Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 404: ภายในยานมิเนอร์วา
“พวกเธอทำได้ยอดเยี่ยมมาก บอกตามตรงว่าฉันไม่คิดว่าพวกเธอจะผ่านหกสัปดาห์แรกไปได้ด้วยซ้ำ”
“เพราะพวกเราได้ครูฝึกที่ดีค่ะ” โคเลทตอบอย่างขึงขัง
“ถ้าคิดว่าการฝึกจะจบแล้วก็เสียใจด้วยนะ” คำพูดของดาเซียนาถ้าเป็นก่อนหน้านี้พวกโคเลทคงจะบ่นกันโอดโอย แต่หลังจากการฝึกโหดที่ผ่านมา พวกเขาก็ไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
โดยไม่ถามความสมัครใจ ดาเซียนาส่งโคเลท ไอสลินน์ จิบริลและดันเตเข้าสู่โลกของหนังสือเล่มอื่น เรื่องแรกเป็นแนวสงครามโดยมีฉากเป็นป่าในเขตร้อน
ทั้งสี่รับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะดันเตที่เคยผ่านสงครามจริงมาแล้วมากมายหลายต่อหลายครั้ง ส่วนสามสาวเองก็นำประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกมาปรับได้เป็นอย่างดี ยิ่งในโลกนี้ดาเซียนาอนุญาตให้พวกเธอสามารถใช้พลังพิเศษได้ สิ่งที่พวกเธอต้องหนักใจจึงไม่ใช่ศัตรูแต่เป็นการต่อสู้กับสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย
“กระสุนปืนทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า”
โคเลทกระโดดออกไปเป็นตัวล่อ ทั้งกระสุนจากปืนหลายชนิด ทั้งระเบิดต่างพุ่งเป้ามาที่เธอ แต่ไม่มีอะไรที่หยุดเธอได้ แม้แต่กับระเบิดบนพื้นที่โคเลทมองออกแต่ตั้งใจเหยียบเพราะอยากทดสอบพลังป้องกันของไชน์นิงไนท์ มันก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเธอได้
ช่วงไม่กี่นาทีที่โคเลทดึงความสนใจไป ไอสลินน์ จิบริลและดันเตก็อ้อมไปที่ด้านหลังของศัตรูได้สำเร็จ ไอสลินน์ไม่ต้องใช้ทักษะของมิสทรีเลดีในการหลบเลี่ยงความสนใจด้วยซ้ำ เธอย่องเข้าหาศัตรูรายหนึ่งโดยมีท่วงท่าที่ราวกับเสือดำล่าเหยื่อ พริบตาเดียวนางเสือร้ายกระโจนเข้าขย้ำอีกฝ่ายจนจมเขี้ยวและปลิดชีวิตศัตรูได้อย่างง่ายดาย
หนังสือเล่มแรกจบไปอย่างรวดเร็วและเล่มที่สองก็ตามต่อมาในทันที ดาเซียนาเล่นหนักขึ้นโดยส่งพวกเธอไปรับมือกับศัตรูที่คราวนี้ไม่ใช่มนุษย์
มันคือนิยายไซไฟเกี่ยวกับมนุษย์โลกที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่ดาวอังคาร คนในเรื่องนี้ไม่รู้ว่าชั้นใต้ดินของดาวอังคารมีโลกอีกโลกซ้อนอยู่ ที่นั่นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยมีการค้นพบนอกจากนั้นพวกมันยังมองมนุษย์เป็นเพียงเหยื่ออันโอชะของพวกมัน
ในโลกนี้ทุกคนได้เห็นพลังที่ดันเตไม่ได้เปิดเผยมาก่อน มอนสเตอร์ฮันเตอร์ของดันเตไม่ได้แค่ทำให้เขามองเห็นจุดอ่อนของสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยเจอ มันยังทำให้เขาสามารถชำแหละสัตว์ประหลาดได้ บางครั้งดันเตก็ตัดเขา หาง ปีกของสัตว์ประหลาด เก็บกระดูก หรือต่อมพิษของพวกมันและนำมาพัฒนาสร้างเป็นอาวุธใหม่ที่ร้ายกาจกว่าเดิม
น่าเสียดายที่ไชน์นิงไนท์ มิสทรีเลดี สเปซเอกซ์พลอเรอร์ หรือแม้แต่มอนสเตอร์ฮันเตอร์ของดันเตมาพร้อมกับอาวุธของตนเอง อาวุธที่ดันเตสร้างขึ้นจึงไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ จะมีก็เพียงแค่กับดักบางอย่างเท่านั้นที่พวกโคเลทนำมาใช้งานบ้าง
กลุ่มของโคเลทล่าสัตว์ประหลาดที่อันตรายทุกชนิดที่หาพบ และแต่ละชนิดก็ล่าอยู่หลายครั้ง มีทั้งตัวที่รูปร่างคล้ายกับมังกร ตัวที่คล้ายกับดอกไม้ยักษ์ที่มีหนวดพิษ ตัวที่คล้ายกับลูกบาศก์ที่ดูแล้วไม่แน่ใจว่าใช่สิ่งมีชีวิตแน่หรือไม่ และอีกมากมายนับไม่หวาดไม่ไหวจนกระทั่งดาเซียนาตัดสินใจว่าไม่มีอะไรที่พอจะรับมือพวกเธอได้อีก
ทุกครั้งที่นึกว่าการฝึกจะจบลงดาเซียนาจะส่งพวกเธอไปที่ใหม่ มีทั้งโลกในนิยายที่พวกเธอสามารถรับมือได้อย่างไร้ปัญหา เช่น โลกที่ถูกปกครองด้วยมนุษย์ลิงกลายพันธุ์ โลกสงครามกับหุ่นยนต์ หรือโลกหลังจากที่ถูกน้ำท่วมไปแล้ว
ขณะเดียวกันก็มีบางโลกที่สร้างปัญหาให้พวกเธอไม่น้อย เช่น โลกที่คล้ายกับนิยายเรื่องเดอะไนท์แมร์ออฟเทอร์ริไฟริงฟ็อกแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ไวรัสแต่เป็นวิญญาณร้ายของจริง โลกที่มีผู้วิเศษซ่อนตัวอยู่กับมนุษย์ หรือโลกที่มีสงครามระหว่างแวมไพร์ มนุษย์หมาป่า และเผ่าพันธุ์ลึกลับจากบรรพกาล
โลกที่ดาเซียนาสัญญาเอาไว้ว่าจะเป็นสถานที่แห่งสุดท้ายคือโลกที่พวกเธอรู้จักเป็นอย่างดี นิยายเล่มโปรดของโคเลทและไอสลินน์ …อะบีสออฟไทม์
“ตลกร้ายของคุณดาเซียนาสินะคะ” จิบริลหัวเราะร่วน
“เอาเลย มาร์เคล เลกัน พวกไซเลนเซอร์ เทพปีศาจ หรือจะเฟรย์การ์ด จะเอาตัวอะไรก็เอามาเลย” โคเลทฮึกเหิมเต็มที่
“เทพปีศาจกับพวกเฟรย์การ์ดก็ไม่ไหวน้า” ไอสลินน์ทำหน้าเหยเก เธอขอให้คราวนี้ดาเซียนาไม่บ้าพลังจนเกินไปและเลือกคู่ต่อสู้ที่พวกเธอมีโอกาสชนะ
ฉากที่ดาเซียนาเลือกให้คือภายในยานมิเนอร์วาในบริเวณที่พักผ่อนของกลุ่มอะบีส จิบริลถอยกรูดทันทีที่พบว่าเรย์ ไกราและแอนทิสตาเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“แย่ล่ะศัตรูคือพวกเรย์เหรอ” ไอสลินน์เกร็งจนเกือบขยับตัวไม่ได้ เธอรู้จักความแข็งแกร่งของเรย์ ลีออนเป็นอย่างดี
ดันเตเหลียวมองไปที่ด้านหลัง นอกจากพวกเรย์แล้วคนอีกกลุ่มใหญ่กำลังเดินตรงมา คนที่นำอยู่ด้านหน้าสุดคือ ซีวี ลูนาร์ และที่ตามทั้งสองมาก็เป็นระดับผู้บริหารอีกเกินกว่าสิบคน
“เอาแล้วไง คุณดาเซียนาทำเกินไปอีกแล้ว นี่มันกลุ่มอะบีสเกือบทั้งกลุ่มเลยไม่ใช่เหรอ” จิบริลกระซิบกระซาบ
“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเอาชนะแล้ว แค่หนียังไม่น่าเป็นไปได้เลย”
“พวกเจ้าใช่ไหม สมาชิกใหม่ที่โซนาตาบอกเอาไว้” เสียงสดใสดังมาจากทางหญิงสาวผมทอง ซีวีว่าพร้อมกับโบกมือทักทาย (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ดูหน่วยก้านไม่เลวนี่นา โอ๊ะ อาวุธที่ใช้น่าสนใจดีนะ” ลูนาร์ที่เดินตามมาติด ๆ หันไปสนใจอาวุธประดิษฐ์เองของดันเตแทน
“ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มอะบีส ถึงจะปิดหน้าปิดตาแต่ข้าก็ไม่ใช่คนที่น่าสงสัยหรอกนะ” นานาชิโผล่มาด้านหลังของโคเลท เธอไม่เห็นเขาอยู่ในกลุ่มที่ซีวีและลูนาร์พามาด้วย เหมือนกับว่าเขาโผล่ออกมาเฉย ๆ แบบไม่มีที่มาที่ไป
“นี่พวกเจ้าชอบกินอะไรเหรอ ข้าเพิ่งคิดเมนูใหม่ได้ กำลังหาคนมาลองอยู่เลย” เรย์มาถึงก็พุ่งใส่เลยอีกคน
“นี่อย่าไปรุมสมาชิกใหม่กันสิคะ” โซลิเนเดินเข้ามาหยุดทุกคนเอาไว้
ทั้งสี่อึ้งไปครู่ใหญ่ ในใจยังไม่ไว้ใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ แต่พวกเธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าดาเซียนาไม่ได้ส่งพวกเธอมาเพื่อประลองกับกลุ่มอะบีส แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรคือเป้าหมายกันแน่
…หรือว่าจะให้ร่วมมือกับกลุ่มอะบีสสู้กับอะไรบางอย่าง… โคเลทคิดในใจ
การต่อสู้ของพวกโคเลทยังต้องรอไปก่อน ทั้งสี่ถูกทั้งกลุ่มยื้อแย่งตัวไป ลากทางนั้นทีทางนี้ที ที่ห้องอาหาร เรย์และเวเนให้พวกเธอลองชิมอาหารหลากหลายชนิด โคเลทและไอสลินน์ปลื้มปริ่มกับพิซซ่าสูตรพิเศษของเวเน ที่ใช้ชีสนมแกะที่ผ่านการหมักแบบพิเศษจนได้ชีสที่นุ่มและมีกลิ่มหอมเป็นเอกลักษณ์ ส่วนจิบริลและดันเตก็หลงไหลในรสชาติของสปาเกตตีมีทบอล ของเรย์ ที่นอกจากเส้นจะใช้แป้งที่ทำขึ้นของพืชพื้นเมืองของโซดาเรียนแล้ว เขายังนำเนื้อของเดวัลหลายชนิดมาบดผสมกันจนได้รสชาติที่ล้ำลึกแบบที่เนื้อวัวทั่วไปไม่มีทางทำได้
จบจากการแข่งขันเอาสนุกของเวเนและเรย์ พวกโคเลทก็ตระเวนไปตามห้องต่าง ๆ อีกหลายห้อง รวมถึงห้องเล่นเกม
“เฮ้ย แบบนี้ก็แย่สิ อย่าใช้วิชาเคลื่อนผ่านเงาอ้อมมาตีป้อมจากข้างหลังสิฟะ” อดีตวีรบุรุษแห่งบริซาเนียโวยวายเสียงดังจนได้ยินไปถึงข้างนอก
“คุณเองไม่ใช่เหรอครับที่เสนอว่าน่าจะปรับเกมนี้ให้ตัวจริงของพวกเราเล่นเกมแทนตัวละครในเกม” เซเลนอสผู้อยู่ทีมผู้ชนะตอบ
“เออ ข้าผิดเองแหละที่เสนอแบบนั้น ก็ไม่คิดว่าพอใช้สเตตัสของพวกเราแล้วเกมมันจะเสียสมดุลขนาดนี้ ทั้งใช้พลังควบคุมเงาจัดการกับครีป ทั้งใช้การเคลื่อนผ่านเงาเปลี่ยนเลนที่เล่นหรืออ้อมมาตีข้างหลังในพริบตา ยังไม่นับเรื่องที่แกร่งจนยืนสู้กับฮีโร่ขณะที่ถล่มป้อมไปด้วย บ้าไปแล้ว”
“มันเป็นเรื่องที่ไม่เกินกว่าที่คาดไว้ครับ เกมประเภทนี้ก็ถูกออกแบบมาไม่ต่างจากสิ่งที่เราเป็น มีจุดแข็งอ่อนต่างกัน แต่ในเกมมันจะมีการปรับไม่ให้ตัวใดตัวหนึ่งโกงจนเกินไปก็เท่านั้นครับ” ไคเลอร์ผู้อยู่ในทีมของเซเลนอสอธิบายเพิ่ม
“สมดุลของเกมเสียไปเลย” ไกราจากทีมเอ็ดวานโวยวายบ้าง “บางตัวเก่งตั้งแต่ต้นเกมยันเลทเกม บางตัวมีท่าสตันหมู่ที่โกงสุด ๆ บางตัว เป็นแคร์รีแท้ ๆ ดันตัวอึดซะแทบยิงไม่เข้า”
“เข้าใจผิดอะไรรึเปล่าครับ แคร์รีไม่ได้เกี่ยวกับว่าต้องเปราะเลย มันหมายถึงตัวเลทเกมที่ช่วงแรกทำอะไรไม่ได้มากและต้องให้เพื่อนช่วยต่างหาก” เซเลนอสแย้ง
“มาเถียงกันหาความสมดุลของเกมเพย์ทูวินเนี่ยนะ เกมนี้เขาขายตัวดี ๆ สมดุลที่ว่านั่น แค่มีเงินก็ทำลายได้เหมือนกัน” ลูนาร์ยักไหล่อย่างน่าหมั่นไส้
โคเลทเข้าใจสิ่งที่ทุกคนพูดทั้งหมดเพราะเธอเองก็เป็นคนที่ติดเกม ตรงกันข้ามกับไอสลินน์ จิบริลและดันเตที่แทบจะไม่ได้แตะ ถึงจะเคยเล่นมาบ้างก็ไม่ใช่เกมแนวนี้สักนิด พวกเขามีสีหน้าบ่งบอกว่าไม่เข้าใจสิ่งที่เพิ่งได้ยินผ่านหูไป
“พวกเค้าไม่ได้มาจากยุคโบราณเหรอ ทำไมรู้จักเกมดีจัง” จิบริลลดเสียงถามพี่สาว
“คอมพิวเตอร์ของมิเนอร์วามีข้อมูลจากเซคเตอร์วันและเดอะคอลเลคชัน พวกเขาเลยมีเกมแบบนี้ให้เล่นบนยานด้วย แต่พี่เองก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าเล่นกันจริงจังขนาดนี้”
หลังจากฟังทั้งสองฝ่ายบ่นจนพอใจแล้ว ลูนาร์ก็แนะนำห้องเล่นเกมนี้ให้กับพวกโคเลทอย่างเป็นทางการอีกทีซึ่งกลายเป็นว่าห้องนี้มีเกมมากมายกว่าที่พวกเธอคาดไว้มาก
“สนใจเล่นเกมไหนก็บอกนะ ที่นี่มีสารพัดแหละ เกมแข่งรถ เกมสวมบทบาท เกมผจญภัย…” ไคเลอร์มาช่วยอธิบายเพิ่ม
“นี่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องทำด้วยเหรอ” จิบริลเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่
“ไม่รู้สิ แต่คุณดาเซียนาส่งเรามา ก็คงมีเหตุผลแหละ” โคเลทตอบอย่างไม่แน่ใจ
ห้องเกมไม่ใช่ห้องสุดท้าย สามสาวกับอีกหนึ่งชายถูกเรียกตัวไปอีกหลายห้อง มีร้านขายเบอร์เกอร์ของคริส แมคฟรายจากอีลิทไฟว์ สปา ห้องออกกำลังกาย และอื่น ๆ อีกรวม ๆ แล้วมากกว่าสิบห้องที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งจิบริลก็จะตั้งคำถามแบบเดิมเสมอว่านี่มันเหมือนกับการฝึกฝนตรงไหน
สถานที่สุดท้ายที่โคเลทก็ถูกพาไป คือห้องวิจัยของจีดัส ทั้งสี่เสียวสันหลังวูบเมื่อคิดว่าตนเองจะถูกเอาตัวไปทดลองอะไรพิลึกหรือไม่