Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 307: ศึกทั้งสองด้าน
กริมเซฟไม่รีรอสัญญาณสั่งการ เกือบทันทีที่เท้าแตะพื้นเขาก็ไม่สนใจอะไรอีกนอกจากการเด็ดหัวคู่ต่อสู้ นักรบผู้มีพลังของมังกรแห่งความมืดกระโจนทีเดียวก็เกือบถึงตัวโซนาตา
โซนาตายกเท้าขึ้นหยุดหมัดของกริมเซฟ ต่างฝ่ายต่างใช้ออรามังกรต้านกัน ด้านพลังมังกรทั้งคู่ไม่มีใครได้เปรียบใคร แต่ด้านกำลังโซนาตาเสียเปรียบอย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นฝ่ายใช้เท้ารับหมัด แต่เขากลับเป็นฝ่ายที่ถูกกดดันจนกระเด็น
จีดัสอยากช่วยโซนาตา แต่เขากำลังทุ่มสมาธิไปกับศัตรูอีกคนที่พุ่งเข้ามา จีดัสยิงธนูออกไปหลายสิบดอกเพื่อป้องกันไม่ให้ริแลนท์เข้ามาใกล้มากไปกว่านั้น
“ฟรีโอนิเอล ไกรา แอนทิสตา” จีดัสเรียกสมาชิกทีมเรย์ทีละคน “ฝากจัดการกับคนอื่นนอกจากห้าคนนั้นที”
“นั่นมันเป็นสิบคนเลยนะคะ แถมท่าทางไม่ใช่พวกปลายแถวด้วย” แอนทิสตาโวยวายเพราะกลุ่มศัตรูหน้าใหม่อย่างน้อยก็น่าจะเก่งระดับแม่ทัพนายกองของประเทศใดประเทศหนึ่ง
“น่าจะหนักแน่ แต่ดีกว่าสู้เจ้าห้าคนนั่นไม่ใช่เหรอ” ฟรีโอนิเอลหัวเราะแห้ง ๆ เสร็จ ก็วิ่งนำไปก่อน ทำให้ไกราและแอนทิสตาไม่มีทางเลือกนอกจากคอยสนับสนุน
นอกจากซีวี ฟรองเซย์และคนอื่น ๆ ที่จับคู่สู้กับเอ็กซิคิวชันเนอร์ การต่อสู้ที่เหลือแทบไม่ได้มีการจับคู่สู้อย่างชัดเจน โซนาตาปะทะกริมเซฟได้ไม่นาน เขาก็หันไปช่วยเคสเทรลสู้กับริแลนท์ จีดัสช่วยยิงทำลายจังหวะของอีวาและเปิดโอกาสให้ฟิลิเซียซัดหมัดแรกใส่อีวาเป็นการประเดิมการต่อสู้
มุมอื่น ๆ ในสนามรบเองก็มีสภาพไม่ต่างกันมาก ทั้งบนท้องฟ้ายานรบขนาดยักษ์สองลำและทัพอีเธอร์เกียร์สองฝ่ายกำลังยิงปืนลำแสงใส่กันชนิดที่ไม่มีเวลามาสนใจแล้วว่าบ้านเมืองจะถูกลูกหลงไปเท่าไหร่ ส่วนด้านล่างลูนาร์ก็กำลังนำกำลังทหารเข้าช่วยเหลือพวกฟรีโอนิเอล
“เรียกทีมอื่นกลับมาไหม” อลินาพูดกับโซนาตาผ่านพลังสื่อสารของฟิลิเซีย
“พวกนั้นอยู่คนละมุมโลก ใช้พลังจากระยะไกลดึงมาพร้อมกันมันเปลืองแรงเธอเกินไป เราอาจจะต้องใช้สวิตช์อราวด์ยามจำเป็น”
“นี่ยังไม่ใช่ยามจำเป็นอีกเหรอ” อลินาบ่นอุบอิบแต่เธอก็ยอมรับฟัง
ด้านพวกเอ็กซิคิวชันเนอร์จากโลกคู่ขนาน พวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่ากลุ่มอะบีสที่กองกำลังปริศนาปรากฏตัวขึ้น
“พวกนั้นเป็นใครกัน” ลอเรนซ์ผละจากฟรองเซย์และเข้ามาถามดิแอส
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง” ดิแอสตอบอย่างหงุดหงิดเพราะถูกขัดจังหวะตอนที่กำลังสนุก
“พวกนั้นเป็นศัตรูกัน” ลามอนต์ผละจากลามินาและเข้ามาคุยด้วยอีกคน
“งั้นก็ดี ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร… ใช้โอกาสนี้ทำภารกิจให้เสร็จซะ”
…คนที่สนใจแต่เรื่องสู้จนลืมภารกิจอย่างนาย ไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้… ลามอนต์คิดในใจ
หลังจากตกลงกันได้ว่าควรทำสิ่งใดก่อน ลามอนต์จึงแยกตัวออกไปเพียงลำพัง เขาและเอ็กซิคิวชันเนอร์ทุกคนรู้ตำแหน่งของหน้ากระดาษโครนิเคิลออฟซีนด้วยสาเหตุที่ไม่ปรากฏชัด พวกเขาช่วยกันเปิดทางให้กับลามอนต์หนีไปได้
“ไม่ต้องตาม โอกาสมาแล้ว รีบจัดการพวกนี้ก่อนเถอะ” เรย์บอกลามินาไปแบบนั้นด้วยเจตนาห้ามไม่ให้เธอหุนหันตามไป แต่ผลที่ตามมาต่างที่เขาคิดเล็กน้อย
“ได้… ฆ่าพวกนี้ให้หมดก่อนแล้วค่อยตามไป” ลามินาแผ่จิตสังหารออกมาแบบที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงจะผิดจากที่ตั้งใจแต่เรย์ก็คิดว่าควรปล่อยเลยตามเลย
จำนวนคนลดไปหนึ่งแต่ฝ่ายเอ็กซิคิวชันเนอร์ไม่ได้คิดว่าตนเสียเปรียบ นั่นเพราะคู่ของอัสการ์รู้ผลแล้ว อัสการ์ที่เป็นนักดาบได้แสดงทักษะเชิงดาบที่เหนือกว่าจนอัสการ์จอมเวทพ่ายแพ้ไปทั้งที่แทบไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ดิแอสยินดีได้แค่ไม่นานนักเพราะไม่กี่อึดใจต่อมา ร่าง ๆ หนึ่งก็ร่วงลงมาต่อหน้า เขาคือมาร์ฟีสหนึ่งในลูกน้องคนสำคัญนั่นเอง ร่างกึ่งนกกึ่งมนุษย์ค่อย ๆ หดเล็กลง ปีกคู่ใหญ่ จะงอยปากและเส้นขนสีน้ำเงินเทาที่ปกคลุมทั่วร่างหดหายลงไปและถูกแทนที่ด้วยผิวแบบมนุษย์
“มาร์ฟีส!” ลอเรนซ์เข้าไปคว้าตัวรุ่นน้องที่นอนแผ่หรา
“บ้าเอ๊ย” มาร์ฟีสพยายามตะโกน แต่เขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง สาเหตุก็มาจากกระดูกหลายชิ้นทั่วร่างที่หักยับเยิน
ซีวีลอยตัวลงมาช้า ๆ แสงสว่างที่ฉายจากร่างทำให้พวกดิแอสไม่สามารถมองเธอได้เต็มสายตา พวกเขาต้องยกมือขึ้นบังเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเบี่ยงหน้าหนี
“ไม่ต้องเจ็บใจขนาดนั้นหรอก แค่นี้ก็เก่งจนเหลือเชื่อแล้ว” ซีวีหายใจติดขัดเล็กน้อย เธอดูเหน็ดเหนื่อยแต่ไม่มีร่องรอยของบาดแผลใด ๆ
ยกสองเริ่มโดยไม่ต้องรอเสียงระฆัง ซีวีเร็วกว่าใครทุกคนในที่นี่ เธอเปิดด้วยลูกเตะที่ไวปานแสง เหยื่อของเธอคือดิแอสที่แม้จะระวังตัวอย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ไม่สามารถตั้งรับได้ทัน เขากระเด็นไปพร้อมกับบ้านอีกแถบหนึ่งที่อยู่ข้างหลัง
ฟรองเซย์เปลี่ยนเป้าจากลอเรนซ์มาเป็นอัสการ์แทน ดาบของทั้งคู่ปะทะกัน ในครั้งแรกอัสการ์ใช้วิชาลับดูดกลืนแรงปะทะและเปลี่ยนมาเป็นแรงหมุน อัสการ์เพิ่มแรงเข้าไปในการหมุนนั้น ฟรองเซย์ยกดาบยักษ์ขึ้นตั้งรับแต่มันไม่ได้ช่วยอะไร ทั้งดาบทั้งร่างของเธอถูกตัดออกเป็นสองส่วน
อัสการ์รู้ว่ามันไม่ใช่สัมผัสของร่างมนุษย์ที่ถูกฟันขาดสะพายแล่ง แต่มันไม่ทันแล้ว ร่างที่ขาดเป็นสองส่วนเป็นแค่รูปปั้นน้ำแข็งที่ฟรองเซย์สร้างขึ้น
ดาบและมือของอัสการ์ถูกแช่แข็งในพริบตา ถ้าเป็นอัสการ์คนที่ฟรองเซย์รู้จัก เขาคงจะร้องเสียงหลงและหมดความคิดที่จะสู้ต่อแล้ว แต่อัสการ์คนนี้ต่างออกไป ทั้งที่มือกับดาบเป็นแบบนั้นแต่เขากลับคิดที่จะโจมตีต่อโดยไม่สนความปลอดภัยของตนเอง
จังหวะนั้น ฟรองเซย์อาจจะพลาดไป ถ้าไม่ใช่ตรงนั้นมีเรย์อยู่ด้วย
เขาคว้าตัวอัสการ์ไว้ได้ ปล่อยกระแสไฟฟ้ารุนแรงเพื่อเผาร่างอีกฝ่ายในขณะที่ดาบกำลังปัดป้องกระสุนวิญญาณของลอเรนซ์ไปด้วย
“โอ๊ยยย”
หญิงสาวผมสีน้ำตาลแดงกรีดร้อง ขณะที่กำลังกระหน่ำยิงใส่เรย์ เธอเปิดช่องให้ลามินาโจมตีเธอจากด้านหลัง ดาบเรเปียร์ของหญิงตาสองสีแทงทะลุไหล่ซ้ายของเธอไป
…ยังอุตส่าห์เลี่ยงจุดตายได้อีกนะ… ลามินาบ่นในใจ เธอใช้กระบวนท่าที่รวดเร็วที่สุด จากมุมที่ต่อให้มองเห็นก็ยากที่จะหลบเลี่ยง แต่เป้าที่ควรจะเป็นหัวใจกลับแทงถูกที่ไหล่ไปเสียแทน
สิ่งนี่น่ากลัวคือแม้จะชักดาบกลับมาแล้ว แต่แทบไม่มีเลือดไหลจากแผลของลอเรนซ์เลย
ลามินาเพ่งมองจนเข้าใจ ไม่ใช่ว่าไม่มีเลือดแต่ลอเรนซ์มีวิธีปิดปากแผลได้ในพริบตา เธอใช้พลังวิญญาณที่ตนควบคุมคอยช่วยอุดแผลนั่น
“เหมือนท่านเออร์มุนจริง ๆ ด้วย” ซีวีหวนนึกถึงสหายต่างวัย เธอเคยเห็นชายผู้ถูกเรียกว่าเนโครแมนเซอร์ในตำนานใช้วิธีการแบบเดียวกันในการยับยั้งความเสียหาย
ดิแอสที่ถูกซัดปลิวไปกลับมาอีกครั้งในร่างมังกรเพลิง เรย์เห็นแบบนั้นก็ตอบโต้ด้วยการกลายเป็นมังกรน้ำแข็งบ้าง ฝ่ายดิแอสเสียเปรียบในทุกด้าน ลามอนต์ไม่อยู่ตรงนี้ ทั้งอัสการ์ ลอเรนซ์และมาร์ฟีสต่างได้รับบาดเจ็บทั้งหนักและเบาลดหลั่นกันไป
ตรงกันข้ามกันพวกดิแอส ฝ่ายอะบีสกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ซีวีไม่ได้มีแค่พลังทำลายและความเร็วเท่านั้น สายเลือดของเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ทำให้เรื่องการรักษาเธอเป็นรองเพียงแค่ฮาจา เธอกำลังใช้เวทมนตร์ช่วยฟื้นฟูให้กับฟรองเซย์และอัสการ์ผู้เป็นตัวหมากสำคัญของทางฝ่ายตน
ด้านลามอนต์หลังจากผละจากการต่อสู้กับพี่สาว เขาก็มุ่งสู่เส้นทางลับที่ซ่อนอยู่ในกาฮานา แม้แต่คนเมืองนี้เองก็ไม่เคยรู้ว่าเมืองบ้านนอกห่างไกลความเจริญของที่นี่มีความลับซ่อนอยู่ใต้เมืองของตน
มันคือปราสาทใต้ดิน สครัลได้ดัดแปลงสุสานโบราณที่อยู่ใต้เมืองให้กลายเป็นอีกหนึ่งในฐานทัพลับ ขณะที่ราชาตัวปลอมและหน้ากระดาษของปลอมเช่นกันยังอยู่ในเมืองหลวง ของจริงของทั้งสองสิ่งได้ย้ายมาที่นี่ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
ทั้งที่แม้แต่คนของอูนิสยังมีแค่หยิบมือที่รู้เรื่องนี้ มันไม่มีคำตอบเลยว่าทำไมลามอนต์ถึงล่วงรู้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขาหาทางเข้าสู่ปราสาทลับเจออย่างง่ายดาย เดินผ่านสารพัดกับดักราวกับเป็นผู้ที่ติดตั้งมันเองกับมือ และในห้องสุดท้ายไม่เพียงแค่ช่วงชิงหน้ากระดาษมาได้อย่างที่ตั้งใจ เขายังตัดสินใจจัดการทุกคนที่อยู่ตรงนั้นซึ่งรวมไปถึงราชาอูนิสตัวจริงด้วย
มีองครักษ์ที่ฝีมือใกล้เคียงกับนักผจญภัยระดับ A รอลามอนต์อยู่ เขาคือหลานชายที่มีอนาคตรุ่งโรจน์ของขุนพลใหญ่อย่างสครัล ชายหนุ่มที่ไม่ว่าใครก็เชื่อว่าสักวันจะกลายมาเป็นหนึ่งในขุนพลมากฝีมือในอนาคต
ลามอนต์ไม่ได้แม้แต่ชายตามองอีกฝ่าย เขาเดินตรงไปกับตู้นิรภัยราวกับมองไม่เห็นทั้งราชากับเหล่าองครักษ์ ทุกคนรวมถึงตัวองครักษ์หนุ่มพยายามจะหยุดเขา แต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ตัว ร่างกายของพวกเขาถูกฟันจนยับเยิน
เขาไม่ได้ตั้งใจเอาชีวิตจึงเลี่ยงจุดตาย หนุ่มตาสองสีแค่ประเมินแล้วว่าพวกนี้ไม่มีคุณค่าพอให้สังหาร หลานของสครัลผู้เคยสร้างวีรกรรมเอาชนะในการประลองแบบหนึ่งต่อร้อยกับทหารของอูนิสล้มลงโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้สักนิด เทียบกับลามอนต์ที่สามารถเอาชนะแบบหนึ่งต่อหมื่นได้ ฝีมือของเขาก็เป็นแค่เด็กน้อย
“ลามอนต์ได้ของแล้ว” ลอเรนซ์ตะโกนบอกดิแอสที่อยู่ในร่างของมังกรไฟ เธอติดต่อกับลามอนต์ผ่านอุปกรณ์เวท
“โฮกกกก ก๊าาาซซ” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบมาเป็นภาษามนุษย์ เห็นได้ชัดว่าดิแอสสนใจเรื่องของมังกรสายฟ้าที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่มากกว่าเรื่องของภารกิจที่ตนเองย้ำนักย้ำหนา
“หัวหน้า!” อัสการ์ตะโกนเรียกซ้ำ
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว” ดิแอสร่างมังกรบ่นอย่างหัวเสีย “พวกเจ้านี่ขยันขัดความสุขของข้าจริง”
อัสการ์กับลอเรนซ์ไม่อยู่ต่อล้อต่อเถียงด้วย พวกเขาเปิดประตูมิติขึ้น อัสการ์หิ้วปีกมาร์ฟีสหายเข้าไปก่อนจากนั้นลอเรนซ์จึงตามเข้าไปติด ๆ พวกเขาบีบให้ดิแอสต้องถอยตามไปอย่างช่วยไม่ได้
“หวังว่าคราวหน้าจะได้ตัดสินให้รู้ผลกันไปเลย” ดิแอสทิ้งท้ายไว้ เรย์พยายามหยุดเขาด้วยการปล่อยสายฟ้าใส่สุดแรง แต่ก่อนที่ร่างมังกรเพลิงจะถูกอาบด้วยคลื่นสายฟ้า มันก็หายไปก่อนพร้อมกับประตูมิติยักษ์
เช่นเดียวกับครั้งก่อน เอ็กซิคิวชันเนอร์ปรากฏตัวขึ้นและหายไปอย่างไร้ร่องรอย สิ่งที่แตกต่างจากศึกครั้งก่อนคือครั้งนี้พวกเขาสามารถกลับไปได้พร้อมกับเป้าหมายในภารกิจ… หน้ากระดาษโครนิเคิลออฟซีน
เรย์คืนร่างเสร็จก็เข้าตรวจสอบพรรคพวกว่ามีใครบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน คนที่หนักสุดคงไม่พ้นอัสการ์ที่ก่อนหน้านี้ถูกเล่นงานจนเลือดไหลจนเกือบหมดสติ โชคดีที่ซีวีช่วยเหลือไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด ด้วยความสามารถในการฟื้นฟูของเธอ ตอนนี้ทุกคนจึงกลับมาอยู่ในสภาพที่เกือบเต็มร้อยอีกครั้ง
“ไปกันเถอะ อะโพฟิสโผล่มากลางเมืองแบบนี้ด้านโซนาตาคงวุ่นวายยิ่งกว่าแน่”
ศึกด้านมิเนอร์วาเละเทะยิ่งกว่าที่เรย์คาดไว้ ยานลำใหญ่ทั้งสองลำสาดปืนเข้าใส่กันจนเสียหายหนัก อีเธอร์เกียร์ที่มีความสูงราวยี่สิบเมตรตกลงมาเครื่องแล้วเครื่องเล่า