Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 373: เสียงหัวเราะน่ารังเกียจจากต่างมิติ
“ก็แค่หมอนี่… ไม่สิ พวกเราสี่คนไม่ชอบขี้หน้าแกเท่านั้นแหละ” เวิร์นราดน้ำมันลงบนกองไฟ
เรย์นึกว่าอีกฝ่ายจะระเบิดอารมณ์ออกมา เขาคิดว่าอาจจะบานปลายจนถึงขั้นต้องมีเรื่องกันอีกรอบ แต่จูเดสปากลับสงบกว่าที่คาด เขาพยักหน้าและยิ้มตอบ
“แบบนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าพวกท่านพูดออกมาแบบนี้ตรง ๆ ตั้งแต่แรกข้าก็คงไม่มาตื้อแบบนี้หรอก”
จูเดสปาเป็นคนแบบนี้นี่แหละ กับคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรูตรงไปตรงมาเขาจะสุภาพอ่อนน้อมให้และจะไม่แสดงความเป็นศัตรูออกมาอย่างชัดเจน สำหรับเรย์มันเป็นนิสัยที่เข้าใจได้ยาก มันชวนให้เขาคิดว่าการเป็นมิตรกับจูเดสปาและถูกแทงข้างหลังเมื่อเผลออาจจะอันตรายกว่าการประกาศตัวเป็นศัตรูซึ่งหน้าแบบนี้ด้วยซ้ำ
โดยปกติจูเดสปาจะเว้นระยะจากศัตรูของเขา เขาจะรอจนกว่าอีกฝ่ายชะล่าใจแล้วค่อยตลบหลัง แต่สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างออกไป อีกไม่นานการผนึกเทพปีศาจตนแรกจะเริ่มขึ้น เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำอะไรลงไปสักอย่าง
แล้วเขาก็ได้พบกับโอกาสนั้น มันคือโอกาสที่มาจากชายที่ชื่อแฮทซ์นั่นเอง
แม้ว่าเซฟิลจะรับปากช่วยเรย์ไปแล้ว แต่แฮทซ์ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว เขายังแค้นเคืองเวิร์นที่พรากเอาครอบครัวของเขาไปจนไม่สามารถอยู่ร่วมโลกด้วยกันได้ หากกองทัพพันธมิตรยังมีเวิร์นอยู่เขาขอเลือกอยู่ข้างเทพปีศาจและทำลายมนุษยชาติยังจะดีเสียกว่า
สายสืบของจูเดสปาทำงานอย่างดีเยี่ยม ก่อนที่แฮทซ์จะแยกกับกลุ่มเซฟิลและอาจารย์ของเขา จอมเวทแห่งพามิลเลสได้มาติดต่อกับเขาได้ก่อน
“ช่วยข้าขโมยลูกแก้ว… ถ้าเจ้าทำได้ ข้าจะหาทางใส่ความเวิร์นว่าเป็นคนทำ เขาจะถูกขับออกจากกองทัพพันธมิตรแล้วก็จะไม่มีใครช่วยเขาอีก”
“เจ้าจะได้อะไรจากการทำแบบนั้น” หนุ่มปากหนักถาม
“ข้าก็เหมือนเจ้าน่ะแหละ ไม่ชอบขี้หน้าเจ้าพวกนั้น เทพแห่งช่างได้ดัดแปลงลูกแก้วให้มนุษย์ทั่วไปก็สามารถใช้ลูกแก้วได้ กองทัพจึงไม่จำเป็นต้องใช้สายเลือดเอลเลนนอสอย่างเรย์และเวิร์นในการใช้ลูกแก้วอีก ข้าเองก็สามารถเป็นผู้กอบกู้โลกนี้ได้เช่นกัน”
“…” ชายร่างผอมหยุดคิดอยู่ชั่วครู่ จูเดสปามองออกว่าเขาสนใจ
จูเดสปาใช้เวลากล่อมอีกไม่นานแฮทซ์ก็ตกลงให้ความช่วยเหลือ เขาล้มเลิกเรื่องที่จะแยกกลุ่มกับเซฟิลและอาจารย์ออกไปอีกนิดเพื่อที่ตนจะได้ใช้โอกาสนั้นในการเข้าถึงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์
บริเวณโดยรอบของสถานที่เก็บลูกแก้วนอกจากจะมีการคุ้มกันอย่างหนาแน่นและมีการลงอาคมเอาไว้หลายชั้น แต่จูเดสปาผู้เป็นหนึ่งในผู้ช่วยออกแบบระบบป้องกันรู้ทุกอย่างในนั้นอย่างละเอียด เขารู้ว่าทำอย่างไรให้แฮทซ์เข้าไปในนั้นได้โดยที่ไม่ถูกจับได้
เริ่มจากการใช้เวทมนตร์ดิสไกส์ เวทมนตร์บทนี้ทำให้แฮทซ์มองภายนอกแล้วเหมือนกับเวิร์นไม่มีผิดเพี้ยน ปัญหาเล็กน้อยคือพื้นที่บริเวณค่ายพักของกองทัพพันธมิตร เวทมนตร์บางบทถูกสกัดกั้นเอาไว้จากขอบข่ายเวทที่ปกคลุมทั้งบริเวณ ดิสไกส์เองก็เป็นหนึ่งในเวทที่ไม่สามารถใช้งานได้
หากเป็นคนทั่วไปวิธีการนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลย แต่จูเดสปามีเทคนิคผสมเวท เขาสามารถสร้างเวทมนตร์บทใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักขึ้นมาได้ จูเดสปานำดิสไกส์มาผสมเข้ากับคาถาลวงตาอีกบทจนมันพัฒนาขึ้นเป็นเวทมนตร์ที่แตกต่างแต่ได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม
แฮทซ์ในร่างของเวิร์น และจูเดสปาในร่างของเรย์ขอเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยของลูกแก้ว และด้วยเวทมนตร์หลายบทที่จูเดสปาเตรียมไว้ ระบบตรวจสอบทั้งหลายจึงไม่ทำงาน เขาเข้าไปถึงลูกแก้วได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่ขณะที่กำลังสลับลูกแก้วจริงกับลูกแก้วปลอมที่เตรียมเอาไว้ คนที่ไม่อยากเชื่อว่าจะซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นก็ปรากฏตัว เขาคือเรย์ เวิร์น ลอเรนซ์และอลิซิลลา
“พวกเจ้า… มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” จูเดสปาในร่างปลอมของเรย์ไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้เขาตรวจสอบจนแน่ใจว่าพวกเรย์กำลังอยู่ระหว่างการตระเวนไปตามจุดตั้งทัพของแต่ละประเทศ พวกเขาไม่น่าจะอยู่ตรงนี้ได้
ก่อนที่จะถกเถียงกันต่อ เรย์ชูเหรียญตราแห่งความจริงขึ้น ด้วยพลังของเหรียญ มนตราลวงตาทั้งหลายเสื่อมลงในทันที ร่างปลอมของตัวเขาและเวิร์นถูกแทนที่ด้วยร่างเดิมของจูเดสปาและแฮทซ์
“ตอนที่เจ้าคุยกับลุงซิกมาว่าอยากให้พวกข้าไปเห็นจุดตั้งทัพ พวกข้าก็รู้แล้วล่ะว่ามันคือแผน คนอย่างเจ้าเนี่ยนะที่คิดหวังดีอยากให้พวกเราได้เห็นภาพรวมของแต่ละทัพ” เวิร์นอธิบาย
“ขอโทษนะ แต่ไม่ใช่แค่เจ้าหรอกที่ส่งคนมาจับตาดูพวกเรา” เรย์พูดจบ ชายอีกสองคนที่ซ่อนอยู่ก็โผล่ออกมาเพิ่ม ทั้งคู่คือจอมดาบเหมือนกัน ต่างตรงที่คนแรกคือชายชราในชุดเกราะสีน้ำเงิน ส่วนอีกคนคือชายวัยกลางคนผู้ใช้ดาบคะตะนะ
“ซิกมา… ฟรีโอนิเอล” จูเดสปาเรียกชื่อผู้มาใหม่
“แกนี่ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยเลยสินะ” ฟรีโอนิเอลส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เขาอยากเชื่อว่าเพื่อนในวัยเด็กจะปรับปรุงตัวได้บ้าง แต่ความจริงสันดานของมนุษย์นั้นไม่สามารถเปลี่ยนได้ง่ายดาย
ขณะที่จูเดสปากำลังตื่นตระหนก แฮทซ์ไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาสักนิด ราวกับว่าเขาเตรียมใจรับผลทุกอย่างไว้ตั้งแต่แรก เขาตั้งท่าพร้อมจะสู้ (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เฮ้ย ไม่เห็นจำนวนฝ่ายนี้เหรอ” ฟรีโอนิเอลเตือน
“ถ้าเจ้าไม่สู้ก็ถอยไป เกะกะ” แฮทซ์หันไปบอกกับจูเดสปา ตอนนี้เขาปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มที่
ไม่มีใครรู้ว่าแฮทซ์คิดอะไรอยู่ การถูกเปิดโปงว่าผู้ทรยศต่อกองทัพพันธมิตรมันควรจะเป็นจุดจบแล้ว แต่แฮทซ์มองข้ามความเป็นจริงทั้งหมดไป ในหัวของเขามีแค่การแก้แค้น
“หมู่บ้านของเราคือทายาทของผู้ศรัทธาในซิลเวอร์ พวกเราเฝ้าปกป้องอุปกรณ์ของซิลเวอร์มาตลอด แต่แกกลับใช้กำลังเข่นฆ่าพวกเราที่คอยรับใช้ตระกูลของแก ในสายตาของพวกที่สืบสายเลือดเทพ มนุษย์อย่างพวกเรามันไร้ค่านักใช่ไหม” แฮทซ์ตะโกนความในใจออกมา
“ทุกคนระวังนะ มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นที่นี่” ลอเรนซ์ไม่ได้พูดถึงปราณของแฮทซ์ที่กำลังเพิ่มขึ้นจากความโกรธ เธอสัมผัสกระแสมิติบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นรอบ ๆ
ประตูมิติถูกเปิดออกกลางห้อง ทั้งที่ห้องนี้มีอาคมป้องกันเอาไว้หลายชั้น ลอเรนซ์นึกชื่อของคนที่ทำได้แบบนี้เพียงคนเดียว
“พวกมันอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย ฮี่ฮี่ฮี่” ร่างแรกผ่านช่องมิติออกมา ชุดตัวตลกสีดำ หน้ากากสีขาวและเคียวยักษ์
“ดาร์คเจสเตอร์” เรย์เรียกชื่อตัวตลกปีศาจ แต่เขาแน่ใจว่าคนที่เปิดประตูมิติเป็นคนอื่น
ไม่กี่อึดใจความสงสัยของทุกคนก็ได้รับการคลี่คลาย ผู้ที่ทะลุประตูมิติออกมาเป็นคนที่สองคือชายวัยดึกผู้มีรอยยิ้มที่ชั่วร้าย กัลลาร์ด อมาเรียส
“กัลลาร์ด! บ้าจริง! ไปรวมกลุ่มกันได้ยังไงเนี่ย” ลอเรนซ์โวยวาย
“ก็เพราะเจ้าส่งพวกนั้นไปมิติเดียวกันยังไงล่ะ” อลิซิลลาตอบให้แทน
ผู้ที่เดินผ่านประตูมิติมาไม่ได้มีแค่สอง ก่อนที่ประตูจะปิดลง ร่างที่สามและร่างสุดท้ายได้ทะลุผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ต่างจากสองคนแรกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ชายคนสุดท้ายพวกเรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาสวมหน้ากากสีขาว ดูแล้วละม้ายกับหน้ากากของดาร์คเจสเตอร์ ชุดของเขาบอกได้ว่าน่าจะเป็นของนักรบ แต่สีดำ ขาวและแดงเป็นธีมแนวเดียวกับดาร์ดเจสเตอร์
“รุ่นน้องของข้าเอง ดาร์คแวเลียนเซอร์” ตัวตลกปีศาจแนะนำตัวสมาชิกคนสุดท้าย
“พวกแกเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่” จูเดสปาถามเสียงสั่น
“เป็นใครไม่สำคัญหรอก แต่ดูเหมือนพวกเราน่าจะมีศัตรูร่วมกันนะ” กัลลาร์ดตอบ
“ว่ายังไงอยากร่วมมือกันหรือจะสู้แบบสามฝ่ายพวกเราก็ไม่ขัดหรอกนะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
จูเดสปาหันไปสบตาแฮทซ์ โดยไม่จำเป็นต้องปรึกษา ทั้งคู่คิดตรงกัน พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้ความร่วมมือกับพวกพิลึกที่เพิ่งโผล่ออกมา
ลอเรนซ์คือคนแรกที่ลงมือ เธอเรียกวิญญาณในบริเวณนั้นมาสถิตที่ดาบ จากนั้นก็ยิงมันออกมาใส่กัลลาร์ด แทนที่อีกฝ่ายจะปัดกระสุนหรือพยายามหลบ เขาเปิดประตูมิติขึ้นมาดูดกระสุนทั้งหมดเข้าไปและปล่อยออกมาในประตูที่เปิดใส่หน้าลอเรนซ์
เป็นลูกไม้เดิม ๆ แต่ก็มีประสิทธิภาพสูง หากกระสุนเหล่านั้นไม่ใช่กระสุนวิญญาณที่ลอเรนซ์บังคับทิศทางให้เบี่ยงออกไปได้ เธออาจจะกลายเป็นเหยื่อของกระสุนตัวเองไปแล้ว
แฮทซ์เลือกเวิร์นเป็นคู่ต่อสู้ ดาร์คเจสเตอร์ระดมยิงคาถาคำสาปสังหารใส่ซิกมาและฟรีโอนิเอล จูเดสปาพยายามลอบโจมตีใส่เรย์แต่คนที่เข้ามาหยุดเวทของเขาคืออลิซิลลา
“เจ้าน่ะ มาสู้กับข้าดีกว่านะ” อลิซิลลาบอกกับจอมเวทแห่งพามิลเลส
ฝ่ายของเรย์ได้เปรียบกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีคนระดับกัลลาร์ดอยู่ด้วยแต่พวกเขาก็มีคนน้อยกว่า ยังไม่นับว่าการอาละวาดของพวกเขาเป็นการเรียกให้ทหารจากกองทัพพันธมิตรมารวมตัวกันที่นั่น
กัลลาร์ดคือศูนย์กลางของความปั่นป่วน อดีตหัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์ของกิงคารอนดูเหมือนเป็นตัวอันตรายที่สุดของฝ่ายศัตรูขณะที่ดาร์คแวเลียนเซอร์ยังไม่เคลื่อนไหว