Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 394: ห้ามตายก่อนฉัน
“คุณโอลีฟยิงแม่นเลยนะคะเนี่ย” ไอสลินน์ทักเพราะเห็นอีกฝ่ายยิงเข้าหัวศัตรูแทบทุกนัด
“เคยฝึกมาค่ะ แต่ก็เพิ่งเคยจะเอาใช้ยิงอะไรนอกจากเป้าซ้อมนี่แหละ”
“ต้องขอบคุณคุณรีดัสค่ะ ยูโทเปียโปรเจคมีนโยบายให้พนักงานประจำทุกคนฝึกป้องกันตัวเอาไว้ค่ะ” เอ็มมาผู้เป็นเลขาส่วนตัวอธิบายเพิ่ม
“ไม่ใช่เวลาจะมาคุยสบายใจกันนะ อยากเป็นแบบฮาริชรึยังไง” เมสเซอร์ตะโกนใส่อย่างฉุนเฉียว ถึงจะไม่ชอบท่าทีของเขาแต่ไอสลินน์ก็ยอมรับว่าเขาพูดถูก พวกเธอไม่มีเวลามาอ้อยอิ่งอยู่ตรงนี้
หลังจากระดมยิงอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดพวกสัตว์ประหลาดก็ถูกจัดการได้จนหมด แม้จะตอบไม่ได้ว่าในถ้ำยังมีตัวแบบนี้เหลืออยู่อีกแค่ไหน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้พักหายใจกันสักนิด
“คุณพูดถึงเดอะโฮล… มันคืออะไรคะ” โคเลทเปิดประเด็น
“มันเป็นนิยายทริลเลอร์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เปลือกโลก มันจำศีลมานับล้านปีจนกระทั่งถูกรบกวนโดยมนุษย์”
“มันหน้าตาเหมือนเจ้าหนอนประหลาดพวกนี้เหรอคะ” โอลีฟถามบ้าง
“ใช่ แต่มันไม่ใช่แค่นี้หรอก หนอนตัวเล็กและเจ้าตัวประหลาดที่มันรวมเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ตัวจริงของมันคืออาณาจักรของหนอนทั้งหมดรวมกัน ถ้าเดาไม่ผิดรอบ ๆ ตัวเราคงมีหนอนแบบนี้อีกเป็นล้าน ๆ”
รีดัสได้ฟังแล้วก็หน้าซีด “งั้นที่นี้ก็อยู่ไม่แล้วสิ เตรียมถอนกำลังกลับเถอะครับ”
“ตรงกันข้ามแล้ว พวกเราต้องไปต่อ”
“พูดอะไรของคุณคะ คุณเพิ่งบอกไม่ใช่เหรอว่าพวกเราตกอยู่ในอันตราย”
“ในนิยายมันก็เป็นแบบนี้ มีหลุมขนาดยักษ์เกิดขึ้น มีคนเข้าไปสำรวจแล้วก็ถูกโจมตีด้วยหนอน แต่ว่าส่วนที่น่ากลัวที่สุดมันเกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อหนอนทั้งหมดที่จำศีลตื่นขึ้นพวกเขาถึงได้รู้ความจริงว่าสิ่งที่เข้าใจว่าเป็นหลุมยักษ์แท้จริงคือปากของหนอนขนาดใหญ่ต่างหาก”
“หาาา” เมสเซอร์ร้องเสียงหลง “นี่พวกเราอยู่ในร่างของหนอนยักษ์งั้นเหรอ”
“หนอนที่เราสู้ไปเมื่อครู่เป็นแค่ส่วนน้อยที่ตื่นจากจำศีลก่อนเวลา ถ้าที่เหลือตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่พวกเราที่อยู่ตรงนี้ ทั้งเมืองคงย่อยยับแน่นอน”
“แล้วทำไมยังพูดแบบใจเย็นแบบนั้นได้ล่ะ” เอ็มมาขึ้นเสียงใส่
“โชคดีที่เราเอาไอ้นั่นมาด้วย” ดันเตแสยะยิ้ม เขาชี้ไปที่สัมภาระขนาดใหญ่ที่เหวินพกติดตัวมา มันคือระเบิดนั่นเอง “มาวางระเบิดให้เสร็จแล้วก็รีบชิ่งกันเถอะ”
ดันเต เหวิน เมสเซอร์และเยเลนาแบ่งกลุ่มออกเป็นสี่ทางเพื่อติดตั้งระเบิดสี่จุดในถ้ำ พวกเขามีข้อมูลของโครงสร้างถ้ำที่ได้มาจากการสแกนก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นเหวินก็ยังช่วยคำนวณให้ว่ามีจุดไหนบ้างที่พวกเขาควรจะติดตั้งระเบิดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สุด
รีดัสไม่ใช่คนที่ยอมอยู่เฉยและปล่อยให้ทุกคนไปเสี่ยงกันเอง เขาตัดสินใจจะช่วยพวกดันเตวางระเบิด ดันเตพยายามเตือนแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ได้แค่ทำใจกับความดื้อของแต่ละคน
“เธอฝีมือดีนี่ มากับฉันก็แล้วกัน” เมื่อเห็นว่าเถียงกันไปก็มีแต่จะยิ่งเสียเวลา เยเลนาจึงเลือกโคเลทมากับเธอ
โคเลทไม่อยากแยกกับไอสลินน์แต่เธอเชื่อว่าการให้เพื่อนรักไปช่วยทางอื่นจะเพิ่มโอกาสรอดให้ทุกคนมากกว่า นี่คือหนทางที่ดีที่สุดแล้ว
“ฉันไปกับนายเอง” ไอสลินน์บอกกับเมสเซอร์
“หาา ทำไมต้อง…” เมสเซอร์ลากเสียงยาว เขาออกตัวชัดเจนว่าไม่อยากให้ใครตามไปด้วย
“ไม่ต้องมาบ่น ทีมของนายอาจจะไว้ใจตัวนาย แต่ฉันไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับพวกบ้า ๆ แบบนายหรอก ดังนั้นฉันนี่แหละที่จะคอยจับตาดูนาย”
“ฮึ่ม อยากตามมาก็ตามใจ แต่ถ้าถ่วงแข็งถ่วงขาล่ะก็ฉันทิ้งเธอไว้แน่”
“เรื่องนั้น ทางนี้เองก็ตั้งใจจะทำเหมือนกันน่ะแหละ” ไอสลินน์ต่อปากต่อคำแบบไม่ยอมอ่อนข้อให้ มันทำให้โคเลทเริ่มเป็นห่วงเพื่อนอีกครั้งหลังจากคิดว่าปลงไปแล้ว
“ผมจะไปกับคุณ” รีดัสบอกกับดันเต อีกฝ่ายพนักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ฉันก็ไปด้วยค่ะ” เอ็มมาผู้เกาะติดรีดัสไม่ปล่อยแสดงเจตนำนงเช่นกัน
“งั้นฉัน คุณปารีสและน้องอลิสาจะไปกับคุณเหวิน” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“รีบลงมือกันเถอะ” ดันเตเร่งรัดอย่างร้อนใจ
เพียงไม่นานหลังจากแยกจากคนอื่น พวกโคเลทก็ถูกดักเล่นงาน เส้นทางที่พวกเธอเลือกไปเป็นเส้นทางคับแคบแต่มีช่องทางเชื่อมต่อกับเส้นทางอื่นมากมาย มันทำให้ง่ายที่จะถูกดักจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ที่แย่กว่านั้นคือความคับแคบนี้ทำให้ศัตรูที่รวมร่างกันมาแล้วแทบจะมีขนาดพอดีกับทางเดิน พอดีเสียจนหากจะวิ่งผ่านมันไป ก็คงเหลือแค่ไถลตัวและมุดไประหว่างขาสองข้างเท่านั้น
โชคดีขนาดใหญ่โตของมันไม่ได้สร้างปัญหาในตอนที่มันตาย ทันทีที่สัตว์ประหลาดถูกฆ่าร่างของมันจะสลายกลายเป็นของเหลวที่เหมือนกับวุ้นลื่น ๆ โคเลทสามารถมุ่งตรงไปข้างหน้าโดยเพียงฟันทุกอย่างที่ขวางอยู่ และช่องทางก็เปิดออกให้กับเธอเอง
เยเลนามองแผ่นหลังที่กำลังส่องสว่างของโคเลทด้วยความรู้สึกประหลาด ในตอนที่อายุเท่ากับโคเลท เยเลนาไม่แน่ใจว่าตนเองบ้าระห่ำได้เท่ากับหญิงสาวคนนี้หรือไม่ สิ่งที่เธอไม่รู้คือใช่ว่าโคเลทจะไม่หวาดกลัว มันตรงกันข้าม เธอกลัวจนแทบจะฉี่ราดเลยด้วยซ้ำ
โคเลทไม่ใช่ไม่อยากหนี เธออยากพาเพื่อนและครอบครัวหนีไปให้พ้นจากเรื่องบ้า ๆ ทั้งหมดนี้ เธอไม่ได้สู้เพราะกล้าหาญหรือมองว่าตัวเองเป็นฮีโร เธอแค่กลัวว่าหากตนเองไม่สู้ให้ถึงที่สุด วันคืนสงบสุขแบบที่เคยเป็นจะไม่มีวันหวนคืนมาต่างหาก
“วิ่งไป วิ่งไป อย่าหยุด” เยเลนาตะโกนขณะที่สาดกระสุนใส่สัตว์ประหลาดกลุ่มใหญ่ที่เรียงแถวมาจากด้านหลัง
“วิ่งอยู่นี่แหละค่ะ”
โคเลทว่าพร้อมกับควงดาบและทะลวงไปข้างหน้า ส่วนเยเลนาก็กระหน่ำยิงไปข้างหลังชนิดที่ไม่เสียดายกระสุน อุปกรณ์บอกตำแหน่งชี้ว่าเป้าหมายของพวกเธออยู่ข้างหน้านี้เอง
“มีโพรงขนาดใหญ่จริง ๆ ด้วย” โคเลทเบิกตากว้างเมื่อเห็นโพรงขนาดใหญ่ที่มีแสงลอดลงมา
“ก็ต้องมีน่ะสิ เราตรวจโครงสร้างถ้ำมาแล้ว” เยเลนามองจนแน่ใจว่าปลอดภัยเธอจึงวิ่งไปติดตั้งระเบิดโดยมีโคเลทคอยคุ้มกันให้อีกที
“หวังว่าทางด้านอื่นก็จะไปได้สวยแบบเรานะ”
คำภาวนาของโคเลทอาจจะส่งไปถึงเพื่อนของเธอก็ได้ เพราะด้านที่น่าจะมีปัญหามากที่สุดอย่างไอสลินน์และเมสเซอร์ที่ทะเลาะกันมาตลอดกลับราบรื่นมากกว่าที่คาดไว้
เส้นทางที่ไอสลินน์ไปมีสัตว์ประหลาดจากเดอะโฮลเพียงแค่หนึ่งในสามของที่โคเลทเจอ นอกจากนั้นมันยังมีจุดที่เธอและเมสเซอร์สามารถหลบซ่อนตัวได้ ถึงแม้เธอจะไม่แน่ใจว่าหนอนพวกนี้มีดวงตาหรือใช้วิธีแบบไหนในการหาเหยื่อแต่การแอบก็ได้ผลเป็นอย่างดี
ตรงกันข้ามกับทางไอสลินน์และเมสเซอร์ ทางของดันเต รีดัสและเอ็มมา ถูกโจมตีอย่างหนักตั้งแต่เริ่มต้น อย่างที่เอ็มมาเคยพูดเอาไว้ พนักงานของยูโทเปียโปรเจคหลาย ๆ คนเคยได้รับการฝึกให้ป้องกันตัวและยิงปืนมาไม่น้อย ทั้งสองคนพยายามอย่างมากเพื่อที่จะไม่เป็นตัวถ่วงของดันเต
“คุณเอ็มมา! ถอยออกมาครับ”
“คุณรีดัสตามคุณดันเตไปค่ะ ฉันจะต้านพวกมันเอาไว้ก่อน”
“ผมจะทิ้งคุณไว้ตรงนี้ได้ยังไง” รีดัสตามเข้ามาช่วยยิงด้วยอีกคน เขาส่งซองกระสุนชุดใหม่ให้กับเลขาสาว
เอ็มมารับมาและเปลี่ยนกระสุนชุดใหม่อย่างคล่องแคล่ว “อย่าดื้อสิคะ ถ้าไม่มีใครถ่วงเอาไว้ เจ้าพวกนี้ตามเราไม่หยุดแน่”
“ทำไมชอบขัดคำสั่งผมอยู่เรื่อย คุณเป็นเลขาผมนะครับ”
“จะให้ตายหลังคุณน่ะ ฉันไม่เอาด้วยหรอกค่ะ” เอ็มมาพึมพำแต่เสียงกระสุนที่ลั่นอย่างต่อเนื่องทำให้รีดัสได้ยินไม่ถนัด
“คุณเอ็มมา”
“สัญญากับฉันได้ไหมคะ”
“สัญญาอะไรครับ”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามตายเด็ดขาด”
“ผมจะสัญญาถ้าคุณยอมสัญญาเหมือนกัน”
เอ็มมาหันมายิ้มให้ รีดัสก็ยิ้มตอบเธอ เขาไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็น ร่างของเอ็มมาถูกกระชากลอยไปในมุมที่รีดัสมองไม่เห็น และเพียงพริบตาต่อมาประธานหนุ่มก็มองเห็นเพียงร่างของสัตว์ประหลาดและกองเลือด