Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 384: รักษาไอสลินน์

ไอสลินนด์ เอสเปียน เพื่อนรักของโคเลท
ที่บ้านตระกูลเลคเตอร์
“กลับมาแล้วค่ะ”
ที่โต๊ะอาหารกลางบ้าน วันนี้บรรยากาศแตกต่างจากทุกวัน เพราะคนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารไม่ได้มีแค่จิบริลเท่านั้น แต่ตรงนั้นมีคุณแม่ยังสาวของเธออยู่ด้วย
“คุณแม่!”
“ทำไมต้องทำเสียงประหลาดใจขนาดนั้นด้วย”
“ปะ เปล่าค่ะ” พูดแบบนั้นแต่โคเลทคิดในใจว่าจะไม่ให้เธอแปลกใจได้อย่างไร ก็แม่ของเธอนาน ๆ ครั้งถึงจะออกมาจากพื้นที่ของตัวเอง
แล้วบรรยากาศกดดันก็เกิดขึ้น เอเวนลินนั่งอ่านหนังสือพิมพ์โดยไม่ได้แตะต้องอาหารใด ๆ บนโต๊ะ ส่วนจิบริลก็อยู่ในโลกส่วนตัวด้วยการกินมื้อเย็นไปด้วยและอ่านหนังสือเรียนไปพร้อมกัน
“นี่จิบริล อย่าอ่านหนังสือพร้อมกับกินข้าวสิ”
อีกฝ่ายแกล้งหูทวนลม ตายังคงอยู่กับบทเรียน
“นี่…”
“พี่นี่น่าหงุดหงิดจริง คุณแม่ยังไม่ว่าอะไรเลยนะคะ แล้วนี่หนูอ่านหนังสือเรียนนะไม่ได้เอาแต่เล่นเกมจากโทรศัพท์เหมือนพี่ซะหน่อย”
“อ่านหนังสืออะไรก็ไม่เกี่ยวนี่ นี่มันบนโต๊ะอาหารนะ”
โคเลทถอนหายใจ
เธอจมสู่ภวังค์บ้าง รู้สึกเสียดายเพราะหวนนึกถึงความหลัง ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เธอยังจำได้ว่าจิบริลติดเธอแจแค่ไหน จิบริลตอนนั้นไม่ว่าเธอจะบอกอะไรพูดอะไรก็เชื่อฟังโดยดี โคเลทคิดว่าตอนนี้คงเป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่าวัยต่อต้าน
คืนนั้นไอสลินน์โทรมาหาโคเลทหลังจากที่เธอปรึกษากับคุณแม่แล้วเรียบร้อย ลินน์และคุณแม่ไม่ได้เชื่อใจในตัวรีดัส แต่พวกเธอทั้งสองตัดสินใจจะใช้เดอะเวิลด์เพราะเชื่อใจในตัวโคเลท
“สงสารคุณแม่ที่ต้องมาเฝ้าดูแล ฉันเองก็อยากจะออกจากโรงพยาบาลเต็มแก่แล้วล่ะ”
“ขอบคุณนะที่เชื่อใจกัน”
รีดัสย้ายไอสลินน์ไปห้องใหม่ที่ดูเหมือนกับห้องในโรงแรมหรูมากกว่าห้องพักในโรงบาลพยาบาล ในห้องนี้พวกเขาจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรีดัสต้องย้ายอุปกรณ์สำหรับเดอะเวิลด์มาไว้ที่ห้องนั้นแทน
ผู้เข้าร่วมเดอะเวิลด์ครั้งนี้มีทั้งหมดถึงหกคน คนแรกคือไอสลินน์ผู้เป็นเป้าหมายหลักในการรักษา ส่วนคนที่สองคือโคเลทที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์การรักษาด้วยเดอะเวิลด์มาแล้วสองครั้ง ส่วนคนที่เหลืออีกสี่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ดูแลที่จะทำหน้าที่เกี่ยวกับการช่วยสะกดจิตไปจนถึงการคุ้มกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
รีดัสก็เป็นหนึ่งในผู้ดูแลในภารกิจนี้ด้วย เขาจำเป็นต้องเห็นด้วยตาว่าอะไรคือสิ่งที่โคเลทมีแตกต่างจากอาสาสมัครคนอื่น ทำไมการรักษาเธอจึงได้ผลแบบนั้น นอกจากนี้รีดัสก็ไม่สามารถปล่อยให้คนทั้งสองและลูกน้องเข้าไปเสี่ยงอันตรายโดยที่ตนได้แต่ยืนมองอยู่วงนอก
ในตอนแรกทุกอย่างราบรื่นเป็นอย่างดี สถานที่ที่พวกเขาไปคือเหตุการณ์เดิมกับที่โคเลทได้รับการรักษาโดยฮาจา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” บทพูดเหมือนเดิมไม่มีผิด โคเลทเดาว่าเพราะมันเป็นช่วงเวลาเดียวกันและเงื่อนไขคล้ายกัน
ฮาจาปรี่เข้ามาหาไอสลินน์ที่นอนหมดสภาพ
“อดทนไว้นะคะ จะรักษาให้เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ”
ไอสลินน์กระตุกเล็กน้อยเมื่อต้องแสงจากเวทรักษา ความเจ็บปวดวูบแรกเกิดขึ้นจากกระดูกและกล้ามขยับเปลี่ยนตำแหน่ง แต่มันก็เป็นความเจ็บเพียงเสี้ยววินาที หลังจากนั้นก็กลายเป็นความรู้สึกที่สบายและอบอุ่น
“ลินน์…” โคเลทกุมมือเพื่อนรักไว้แน่น อีกฝ่ายพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยเหมือนจะสื่อว่าเธอคิดว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย
“ที่เหลือก็ต้องดูอีกทีหลังจากนี้ ว่ากลับออกไปแล้วผลจะเหมือนกับโคเลทไหม” รีดัสที่ยืนปะปนกับฝูงชนพูดกับตัวเอง
ไอสลินน์ฟื้นตัวโดยสมบูรณ์จากเวทรักษาที่ยากจะหาคนเทียบฝีมือ เธอดีใจจนอยากจะกอดขอบคุณทั้งฮาจาและโคเลทที่นำเอาความทรมานออกไปจากเธอ ไม่ว่ามันจะเป็นแค่ชั่วคราวหรือไม่ก็ตาม
“บอกแล้วว่าอย่ากลับเข้ามาอีก เตือนนี่ไม่เคยเชื่อกันเลยสินะ ฮี่ฮี่ฮี่”
เสียงหัวเราะน่ารังเกียจดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณ สมาชิกกลุ่มอะบีสต่างก็ประหลาดใจกับเสียงที่ไม่น่าเป็นไปได้ว่าจะมีอยู่ในมิเนอร์วา ต่างคนต่างก็พยายามมองหาต้นเสียงนั้น
โคเลทและไอสลินน์ต่างก็เป็นแฟนคลับเหนียวแน่นของนิยายชุดนี้ พวกเธอรู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใครจากลักษณะการพูด แต่ก็จำได้อย่างแม่นยำว่ามันไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ในเนื้อเรื่องช่วงไหน
“ไม่ปกติแล้วลินน์” โคเลทประคองเพื่อนให้ลุกขึ้น
“เดี๋ยวก่อนโคเลท ฉันว่าฉันจำอะไรบางอย่างได้แล้ว โอ้ย” ไอสลินน์กุมขมับเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมาฉับพลัน
เวทีถูกย้ายออกไป มันไม่ใช่มิเนอร์วาอีกแล้ว แต่กลับกลายเป็นสถานที่รกร้างที่โคเลทและไอสลินน์ไม่คุ้นเคย โคเลทมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีเยี่ยม เธอตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและพยายามกดเครื่องมือส่งสัญญาณเพื่อดีดตัวออก แต่ดูเหมือนไม่เพียงแค่เครื่องมือไม่ทำงาน แม้แต่การติดต่อกับผู้ดูแลก็ถูกตัดขาดไปแล้ว
“อย่าตื่นตระหนกไป” โคเลทบอกเพื่อนสาว พูดบอกเพื่อนแบบนั้นแต่ความจริงเธอกลัวยิ่งกว่า
“เจ้านั่นมัน” ไอสลินน์ชี้ไปที่ตัวตลกชุดดำที่กำลังเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกวัดแกว่งเคียวยักษ์ไปด้วย
ราวกับความทรงจำที่เคยถูกผนึกไว้กำลังได้รับการปลดปล่อย ไอสลินน์เริ่มจำเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ตามลำดับ พบว่าเรื่องทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ครั้งนั้นเธอก็ถูกโจมตีแบบนี้
ไอสลินน์ไม่ได้ตกตึกเพราะเป็นอุบัติเหตุ เธอถูกโจมตีโดยชายผู้หนึ่งที่สามารถปีนระเบียงของห้องชุดชั้นสามได้อย่างง่ายดาย เขาคือรุ่นพี่เทรนต์นั่นเอง
“อะไรนะ รุ่นพี่น่ะเหรอ” โคเลทถามย้ำ
“ไม่รู้จะบอกว่าเป็นรุ่นพี่ได้รึเปล่า เพราะเขาเหมือนมีเจ้านี่สิงอยู่”
“สิงงั้นเหรอ”
ดาร์คเจสเตอร์หรือที่หลายคนเรียกเขาว่าตัวตลกปีศาจ คือหนึ่งในวายร้ายที่คอยโผล่ออกมาก่อกวนในนิยายเรื่องนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะไม่ใช่ตัวร้ายที่เก่งกาจจนสามารถเป็นบอสใหญ่ของภาค แต่เจ้าปีศาจตนนี้ก็มีดีตรงที่อึดจนแทบจะเป็นอมตะ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ดาร์คเจสเตอร์ตนนี้แตกต่างจากดาร์คเจสเตอร์ที่ทั้งสองคนเคยอ่านในนิยาย มันไม่ได้หัวเราะบ้าคลั่งหรือกระโดดโลดเต้นพร้อมควงเคียวยักษ์ไปมา และถ้าไม่ได้เข้าใจผิดมันค่อนข้างดูตัวใหญ่กว่าที่เคยเห็นในรูปประกอบด้วย
ใบหน้าของตัวตลกแหวกออกเล็กน้อยและเผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคยที่ซ่อนอยู่
“รุ่นพี่เทรนต์” โคเลทตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่าย
ไอสลินน์ระลึกเหตุการณ์วันนั้นได้ครบถ้วนแล้ว ขณะที่กำลังตากผ้าอยู่ที่ระเบียง เธอตกใจจนแทบเป็นลมเมื่อเห็นผู้ชายกำลังไต่ขึ้นมาบนกำแพงของห้องชุด เธออยู่ชั้น 3 ถึงจะไม่ได้สูงมากแต่ก็เป็นความสูงที่ไม่น่าจะมีใครอุตริปีนขึ้นมาได้ และสิ่งที่ทำให้ไอสลินนด์หวาดกลัวที่สุดคือเขาไม่ได้ไต่ขึ้นมาด้วยวิธีการปกติแต่เป็นการเดินไต่ขึ้นมาในมุม 90 องศาซึ่งมนุษย์ไม่มีทางทำได้
รุ่นพี่เทรนต์ที่เธอรู้จักดี รุ่นพี่นำบางสิ่งติดตัวมาด้วย
จากสิ่งที่ไอสลินน์ได้เห็นและจดจำได้ ควันสีดำที่ห่อหุ้มร่างรุ่นพี่เอาไว้ เธอคงต้องบอกว่ารุ่นพี่ถูกสิงโดย ‘ดาร์คเจสเตอร์’
“ฉันจำได้ทุกอย่างแล้ว หลังจากถูกเล่นงานวันนั้น ความทรงจำของฉันก็สับสนไปหมด ฉันลืมไปได้ยังไงนะว่าคนที่ชวนฉันเข้าทดลองเดอะเวิลด์ก็คือรุ่นพี่เทรนต์นี่เอง”
“หา! ไม่จริงใช่ไหม” โคเลทอยากถามเพื่อนว่าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม แต่เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าเดอะเวิลด์มีเรื่องที่เธอยังไม่เข้าใจอีกมากมาย ถ้าการรักษาในโลกนี้ส่งผลถึงโลกจริงได้ แล้วทำไมการถูกสิงในโลกนี้จะตามไปถึงโลกจริงไม่ได้ล่ะ
“จะอะไรก็เอาเถอะ ถ้าถูกฆ่าในโลกนี้ต้องแย่แน่” ไอสลินน์คว้ามือเพื่อนได้ก็ออกวิ่งสุดชีวิต
ดาร์คเจสเตอร์เร่งความเร็วไล่ตามมาติด ๆ สองสาววิ่งเร็วมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายอย่างจริงจัง แต่ความเร็วของพวกเธอเทียบไม่ได้เลยกับเทรนต์ที่ถูกสิงโดยตัวตลกปีศาจ เคียวยักษ์ของอีกฝ่ายจะถึงร่างของทั้งคู่เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
เคร้งงงง
เสียงเคียวปะทะเข้ากับของแข็งจนกระเด็นไป โคเลทและไอสลินน์คิดว่าตัวเองคงถึงฆาตไปแล้ว แต่ว่าตรงนั้นมีคนที่ยื่นมือเข้ามาแทรก
“โซนาตา” โคเลทและไอสลินน์เรียกชื่อเขาพร้อมกัน
“สถานการณ์พิลึกนี่มันอะไรกัน ทำไมเธอสองคนถึงถูกพวกมันไล่ได้ แล้วมิเนอร์วาหายไปไหน”
“เอ่อ… คือ” โคเลทไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเล่าที่ตรงไหนดี
“เอาเถอะ เรื่องพวกนั้นเดี๋ยวค่อยหาคำตอบก็ได้ ที่สำคัญตอนนี้คือการกระทืบไอ้นี่ก่อน” เป็นคำตอบที่สมกับเป็นโซนาตาผู้ที่สามารถจัดลำดับความสำคัญได้ภายในพริบตา
รุ่นพี่เทรนต์เคลื่อนไหวได้แปลกพิลึกพิสดารในแบบที่โคเลทและไอสลินน์ไม่เคยคิดว่าเขาจะทำได้ เขากระโดดหลบการโจมตีของโซนาตาได้ติด ๆ กันหลายครั้ง ในขณะที่พยายามสวนกลับการโจมตีด้วยเคียวยักษ์
สองสาวไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะรุ่นพี่เทรนต์ไม่ใช่แฟนนิยายอะบีสหรือมันเป็นเพียงเพราะเขามั่นใจตัวเองอย่างเหลือล้น การที่เขาสู้กับโซนาตาด้วยพลังของดาร์คเจสเตอร์สำหรับพวกเธอแล้วมันไม่น่าเป็นความคิดที่ฉลาดเลย
“พวกเราเองก็ไม่ควรยืนเฉยไม่ใช่เหรอ” โคเลทหันไปถามไอสลินน์
“เดี๋ยวสิเธอ ฉันกับเธอเป็นแค่คนธรรมดานะ”
“แต่โซนาตากำลังปกป้องพวกเราอยู่ แล้วถ้าเกิดเขาพลาดขึ้นมา…”
ไม่ใช่ว่าไอสลินน์ไม่เข้าใจเหตุผลของโคเลท แต่เธอก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าจะช่วยอะไรได้
แทรนด์ที่ถูกดาร์คเจสเตอร์สิงแข็งแกร่งกว่าที่โซนาตาคาดไว้ ขณะที่โซนาตากำลังจะชักปืนออกมายิง อีกฝ่ายเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน เคียวยักษ์ปัดเข้ากับปืนปฏิสสารจนกระเด็น
“ไม่เลวนี่” โซนาตาแสยะยิ้มอย่างนึกสนุก เขารู้สึกว่างานนี้ตึงมือมากกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก
ปืนที่ถูกปัดกระเด็นออกมาคือโอกาสที่โคเลทกำลังรอคอยอยู่พอดี เธอตัดสินใจวิ่งตรงไปที่สิ่งนั้นโดยไม่ได้สนใจว่าดาร์คเจสเตอร์สังเกตเห็นเธอแล้ว
“ระวัง โคเลท” ไอสลินน์วิ่งตามมาติด ๆ เธอเพิ่งเห็นดาร์คเจสเตอร์ร่ายเวท
“แย่ล่ะสิ เวทของดาร์คเจสเตอร์ เนโครแมนซีใช่ไหม”
โคเลทและไอสลินน์คิดว่าหากนี่ไม่ใช่ความบังเอิญที่เลวร้ายที่สุดก็ต้องเป็นแผนของดาร์คเจสเตอร์ตั้งแต่แรก พื้นที่ในบริเวณนี้ไม่ใช่ทุ่งโล่งกว้างอย่างที่พวกเธอเข้าใจแต่มันคือสุสานขนาดยักษ์
เมื่อมีสุสานก็ย่อมมีร่างที่ไร้วิญญาณ และเมื่อมีซากศพมากมายก็เท่ากับว่าเวทเนโครแมนซีของดาร์คเจสเตอร์สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่กี่อึดใจต่อมาเหล่าคนตายบริเวณนี้ก็เริ่มลุกขึ้นมาจากหลุม
โคเลทพยายามโยนปืนคืนให้กับโซนาตา แต่เธอทำไม่ได้ง่าย ๆ เพราะติดฝูงซอมบีที่เพิ่มจำนวนขึ้นทุกขณะ
ทั้งสองสาวไม่เคยต้องออกแรงมากขนาดนี้มาก่อน พวกเธอคว้าทุกสิ่งที่พอหยิบฉวยได้ขึ้นมาใช้ต่างอาวุธ หินบ้าง ไม้บ้าง ทั้งทุบ ทั้งผลัก ทั้งตี พวกเธอสองคนสู้ยิบตาไม่เหมือนกับคนที่กำลังเสียขวัญ
โซนาตาเผลอเหลือบมองทั้งคู่ด้วยความสนใจ เขายอมรับว่าเคยตัดสินจากภายนอกว่าคงหวังพึ่งพาอะไรพวกเธอไม่ได้นัก แต่พอเห็นพวกเธอสู้ไม่ถอยเขาเองก็คงต้องกลับคำพูด
“รับไปค่ะ” โคเลทได้จังหวะก็ตะโกนพร้อมกับโยนปืนกลับไปให้โซนาตา
ปืนค่อนข้างหนักกว่าที่โคเลทคิดไว้ แต่เธอก็สามารถควบคุมวิถีการโยนได้เป็นอย่างตี มันลอยโค้งข้ามหัวของซอมบีหลายสิบตัวตรงหน้าและลอยเข้ามือโซนาตาพอดิบพอดี
กระสุนหลายนัดทะลวงร่างของดาร์คเจสเตอร์จนพรุน แต่โคเลทไม่รอดูผลลัพธ์ ทันทีที่ดาร์คเจสเตอร์ล้มเธอก็หยิบเครื่องส่งสัญญาณออกมา
“จะได้ผลมั้ย” ไอสลินน์เห็นเครื่องส่งสัญญาณในมือโคเลทแล้ว
“ไม่ลองไม่รู้” พูดจบโคเลทก็กดในทันที
ทุกอย่างดับวูบเหมือนภาพจอภาพที่ดับเพราะไฟกระชาก ครู่ต่อมาทั้งสองก็รู้สึกถึงแสงจ้าจนแสบตา เสียงเรียก และแรงเขย่าจากบรรดาผู้ดูแล
“ปลอดภัยดีใช่ไหมคะ” ผู้ดูแลถามโคเลท แต่เธอไม่ได้สนใจสุขภาพของตน พอสติกลับมาเธอก็รีบลุกขึ้นไปดูเพื่อนรักที่นอนอยู่ข้าง ๆ
“ว่าไง”
“อาการล่ะ ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่ไหม” น้ำตาของโคเลทเริ่มคลอเบ้า
“ขอบคุณนะ” ไอสลินน์ยิ้มตอบอย่างสดใส รอยยิ้มนั้นทำให้โคเลทรู้ว่าภารกิจของพวกเธอสำเร็จลงได้ด้วยดี