมังกรก็แล้วกัน”
ฝ่ายฟรองเซย์กำลังตื่นตระหนก ส่วนลอเรนซ์กำลังได้ใจ ความแตกต่างเพียงตรงนี้ส่งผลไปถึงผลการต่อสู้ เมื่อเดิมทีทั้งสองฝ่ายต่างแข็งแกร่งทัดเทียมกัน พอมีฝ่ายหนึ่งจิตใจสับสนย่อมตกเป็นผู้เสียเปรียบ
เรย์เห็นแบบนั้นแล้วไม่สามารถทนเฉยได้อีก เขาตัดสินใจเคลื่อนไหวบ้าง ราวกับนัดกันไว้ ฝ่ายศัตรูก็พุ่งสวนออกมาด้วย
คู่ต่อสู้ของเรย์คือหนุ่มผมแดงผู้น่าจะอาวุโสกว่าคนอื่นในกลุ่มเล็กน้อย เขาทักทายเรย์ด้วยกำปั้นที่อัดพลังจิตต่อสู้ลงไป
หมัดของชายผมแดงและดาบของเรย์พุ่งเข้าสวนกัน จิตต่อสู้ของสองฝ่ายรุนแรงจนก่อเห็นเป็นรูปร่าง มันทำให้เกิดการปะทะของพลังที่เข้มข้นทั้งที่อาวุธของทั้งคู่ยังไม่ได้สัมผัสกันด้วยซ้ำ
ลามินาเองก็ถูกสกัดโดยหนุ่มผมยาว ทั้งเธอและเขาต่างแปลกใจในรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย ทั้งคู่มีผมสีเดียวกัน นอกจากนั้นยังมีตาสองสีแบบเดียวกันด้วย
“เจ้าชื่ออะไร” เขาถามก่อน ลามินาสงสัยเช่นกันแต่เธอไม่ได้แพร่งพรายออกไป
คนที่เหลือยังไม่เคลื่อนไหว ทั้งอัสการ์อีกคน ทั้งเด็กหนุ่มที่ดูเด็กสุดของฝ่ายศัตรู พวกเขาต่างจ้องมองพวกกลุ่มอะบีสชนิดที่ไม่ยอมปล่อยให้คลาดสายตา
“เจ้าเองก็มีพลังของอัศวินมังกรสินะ คิดว่าทางด้านนี้จะแทบไม่เหลือแล้วซะอีก”
เรย์ยังไม่ทันได้ถามกลับ ฝ่ายตรงข้ามก็แสดงพลังออกมา ออรามังกรได้ห่อหุ้มทั่วร่างของเขา เช่นเดียวกับลอเรนซ์ชายผู้นี้มีสายเลือดของอัศวินมังกรเช่นกัน
“No. 1 ดิแอส ลีออน” เขาประกาศชื่อของตัวเองพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง “โชคดีที่ทางนี้มีพวกกระดูกแข็งอยู่ด้วย ไม่งั้นคงเป็นการต่อสู้ที่น่าเบื่อแย่”
คู่ของลามินาและชายหนุ่มผมยาวยังคงยืนจ้องหน้ากันอยู่ อีกฝ่ายยิงคำถามมาอีกหลายคำถามแต่ลามินาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
“ถ้าไม่บอกชื่อ อย่างน้อยบอกอายุมาก็ยังดี”
“ทำไมข้าต้องบอกเรื่องแบบนั้นกับศัตรูด้วย”
“มันก็จริง” อีกฝ่ายเกาหัวอย่างจนใจ “บอกตามตรงนะ ข้ากำลังตามหาคน ๆ หนึ่งอยู่ ลักษณะของเจ้าคล้ายกับคน ๆ นั้นมาก แต่ว่าอายุ… อืมม ไม่สิ คนที่ข้าตามหามีสายเลือดเอลเลนนอส เป็นไปได้ว่าเธออาจจะไม่แทบไม่เปลี่ยนไปเลยในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา”
ลามินาได้ฟังก็เริ่มย่นคิ้ว “คนที่ตามหา คงไม่ใช่ชาวมาดารัสนะ…”
“หืมมม?”
“เป็นไปไม่ได้… ลามอนต์?”
“ห๊ะ… ท่านพี่”
บรึ้มมมม