Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 306: ผีซ้ำด้ำพลอย
พูดจบต่างฝ่ายต่างก็ระเบิดพลังออกมาเต็มที่ มาร์ฟีสตัวใหญ่ขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับปีกที่สยายกว้างกว่าเดิม พายุที่สงบไปเมื่อครู่ก่อตัวรุนแรงขึ้นอีกครั้งขึ้นรอบ ๆ ตัวเขา ส่วนซีวีร่างของเธออาบไปด้วยแสงสว่างและความร้อนของเปลวสุริยะ
ที่ด้านล่าง อัศวินมังกรสองรายต่างก็อยู่ในท่วงท่าที่พร้อมรบได้ทุกเมื่อ เรย์ถ่ายทอดสายฟ้าลงไปในดาบแห่งเรย์จนใบมีดไฟฟ้าขยายขนาดขึ้น ส่วนดิแอสก็ใช้ท่ายืนที่แตกต่างจากครั้งล่าสุดที่ปะทะกัน
“ไม่ใช้อาวุธ?”
ดิแอสแสยะยิ้ม “ร่างกายของข้านี่แหละคืออาวุธ”
คนผมแดงไม่ได้ล้อเล่น เรย์ไม่ได้กะพริบตาด้วยซ้ำ แต่ราวกับภาพส่วนหนึ่งขาดหายไป ไม่เหมือนกับการพุ่งเข้ามาชกแต่มันเหมือนกับว่าเขาหายตัวไปและมาปรากฏตัวอีกทีตรงหน้า
เรย์ฟันออกไป แต่อีกฝ่ายยกแขนขึ้นรับ ไฟฟ้าระดับที่รุนแรงยิ่งกว่าฟ้าผ่าวิ่งผ่านร่างของดิแอสโดยตรงแต่เขาก็หยุดไม่ให้คมดาบของอาวุธในตำนานทำร้ายเขามากไปกว่านั้นสำเร็จ
ดิแอสไม่ได้ใช้ลูกเล่นพิสดารมาล่อหลอก การหายตัวของเขาเกิดจากความเร็วในการสืบเท้าไปข้างหน้า การตั้งรับที่หยุดได้แม้แต่ดาบของเรย์เกิดจากประสบการณ์และออรามังกรที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ส่วนพลังหมัดที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างก็เกิดจากพลังอันล้นเหลือและคุณสมบัติของไฟที่มีมาตั้งแต่กำเนิด
เขาแข็งแกร่ง ดุดันและเต็มเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณของสัตว์ร้าย เป็นส่วนผสมระหว่างความเป็นธรรมชาติที่คล้ายกับไกรา ความบ้าคลั่งดุดันและเอาแต่ใจเหมือนกริมเซฟ และความเอาแน่เอานอนไม่ได้เหมือนกับโซนาตา
“เจ้านี่มันน่าสนุกจริง ครั้งก่อนข้าประเมินไว้สูงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าตอนนั้นยังไม่ได้เอาจริงสิ”
“ครั้งก่อนดันไปทำให้หัวหน้าผิดหวังน่ะสิ คราวนี้คงต้องขอแก้ตัว”
เรย์เฉียบคมกว่าครั้งก่อนเป็นเท่าตัว แม้ว่าพลังออรามังกรที่รุนแรงของดิแอสจะทำให้เขาเหมือนหุ้มด้วยเหล็กกล้าทั้งร่าง แต่ดาบของเรย์นั้นเหนือกว่า ไม่เพียงแค่เฉือนร่างอีกฝ่ายเข้าไฟฟ้าจำนวนมหาศาลยังแล่นผ่านร่างของดิแอสโดยที่ไม่มีอะไรมาลดทอนกำลัง
“พลังรุนแรงมาก ดาบเองก็สุดยอด”
“แน่นอน… นี่คือดาบที่ท่านเฟอร์โรตีขึ้น”
“งั้นเหรอ… เหมือนกับดาบจอมมารเล่มนั้นสินะ”
เรย์ไม่รู้ว่าสิ่งที่ดิแอสพูดถึงคืออะไร เขาเดาว่ามันคงเป็นดาบอีกเล่มที่ถูกเฟอร์โรสร้างขึ้นที่โลกอีกด้าน มันทำให้เขาขนลุกเล็กน้อยเมื่อคิดตามว่าโลกคู่ขนานเองก็มีเฟอร์โรอยู่เช่นกัน
“ที่โลกด้านนั้นมีตัวข้าอยู่รึเปล่า” เรย์ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ชวนคุยเองซะเฉย ๆ คงเพราะมันคาใจจนอดไม่ได้
ดิแอสส่ายหน้า “ถ้ามีคนเก่งแบบนี้ เอ็กซิคิวชันเนอร์อย่างพวกข้าน่าจะรู้จัก”
“เอ็กซิคิวชันเนอร์?”
“เอ… เรื่องนี้ห้ามพูดรึเปล่านะ” ดิแอสหัวเราะลั่น “ช่างเถอะ ไหน ๆ ก็หลุดปากออกมาแล้ว พวกเราคือผู้พิพากษาและเพชฌฆาต ที่พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อมาสำเร็จโทษพวกเจ้าไงล่ะ”
“สำเร็จโทษ… หรือว่าจะเกี่ยวกับหนังสือโครนิเคิลออฟซีน”
“ดูเหมือนข้าจะพูดมากไปหน่อยแล้วละ มาสู้กันต่อเถอะ กำลังสนุกเลย”
ด้านสองพี่น้องจากคนละโลก ลามินาและลามอนต์ได้มาพบกันอีกครั้งที่มุมหนึ่งของเมืองกาฮานา ลามินาไม่ยอมเสียเวลาสนทนาด้วย เธอเริ่มโจมตีทันทีที่เห็นหน้าของอีกฝ่าย ตรงกันข้ามกับลามอนต์ที่ไม่มีความคิดที่จะปะทะด้วยแม้แต่น้อย
“หยุดมือก่อนเถอะท่านพี่ นี่ข้าเองลามอนต์ น้องของท่านยังไงล่ะ”
“หุบปาก ลามอนต์น้องข้าน่ะตายไปนานแล้ว” ลามินาฉุนยิ่งกว่าเดิม เธอหงุดหงิดที่ต้องมาเห็นใบหน้าของน้องชายอีกครั้งในวัยที่แตกต่างจากตอนที่เธอจำได้
มันชวนให้ลามินาหวนคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่เธอและน้องต้องพลัดพรากจากกันไปตลอดกาล
หากจะเล่าเรื่องราวของลามินา ก็จำเป็นต้องพูดย้อนไปถึงเรื่องราวของอาณาจักรมาดารัสของเธอด้วย ในยุคสมัยของกาดิออสเป็นกษัตริย์และยุคก่อนหน้านั้น มาดารัสคือประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ขนาดที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในทวีปซีโรเปีย
พวกเขาขยายดินแดนด้วยสงคราม ต่อสู้ แย่งชิง และยึดครอง ย้อมผืนทะเลทรายและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของซีโรเปียด้วยเลือด
ภายนอกมาดารัสคืออาณาจักรที่เรืองอำนาจ แต่พวกเขาก็ก่อศัตรูมากมายจนไม่อาจนับได้ตลอดนับร้อยปีที่ผ่านมา ทุกคนเพียงแค่รอคอยวันที่มาดารัสจะเสื่อมอำนาจลงเพื่อที่พวกเขาจะได้เอาคืนบ้าง
โอกาสที่ว่ามาถึงเมื่อกษัตริย์กาดิออสจากไปโดยไม่มีผู้สืบทอดในสงครามซีนครั้งที่สาม บีชมาพี่ชายต่างมารดาผู้เคยปฏิเสธการรับตำแหน่งมาตลอดจำใจต้องกลายมาเป็นกษัตริย์คนต่อไปแทน
จากนั้นสงครามภายในมาดารัสจึงเกิดขึ้น มีทั้งคนที่สนับสนุนเขาและคนที่ต้องการอำนาจไว้เอง ตระกูลชนชั้นสูงที่เชื่อว่าตนมีสิทธิ์ในบังลังก์มากกว่าทำให้มาดารัสแตกออกเป็นส่วน
เมื่ออาณาจักรอ่อนแอลง เหล่าประเทศคู่อริที่จ้องหาโอกาสมาตลอดก็ลงมือทันที ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงภายในด้วยการเมือง หรือแม้แต่ก่อสงครามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา วันปีที่เหมือนกับฝันร้ายของมาดารัสเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้น อาณาจักรที่ใช้เวลานับร้อยปีในการขยายอำนาจจนยิ่งใหญ่กำลังล่มสลายลงในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี
ลามินา มาดารัสยังเป็นแค่เด็กสาวในวันที่บ้านของเธอกำลังลุกเป็นไฟ เด็กสาววิ่งพล่านไปทั่วคฤหาสน์เพื่อตามหาน้องชายของเธอโดยไม่ฟังคำห้ามปรามของทหารและสาวใช้ที่บอกให้เธอหนีไป
“คุณหนู ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้วค่ะ” หญิงรับใช้ชราพยายามดึงลามินาออกไปจากที่ตรงนั้น แต่เธอไม่สามารถสู้แรงของเด็กสาวผู้มีสายเลือดของเทพสงครามไหลเวียนอยู่ในร่างได้
“ข้าไม่ไปไหน ถ้าไม่มีลามอนต์ไปด้วย” ลามินาตะโกนทั้งที่กำลังร้องไห้
“รีบหนีเถอะค่ะ ก่อนที่จะไม่โอกาส” ทหารหญิงผู้ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ส่วนตัวเข้ามาคว้าตัวลามินาเอาไว้ ตอนนี้เธอไม่สนใจเรื่องมารยาทอีกต่อไป หากปล่อยให้ทายาทคนสุดท้ายของมาดารัสต้องมาจบชีวิตลงตรงนี้ เธอเองก็คงไม่มีหน้าไปขอโทษเหล่าบรรพชนของมาดารัสอีกแล้ว
“ไม่” ลามินาดิ้นรนสุดชีวิต แต่ร่างของเธอถูกยกขึ้นมาแบกไว้บนไหล่ของทหารหญิงร่างใหญ่เรียบร้อย “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่ก็ทิ้งข้าไปหมดแล้ว นี่ถ้าลามอนต์…”
แต่ยังไม่ทันที่จะออกไปจากจุดนั้น หญิงทหารร่างใหญ่ก็จำต้องปล่อยตัวเจ้าหญิงลง เพราะเธอเห็นทหารอีกกลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ หนึ่งในนั้นแบกร่างเล็ก ๆ มาอย่างระมัดระวัง แต่ละคนมีสีหน้าเหมือนกับโลกทั้งโลกได้พังทลายลงไปแล้ว
“ไม่จริงใช่ไหม” สาวใช้ชราที่วิ่งเข้าไปถึงก่อนกรีดร้องและเกือบหมดสติไป
“ลามอนต์” พี่สาวโอบกอดร่างของน้องชายที่อายุห่างกันหลายปี เธอพยายามเขย่าเรียกให้น้องของเธอตื่นขึ้น “อย่ามาแกล้งแบบนี้ พี่เคยบอกแล้วยังไงว่าไม่ชอบ”
“องค์หญิง” ทหารหญิงร่างโตเรียก เธอรู้ว่าไม่ใช่เวลาที่สมควรแต่เสียงอึกทึกข้างนอกใกล้เข้ามาแล้ว บางทีมันอาจจะเป็นเสียงของทหารข้าศึกก็เป็นได้
ไออุ่นกำลังหายไปจากร่างของเด็กชายตัวเล็ก ลามินาเขย่าร่างนั้นอีกหลายครั้งทั้งที่รู้แก่ใจว่ามันไร้ประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับลามินาเป็นครั้งแรก เธอเคยเห็นร่างไร้วิญญาณแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง เช่นเดียวกับท่านพ่อและท่านแม่ที่จากไปก่อนหน้านี้ เธอรู้ว่าตนเองจะไม่มีวันได้เจอใบหน้าของน้องชายอีกแล้ว
“ลามอนนนน” ลามินาตะโกนชื่อของเขาจนสุดเสียง พวกทหารไม่สามารถรอได้อีกต่อไปหนึ่งในนั้นบอกกับทหารหญิงให้พาเจ้าหญิงของพวกเขาหนีไปโดยไว ส่วนตนจะหาทางพาร่างของเจ้าชายออกไปเพื่อทำพิธีศพในภายหลัง
ลามินาพยายามลืมภาพในวันนั้น เธออยากเก็บความทรงจำของน้องชายไว้แค่เฉพาะในตอนที่ทั้งคู่ยังมีความสุข แต่ภาพของน้องชายตัวน้อยที่ไม่มีโอกาสยิ้มและหัวเราะอีกแล้วยังตามมาหลอกหลอนเธออยู่จนถึงทุกวันนี้
“อย่า… เจ้าไม่มีทางเป็นลามอนต์ไปได้” ลามินาฝืนพูดออกมาอย่างลำบาก
“ข้านี่แหละลามอนต์ ไม่ว่าท่านจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม”
“ลามอนต์ตายไปแล้ว” ลามินาก้มหน้าก้มตา
ตาสองสีของเธอเรืองแสงขึ้นวูบหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรียกดาบมาเล่มหรือสองเล่มอย่างที่เคย แต่ลามินาอัญเชิญดาบทั้งสิบสี่เล่มออกมาพร้อมกัน
ลามอนต์ไม่มีเวลาให้ตกใจ เขาพบว่าลามินากำลังพยายามใช้ดาบทุกเล่มพร้อมกัน เธอจับได้แค่ทีละสองเล่ม แต่ทันทีที่ใช้ดาบคู่ไหนเสร็จ เธอจะโยนมันขึ้นฟ้า หรือไม่ก็ปักมันทิ้งไว้กับพื้น ลามินาเคลื่อนที่ไปมาไม่หยุดพลางสลับดาบไปด้วย
ลามินาใช้ประโยชน์จากทั้งสิบสี่เล่มได้อย่างคล่องแคล่ว ดาบแต่ละเล่มมีคุณสมบัติที่แตกต่าง บางเล่มมีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมา บางเล่มมีกระแสลมที่สามารถตัดเฉือนได้เพียงพัดผ่าน บางเล่มก็มีเพียงแค่มีน้ำหนักและพลังทำลายที่มากผิดธรรมดา ความลึกล้ำของการใช้งานไม่เพียงอยู่ที่ดาบ แต่ละเล่มถูกใช้ด้วยเพลงดาบพิสดารผสานกับการดัดแปลงการใช้พลังของพวกมัน
เพียงแค่ไม่กี่นาที ลามอนต์พบว่าเขาถูกโจมตีด้วยเพลงดาบมากกว่าสี่ร้อยกระบวน ทุกท่าเต็มไปด้วยจิตคุกคามที่แสดงออกถึงความเอาจริงของอีกฝ่าย หากคนที่รับมือกับเธอไม่ใช่นักดาบที่มีระดับทัดเทียมกัน ต่อให้มีนับสิบนับร้อยชีวิตก็คงไม่เพียงพอ
เขาถูกบีบให้ต้องเอาจริงเช่นกัน จากดาบเพียงเล่มเดียวที่เขาอัญเชิญมา ลามอนต์ตัดสินใจอัญเชิญมาเพิ่ม แต่สิ่งที่เขาเรียกมาไม่ใช่ดาบยาวอื่น ๆ แบบเดียวกับที่เขาใช้
ดาบยาว เกราะอก หมวก โล่ เกราะแขนซ้าย-ขวา เกราะไหล่ซ้าย-ขวา เกราะเอว เกราะขาซ้าย-ขวา รองเท้า ผ้าคลุม และแหวน ทั้งสิบสี่ชิ้นคืออุปกรณ์ที่เขาอัญเชิญมาจากคลังแห่งเทพ
ไกราและแอนทิสตามองดูคู่ลามินาและลามอนต์ด้วยความเป็นห่วง ต่างฝ่ายต่างโจมตีใส่กันด้วยการโจมตีที่หากมีใครตายไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พวกเขามองกันและพยักหน้าตกลงว่าจะเข้าไปแทรก แต่คนที่หยุดทั้งคู่ไว้คือฟรีโอนิเอล
“ใจเย็นก่อน” เขาไม่ได้มองแค่คู่สามคู่ที่กำลังปะทะกัน ไม่ห่างออกไปนัก นัดล้างตาของฟรองเซย์กับลอเรนซ์ก็เริ่มไปแล้ว
“ชักช้าเดี๋ยวก็มีคนตายหรอก” ไกราประท้วง แต่ไม่เป็นผล
“ดูนั่นสิ” ฟรีโอนิเอลชี้ให้ดู “โซนาตาและจีดัสยังไม่ลงมืออะไร ส่วนอัสการ์สองคนก็ยืนคุมเชิงกันอยู่ พวกนั้นกำลังรอดูภาพรวมของการต่อสู้ ต่างฝ่ายต่างจับตาดูว่าศัตรูมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่รึเปล่าไงล่ะ ดังนั้นตอนนี้ประหยัดแรงไว้ก่อนเถอะ”
ไกราดูขัดใจเล็กน้อยที่ถูกห้ามไว้ แต่เขาก็เชื่อและรอคอยจังหวะตามคำแนะนำของฟรีโอนิเอล สถานการณ์ตอนนี้พวกตนได้เปรียบเรื่องจำนวน แค่เฉพาะที่อยู่ในเมืองก็มีมากกว่าแล้ว ยังไม่นับเรื่องที่มิเนอร์วากำลังซ่อนตัวอยู่บนฟ้าไม่ห่างออกไปอีก หากจำเป็นก็ยังมีทั้งลูนาร์และทีมไซเลนเซอร์อีกทั้งทีม
ขณะที่ยังชื้นใจว่าฝ่ายตนถือไพ่เหนือกว่า เพียงแค่ไม่กี่นาทีต่อมา ไกราและแอนทิสตาก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เงาขนาดยักษ์ที่เห็นอยู่บนฟ้าไม่ได้มีเพียงแค่มิเนอร์วาเท่านั้น พวกเขาเห็นอย่างอื่นที่ไม่ควรจะไปอยู่ตรงนั้น
“อะโพฟิส” โซนาตาแหงนหน้ามองด้วยความหนักใจ
“เข้าใจเลือกเวลามาจริงนะ” จีดัสรู้ตัวแล้วเช่นกัน เขาถอดแว่นออกเพื่อใช้สายตาพิเศษของตนมองภาพยานขนาดยักษ์ที่กำลังลดระดับลงมา
มิเนอร์วาไม่รอจนอะโพฟิสได้ลงจอด โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งจากโซนาตา การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นก่อนหน้านั้น ปืนใหญ่ของทั้งสองฝ่ายหันเข้าใส่กัน จากนั้นเสียงระเบิดก็ดังกึกก้องไปทั่วฟ้า
ไม่ได้มีแต่มิเนอร์วาที่มีหน่วยหุ่นรบประจำการ ครั้งนี้อะโพฟิสเองก็มาพร้อมหุ่นยนต์ที่มีลักษณะแบบเดียวกับอีเธอร์เกียร์เช่นกัน
“เฟรย์การ์ดเอามิลิเทียของเราไปดัดแปลงเรอะ” จีดัสบ่นอุบ
“คงเก็บกู้เครื่องที่ตกเอาไปซ่อมและผลิตเพิ่ม” โซนาตามองอีเธอร์เกียร์รุ่นผลิตจำนวนมากที่ถูกย้อมสีใหม่เป็นสีดำ
“ดูเหมือนจะผลิตเพิ่มจนมีมากกว่ามิเนอร์วามีซะอีก”
โซนาตาไม่ได้ห่วงสงครามกลางอากาศของพวกหุ่นรบนัก เขาเชื่อใจฝีมือของนักบินฝ่ายตนเองว่ามีประสบการณ์เหนือกว่า ด้านเทคโนโลยีเขาก็เชื่อมั่นในงานของพ่อบุญธรรมของตนที่พัฒนาอีเธอร์เกียร์รุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าศัตรูมีแค่รุ่นผลิตจำนวนมาก เขายิ่งแน่ใจว่าฝ่ายตนไม่ได้เสียเปรียบ
มันเป็นอย่างที่โซนาตาคาดไว้ นักบินของฝ่ายศัตรูถ้าไม่เป็นนักบินมือใหม่ที่เฟรย์เพิ่งเกณท์มา อีเธอเกียร์ที่เหลือก็ถูกควบคุมด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ทั้งหมดห่างชั้นกับทักษะของสปีดและแบมบีนาที่เป็นเอซไพล็อตราวฟ้ากับดิน สิ่งเดียวที่อะโพพิสได้เปรียบกว่ามีแค่จำนวนเท่านั้น
ปัญหาน่าหนักใจของจริงถูกส่งลงมาเบื้องล่าง เริ่มจากกลุ่มสามตัวฉกาจที่พวกเขายังหาวิธีกำราบไม่ได้อย่างกริมเซฟ ริแลนท์ และโครินาเล จากนั้นก็เป็นไซเลนเซอร์อีกสองคนที่หันไปเข้ากับเฟรย์การ์ด ไซริลและอีวานั่นเอง
มีพวกหน้าใหม่ตามลงมาอีกไม่น้อย แต่คนเหล่านั้นทำให้โซนาตาเบาใจขึ้น พวกนี้แข็งแกร่งในระดับหนึ่งแต่ว่ายังห่างชั้นจากห้าคนแรกมากโข
“ได้คนเพิ่มมาเพียบเลยนะ” โซนาตาหัวเราะอย่างตลกร้าย
“เฟรย์กับเซเรเนดไม่ได้ตามลงมาด้วย คงตั้งใจไม่เผยพลังที่แท้จริงง่าย ๆ สินะ”