Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 383: กลับเข้าไปอีกครั้ง
ที่ห้องทำงานของรีดัส โคเลทเริ่มจากเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่หายเป็นปลิดทิ้งหลังจากเข้าไปในเดอะเวิลด์ จากนั้นโคเลทก็ถามความเป็นไปได้ว่ามันจะสามารถรักษาไอสลินน์เพื่อนรักของเธอได้หรือไม่
แน่นอนว่าโคเลทตั้งใจจะไม่เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับไอสลินน์โดยเฉพาะเรื่องที่เธอเองก็เคยเป็นผู้หนึ่งที่เข้าร่วมโปรเจคยูโทเปีย
“เพื่อนของคุณบาดเจ็บจากการตกตึกเหรอครับ” รีดัสถามย้ำ
“ใช่ค่ะ ฉันเชื่อว่าถ้าเดอะเวิลด์รักษามือของฉันได้ มันก็อาจจะรักษาเธอได้”
“เข้าใจแล้วครับ เป็นการทดลองที่น่าสนใจ ถ้าคุณสามารถคุยให้ครอบครัวของคุณเอสเปียนยอมรับได้…”
โคเลทสะดุ้งที่รีดัสเป็นฝ่ายพูดชื่อของไอสลินน์ออกมาเอง
“ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับคุณเอสเปียน ทางเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เหมือนกับที่คุณเข้ามาสืบในนี้ พวกเราเองก็อยากรู้เช่นกันว่ามันเกี่ยวข้องกับเดอะเวิลด์จริงหรือไม่”
“คุณรู้มาตั้งแต่แรกแล้วเหรอคะ”
“ไม่ถึงกับตั้งแต่แรกหรอกครับ แต่คุณค่อนข้างแตกต่างออกไปจากลูกค้าปกติ พอสืบอีกหน่อยถึงยืนยันได้ว่าคุณกับคุณไอสลินน์ เอสเปียนเป็นเพื่อนสนิทกัน”
“ขอโทษนะคะ”
“ทางเราต่างหากครับที่ต้องขอโทษ” รีดัสลุกขึ้นและโค้งให้ “ถึงจะยังหาหลักฐานไม่ได้ก็เถอะ แต่มันมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันว่าสิ่งที่เกิดกับคุณไอสลินน์อาจจะเกี่ยวกับเดอะเวิลด์ก็ได้”
“ถ้าฉันเกลี้ยกล่อมคุณแม่ของลินน์ให้ยอมรับความช่วยเหลือ คุณคิดว่าเดอะเวิลด์จะรักษาเธอได้จริงไหมคะ”
“บอกตามตรงนะครับว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับคุณเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน” รีดัสยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แต่ผมคิดว่าถ้าทำได้สำเร็จมันก็น่าจะคุ้มค่า”
“ส่วนเรื่องของคุณแม่และลินน์ ฉันจะลองคุยกับทั้งคู่ดูอีกที แต่ก่อนอื่นฉันอยากจะทดสอบเดอะเวิลด์อีกครั้งค่ะ”
รีดัสจัดคอร์สพิเศษของเดอะเวิลด์ขึ้น ครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งเพราะมีผู้เข้าร่วมแค่คนเดียวคือโคเลทและผู้ดูแลที่ถูกเพิ่มขึ้นอีกสองคน
“แน่ใจแล้วนะครับว่าจะทำขนาดนี้เลย อย่างน้อยให้ลองทดสอบกับเจ้าหน้าที่…” รีดัสลังเลเล็กน้อย
โคเลทไม่รอให้รีดัสพูดจบ เธอคว้าคัตเตอร์จากมืออีกฝ่ายมากรีดแขนตัวเองจนกลายเป็นแผลยาว
“ถ้ามันไม่สำเร็จขึ้นมานี่คงไม่ฟ้องร้องบริษัทเราทีหลังนะครับ” รีดัสแกล้งแหย่อย่างทีเล่นทีจริง เขาให้เจ้าหน้าที่อีกคน เตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลรอให้แล้ว ถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาก็จะได้รักษาโคเลทได้ทันที
เหตุการณ์คล้ายครั้งก่อน จอภาพฉายข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่และผู้คนที่เธอจะต้องไปเจอ จากนั้นมันก็เป็นสัญลักษณ์รหัสต่าง ๆ ที่โคเลทไม่เข้าใจความหมายแต่มันช่วยให้เธอดำดึงลงไปในจิตใต้สำนึก
ต่างจากครั้งก่อนที่อยู่ในยานดูมแองเจิล คราวนี้โคเลทไปโผล่ในยานลำใหม่ของกลุ่มอะบีส ทุกคนประหลาดใจเมื่อเห็นเธอเดินมาพร้อมกับแขนที่เต็มไปด้วยเลือด
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” หญิงสาวในชุดสีขาวและฟ้าอ่อนวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหา อีกฝ่ายจำหน้าเธอไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ สำหรับเธอคนนี้ถ้าเห็นคนบาดเจ็บล่ะก็ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ไม่ได้ต่างกัน
“คุณ.. ฮาจา” โคเลทรู้สึกปลื้มจนแทบกรีดร้อง สาวผมทองตรงหน้าเธอคือสมาชิกกลุ่มอะบีสผู้มีพลังของนักบวช ฮาจา คาเรนนา
ฮาจาร่ายเวทเสร็จในพริบตา สำหรับนักบวชระดับสูงแบบเธอแผลที่แขนโคเลทสามารถจัดการได้โดยแทบไม่ต้องออกแรง
“ไม่คุ้นหน้าเลย เป็นสมาชิกใหม่เหรอคะ” ฮาจาเริ่มทักทายหลังจากรักษาเสร็จ ตอนนั้นเองที่กลุ่มอะบีสอีกหลายคนก็เริ่มมารวมตัวกัน
“อาาา นางฟ้าตกสวรรค์มาจากไหนเนี่ย เจ้าโซนาตาแอบรับคนเพิ่มแล้วไม่บอกกันเรอะ” โคเลทรู้จักเขา หนุ่มหน้าสวยคนนี้คือไซเลนเซอร์เช่นเดียวกับโซนาตาและอัลโต เขาคือกาเรน คิงส์
“เอ… หรือว่าจะเป็นพวกที่มาจากเซคเตอร์โฟร์นะ” สาวสวยผมดำยาวในชุดที่คล้ายกับแม่มดเดินเข้ามาสมทบอีกคน เธอคือเจเนวีฟ สวอนส์ แวมไพร์เพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มนี้
แผลได้รับการรักษาแล้ว และก่อนที่จะวุ่นวายไปมากกว่านี้โคเลทตัดสินใจส่งสัญญาณออกไปข้างนอก ไม่นานนักหลังจากกดสัญญาณจากอุปกรณ์พิเศษแล้ว ไม่กี่อึดใจเธอก็รู้สึกตัวอีกครั้ง
“เหลือเชื่อ แผลหายไปจริง ๆ ด้วยค่ะ” ผู้ดูแลของโคเลทยกแขนของเธอขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนมองเห็นกันได้อย่างถนัดตา
ถึงจะไม่ใช่แผลลึกมากมาย แต่โคเลทก็จงใจกรีดมันเป็นทางยาว มันไม่ใช่อะไรที่เวลาแค่สองสามวันจะหายสนิทด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้แขนของเธอกลับไม่มีร่องรอยใด ๆ เหลืออยู่ นี่คือพลังรักษาจากเวทมนตร์ของฮาจาที่วิทยาการในโลกของเธอไม่สามารถทำได้
“เคยได้ยินมาว่า มีคนฝันว่าได้รับบาดเจ็บและตื่นขึ้นมาก็มีบาดแผลจริง แต่นี่มันเป็นอีกระดับเลยนะ รักษาแผลได้ในพริบตาแบบนี้มัน…” ผู้ดูแลอีกคนก็พึมพำเช่นกัน เป็นสิ่งเดียวกับที่โคเลทกำลังคิดอยู่
“มันพอยืนยันได้รึยังคะว่าสิ่งนี้จะช่วยรักษาลินน์ได้” โคเลทถามรีดัสอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
รีดัสยิ้มทั้งที่เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า “ไปลองกันเถอะครับ”
รีดัสตามโคเลทไปเยี่ยมไอสลินน์ที่โรงพยาบาล ด้วยความตื่นเต้นจนเก็บไว้ไม่อยู่โคเลทเล่าเรื่องราวทั้งหลายที่เธอได้พบมาตั้งแต่ต้นให้อีกฝ่ายรับฟัง ซึ่งก็ไม่เหนือจากความคาดหมายคือไอสลินน์เชื่อทุกคำที่โคเลทพูด
“เธอเชื่อจริง ๆ ใช่ไหม”
“ถ้าโคเลทบอกว่าเป็นแบบนั้นก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ เธอโกหกใครเป็นที่ไหนเล่า”
“แล้วว่ายังไง อยากลองใช้วิธีนี้รักษาดูไหม อาการของเธอตอนนี้ถึงจะไม่เป็นอันตราย แต่กว่าจะหายดีก็ต้องอีกนานเลย”
ไอสลินน์ครุ่นคิดกับข้อเสนอ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจโคเลท แต่เธอต้องนึกถึงความเป็นไปได้อย่างอื่นด้วย ใครจะรู้ว่ามันจะไม่เกิดเรื่องเดิมกับเธอซ้ำ
“อย่าได้ไปหลงลมปากคนแบบนี้” ชายที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกระเช้าของเยี่ยมไข้คือรุ่นพี่เทรนต์
“รุ่นพี่!” โคเลทตกใจเพราะไม่รู้ว่ารุ่นพี่ฟังการสนทนาของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่
“เราเคยรู้จักกันเหรอครับ” รีดัสขมวดคิ้ว รู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับรุ่นพี่ของสองสาว
“นายไม่รู้จักฉันหรอก แต่ฉันรู้จักนาย รีดัส ลินเคนสตาร์ใช่ไหม”
บรรยากาศที่เหมือนกับพร้อมหาเรื่องได้ทุกเมื่อทำให้โคเลทและไอสลินน์ต่างก็แตกตื่น สองสาวไม่เคยเห็นรุ่นพี่เทรนต์ดูดุดันแบบนี้มาก่อน
“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะ” ราวกับอ่านสัญญาณออกว่ากำลังจะมีปัญหา นางพยาบาลรีบเปิดประตูเข้ามา
เทรนต์ไม่ตอบนางพยาบาล รวมทั้งไม่ได้ตอบคำถามของรีดัสมากไปกว่านั้น เขาจ้องเขม็งไปที่รีดัสด้วยสายตาที่ไม่ใช่การมองคนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่ตนเคียดแค้น
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” รีดัสบอกกับนางพยาบาลจากนั้นจึงหันไปทางโคเลทและไอสลินน์อีกที “ไว้ผมจะมาเยี่ยมใหม่วันหลัง”
รีดัสกลับไปแล้ว บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่จึงสลายไปด้วย เทรนต์นั่งปิดปากเงียบอยู่นานแต่ในที่สุดเขาก็เริ่มพูด
“ฉันคือคนที่ชวนไอสลินน์ไปยูโทเปียโปรเจค”
โคเลทหันไปมองหน้าเพื่อน อีกฝ่ายยิ้มแหย ๆ
“ไอสลินน์คงไม่อยากให้เธอโทษฉันไปด้วย ก็เลยไม่ได้บอกสินะ ถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้ชวนเธอไปด้วย…”
“มันไม่ใช่ความผิดของรุ่นพี่หรอกนะคะ” ไอสลินน์แย้ง
“อธิบายมาหน่อยได้ไหม นี่ฉันงงไปหมดแล้ว”
“มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนหรอก ช่วงหลังฉันเครียดกับพวกเพื่อนร่วมงาน พอปรึกษากับรุ่นพี่ รุ่นพี่ก็พูดถึงยูโทเปียโปรเจคที่เขาเองก็เคยเข้าร่วมสัมมนา…”
“ตอนที่รู้ว่าเธอสนใจคอร์สใหม่ที่ยังอยู่ระหว่างการทดสอบ ฉันควรจะห้ามเธอ เจ้ารีดัส… หมอนั่นน่าจะรู้ว่าเดอะเวิลด์อะไรนั่น นี่มันมีอะไรแปลก ๆ แต่ก็ยังปล่อยให้คนมาเข้าร่วมการทดสอบ”
“รุ่นพี่คิดว่าที่ลินน์ตกลงมา… เกี่ยวกับเรื่องนี้จริง ๆ เหรอ”
“มันไม่น่ามีสาเหตุอื่นแล้วไม่ใช่เหรอ”
เทรนต์ขอโทษโคเลทซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาเล่าว่าตนเองเคยมีปัญหาเกี่ยวกับปมในอดีตและได้รับความช่วยเหลือจากสัมมนาของยูโทเปียโปรเจค แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าการแนะนำของเขาจะทำให้ไอสลินน์หรือแม้แต่โคเลทถูกดึงเข้าไปเจอกับเรื่องร้าย ๆ ได้
เหนืออื่นใดคือเทรนต์ไม่สามารถให้อภัยรีดัสได้ เทรนต์ไม่เชื่อว่ารัดัสไม่เคยรู้ว่าเดอะเวิลด์มีอันตราย รีดัสน่าจะรู้ แต่กลับปล่อยให้มีการทดสอบโปรเจคนี้ต่อไป
“ขนาดโคเลทบอกเรื่องเกี่ยวกับการรักษาในโลกนั้นส่งผลมาถึงตัวจริง เจ้านั่นก็ยังปล่อยให้เธอทั้งทำร้ายตัวเอง ทั้งใช้เดอะเวิลด์อีก คนมีสติดี ๆ ที่ไหนจะทำแบบนั้น”
โคเลทคิดว่าข้อกล่าวหาของรุ่นพี่เกินจริงไปเล็กน้อย ถึงคุณรีดัสจะเป็นคนอนุญาตให้ใช้เดอะเวิลด์อีกครั้ง แต่ก็เป็นโคเลทเองนี่แหละที่ขอร้องเขา รวมทั้งเรื่องที่กรีดแขนตัวเองก็เกิดจากความสมัครใจของตัวเธอด้วย
เรื่องวันนั้นจึงจบลงทั้งที่ยังคุยกับไอสลินน์ค้างคาไว้แบบนั้น โคเลทและรีดัสยังไม่ได้คำยืนยันของไอสลินน์ ด้านรุ่นพี่แทรนด์แม้จะได้พูดความจริงออกมา แต่ดูแล้วเขาไม่ได้ทุกข์ใจน้อยลงแม้แต่น้อย
“พวกเธอสองคนไม่ต้องวุ่ยวายกับรีดัส ไอสลินน์พักรักษาตัวให้หายดีก็พอ” รุ่นพี่ทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนกลับ