Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 350: ภารกิจของเวิร์น
ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่เรย์และลอเรนซ์จัดการกับภารกิจที่ซามานา เวิร์นและแอนทิสตาได้เดินทางไปหลายที่เพื่อจัดการกับภารกิจด้านของพวกเขาเช่นกัน
เริ่มจากหาตัวชาวประมงที่เก็บไม้เท้าของมอร์โดได้ หลังจากนั้นแอนทิสตาก็เรียกสเตรกอสออกมาเพื่อให้ทั้งคู่ได้ปราบมัน
เวิร์นแข็งแกร่งจนแอนทิสตาตกใจ ในประวัติศาสตร์ เรย์ ลาโตร ไกราและแอนทิสตาต้องสู้กับอสูรอัญเชิญตนนี้อยู่นานจนทั้งสองฝ่ายต่างก็หมดแรง แต่เวิร์นนั้นแสดงให้เห็นว่าเขานั้นเป็นอีกระดับหนึ่ง สเตรกอสถูกเขากำจัดโดยที่แอนทิสตาแทบไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วย
นอกเหนือจากนั้นมันยังจบลงอย่างรวดเร็ว ร่างที่คล้ายไดโนเสาร์พันธุ์สเตโกซอรัสถูกแช่แข็งและตัดผ่าครึ่งในเวลาแค่อึดใจเดียว
เป้าหมายต่อมาคือเรกซ์ที่อยู่ในป่าของเอเทเซีย เช่นเดียวกับกรณีของสเตรกอส การหาตัวเรกซ์ให้เจอนั้นกินเวลามากกว่าการกำจัดนัก
เรกซ์คล้ายกับไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัสที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ นอกจากนั้นมันยังมีพลังในการเปลี่ยนความต้านทานธาตุในร่างของตนเอง อสูรอัญเชิญรายนี้อาจสร้างความยากลำบากให้กับเวิร์นหากธาตุแรกที่มันป้องกันคือธาตุน้ำเพราะ ธาตุน้ำหรือความเย็นเป็นธาตุหลักธาตุเดียวที่เวิร์นมี
ไม่เกินสิบวินาทีตั้งแต่ปรากฏตัว มันก็ถูกเวิร์นแช่แข็งและตัดคอจนหลุดกระเด็น
เป้าหมายที่สามคือไลโอลที่อยู่ใกล้กับน้ำวนของอัลกราด ไลโอลเป็นอสูรอัญเชิญที่มีรูปร่างเป็นสิ่งมีชีวิตยุคโบราณเช่นเดียวกับตัวอื่น แต่มันไม่ใช่ไดโนเสาร์ หน้าตาและสายพันธุ์ของมันคล้ายกับไลโอพลัวเรอดอน ชะตากรรมของไลโอลเหมือนกับเพื่อนสองตัวแรกของมัน เวิร์นแช่แข็ง ตัดมัน และเปลี่ยนมันกลายเป็นอัญมณีเหมือนที่มันเคยเป็น
เมื่อรวมกับไตรเซอราที่เหมือนไทรเซราทอปส์อสูรอัญเชิญที่แอนทิสตามีตั้งแต่แรก พวกเขาจึงเหลือเป้าหมายอีกแค่หนึ่งเดียวคือเทอรา อสูรอัญเชิญคล้ายนกผสมไดโนเสาร์ตัวนี้น่าจะได้ชื่อมาจากเทอราโนดอน ต่างจากอสูรอัญเชิญตัวอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน เทอราอยู่ในดินแดนเหนืออันห่างไกล
นอกจากบินได้แล้ว เทอรายังมีพลังต้านทานความเย็นระดับสูง แอนทิสตาเป็นห่วงว่าคราวนี้เวิร์นอาจจะต้องรับศึกหนัก แต่ความกังวลของเธอเสียเปล่า ต่อให้ถูกผนึกการใช้พลังความเย็น เวิร์นก็ยังมีทั้งพละกำลัง ความเร็ว ดาบและออรามังกรที่ทรงพลังยากจะหาใครหยุดได้
เมื่อได้ของที่ต้องการจนครบ พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องโอ้เอ้อยู่ที่เดิม หมู่บ้านเคไซทัสของแอนทิสตาอยู่ไม่ห่างจากที่ที่พวกเขาได้ผลึกอสูรชิ้นสุดท้าย พวกเขาจึงตัดสินใจไปต่ออีกนิด
แม้จะเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยตามหาสมบัติของหมู่บ้านกลับคืนมาให้ ผู้คนก็ยังคงหวาดกลัวเวิร์น อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ให้
เป็นบรรยากาศน่าอึดอัดที่หลายคนอยากหนีออกไปจากงานเลี้ยง มีเพียงแอนทิสตาเพียงผู้เดียวที่เริ่มคุ้นเคยกับเขาแล้ว และกล้าชวนเวิร์นคุย แต่มันเป็นแค่การถามคำตอบคำเท่านั้น
“ท่านชอบกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ข้าจะบอกให้ครัวทำเพิ่ม” แอนทิสตาเห็นเวิร์นแทบไม่แตะอาหารของหมู่บ้านก็รู้สึกกังวล
“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่ค่อยหิว”
“ทำยังไงดี เขาไม่ชอบอาหารของเราเหรอ” หนึ่งในแม่ครัวกระซิบกับผู้ใหญ่บ้าน
“เหล้าไงเหล้า ไปเอาเหล้าอย่างดีที่สุดมา มันต้องเพราะเหล้าไม่ถูกปากแน่นอน” ได้ฟังคำของผู้ใหญ่บ้านจบ เหล่าลูกบ้านก็รีบกุลีกุจอกลับไปบ้านตัวเอง พวกเขาต่างฉวยเอาเหล้าชั้นเลิศที่สุดเท่าที่สามารถหาได้มาให้เวิร์น
แต่สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลย เวิร์นจิบเหล้าอย่างละนิด กินอาหารแต่ละจานอีกแค่อย่างละหน่อยพอเป็นพิธีก่อนที่จะขอตัวกลับไปพักในเรือนรับรองแขกที่ผู้ใหญ่บ้านเตรียมไว้ให้
“แย่แล้ว เสียมารยาทกับผู้มีพระคุณแล้วสิ พวกเราพลาดตรงไหนไปนะ” ผู้ใหญ่บ้านพึมพำ
เวิร์นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับอาหาร แม้ว่าเขาจะคิดถึงฝีมือทำอาหารของเรย์มากกว่าก็ตาม แต่สิ่งที่เขากำลังนึกถึงในตอนนี้ไม่ใช่มื้อใหญ่แบบนั้น
…เฮ้อ อยากกินสารพัดขนมที่เจ้าเรย์มันทำอีกจังเลยแฮะ ถ้าเจอหน้ามันแล้วขอให้มันทำให้ จะเอามาล้อทีหลังรึเปล่าเนี่ย…
…ช่วยไม่ได้นี่ ฝีมือทำขนมหมอนั่นมันระดับชั้นครู ข้าตระเวนกินขนมทุกชนิดมาทุกซอกทุกมุมโลก สายตาของข้าไม่เคยพลาด ความพิถีพิถันในรสชาติและความสวยงามขนาดนั้นไม่ใช่สิ่งที่หาได้ทั่วไป…
เวิร์นนอนหน้าเครียดจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่เข้ากัน มันทำให้ผู้ที่แอบมองจากทางหน้าต่างหวั่นใจ
“พรุ่งนี้เรารีบพาท่านไปที่นั่นเถอะ เผื่อว่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้” หัวหน้าหมู่บ้านบอกกับแอนทิสตาที่แอบดูอยู่ด้วยกัน ซึ่งเธอก็พยักหน้าเห็นด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น หัวหน้าหมู่บ้านและแอนทิสตาก็พาเวิร์นไปที่วิหารแห่งหนึ่งโดยไม่ได้อธิบายสาเหตุ เวิร์นยอมตามไปด้วยดี เขาสังเกตเห็นสิ่งน่าสนใจในวิหารนั่นหลายอย่าง รูปประดับ ลวดลายของหน้าต่าง เทวรูปแต่ละองค์ ไม่ว่าสิ่งไหนในวิหารนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับเทพซิลเวอร์
“นานมาแล้ว เทพแห่งความกล้าหาญซิลเวอร์เคยมาที่นี่ และได้สร้างสถานที่แห่งนี้ไว้เพื่อเก็บของบางอย่าง” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวกับเวิร์น เดิมทีประโยคนี้เขาควรจะพูดกับเรย์
“เพราะกลัวว่าลูกหลานของตนเองจะฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงของเหล่านั้น ที่นี่จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องมันไว้ค่ะ” แอนทิสตาอธิบายเสริม
“หมู่บ้านของเราเป็นเชื้อสายของบริวารผู้รับใช้ท่านซิลเวอร์ และได้รับมอบหมายให้มอบของเหล่านี้ให้กับผู้ที่เหมาะสม…” หัวหน้าหมู่บ้านยังคงเล่าต่อไปขณะที่พาเขาเดินไปตามทาง
“น่าเสียดายที่เมื่อหลายสิบปีก่อนมีผู้ทรยศ… จึงทำให้ของบางส่วนรวมทั้งอสูรอัญเชิญทั้งสี่ที่ทำหน้าที่เป็นกุญแจของที่นี่หายไปค่ะ” แอนทิสตาหยิบเอาผลึกอสูรทั้งสี่รวมกับผลึกอสูรชิ้นเดิมที่เธอมีอยู่อีกหนึ่งชิ้นมาใส่ในช่องว่างบนประตูท่ามกลางความประหลาดใจของเวิร์น
“มันคือกุญแจ”
“ใช่แล้วค่ะ” แอนทิสตาตอบด้วยรอยยิ้ม เธอเปิดประตูสู่ห้องถัดไป
…เจ้าเรย์รู้เรื่องนี้มาตลอด…
สิ่งที่วิหารแห่งนี้เก็บรักษาไว้คือดาบแห่งซิลเวอร์ อุปกรณ์ในตำนานชิ้นสุดท้ายที่เวิร์นและตระกูลของเขาตามหาเบาะแสมานับสิบปี แต่บัดนี้ของที่ว่านั้นได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ข้าเก็บมันไว้ได้ใช่ไหม” เวิร์นแปลกใจที่เขาถามแบบนั้น หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงจะยึดมาโดยไม่สนใจว่าใครจะครอบครองอยู่
“แน่นอน พวกเรายินดีที่จะส่งมันคืนให้กับทายาทที่แท้จริงของเทพซิลเวอร์”
“ขอบคุณนะ” เวิร์นไม่ได้พูดกับแค่แอนทิสตาและหัวหน้าหมู่บ้าน แต่เขาขอบคุณไปถึงเรย์ที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย
หลังจากที่ได้ดาบที่ตามหามานาน ผู้ใหญ่บ้านก็รบเร้าให้เวิร์นอยู่ต่ออีกสักสามสี่วัน แต่เวิร์นจำเป็นต้องปฏิเสธไปเพราะห่วงว่าเรย์อาจจะเสร็จภารกิจและกลับไปรอตนอยู่ที่ลีโอตาร์แล้วก็เป็นได้
แอนทิสตาลังเลอยู่นานว่าจะขอติดตามเขาไปด้วยหรือไม่ เธออยากตอบแทนเวิร์นด้วยการเป็นกำลังให้กับเขา แต่อีกใจเธอก็ไม่กล้าเอ่ยปาก ตลอดการเดินทางที่ผ่านมาแอนทิสตาได้เห็นความห่างชั้นของตนเองและเวิร์นครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำให้หญิงสาวสูญเสียความเชื่อมั่นใจตัวเอง
เรื่องจึงลงเอยที่เวิร์นกลับมาจากเคไซทัสโดยไม่มีแอนทิสตามาด้วย
วันที่เวิร์นกลับมารายงานผลที่อุสทรินากลายเป็นวันเดียวกับที่พวกเรย์กลับมาถึงพอดี ต่างฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนข้อมูลที่พวกตนได้ไปเจอมา
เวิร์นรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อหญิงสาวผู้เป็นสมาชิกใหม่ทักเขาด้วยรอยยิ้ม
ชื่อที่เธอใช้ลงทะเบียนในกิลด์คือ ‘อลิซ’ แต่เวิร์นเดาออกในเวลาไม่นานนัก เธอคือเป้าหมายในภารกิจที่เรย์รับมา ‘ก๊อดบีสต์อลิซิลลา’