Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 400: เพื่อนหรือศัตรู
“อย่าร้องนะลูก อยู่กับพี่เค้าปลอดภัยกว่า”
“เดี๋ยวประตูก็เปิดแล้ว” โคเลทพูดยังไม่จบดีเธอก็รู้สึกอย่างชัดเจน แม่ของเด็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว เธอถูกบางอย่างดึงกระชากไป
โคเลทเกือบถูกฉุดหายไปเช่นกัน เธอเห็นร่างโปร่งแสงที่คล้ายกับแม่ชีพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่ใช่ของมนุษย์ ร่างของเธอและเด็กน้อยในอ้อมกอดถูกจับเอาไว้ได้ แต่ก่อนที่จะถูกลากไปไอสลินน์ใช้ความสามารถมิสทรีเลดีกับทั้งคู่มันทำให้ร่างโปร่งแสงสับสนและถอยไป
อึดใจต่อมาประตูก็ถูกเปิดออก หญิงชราที่อยู่ใกล้ที่สุดคือคนแรกที่เข้าไปได้ โคเลทและไอสลินน์พยายามดันตัวจิบริลให้เข้าไปลำดับต่อไป แต่เรื่องแบบเดิมก็เกิดขึ้นซ้ำเพียงพริบตาเดียวจิบริลก็ถูกดึงหายไป
“จิบริลลล” โคเลทร้องเรียกสุดเสียง
ความกลัวตายหายไปจนหมดสิ้น สิ่งเดียวที่โคเลทคิดถึงในตอนนี้คือความปลอดภัยของน้องสาว เธอมองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ว่าจิบริลไม่ได้ถูกลากออกไปไกล ยังมีเสียงดิ้นรนอยู่ในระยะแค่ไม่กี่ก้าวข้างหน้า
“อย่าตามมา” จิบริลตะโกนกลับอย่างรู้ทัน
“มิสทรีเลดี” ไอสลินน์ไม่ยอมตัดใจเช่นเดียวกับโคเลท เธอสวมมิสทรีเลดีและเล่นงานร่างโปร่งแสงของแม่ชีที่วกกลับมา กระสุนถูกยิงออกไปและทะลุกลางหน้าของอีกฝ่าย
วิญญาณแม่ชีหยุดชะงัก เหมือนกับโคมิก ซูริลหรือหนอนโบราณจากเรื่องเดอะโฮล วิญญาณพวกนี้ได้รับความเสียหายจากพลังของพวกเธอ และนาทีที่กระสุนนัดที่สองและสามทะลุส่วนหน้าอกไป วิญญาณก็กรีดร้องและสลายตัว
“กล้าโผล่ให้เห็นแบบนี้ก็ดีแล้ว แม่จะสอยให้เกลี้ยงเลย”
ระหว่างที่โคเลทและไอสลินน์กำลังรับมือกับพวกวิญญาณร้าย จิบริลก็ถูกลากห่างออกไป เธอถูกโยนลงไปในแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างออกไปจากสถานีตำรวจแค่ไม่กี่ก้าว ร่างของเธอแข็งทื่อจนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว เธอกำลังจะจมน้ำที่มีความสูงแค่เอวตนเองเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง จิบริลพบว่าวิญญาณพวกนี้ไม่ได้แค่ทำร้ายเธอได้โดยตรง พวกมันสามารถสร้างภาพหลอนขึ้นมาเล่นงานจิตใจของเธอได้ด้วย
จิบริลเห็นภาพตนเองในสถานที่ที่คุ้นตา หลังคาแบบนี้เธอเคยจ้องมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มันคือโรงยิมของโรงเรียน ที่นี่คือสระว่ายน้ำในร่ม สถานที่สำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬาว่ายน้ำตัวแทนของโรงเรียนอย่างเธอ
ลู่ 10 แถว แต่ละแถวมีความยาว 50 เมตร ความกว้างรวมกันของทุกลู่คือ 25 เมตร ลึก 2.5 เมตร นี่คือสระว่ายน้ำแบบมาตรฐานของโรงเรียนที่เธอคุ้นเคย จิบริลขึ้นไปยืนบนแท่นเริ่มต้นและสูดหายใจลึก
ข้าง ๆ ของจิบริลมีเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน เธอขึ้นไปยืนบนแท่นข้าง ๆ พร้อมกับใส่แว่นตาดำน้ำ
“จะเอาอีกเหรอ” จิบริลบอกกับเด็กสาวที่อยู่ในลู่ข้าง ๆ
“ครั้งนี้ฉันชนะแน่”
“เธอก็รู้ว่าไม่มีทาง”
ทั้งสองฝ่ายออกตัวพร้อมกัน มองผิวเผินทั้งสองว่ายตีคู่กันมาแบบไม่มีใครยอมใคร ทั้งคู่คล่องแคล่วไม่ต่างกัน ท่วงท่าของพวกเธอก็ไร้ที่ติ สิ่งที่แตกต่างกันอยู่บ้างคือจิบริลเสียเปรียบเรื่องขนาดตัวที่เล็กกว่า แต่เธอก็ได้เรี่ยวแรงที่มากกว่ามาทดแทน
ในช่วงห้าสิบเมตรแรก ทั้งสองสาวสูสีจนยากจะบอกว่าใครเป็นฝ่ายนำและใครเป็นฝ่ายตาม จนกระทั่งถึงจุดกลับตัว เรี่ยวแรงที่เหนือกว่าของจิบริลจึงสำแดงผล เธอออกนำไปก่อนแล้วจากนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะเร่งขึ้นมาขนาดไหน เธอก็ไม่สามารถแซงจิบริลได้อีกเลยจนกระทั่งจบการแข่งซ้อม
“อีกครั้ง”
“อีกกี่ครั้งก็เหมือนเดิมนั่นแหละ”
“พูดอะไรของเธอ ฉันก็เคยชนะไม่ใช่เรอะ”
“แต่ฉันชนะบ่อยกว่าไง แข่งสิบครั้ง ฉันชนะซะแปดครั้งได้”
“เกินไป อย่างเก่งก็ชนะแค่หกในสิบ”
เด็กสาวที่กำลังเถียงกับจิบริลจนหน้าดำหน้าแดงคนนี้คือคาร์ลี ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งคนสำคัญของจิบริล
พวกเธอแข่งขันกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจิบริลทำอะไรคาร์ลีก็ทำในสิ่งเดียวกันแถมยังทำได้ดีไม่แพ้กัน เรื่องของการเรียนทั้งสองผลัดกันชิงอันดับหนึ่งในแต่ละวิชาที่ตนเองถนัดกว่า ทั้งสองเล่นเครื่องดนตรีชนิดเดียวกัน ชอบกีฬาว่ายน้ำเหมือนกัน เป็นความเหมือนในแบบที่จิบริลไม่เคยชอบใจเอาเลย
แต่ความเหมือนทั้งหมดที่ว่ามาเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับเรื่องหนึ่งที่คาร์ลีไม่สามารถยอมรับได้ นั่นคือเด็กหนุ่มที่คาร์ลีชอบ จิบริลก็ดูสนใจเขาเช่นกัน และมันยิ่งเลวร้ายขึ้นเมื่อเขาคนนั้นดูมีใจให้จิบริลมากกว่า
คาร์ลีรู้ชัดอยู่เต็มอก ไม่ว่าเธอจะพยายามขนาดไหนเด็กหนุ่มที่ชอบคงไม่มีทางหันมาสนใจตน แต่ถึงเข้าใจเรื่องนั้น ทิฐิของเธอก็ยังทำให้อยากเอาชนะจิบริลให้ได้ คาร์ลีตัดสินใจว่าอย่างน้อยเธอต้องเอาชนะเรื่องที่จิบริลมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งก็คือตำแหน่งนักกีฬาตัวแทนของโรงเรียนนั่นเอง
คาร์ลีฝึกซ้อมหนักยิ่งขึ้นในทุกวัน แม้จะได้รับคำเตือนจากโค้ชว่าเธอหักโหมเกินไปคาร์ลีก็ไม่เลยลดเวลาการซ้อมลง ตรงกันข้ามเธอยิ่งพยายามมากขึ้น ๆ
แล้วเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น…
เช้าตรู่ในวันหนึ่ง จิบริลมาเป็นคนแรกที่มาถึง เธอประหลาดใจที่ประตูของโรงยิมไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ทั้งที่ไม่น่าจะมีใครมาถึงโรงเรียนเช้าขนาดนี้
คาร์ลีไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวาน จากภาพในกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ทำให้รู้ว่าเธอแอบเข้ามาใช้สระโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีผู้ดูแล
“ถ้าไม่มีแก จิบริล ฉันก็คงไม่ต้องพบกับจุดจบแบบนั้น”
จิบริลพยายามดื้นรนอยู่ในน้ำ แต่เธอขยับได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“ฉันจะทำให้แกเจอแบบเดียวกัน จมน้ำตายยังไงล่ะ” เสียงของคาร์ลีดังชัดขึ้น
ร่างกายของจิบริลหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม เธอรู้สึกถึงแรงกดที่อกและท้องเหมือนใครบางคนกำลังกอดตนจากด้านหลัง จิบริลมั่นใจว่าสัมผัสนี้คือเจ้าของเสียงที่กระซิบอยู่ในหัวไม่มีใครอื่นนอกจากคาร์ลีนั่นเอง
“ถ้าไม่มีแก…”
“หุบปากกกก” จิบริลตะโกนทั้งที่ยังอยู่ในน้ำ
“ถ้าไม่มีคนอย่างแก ฉันก็จะได้ทุกอย่าง อันดับหนึ่งของชั้นปี ได้เป็นนักกีฬาตัวแทนของโรงเรียน รวมถึงทำให้คน ๆ นั้นหันมามองด้วย”
จิบริลสำลักน้ำแต่ก็ยังดิ้นรนไม่ยอมหยุด
“อึดเหลือเกินนะ ตายไปได้แล้ว”
แต่จิบริลก็ยังไม่ขาดใจซ้ำยังตะโกนกลับมาได้อีก “แกไม่ใช่คาร์ลี”
“วะ ว่าไงนะ”
“คาร์ลีกับฉัน ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะพวกเราก็ไม่เคยแค้นเคืองกัน มันเป็นการแข่งขันเพื่อความฝันของเราเอง ไม่ใช่เพื่อเอาชนะและเย้ยหยัน อย่าบังอาจมาทำให้ภาพของคาร์ลีที่ฉันรู้จักต้องด่างพร้อยนะ” ไม่ใช่แค่ตะโกนเป็นคำ ๆ เธอสวนกลับมาเป็นประโยค มันทำให้ฝ่ายวิญญาณร้ายเองเริ่มหวาดกลัว จิบริลมีบางอย่างที่ผิดปกติ
“นี่แก… หวาาา”
วิญญาณร้ายถูกจิบริลผลักกระเด็นออกมา แม้จะทุลักทุเลแต่จิบริลก็ว่ายมาถึงฝั่ง และพาตัวเองยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง
“ฉันไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่แกไม่ใช่เพื่อนของฉัน ขอย้ำอีกครั้งแกไม่ใช่คาร์ลี”
ตอนนั้นเองที่โคเลทเพิ่งมาถึง เธอมองจิบริลอย่างแปลกใจ
“แสงนั่น… ชุดเกราะนั่น พี่โคเลทงั้นเหรอ”
“จิบริล เธอมองเห็นไชน์นิงไนท์”
“อื้อ เห็นชัดเจนเลย แบบนี้นี่เองสินะ”
ดวงตาของจิบริลเรืองแสงขึ้น พลังแบบเดียวกับที่ถูกปลุกให้ตื่นในร่างของโคเลท ไอสลินน์ และดันเต กำลังกำเนิดขึ้นในร่างของเธอ พลังกำลังกลายเป็นชุดปกคลุมร่างของจิบริล
วิญญาณร้ายในรูปลักษณ์ของคาร์ลีไม่รอให้พลังของจิบริลตื่นอย่างสมบูรณ์ มันเรียกวิญญาณเกือบทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณนั้นมารวมกัน ร่างวิญญาณแปรเปลี่ยนไปจนดูไม่หลงเหลือเค้าของมนุษย์อีกแล้ว แต่กลายเป็นอสูรกายน่าเกลียดที่ดูเหมือนซากศพขนาดยักษ์
โคเลทไม่มีทางยืนเฉยปล่อยให้น้องสาวถูกเล่นงาน แม้ว่าเธอจะแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้วแต่เธอก็ยังสู้สุดใจ โคเลทพุ่งเข้าฟันขาของวิญญาณร้าย
มันได้ผล! ขาข้างหนึ่งของอสูรกายสยองขาดสะบั้นในทันที ร่างสูงสี่เมตรทรุดลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
…ขยับไม่ได้… โคเลทคิด