Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 340: พบเวิร์นครั้งแรกอีกครั้ง

เวิร์น ลีออน
“กล้ามากนะที่มาก่อเรื่องในอัลกราด แถมยังต่อหน้าข้าคนนี้อีก” ซิกมาตะโกนบอกกับอีกฝ่าย
สายตาของชายผู้คิดจะปล้นรางวัลงานแข่งมองเรย์ด้วยแววตาที่ต่างจากที่เคยเรย์เคยได้รับในครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้เจอ
เวิร์นมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมราวกับสัตว์ร้าย เขารู้สึกถึงความอันตรายของเรย์ยิ่งกว่าที่รู้สึกจากซิกมา
“เจ้าเป็นใคร” เวิร์นไม่ได้ถามคำถามนี้กับชายแก่ เพราะเขาแค่ปราดตามองก็รู้ทันทีว่าอีกคนที่มาด้วยกันคือซิกมาคนดังนั่นเอง
“เรย์ ลีออน” เรย์ตื่นเต้นที่ได้มาเผชิญหน้ากับเวิร์นอีกครั้ง เขาพยายามที่จะไม่เผลอยิ้มหรือแสดงท่าทางยินดีออกไป
ซิกมาเป็นคนเปิดฉากก่อน เขาใช้ความเร็วและสุดยอดกระบวนท่าจากดาบทั้งสองเล่มโจมตีเวิร์นแบบแทบไม่ให้โอกาสพักหายใจ รวดเร็วจนแม้แต่เรย์ในตอนนี้ก็ยังมองตามทันไม่ได้ง่าย ๆ เวิร์นถูกบีบให้ต้องยกโล่ขึ้นตั้งรับ เขามองออกว่าหากสวนกลับอย่างไม่ระมัดระวังมันอาจจบลงไม่ใช่แค่แผลเล็กน้อย
เรย์จำได้ว่าในตอนนั้น เขามองการเคลื่อนไหวที่เร็วเหนือมนุษย์ของทั้งคู่แทบไม่เห็น แต่ตอนนี้เขาไม่เพียงแค่ดูออกว่าแต่ละฝ่ายรุกรับกันดุเดือดแค่ไหน เขายังมองเห็นช่องที่ตัวเองสามารถแทรกเข้าไปได้ เหตุผลเดียวที่เรย์ยังลังเลไม่เข้าไปร่วมด้วยก็เพราะว่าเขากำลังพยายามไล่พวกเจ้าหน้าที่ให้ออกห่างออกไป
“อย่าเข้ามา ตรงนี้อันตรายมาก”
“แต่นั่นท่านซิกมากำลังสู้อยู่ไม่ใช่เหรอ จะให้พวกเรายืนดูอยู่เฉย ๆ ได้ยังไง” หนึ่งในทหารกลุ่มแรกที่มาถึงตะโกนกลับมา
“พวกเจ้าอยากให้ท่านซิกมาสู้ลำบากขึ้นเหรอ” ลอเรนซ์โผล่มาช่วยไว้พอดี คำพูดของเธอช่วยให้ทหารนึกขึ้นได้ว่าหากยังอยู่ตรงนั้นต่อพวกเขาก็แค่ทำให้ซิกมาเสียสมาธิเท่านั้น
พวกทหารได้ฟังแล้วก็รู้สึกเจ็บใจ แต่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องที่ลอเรนซ์พูดนั้นถูกต้อง หนึ่งในนั้นจึงตะโกนบอกกับพรรคพวก “ถอยออกมา รักษาระยะเอาไว้”
จุดเด่นของซิกมา มีอยู่ถึงสามอย่าง ประการแรกชั้นเชิงดาบของเขาที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้าจอมดาบของยุคนั้นเหนือกว่าเพลงดาบของเวิร์นอยู่ขั้นหนึ่ง ประการที่สองซิกมามีความเร็วที่ไม่เหมือนกับชายแก่อายุขึ้นเลขเจ็ด แม้ว่าเรย์จะเคยเห็นคนที่รวดเร็วมามากมายแต่เขาก็ยังรู้สึกทึ่งในการเคลื่อนไหวของชายแก่ผู้นี้
จุดเด่นประการสุดท้ายของซิกมาคือเขาถนัดทั้งซ้ายและขวา นี่คือเหตุผลที่เขาใช้ดาบคู่อยู่เสมอ ซิกมาสามารถสลับเปลี่ยนมือหนึ่งโจมตีมือหนึ่งป้องกัน หรือแม้แต่โจมตีหรือป้องกันทั้งคู่ได้ บางครั้งเรย์สังเกตว่าเขาใช้วิชาดาบมากกว่าหนึ่งวิชาพร้อมกัน นั่นทำให้วิชาดาบที่ลึกล้ำของเขายิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก
ด้านคู่ต่อสู้เองก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน เวิร์นรับมือกับคนระดับนี้ได้ด้วยอาวุธเฉพาะตัวเช่นกัน เขามีสัญชาตญาณที่ดีเยี่ยมมาทดแทนความเร็วที่ด้อยกว่า มีพลังความเย็นจัดจากสายเลือดมังกรน้ำแข็งที่สามารถแช่แข็งฆ่าคนนับร้อยนับพันได้โดยไม่ต้องขยับตัว และเขายังมีออรามังกรที่แข็งแกร่งทำให้ยิ่งเหนือมนุษย์กว่าเดิม
“ลมหายใจน้ำแข็ง!”
เวิร์นเริ่มลงมือหนักขึ้น ลมหายใจน้ำแข็งของเขาสร้างความเสียหายไปทั่วบริเวณ โชคดีที่เรย์เตือนเจ้าหน้าที่เอาไว้ก่อนจึงไม่มีใครบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้
ซิกมาทำอะไรกับท่าลมหายใจไม่ได้มากนัก ที่เขาทำได้เต็มที่ก็เพียงแค่หลบให้พ้นวิถีของมัน ซิกมาพยายามหาโอกาสฟันสวนใส่แต่เวิร์นเองก็รู้ทัน เขาไม่เปิดช่องให้ซิกมาโต้กลับได้โดยง่าย
เรย์พยายามอดทนดูโดยไม่เข้าไปแทรก เขาเริ่มกังวลใจเพราะจำได้ว่ารายละเอียดในการต่อสู้แตกต่างจากสิ่งที่จำได้ ในที่สุดก่อนที่เรื่องที่เหนือความคาดหมายจะเกิดขึ้น เรย์ก็ตัดสินใจเคลื่อนไหวบ้าง
ซิกมาถอยออกมาเป็นฝ่ายเฝ้าดูแทน เขาเห็นการเคลื่อนไหวของเรย์เพียงเล็กน้อยก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่มือสมัครเล่น ซิกมาเองก็อยากเห็นว่าเขาจะรับมือกับเวิร์นอย่างไร
“ลมหายใจสายฟ้า”
“ลมหายใจน้ำแข็ง”
คลื่นน้ำแข็งและสายฟ้าที่ทั้งสองฝ่ายพ่นออกมาปะทะกันกลางอากาศ พลังที่อัดแน่นของทั้งสองฝ่ายทำปฏิกิริยาทางธาตุต่อกัน มันระเบิดออกและผลักทั้งสองฝ่ายให้แยกออกจากกัน
ทั้งเรย์และเวิร์นไม่ได้สวมชุดเกราะครบทั้งชุด พวกเขาทั้งคู่น่าจะบาดเจ็บจากการปะทะไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ผลลัพธ์ของการปะทะมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เรย์ไม่ได้ออกอาการอะไรสักนิดในขณะที่เวิร์นมองจากภายนอกก็เห็นแล้วว่าเขาบาดเจ็บถึงภายใน
“สายเลือดของซิลเวอร์… นอกจากข้าแล้วยังมีสายเลือดคนอื่นเหลืออยู่อีกรึ”
เวิร์นฝืนสู้ต่อทั้งแบบนั้น เหมือนกับเสือที่บาดเจ็บแต่ยิ่งอันตรายขึ้น ทั้งจิตต่อสู้ทั้งไอเย็นที่ปล่อยออกมารุนแรงยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
ไอเย็นที่ขยายไปทำให้น้ำแข็งจับคลุมทั่วทั้งบริเวณ พื้น กำแพงอาคารที่อยู่ใกล้ ๆ เต็นท์หนังสัตว์ที่ใช้ทำห้างร้านชั่วคราว หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ ทุกอย่างในรัศมีหลายสิบเมตรตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเวิร์นจนหมดสิ้น
ก่อนที่จะเกิดความเสียหายจนไม่สามารถควบคุมได้ เรย์ตัดสินใจเร่งเผด็จศึก เขาถ่ายทอดสายฟ้าลงในดาบจากนั้นจึงพุ่งออกไปฟันสวนใส่เวิร์นที่พุ่งออกมาพร้อมกัน
เวิร์นแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ เรย์มั่นใจว่าเขาในตอนนี้แกร่งกว่าช่วงที่ศึกสุดท้ายกับเทพปีศาจราวสองถึงสามเท่าตัว เขาเคยเชื่อว่าตนเองในตอนนี้สามารถจัดการกับเวิร์นได้ง่ายดาย แต่แม้จะเหนือกว่าแค่ไหนเรย์ก็ยังไม่สามารถจัดการกับเวิร์นได้อย่างเด็ดขาด
“นายเก่งจริง ๆ นั่นแหละ” เรย์ยกยิ้มอย่างสุขใจ รู้สึกว่าโชคดีจริง ๆ ที่ได้คู่แข่งที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ ที่เขามาถึงจุดนี้ได้เวิร์นควรจะเป็นคนที่ได้รับความดีความชอบไปอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง
เวิร์นเองก็แสยะยิ้ม เขารู้ตัวว่ากำลังจะพ่ายแพ้ แต่กลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอย่างที่คิด เขายอมรับว่าชายที่อยู่ตรงหน้าคืออัศวินมังกรที่แข็งแกร่งกว่าตน แพ้ให้กับคนแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอับอายเลย
“ฆ่าข้าซะในระหว่างที่ยังมีโอกาส” เวิร์นแสยะยิ้ม
“ขอโทษนะ”
ทั้งสองฝ่ายพุ่งใส่กันเป็นครั้งสุดท้าย เวิร์นใช้น้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลันโจมตีเรย์จากทุกทิศทาง แต่น้ำแข็งเหล่านั้นไม่สามารถหยุดหรือแม้แต่ทำให้เรย์ช้าลงได้ เขาใช้พลังไฟฟ้าที่ห่อหุ้มทั้งร่างทะลวงทุกอย่างเข้าไปและโจมตีร่างของเวิร์นอย่างจัง
ไฟฟ้าที่รุนแรงระดับเดียวกับฟ้าผ่าฟาดใส่ร่างของเวิร์นอย่างจัง เรย์ยั้งมือไว้ส่วนหนึ่งแต่เขาต้องเตือนตัวเองว่าอีกฝ่ายคือเวิร์นชายผู้ที่เขายอมรับว่าเคยเหนือกว่าตนมาตลอด หากเขาออมแรงมากเกินไปเขาเองนั้นแหละที่อาจจะถึงจุดจบซะก่อน
ร่างของหนุ่มผมขาวล้มฟาดลงกับพื้น ร่างกายบางส่วนลุกไหม้จากความร้อน แม้จะไม่ได้สติแล้วแต่สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดยังทำงานอยู่ เขาดับไฟที่เพิ่งติดขึ้นมาด้วยไอน้ำที่รวบรวมมาก่อนจะสลบไป
“หมอนี่สุดยอดจริง ๆ” เรย์ถอนหายใจเบา ๆ
“ไม่เป็นไรใช่ไหม” ลอเรนซ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามาหา เธอบังคับให้เรย์ขยับตัวให้ดูว่าไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งถูกน้ำแข็งกัดจนแหว่งไป พอเห็นว่าเรย์ปลอดภัยดีเธอจึงโล่งอก
“ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโลกเรายังเหลือสายเลือดของซิลเวอร์อยู่อีก” ซิกมาตามเข้ามาดูสภาพของเวิร์นเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ลุกขึ้นมาอาละวาดได้อีก
“อ๊ะ จริงสิ” เรย์คิดว่านี่คือโอกาสที่ดี เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าที่ฝากลอเรนซ์ถือไว้และหยิบเอาจดหมายแนะนำตัวส่งให้กับซิกมา อีกฝ่ายรับมาและเปิดอ่านอย่างประหลาดใจ
“หืมมม แบบนี้นี่เองท่านมัลการ์แนะนำมาสินะ”
“ใช่แล้วครับ ท่านอยากให้ท่านซิกมาฝึกฝนเราสองคนเพื่อให้พร้อมสำหรับศึกเทพปีศาจที่อาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้”
“สองคน” ซิกมามองเรย์และลอเรนซ์สลับไปมา
“เธอผู้นี้คือญาติห่าง ๆ ของข้าเอง เธอมีสายเลือดของซิลเวอร์เช่นกัน ฝีมือพอ ๆ กับข้าเลย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” ลอเรนซ์ถ่อมตัว “ข้าก็แค่คนที่มีสายเลือดที่เจือจางแล้ว ทั้งประสบการณ์ ทั้งพลังแฝง ข้าไม่มีอะไรเทียบเรย์ได้เลย”
ลอเรนซ์ไม่ได้แกล้งพูดยกยอเกินจริงหรือประชดประชันเพราะอิจฉา เธอรู้สึกแบบนั้นด้วยใจจริง ยิ่งนานวันที่ได้สู้เคียงข้างเขา เธอยิ่งได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งในตัวเรย์ ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่เธอชื่นชม ความอ่อนโยนทั้งที่เก่งกาจขนาดนั้นยิ่งทำให้เธอชื่นชมมากขึ้นอีก
ซิกมาทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักอยู่ครู่หนึ่ง
“พวกเจ้าทั้งสองมีที่พักแล้วรึยัง”
“มีแล้วค่ะ” ลอเรนซ์ตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งไปจองโรงแรมหรูเอาไว้แถมยังแอบแวบไปอาบน้ำมาก่อนแล้วด้วย
“งั้นก็ดี บอกชื่อที่พักกับคนของข้าไว้แล้วข้าจะติดต่อไปอีกที ส่วนตอนนี้ขอจัดการเรื่องของเจ้าเวิร์นนี่และความเสียหายที่หมอนี่เพิ่งก่อไป”
พวกเรย์ต้องรอการติดต่อจากซิกมาซึ่งไม่รู้ว่ากว่าที่เขาจะมีเวลาอีกครั้งจะเป็นเมื่อใด สองหนุ่มสาวจึงใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าด้วยการเดินเที่ยวในงานเทศกาลจนกว่าจะหมดเวลา
“ครั้งก่อนข้าสลบไป พอตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าแผนสลับตัวกับลาโตรความแตกไปแล้วเพราะระหว่างงานแข่งกินอาหาร ข้าเผลอแนะนำตัวด้วยชื่อจริงไป” เรย์ชวนลอเรนซ์คุยเรื่อยเปื่อย
เรย์แวะร้านอาหารแทบทุกร้านตลอดทางเดิน มันไม่น่าเชื่อว่าเขาเพิ่งผ่านการแข่งขันกินอาหารไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้เขาสามารถชิมนั่นนิดชิมนี่หน่อยจากเกือบทุกร้าน
ลอเรนซ์เองก็แวะร้านเครื่องประดับและร้านรองเท้าหลายครั้ง บางร้านเป็นร้านที่เธอเคยเดินเข้าไปแล้วแต่ก็ไม่ซื้อในตอนแรก เรย์ประหลาดใจจนอดถามไม่ได้แต่ลอเรนซ์ก็มีข้ออ้างว่าเธอต้องดูรอบ ๆ ว่ามีสินค้าที่เหมือนกันหรือไม่และร้านไหนราคาถูกกว่ากัน