Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 360: งานประชุมกษัตรย์โลกอีกครั้ง

ตัวแทนจากพามิลเลส จูเดสปา อาเบอร์ดีน
เวิร์นรู้ว่าการปะทะกับฟรีโอนีเอล หรือคนอื่นอาจจะต้องเกิดขึ้นอีก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่สร้างความวุ่นวายให้คนรอบข้าง เขาเป็นฝ่ายบอกกับทุกคนว่าจะพยายามเก็บตัวอยู่ในห้องพักจนกว่าวันประชุมจะเริ่ม พวกเขาทั้งสี่จึงลงเอยที่แทบไม่ได้ออกห่างจากที่พักจนกระทั่งในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา
เรย์ย้อนกลับมาอยู่ในเหตุการณ์ที่เขาคุ้นเคยอีกครั้ง ในห้องประชุมขนาดยักษ์ เหล่ากษัตริย์ ผู้นำ ตัวแทนจากประเทศน้อยใหญ่ได้มารวมตัวกันที่นี่ นอกจากข้าวของราคาแพงที่นำเอามาแข่งอวดบารมีกัน แต่ละอาณาจักรต่างก็เอาเหล่าผู้คุ้มกัน ขุนพล และผู้มากฝีมือของประเทศตนเองมาประชันกันอีกด้วย
สายตาไม่เป็นมิตรจ้องมองมาทางเวิร์น ดวงตาหลายคู่ที่จับจ้องมาเป็นของบรรดาผู้นำและเหล่าองครักษ์ที่เคยมีประเด็นกับเวิร์นไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม ถ้าไม่ใช่เพราะเวิร์นอยู่ในฐานะของตัวแทนคนหนึ่งของอาณาจักรโซดาเรีย เรย์ไม่อยากนึกภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ผู้คนมากมายในที่แห่งนี้ เรย์คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี หากประวัติศาสตร์ไม่เปลี่ยนแปลง บางคนในห้องนี้จะเสียชีวิตจากการบุกโจมตีเพื่อชิงลูกแก้วโดยเซฟิลหรือโอเปรา และอีกหลายคนจะเสียชีวิตหลังจากนั้นในศึกกับเทพปีศาจ
เรย์สงสัยว่ามันจะมีอะไรที่เขาทำเพื่อเลี่ยงเหตุการณ์สูญเสียได้หรือไม่นะ ถ้าโซนาตาและกลุ่มอะบีสทั้งกลุ่มอยู่ตรงนี้ ตนอาจจะพอตั้งความหวังไว้สูงได้ แต่ลำพังแค่ตัวเขาคนเดียวจะทำอะไรได้แค่ไหนกัน
ลอเรนซ์กระตุกมือของเรย์เพื่อไม่ให้เขาเหม่อ สติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาสู่ร่างอีกครั้ง ส่วนเรย์ก็ไม่ปล่อยให้เธอดึงมือกลับไป เขาฉวยมือของเธอเอาไว้
…นั่นสิ พอไม่มีพรรคพวกเก่า ๆ ก็เลยเผลอนึกว่าอยู่ตัวคนเดียวซะได้ มันไม่ใช่ซะหน่อย เรามีลอเรนซ์ และก็มีเพื่อนใหม่ ๆ ที่พึ่งพาได้…
“ทำอะไรน่ะ” ลอเรนซ์ส่งสายตาดุ ๆ ไปให้เรย์ แต่เขาแกล้งมองไม่เห็น เขากุมมืออีกฝ่ายอยู่อีกพักหนึ่งถึงยอมปล่อย
“คนนั้น… ข้าเคยเห็นเขาอยู่ในกลุ่มอะบีสด้วย” ลอเรนซ์พยายามเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน
“จูเดสปา อาเบอร์ดีน” เรย์เรียกชื่ออีกฝ่าย เท่ากับบอกเวิร์นและแอนทิสตาที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วย
จูเดสปาคือจอมเวทจากตระกูลชั้นสูงของพามิลเลส ด้วยอายุที่ยังไม่ถึงสามสิบและความสามารถที่มี เขาคือหนึ่งในจอมเวทที่ได้รับความคาดหวังมากที่สุด
“พลังเวทที่สัมผัสได้ไม่เลวอยู่หรอก น่าจะเก่งกว่าจอมเวททั่วไปมาก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษมากมายนัก” ลอเรนซ์วิจารณ์โดยเทียบกับสมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มอะบีส
กษัตรย์เอเทเซียเป็นผู้กล่าวเปิดการประชุม เวิร์นสังเกตเห็นว่ากิงคารอนคืออาณาจักรใหญ่แห่งเดียวที่ไม่ได้ส่งตัวแทนมาเข้าร่วม ในขณะที่เรย์รู้เรื่องทั้งหมดนั้นดีแล้ว
ทุกอย่างยังดำเนินไปตามประวัติศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็น หลังจากเปิดงานที่ใช้เวลานานจนทำเอาเรย์หาวออกมา ซิกมาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคือหีบเล็กสี่ใบซึ่งถูกแกะสลักไว้อย่างวิจิตรบรรจง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งที่บรรจุไว้ภายในคือลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ลูก
“ได้มาสี่แล้วงั้นเหรอ” เวิร์นพึมพำ
“เหลืออีกสองเอง ไม่น่ายากนะ” อลิซิลลาผิวปาก
“ถ้ายังอยู่ครบ หลังจากงานนี้นะ” เรย์ถอนหายใจเบา ๆ
เมื่อซิกมาเปิดฝาหีบทั้งสี่ออก แสงสีแดง เหลือง ฟ้า และน้ำตาลก็ส่องสว่างครู่หนึ่ง ราวกับลูกแก้วทั้งสี่ทำปฏิกิริยาต่อกัน เสียงของทั้งห้องดังอื้ออึงขึ้นในทันที เหล่ากษัตรย์ทั้งหลายต่างเรียกร้องขอให้ซิกมานำลูกแก้วมาให้ตนชมใกล้ ๆ บ้างก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยกันเองจนทำให้เสียงในที่ประชุมฟังไม่ได้ศัพท์
“ลอเรนซ์ อลิซิลลา เวิร์น เตรียมตัวให้พร้อมนะ ถ้าข้าเดาไม่ผิดล่ะก็...” ระหว่างที่พูดเรย์ก็แหงนมองไปบนเพดานห้องซึ่งทำให้คนอื่นต้องมองตาม
ยังไม่ทันขาดคำดี เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องไปทั่ว ความโกลาหลเมื่อครู่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพดานด้านบนถูกระเบิดจนหลังคาส่วนหนึ่งปลิวหายไป แรงระเบิดที่หลงเหลือทำให้ทั้งห้องสั่นสะเทือน เศษหินและปูนปลิวกระจายว่อนไปทั่วบริเวณ เหล่าองครักษ์ต่างพยายามปกป้องนายเหนือหัวโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังเผชิญอยู่กับอะไร
เรย์จำภาพนี้ได้อย่างแม่นยำ เงาร่างของคนห้าคนต้องปรากฏขึ้น และในอดีตที่เขาเคยเผชิญมา หนึ่งในเงานั้นควรจะเป็นเงาของเวิร์น
“หาา” เรย์หลุดปากร้องออกมา เขาประหลาดใจที่เงาที่ควรจะเหลือแค่สี่กลับมีมามากกว่านั้น
“น่าเสียดาย มีแค่สี่ลูกจริงด้วย” เสียงหนึ่งในนั้นดังขึ้น พวกเรย์ยังมองไม่เห็นหน้าแต่จำเสียงนั้นได้อย่างดี ชายผู้นี้คือเรเซอร์
“มีแค่ไหนก็เอาแค่นั้นแหละ” เสียงของอีกรายก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากโซแลน
ด้านเซฟิลผู้เป็นลูกพี่ใหญ่ของกลุ่มยังยืนมองดูท่าที ขณะที่สมาชิกซึ่งเหลือต่างก็กระโดดลงมาจากเพดานที่พวกเขาเพิ่งทำลายไป พวกเขาทั้งหมดมีกันหกชีวิต
เวิร์นหายไปหนึ่ง แต่จำนวนของพรรคพวกที่เขาจากมากลับเพิ่มขึ้นมาอีกสาม
“แฮทซ์” เวิร์นมองไปที่ชายหน้าซีดแก้มตอบที่มองกลับมาที่เขาพอดี
“ไอเลีย” ลอเรนซ์เรียกชื่อเด็กสาวผู้ใช้เส้นผมพยุงร่างของตนเอาไว้ คนนี้เองก็สังเกตเห็นลอเรนซ์ก่อนใคร
“มุสคูโล” เรย์ก็เรียกชื่อของชายแก่ร่างเล็ก
“เจอกันอีกทีเร็วกว่าที่คิดนะ” ชายแก่จ้องมาที่เรย์และเวิร์นสลับไปมา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เรย์คว้าลูกแก้วนภาที่บังเอิญกลิ้งเข้ามาใกล้จากนั้นเขาจึงตะโกนเตือนทุกคน “ผู้บุกรุกเล็งลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ อย่าให้ขโมยไปได้ครับ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอบรับต่อคำพูดของเขาหรือตั้งใจเอาไว้แล้ว ในจังหวะนั้นฟรีโอนิเอล ซิกมาและจูเดสปาได้พุ่งออกไปคว้าลูกแก้วสามลูกที่เหลือเอาไว้ได้
ประวัติศาสตร์ใหม่และเก่ากำลังซ้อนทับกัน มีทั้งเรื่องที่เหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนและเรื่องที่แตกต่างออกไป ฟรีโอนิเอล ซิกมาและจูเดสปาคิดเหมือนกันว่าการรับมือกับศัตรูทั้งหมดตรงนี้อาจทำให้เหล่ากษัตรย์และผู้นำของประเทศถูกลูกหลงไปด้วย พวกเขาตั้งใจล่อให้ศัตรูแยกกันออกไป
โซแลนเลือกไล่ตามจูเดสปา เรเซอร์เลือกตามฟรีโอนิเอล ส่วนชายผู้มีใบหน้าของเสือดำเลือกซิกมา แค่พริบตาเดียวพวกเขาก็กระจัดกระจายกันไปคนละทาง
“ไว้ใจข้าใช่ไหม” เรย์ถามเพื่อน ๆ ของเขา
“มาพูดอะไรกันตอนนี้” เวิร์นไม่เข้าใจว่าอยู่ ๆ เรย์นึกอะไรขึ้นมา
“พวกเจ้าสามคน ตามสามคู่นั้นไป ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะพวกเขาจะปกป้องลูกแก้วไว้ไม่ได้”
“เจ้ารู้ได้ยังไงเนี่ย” อลิลิซลาถาม แต่เรย์อึกอักตอบไม่ได้
“แล้วทางนี้ล่ะ มีเจ้าตัวปัญหาอีกสามเลยนะ ไม่สิ… สี่เลยนะ” พวกของมุสคูโลยังไม่ใช่ปัญหาที่เวิร์นกังวลใจ เขาแหงนมองชายคนสุดท้ายที่ยังคงรออยู่ด้านบน คนนี้ต่างหากที่เป็นหายนะอย่างแท้จริง
“น่าจะไหว ทางนี้มีข้ากับพวกยอดฝีมือของแต่ละประเทศอยู่เยอะแยะ”
“อย่าประมาทนะ” ลอเรนซ์พยักหน้าแล้วก็วิ่งออกไปเป็นรายแรก เธอมุ่งไปทางทิศของฟรีโอนิเอลและเรเซอร์
“จบเรื่องนี้แล้ว ข้าคิดว่าน่าจะถึงเวลาเล่าเรื่องที่เจ้าปิดบังไว้ได้แล้วนะ” เวิร์นไม่รอคำตอบ เขาเก็บดาบเข้าฝักและวิ่งไปยังทิศที่ซิกมากับมนุษย์เสือดำไป
“เลือกยากจริง ฝั่งไหนก็น่าสนุกทั้งนั้น แต่เอาเป็นว่าข้าจะลองไปดูทางด้านของเจ้านักเวทนั่นก็แล้วกัน อยากรู้ว่าจะเก่งกาจสมคำร่ำลือแค่ไหน”
อลิซิลลาจากไปโดยเลือกทิศทางสุดท้ายที่เหลือ ด้วยเหตุนี้กลุ่มของเรย์จึงเหลือแค่เขาเพียงคนเดียว
เหล่ายอดฝีมือเป็นฝ่ายลงมือก่อน แต่ละคนล้วนเป็นยอดขุนพล ทหารรับจ้าง หรือไม่ก็สมาชิกคนสำคัญของกิลด์ที่มาในฐานะผู้คุ้มกันให้กับเหล่าผู้นำ
อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นต่างก็ทะนงในฝีมือของตนเอง แทนที่จะใช้กำลังคนทั้งหมดเพื่อหยุดพวกมุสคูโล มีเพียงนักรบแค่สามคนเท่านั้นที่เข้าต่อสู้ พวกเขารอให้ฝ่ายเดียวกันบางส่วนล้มลงก่อน ถึงได้ยอมลงมือ
จากสายตาของเรย์ ทั้งมุสคูโล ไอเลีย และแฮทซ์ ล้วนเก่งกาจอยู่ในระดับเดียวกับพวกยอดฝีมือของแต่ละประเทศ แต่สิ่งที่พวกเขาได้เปรียบอย่างชัดเจนคือความสามารถในการประสานงาน การป้องกันที่สมบูรณ์แบบของเส้นผมของไอเลีย อาวุธประหลาดที่ยากจะหลบเลี่ยงของแฮทซ์ ความสมดุลและลมปราณอันล้ำลึกของมุสคูโล การประสานงานของพวกเขา ยอดฝีมือนับสิบรุมเข้าไปก็ใช่ว่าจะได้เปรียบเหนือทั้งสาม
“ห้ามเข้ามานะ” นักสู้รายหนึ่งเห็นเรย์กำลังจะพุ่งเข้ามาช่วยตะโกนห้ามเอาไว้ “ข้าจะไม่ให้เรมเนสต้องเสียชื่อ”
“ทางนี้ก็อย่าเข้ามายุ่ง นักรบคาโรนิเซียของเราแข็งแกร่งไม่แพ้อาณาจักรไหนทั้งนั้น”
“เพื่อเกียรติยศแห่งเนอร์เวียร์ อัศวินแห่งแสงผู้นี้จะขอจัดการกับวายร้ายที่กล้ามาขัดขวาง”
เรย์ไม่ได้สนใจว่าจะถูกตำหนิหรือเหยียดหยามในภายหลัง เขาไม่อยากให้มีใครต้องมาบาดเจ็บล้มตายไปต่อหน้าต่อตาทั้งที่ตนสามารถช่วยได้ เรย์กระโดดเข้าร่วมวงต่อสู้พร้อมกับดาบที่อัดพลังสายฟ้าลงไปแล้ว
ประกายไฟฟ้าที่รุนแรงทำให้แม้แต่ฝ่ายเดียวกันยังต้องถอยหนี แน่นอนว่าการกระทำแบบนี้ของเรย์ไม่ได้แค่เป็นการยั่วยุศัตรูทั้งสามให้เข้ามารุมเขาคนเดียว มันยังไล่คนอื่นให้ออกห่างไปด้วย
“เจ้าบ้านั่น… ตัวแทนของโซดาเรียงั้นเรอะ”
“ทำเป็นเก่งสู้คนเดียว… เฮ้ยยย นั่นมัน…”
“วิชาดาบเอเทเซีย ไม่สิ วิชาดาบของตาแก่ซิกมา”
มันกลายเป็นการต่อสู้แบบสามต่อหนึ่ง แต่เรย์ไม่ได้รู้สึกว่าสถานการณ์สิ้นหวัง คมดาบสายฟ้าของเขาสามารถเผาผมของไอเลียที่ดาบทั่วไปไม่สามารถตัดได้ การเคลื่อนไหวของอาวุธประหลาดของแฮทซ์ เรย์ที่ดูการต่อสู้ระหว่างแฮทซ์และเวิร์นอย่างใกล้ชิดมาก่อน สามารถอ่านทางออกได้แล้วเช่นกัน
คนที่ยังเป็นตัวปัญหาคือมุสคูโล ในขณะที่ลูกศิษย์และหลานของเขาต่อสู้ด้วยกระบวนท่าที่เรย์เคยเห็นมาก่อน ชายแก่ทำให้เขาประหลาดใจด้วยการเคลื่อนไหวพิลึก ๆ เดี๋ยวช้าบ้างเร็วบ้าง เคลื่อนที่สลับขาไปมาเหมือนกับคนเมาเหล้า โจมตีมาจากในมุมที่นึกว่าเสียหลักไปแล้ว เรย์แทบจะอ่านการโจมตีของเขาไม่ได้เลย
นอกจากนั้นชายแก่ก็ยังมีกระบวนท่าที่น่ากลัวเก็บไว้เป็นไพ่ตายอีกมาก วิชาดรรชนีที่ทะลวงได้แม้แต่เกราะเหล็ก ฝ่ามือที่ไม่ใช่แค่ปราณพิษแบบครั้งก่อน เพราะความนี้แฝงพิษจากแมงมุมพิษของจริง วิชากรงเล็บเยือกแข็งที่มีพิษเย็นเกือบจะรุนแรงเท่ากับของเวิร์น และอีกสารพัดที่เรย์ไม่เห็นจากการประลองครั้งก่อน
หากไม่ใช่เรย์ในตอนนี้ที่แข็งแกร่งพอฟัดพอเหวี่ยงกับกริมเซฟแล้ว เขาไม่อยากนึกภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“โลกช่างกว้างใหญ่ มีผู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ที่ข้าไม่รู้จักอีกรึ” ราชาของเรมเนสตรัสขึ้น เขาไม่ได้หมายถึงแค่พวกมุสคูโลที่ทำให้เหล่ายอดฝีมือลำบากใจ แต่ยังรวมไปถึงตัวแทนของโซดาเรียที่ยันกับทั้งสามได้อย่างสูสี