Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 374: ดาร์คแวเลียนเซอร์
กัลลาร์ดมีกำลังรบระดับที่สามารถรับมือกับจอมดาบได้ทีเดียวสองคน พลังในการเปิดมิติของเขาที่แข็งแกร่งกว่าลอเรนซ์ขัดขวางเธอให้ไม่สามารถเปิดประตูมิติได้ แต่ตอนที่เขาใช้พลังบ้าง ลอเรนซ์แทบไม่สามารถขัดขวางอะไรได้เลย
“ทหารเริ่มมากันแล้ว ฮี่ ฮี่ ฮี่”
“งั้นก็ย้ายเวทีสักหน่อยดีไหม”
กัลลาร์ดดีดนิ้ว เขาสร้างประตูมิติขนาดยักษ์ขึ้นที่กลางพื้น มันเกิดขึ้นเร็วมากจนลอเรนซ์เองก็ไม่ทันตั้งตัว หลังจากเสียงร้องโวยวายของทุกคน ไม่กี่อึดใจต่อมา ทั้งสองฝ่ายก็รู้สึกตัวว่าอยู่ท่ามกลางความมืดมิด
“พาทุกคนมาที่นี่ได้พร้อมกัน แถมยังแค่อึดใจเดียวด้วย” ลอเรนซ์โหวกเหวก
“อย่าเอาพรสวรรค์ของข้าไปเทียบกับเด็กอมมืออย่างเจ้าจะดีกว่านะ”
อลิซิลลาพยายามใช้เวทจุดไฟ แต่ก็ต้องพบว่าไฟของเธอไม่ได้สว่างอย่างที่หวัง เรย์เองก็พยายามทำแบบเดียวกัน เขาใช้สายฟ้าฟาดใส่ต้นไม้ที่มองเห็นได้ลาง ๆ มันลุกไหม้แบบเดียวกับที่อลิซิลลาทำ แต่ผลลัพธ์ก็แย่ไม่ได้ต่างกัน
“เกาะกลุ่มกันไว้” ซิกมาตะโกนบอกทุกคน เขาสัมผัสได้ว่าในความมืดไม่ได้ว่างเปล่า มีบางสิ่งคืบคลานอยู่ในนั้น
“โซลเลส” ดาร์คแวเลียนเซอร์เปิดปากเป็นครั้งแรก “มันคือวิญญาณที่สูญเสียหัวใจไปและกลายเป็นแค่วิญญาณร้าย”
พวกเรย์ไม่ได้ตกใจกับข้อมูลที่ดาร์คแวเลียนเซอร์ให้ เขาตกใจกับเสียงของอีกฝ่ายมากกว่า
“รึว่า นายคือ…”
ตอนที่เรย์มาถึงยุคนี้พร้อมกับลอเรนซ์และซากชิ้นส่วนของมิเนอร์วา เขาพยายามทำลายชิ้นส่วนทั้งหมดที่ตกลงมาแต่ก็พลาดไป อุบัติเหตุคราวนั้นมันทำให้ชายคนหนึ่งต้องเสียชีวิต
ลอเรนซ์เสนอให้นำร่างของชายผู้นั้นเก็บไว้ในมิติแห่งหนึ่ง โลกนั้นมีสภาพก้ำกึ่งระหว่างโลกมนุษย์และโลกแห่งวิญญาณ ที่นั่นเธอจะสามารถรักษาสภาพของชายหนุ่มผู้นั้นเอาไว้ได้ในระหว่างที่เรย์ตามหาคนที่มีเวทมนตร์ชุบชีวิต
แต่น่าเสียดายที่ลอเรนซ์พลาดไป ในโลกมืดนั้นไม่ได้ว่างเปล่า ในตอนที่พวกเขาหาผู้ที่มีพลังในการชุบชีวิตได้ ร่างของชายผู้นั้นก็หายไปจากจุดที่ลอเรนซ์ทิ้งเขาเอาไว้
“เรย์… เจ้าก็คือตัวข้าของยุคนี้เหรอ” เรย์ถามชายสวมหน้ากาก เขาเพิ่งสังเกตว่าอีกฝ่ายมีรูปร่างสัณฐานเหมือนตนอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นนะ ถึงข้าจะไม่เข้าใจก็เถอะ” ดาร์คแวเลียนเซอร์ตอบ
“เรย์! ไม่มีเวลาคุยแล้ว ไอ้พวกโซลเลสที่ว่ากำลังมาจากทุกด้านเลย” เวิร์นตะโกนบอก
ราวกับนรกแตกต่อหน้า ฝูงโซลเลสที่กลืนไปกับความมืดวิ่งเข้าใส่พวกเรย์จากทุกทิศทาง ไม่ใช่เพียงแค่ซ้าย ขวา หน้าหรือหลัง แต่มีอีกไม่น้อยที่บินมาหรือแม้แต่มุดมาจากใต้ดิน
ราวกับไม่สนใจว่าโซลเลสก็เป็นภัยกับพวกตน แทนที่จะหันไปจัดการกับปีศาจที่โจมตีไม่เลือกหน้า กัลลาร์ดกลับอาศัยจังหวะชุลมุนซ้ำเติมพวกเรย์ให้แย่ยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะแฮทซ์ เขาพยายามประกบติดกับเวิร์นชนิดที่ไม่สนว่าโซลเลสเองก็เกือบจะขย้ำหัวของเขาหลุดออกมา
จูเดสปาคือคนที่ตกที่นั่งลำบากที่สุด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองอยู่ผิดที่ผิดทาง กัลลาร์ดแข็งแกร่งจนแทบไม่สนใจใคร ดาร์คเจสเตอร์กับดาร์คแวเลียนเซอร์ก็ดูกลมกลืนไปกับพวกโซลเลสจนแทบจะไม่ตกเป็นเป้า ขณะที่แฮทซ์ก็สู้แบบตั้งใจจะตาย
“มาช่วยกันจัดการกับพวกโซลเลสก่อนดีไหม” จูเดสปาตะโกนขณะพยายามแทรกเข้าไปในกลุ่มของพวกเรย์
“อย่าเข้ามา! ข้าไม่ยอมให้คนไว้ใจไม่ได้แบบเจ้ามาอยู่ข้าง ๆ หรอก” คนที่ปฏิเสธทันควันคือ ฟรีโอนิเอลผู้เป็นเพื่อนสมัยเด็ก
เรย์ยกหน้าที่ในการรับมือกับโซลเลสหรือตัวปัญหาอย่างกัลลาร์ดให้คนอื่น เขากำลังรับการโจมตีของดาร์คแวเลียนเซอร์ในขณะที่วิเคราะห์อีกฝ่ายไปด้วย
ดาร์คแวเลียนเซอร์มีบางอย่างคล้ายกับกริมเซฟ คือเขามีออรามังกร พลังทุกอย่างแบบที่อัศวินมังกรควรมีแต่แทนที่จะเป็นสายฟ้าแบบเรย์มันกลับเป็นพลังเหมือนอัศวินมังกรแห่งความมืด
คล้ายกับกริมเซฟแต่ก็แตกต่าง อาจจะเพราะที่มาของพลังคนทั้งคู่ต่างกัน กริมเซฟคือมังกรแห่งความมืดตั้งแต่กำเนิด ในขณะที่ดาร์คแวเลียนเซอร์ได้รับความมืดมาในลักษณะที่คล้ายกับคำสาป
“เจ้ากลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย”
“เดธมาสก์…” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
สองฝ่ายปะทะกับอย่างรุนแรง วิชาของทั้งคู่มีพื้นฐานจากวิชาดาบเหมือนกันแต่มันไม่มีอะไรเหมือนกันสักนิด ดาบของเรย์คือวิชาที่เขาได้รับจากซิกมาบวกกับประสบการณ์มากมายจนกลายมาเป็นแนวทางของตัวเอง ในขณะที่ดาร์คแวเลียนเซอร์เป็นวิชาดาบประหลาดที่เขาคิดค้นขึ้นเองระหว่างการเอาชีวิตรอดในโลกนี้
…ฝึกฝนเองทำให้แข็งแกร่งได้ขนาดนี้เลยเรอะ… (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เรย์คนนี้ถูกคำสาปทำให้เขาแกร่งขึ้นอย่างผิดปกติ พลังของอัศวินมังกร พลังของเดธมาสก์ และการถูกบังคับให้เอาชีวิตรอดในแห่งความมืดนานนับปี มันทำให้เขาเติบโตขึ้นในอีกเส้นทางที่แตกต่างออกไป
“ข้าเข้าใจที่เจ้ารู้สึกแค้นเคือง ถ้าโดนแบบเดียวกัน ถูกเล่นงานจนสาหัสโดยใครก็ไม่รู้ แถมยังถูกโยนไปในโลกมืดแบบนี้ เป็นข้าก็คงโกรธแหละ แต่ว่ามันมีเหตุผลที่อธิบายได้นะ”
“เก็บเหตุผลที่ว่าไว้เองเหอะ”
เรย์สัมผัสได้ว่าเรย์ของยุคนี้ไม่ปกติ นอกจากถูกครอบงำด้วยความโกรธแล้วพลังด้านมืดก็กำลังกัดกินจนสติไม่มั่นคง เรย์รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเจ็บปวดไปจนถึงระดับวิญญาณ
“ต้องฆ่าแกซะ เพื่อหยุดความเจ็บนี้…”
เรย์หันไปทางดาร์คเจสเตอร์ “เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่”
“ข้าก็แค่ให้โอกาสเท่านั้นแหละ ตอนแรกที่เห็น ข้าก็คิดว่าตายไปแล้วเหมือนกันเลยคิดจะเปลี่ยนเป็นอันเดด ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นผลงานที่สุดยอดขนาดนี้ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
“เรย์” เรย์พยายามเรียกชื่อเรย์อีกคน
“อึกกก” อีกฝ่ายดูเจ็บปวดหลังจากถูกเรียก
“เจ้าเจ็บก็เพราะว่ายังไม่ยอมรับพลังทั้งหมดของท่านกรีมา ข้าแนะนำว่าปล่อยให้ความมืดมันเข้ามาซะเถอะนะ” ดาร์คเจสเตอร์พูดจบก็หัวเราะลั่น
“กรีมา? นายของเจ้าไม่ใช่เจ้าแห่งแวมไพร์อาร์มอนเดเหรอ”
“อ้าว นี่ข้าเผลอหลุดปากออกไปรึเนี่ย แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงพวกแกทุกคนต้องถูกฆ่าที่นี่แหละ จัดการมันเลยดาร์คแวเลียนเซอร์”
ทั้งที่เจ็บปวดจนแทบสิ้นสติ แต่ดาร์คแวเลียนเซอร์กลับฝืนยิ่งกว่าเดิม เขาพยายามถอดหน้ากากออก และพริบตานั้นความมืดจำนวนมหาศาลก็ทะลักออกมาจากร่าง
เรย์รู้จักกับท่าไม้ตายนี้ เมื่อดาร์คเจสเตอร์เข้าตาจนเขาจะถอดหน้ากากและปลดปล่อยพลังที่สะสมไว้ออกมา มันคือสิ่งที่หลายคนเคยเตือนเขาไว้ว่าต้องระวัง
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” เสียงหัวเราะดังมาจากดาร์คเจสเตอร์ที่ดูการต่อสู้อยู่ “เป็นยังไง หมอนี่คือผลงานสุดยอดของข้าเลยนะ”
พลังของดาร์คแวเลียนเซอร์มากขึ้นในทุกวินาที มันทำให้คนอื่นไม่สามารถมีสมาธิกับการต่อสู้ของตัวเองได้เหมือนเดิม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหยุดมือได้เพราะโซลเลสกับพวกกัลลาร์ดคงไม่ยอมหยุดไปด้วย
“ฆ่ามันซะดาร์คแวเลีนเซอร์ ก๊ากกก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” ดาร์คเจสเตอร์ชี้เคียวไปทางเรย์
เรย์และเรย์อีกคนเริ่มการต่อสู้ในยกที่สอง ฝ่ายหนึ่งไม่หลงเหลือสติอยู่อีกแล้ว ดาร์คแวเลียนเซอร์ที่ไร้หน้ากากกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่เคลื่อนไหวตามคำสั่งของดาร์คเจสเตอร์
เรย์เลิกออมมือตั้งแต่ครู่ก่อนแล้ว แต่ระยะห่างของฝีมือของตนและเรย์อีกคนกำลังกระชั้นเข้ามาทุกขณะ
“เรย์!” ลอเรนซ์ตะโกนเรียกชื่อเพื่อให้กำลังใจ แต่แค่สร้างแรงฮึดให้ ไม่ได้ช่วยอะไรในสถานการณ์นี้
“อลิซิลลา” เวิร์นตะโกนบ้าง แต่กลับเป็นการเรียกเพื่อนอีกคนแทน
“เรียกข้าทำไมเนี่ย กำลังยุ่งอยู่เห็นไหม”
“ซิงโครซิสไง”
“เอาอีกแล้วเหรอ ก็ได้อยู่หรอกนะ”
“ไม่ใช่ข้ากับเรย์นะ”
“เหอ เออแบบนั้นอาจจะดีก็ได้นะ”
“เดี๋ยวสิ คงไม่ใช่ว่า…” ลอเรนซ์เดาออกว่าทั้งคู่พูดถึงใคร เธอพยายามห้ามอลิซิลลาไว้ก่อนเพราะเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะทำจะได้ผลแบบไหน