Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 403: เริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น
“หลักฐานน่ะมีมากมายเต็มไปหมด แค่เฉพาะการมีตัวตนของบริษัทก็น่าสงสัยมากแล้วไม่ใช่เหรอ พวกเธอไม่คิดเหรอว่ายูโทเปียโปรเจคมีอำนาจมากเกินไป พวกเขาสามารถเข้าแทรกแซงการตัดสินใจของรัฐบาลได้ มีวิธีการลึกลับในการปิดข่าวที่ตามปกติไม่มีทางทำได้ อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาพวกนั้นเสียสมาชิกขององค์กรไปตั้งเยอะแต่กลับไม่มีการออกข่าวในเรื่องนั้นเลย”
“โอลิฟ ปารีส เอ็มมา ทีมของฉัน นี่เฉพาะที่พวกเธอรู้จักนะ ที่ไม่รู้จักก็อีกหลายสิบคน”
“แต่อันนั้นไม่ใช่เพราะหมอกหายไปเหรอ ทุกคนก็แค่ลืมไป” จิบริลโยนคำถามใหม่เข้าไป
“บางครั้งที่ปรากฏการณ์จากหนังสือถูกทำลาย ความเป็นจริงอาจจะย้อนกลับ คนที่ตายบางคนจะฟื้น ความทรงจำของผู้คนจะได้รับการแก้ไข แต่ก็อย่างที่รู้ว่ามันไม่ใช่คนทั้งหมด เรื่องใหญ่แบบนี้รัฐบาลไม่มีทางไม่รู้เรื่องและนิ่งเฉยแน่นอน แต่ก็อย่างที่เห็น…”
“นี่คุณรีดัสอยู่เบื้องหลังทุกอย่างเหรอเนี่ย” น้ำเสียงไอสลินน์มีความเสียดายอยู่ ก็รีดัสทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมยังมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม
“พวกเราเชื่อว่ารีดัสเองก็เป็นแค่ฟันเฟืองตัวหนึ่งเท่านั้น มันมีอะไรบางอย่างที่มีอำนาจเหนือกว่านั้นอยู่”
“มันอาจฟังดูไร้หลักฐาน แต่ฉันกับดันเตพูดเรื่องจริง พวกเราอยู่กับยูโทเปียโปรเจคมาตั้งแต่เริ่มจึงพูดได้เต็มปากว่ามันมีบางสิ่งไม่ถูกต้อง เหมือนกับการย้อนปรากฏการณ์ที่พวกเธอเคยพบมาก่อน ฉันคิดว่ามีใครบางคนลบความจริงบางอย่างออกไป”
“ลบความจริงออกไป” โคเลทหัวหมุนกับคำศัพท์ใหม่
“ว่าแต่พวกคุณกับคุณรีดัส พบกันได้ยังไงเหรอคะ” ไอสลินน์วกกลับไปเรื่องของรีดัสอีกรอบ
“สงครามน่ะ ตอนนั้นพวกเราทั้งสามคนเป็นทหารรับจ้าง”
“เอ๋! คุณรีดัสด้วยเหรอ”
“ไม่เห็นตอนหมอนั่นใช้ปืนรึ นั่นไม่ใช่ฝีมือของมือสมัครเล่นหรอกนะ”
“เห็นว่าพ่อของรีดัสเองก็เป็นคนมีชื่อเสียงในวงการนี้นะ นอกจากนั้นเขายังเป็นนักเขียนชื่อดังอีกด้วย”
“นักเขียนเหรอคะ หืมมม” เหมือนว่าโคเลทจะนึกอะไรบางอย่างออก มีนักเขียนที่เธอรู้จักที่ใช้นามสกุลลินเคนสตาร์เหมือนรีดัส
“โจนาธาน ลินเคนสตาร์หรือนามปากกา เจ. ซี. โดนาเมส”
โคเลทตกใจจนต้องลุกขึ้นยืน “ผู้เขียนอะบีสออฟไทม์! เขาคือคุณพ่อของคุณรีดัสเหรอเนี่ย”
“เพราะแบบนั้นสินะ เขาถึงได้ใช้เนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนั้นเป็นรากฐานของโปรแกรมเดอะเวิลด์”
“อะบีสออฟไทม์” จิบริลพึมพำ “คงไม่ใช่ว่า คุณรีดัสที่ว่าสร้างโปรเจคนี้ขึ้นมาเพราะคิดจะทำให้โลกในนิยายเรื่องนี้กลายเป็นจริงหรอกนะคะ”
“พูดเป็นเล่นไป ถึงจะฉันกับลินน์จะชอบนิยายเรื่องนี้มาก แต่ในเรื่องไม่ได้มีแค่พวกกลุ่มอะบีสนะ ตัวร้ายแบบดาร์คเจสเตอร์ หรือพวกประหลาดกว่านั้นก็มีเต็มไปหมด ขืนตัวอันตรายแบบพวกนั้นหลุดออกมา โลกคงจะเละเทะแน่นอน”
เมื่อเล่าถึงตรงจุดนี้ ดาเซียนาก็นำเอาคอมพิวเตอร์แบบพกพาออกมาเปิด เธออ้างว่าก่อนที่เธอจะออกจากยูโทเปียโปรเจคเธอได้ทำสำเนาข้อมูลบางส่วนออกมาด้วย ข้อมูลส่วนใหญ่เข้ารหัสที่ตัวเธอก็ยังแกะไม่สำเร็จ แต่ก็มีข้อมูลอีกส่วนที่เธอสามารถแปลได้แล้ว
“เฟสแรกคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง สร้างบริษัทยูโทเปียโปรเจค ทำให้นิยายอะบีสออฟไทม์เผยแพร่ออกไปให้คนรู้จักมากที่สุด และสร้างเดอะเวิลด์ในเวอร์ชันแรก”
หน้าจอคอมพิวเตอร์ฉายภาพข้อมูลจำนวนมากที่โคเลทไม่เข้าใจ บางส่วนเป็นคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับการทดลอง บางส่วนก็เป็นคลิปเสียงที่ได้จากการสัมภาษณ์นักจิตวิทยาที่พูดถึงอันตรายของการสร้างความทรงจำใหม่โดยใช้เรื่องราวที่สร้างขึ้น ภาพสแกนสมองที่แสดงให้เห็นอันตรายต่อผู้เข้าทดลอง มีข้อมูลจำนวนมากที่โคเลทเชื่อว่ามันเป็นไปได้ยากที่จะถูกกฎหมาย
ดาเซียนาอธิบายต่อ “พวกเธออาจจะเดาเฟสสองได้จากข้อมูลที่ให้ดูเมื่อครู่ เฟสนี้คือการสานต่องานในเฟสแรก ขยายอิทธิพลของบริษัทออกไปด้วยคอร์สซับคอนเชียสรีโปรแกรมมิง พวกเขาใช้มันช่วยระดมทุน ล้างสมองผู้คน ทำให้บริษัทขนาดเล็กเติบโตขึ้นเป็นบริษัทยักษ์ได้ภายในไม่กี่ปี นอกจากนั้นในเฟสนี้พวกเขาก็เร่งทำการทดสอบเดอะเวิลด์และผลกระทบของฟอลซิไฟเออร์” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ผลกระทบของฟอลซิไฟเออร์” โคเลททวนประโยคเหมือนไม่อยากเชื่อหู
ดาเซียนาไม่ให้เวลาทุกคนตริตรอง เธอโจมตีทุกคนที่กำลังมึนงงอยู่ต่อด้วยข้อมูลชุดสุดท้าย “เฟสที่สามเกี่ยวกับการกระจายเดอะเวิลด์ออกไป น่าเสียดายที่ฉันไม่รู้ข้อมูลในเฟสนี้นอกจากชื่อ แต่ถ้าให้เดา เหตุการณ์เซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบป้องกันภัยสูงถูกเจาะได้ บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“ขอหนูถามซ้ำอีกรอบเถอะค่ะ คุณแน่ใจเรื่องนี้แค่ไหนเหรอคะ”
“อย่างที่เคยบอกไป ฉันไม่มีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดโดยตรง แต่เชื่อเถอะ ฉันและดันเตรู้จักกับรีดัสมานาน พวกเราก็หวังให้เรื่องนี้เป็นแค่ความเข้าใจผิด”
โคเลทถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตามมาด้วยไอสลินน์ที่ทำตามโดยไม่ได้ตั้งใจ
“เฟสสามไม่ใช่เฟสสุดท้ายด้วยซ้ำ ฉันไม่อยากนึกเลยว่าเฟสสุดท้ายพวกเขาจะทำอะไรอีก” ดันเตทำให้ทุกอย่างดูอึมครึมยิ่งกว่าเดิม
“ถ้าพวกเราเก่งขึ้น เราจะหยุดเรื่องนี้ได้เหรอคะ”
“ไม่รู้หรอก” ดาเซียนาตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่ถ้าไร้พลังก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แน่นอน”
โคเลท ไอสลินน์และจิบริลถกกันอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะได้ข้อสรุป พวกเธอตกลงรับการฝึกของดาเซียนาแม้จะไม่ค่อยเต็มใจนัก อาจารย์สด ๆ ร้อน ๆ ของพวกเธอย้ำอีกครั้งว่ามีเวลาไม่มากนัก การฝึกจึงจะเริ่มขึ้นในทันทีหลังจากนี้
“เอ๋?! ที่นี่มันที่ไหนกัน” ไอสลินน์ร้องเสียงหลง ไม่กี่วินาทีก่อนเธอจำได้ว่าตนเองกำลังคุยอยู่ในห้อง แต่หลังจากที่รู้สึกมึนหัว พอรู้สึกตัวอีกที รอบตัวก็กลายเป็นสถานที่ที่เหมือนกับค่ายทหารไปแล้ว
“นี่พวกเราโดนสะกดจิตโดยไม่รู้ตัวเหรอเนี่ย”
“เวลาไม่คอยท่า พวกเราไม่มีเวลาค่อย ๆ ฝึกข้างนอกหรอก ฉันเลยพาทุกคนมาฝึกที่นี่ไง”
“เดี๋ยวสิ! แล้วทำไมผมต้องมาด้วยล่ะเนี่ย” ดันเตอยู่ตรงนี้ด้วยเช่นกัน
“นายก็ต้องฝึกใหม่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ทำเรื่องน่าขายหน้าเยอะเลยนี่” ดาเซียนาส่งเสียงดุ ส่วนดันเตก็ได้แค่ทำหน้าเจื่อนเถียงอะไรกลับไม่ได้
โคเลทนึกถึงเหตุการณ์ทำนองเดียวกันที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในนิยายอะบีสออฟไทม์ โซนาตาผู้เป็นตัวเอกของเรื่องชอบใช้วิธีแบบนี้ในการฝึกฝน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปฝึกในฝันหรือในโลกเสมือนจริงหรือการประลองในโลกความจริง และตอนนี้เธอ เพื่อน น้องสาวและคุณดันเตกำลังโดนแบบเดียวกันไม่มีผิด
หนังสือที่เข้าไปในคราวนี้ไม่ใช่นิยาย ดาเซียนาอธิบายว่ามันคือหนังสือเกี่ยวกับการฝึกสอนวิชาทหารที่ดาเซียนาเป็นคนเขียนขึ้นเอง ที่พวกโคเลทไม่เข้าใจก็คือเธอทำได้อย่างไรถึงสะกดจิตให้พวกตนเข้ามาในหนังสือที่ไม่เคยอ่านแม้แต่หน้าเดียว
ช่วงแรกของการฝึกไม่ได้ต่างจากการฝึกทหาร พวกเธอต้องใช้ชีวิตตามตารางเวลาที่ดาเซียนากำหนด เวลาอาหารสามมื้อ เวลานอน เวลาออกกำลังกาย และการเรียนภาคทฤษฏี
มันค่อนข้างโหดร้ายสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นการสะกดจิตหรือผลกระทบอื่น ไม่มีใครปริปากบ่นในเรื่องนั้นแม้แต่คนเดียว ราวกับว่าพวกเธอเชื่อไปแล้วว่าการฝึกอย่างเข้มงวดคือกิจวัตรประจำวัน
สามสัปดาห์แรกของการฝึก เป็นการสอนการออกกำลังกายและการผ่านด่านต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายในค่ายฝึก ช่วงเวลานี้คือการฝึกที่เบาที่สุดและเป็นการปรับสภาพให้ทุกคนพร้อมสำหรับ ‘ของจริง’ ที่กำลังจะมาถึง
หกสัปดาห์ต่อมา เข้าสู่การฝึกจริง นอกจากการออกกำลังกายที่หนักขึ้น ด่านทดสอบที่เพิ่มระดับความยากขึ้นเท่าตัว การเรียนในช่วงนี้ก็หนักหนาขึ้นเช่นกัน ดาเซียนาสอนเรื่องเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการต่อสู้ การทำสงคราม จิตวิทยา อาวุธ วัตถุระเบิด การดำน้ำ และเรื่องอีกมากมายที่เธอเคยใช้ในการฝึกสอนหน่วยพิเศษ
และสุดท้ายคือการฝึกในสถานการณ์จริง การฝึกนี้พวกเธอต้องฝึกโดยไม่มีเวลาหยุดพักหรือแม้แต่เวลานอน มีการว่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง ภารกิจจำลองในสนามรบ และสถานการณ์จำลองต่าง ๆ มากมายเช่น ในกรณีที่ถูกจับเป็นเชลย การถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายอย่าง กลางทะเล ป่า หรือทะเลทราย
ในตอนที่การฝึกพวกนี้จบลง โคเลท จิบริล และไอสลินน์คิดว่าทุกอย่างจะจบลงแล้ว แต่ขุมนรกของจริงกลับกำลังจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้