Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 412: ลำแสงชำระล้าง
“ไม่ทักขึ้นมาก่อนละคะว่าฉันกับจิบริลไม่ต่างจากฟอลซิไฟเออร์ และยังอะไรนะ ร้อยวิน…”
“ร้อยวิญญาณ” จิบริลต่อคำให้จบอย่างถูกต้อง
“เรื่องร้อยวิญญาณ ไม่ใช่ไม่บอก แต่เพราะบอกไม่ได้ต่างหาก” ดาเซียนาถอนหายใจ
“หมายความว่ายังไงคะ”
ดาเซียนายักไหล่ก่อนจะตอบ “มีใครบางคนทำเหมือนที่คุณจีดัสเคยทำ เขาเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงทำให้ความทรงจำของคนที่เกี่ยวข้องกับโปรเจคยูโทเปียสับสน แต่จู่ ๆ ฉันก็แค่นึกออกได้เองเมื่อครู่”
“คนที่เปลี่ยนแปลงความเป็นจริง หรือว่าเป็นคุณรีดัสเหรอคะ” ไอสลินน์มองไปทางสองพี่น้องดันเตและดาเซียนา
“อาจจะหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ฉันกับพี่ไม่ได้โกหกนะ ความทรงจำของพวกเราได้รับผลกระทบจากใครบางคน พวกเราเหมือนจะรู้แค่ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเดอะเวิลด์และเรื่องของครอบครัวลินเคนสตาร์ เรื่องที่โคเลทกับจิบริลมีพลังเกี่ยวกับฟอลซิไฟเออร์พวกเราก็รู้เมื่อไม่นานมานี้ แต่คนที่บอกก็คือรีดัสที่พวกเธอสงสัยนั่นแหละ”
“คุณดันเตพูดแบบนี้ก็เหมือนยืนยันแล้วล่ะค่ะ ถ้าไม่ใช่คุณรีดัส และจะเป็นใครได้อีก”
“ไม่หรอกลินน์ มีอีกคนที่น่าสงสัยเหมือนกัน” น้ำเสียงโคเลทเต็มไปด้วยความกังวล
“พี่หมายถึง… คุณแม่เหรอ” จิบริลกลัวที่จะเชื่อแบบนั้น แต่เธอเข้าใจว่าทำไมโคเลทถึงสงสัย ถ้าพวกเธอสองพี่น้องเป็นฟอลซิไฟเออร์ที่ไม่ต่างจากสิ่งแปลกปลอมในโลกนี้ แล้วแม่ของเธอจะไม่รู้เห็นอะไรสักนิดเลยเหรอ
“มีหลายเรื่องที่ต้องคิด ดังนั้นค่อย ๆ คิดไปไม่ต้องรีบร้อน อย่างน้อยตอนนี้ก็เบาใจไปได้เรื่องหนึ่งแล้ว”
“นั่นสินะ โคมิก ซูริล แล้วก็ฟอลซิไฟเออร์อีกกลุ่มใหญ่เพิ่งถูกจัดการไป พวกเราน่าจะมีเวลาหายใจหายคอขึ้นบ้างแหละ”
โคเลทสรุปแบบนั้นเพราะเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในระหว่างช่วงที่เธอเข้าสู่ภวังค์ เธอไม่รู้เหตุการณ์ที่ยานอวกาศลึกลับปรากฏขึ้นหรือเรื่องที่มันนำเอาสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นติดมาด้วย
มันคือปรสิตรูปร่างกึ่งของเหลวที่ยากแก่การตรวจพบ เจ้าสิ่งนี้มีพฤติกรรมคล้ายกับแมงกินลิ้นที่มีอยู่จริงในโลกของโคเลท มันคือปรสิตที่จะเข้าไปในเหงือกของปลา เกาะลิ้นจนขาดเลือดและทำให้ปลาเสียลิ้นไป จากนั้นมันก็จะทำหน้าที่ราวกับเป็นลิ้นของปลาแทน
เจ้าปรสิตจากต่างดาวมีลักษณะบางอย่างคล้ายคลึงกัน มันเข้าไปในร่างของโฮสต์ผ่านการกิน ดื่มหรือแม้แต่การสัมผัส จากนั้นก็จะค้นหาอวัยวะที่เหมาะสมเพื่อทำลายและกลายสภาพเป็นอวัยวะนั้นแทน
สำหรับมนุษย์ต่างดาวแล้ว ปรสิตชนิดนี้ทั้งอันตรายและมีคุณประโยชน์ หากใช้อย่างถูกต้องพวกเขาสามารถบังคับให้มันเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งที่ต้องการและกลายสภาพเป็นอวัยวะเทียมได้ แต่ว่านั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องที่พวกมันถือกำเนิดขึ้น แต่ทันทีที่ปรสิตรับรู้ว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปพวกมันก็เกิดอาการผิดปกติ
นั่นคือสาเหตุที่มนุษย์ต่างดาวผู้ลึกลับซึ่งมาพร้อมกับพวกมันพากันล้มตายพร้อมกัน และยานของพวกเขาก็ตกลงบนโลก
ขณะนี้ปรสิตที่ว่าได้อยู่บนโลกและกำลังแพร่พันธุ์สู่มนุษย์ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
โคเลท ไอสลินน์ จิบริล ดันเตและดาเซียนาอาจจะเป็นห้าคนสุดท้ายในโลกที่ตกข่าวนี้ ทั้งห้าเพิ่งมารู้ตัวก็ตอนที่ดันเตเปิดวิทยุในรถและพบว่าช่องสัญญาณประจำของเขาหายไป พอลองหมุนหาคลื่นอื่นดูเขาถึงได้พบว่าทั้งโลกกำลังวิกฤติ
“บ้าจริง! เพราะแถวบ้านของคุณดาเซียนาไม่มีสัญญาณนี่แหละ พวกเราเลยตกข่าวสำคัญแบบนี้”
“ขอโทษนะที่แถวนี้มันบ้านนอก” ดาเซียนาตอบด้วยน้ำเสียงประชดเบา ๆ
“เอ่อ หนูไม่ได้จะว่าอะไรนะคะ ที่จะพูดก็คือพวกเราจะเอายังไงดีล่ะ”
“ปรสิตจากยูเอฟโอยักษ์ ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันเกี่ยวกับเดอะเวิลด์ เรื่องที่พวกเราต้องทำก็ไม่ต่างไปจากเดิมนี่ กลับเมืองหลวง ไปคุยกับแม่ของเธอ แล้วก็หาวิธีการหยุดเรื่องบ้า ๆ นี่ทั้งหมด”
“คุณคิดว่าแม่ของหนูก็เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเหรอ” จิบริลเสียงดังขึ้น
ดาเซียนาไม่ได้ตอบโต้ เธอเข้าใจความรู้สึกที่อยากปกป้องคนสำคัญของตน เรื่องบางเรื่องหากไม่พบเห็นกับตา ได้ยินกับหู ก็ยากที่จะทำใจยอบรับว่าเป็นเรื่องจริง
ตลอดเส้นทาง ทั้งห้าได้พบเห็นความวุ่นวายไปตลอดสองข้างทางที่ผ่านไป มีทั้งคนที่ติดเชื้อและมีอาการเป็นไข้ฉับพลัน คนที่เสียชีวิต และอีกไม่น้อยที่เกิดความผิดปกติในระดับที่มองเห็นจากภายนอก
“นั่นมัน” จิบริลสะกิดให้มองดูคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามหยุดชายอีกคนที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“ในข่าวบอกว่า มีพวกที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปด้วย ปรสิตแบบไหนกันเนี่ย” ไอสลินน์พึมพำ
“จอดรถก่อนค่ะ” โคเลทตบเบาะข้างหน้าเพื่อให้ดันเตชะลอความเร็วลง
เธอไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองเธออย่างไร โคเลทสาดแสงจากดาบใส่ชายที่กำลังอาละวาด แสงของเธอไม่เพียงแค่ทำให้ชายคนนั้นนิ่งไป มันยังทำให้รูปร่างของแขนที่ผิดรูปของเขากลับมาเหมือนเดิมได้ด้วย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“แขนกลับมาเหมือนเดิมได้ด้วย!” ไอสลินน์ขยี้ตา จากข้อมูลที่เธออ่านจากในบล็อกเกอร์ทั้งหลาย ทุกคนยืนยันว่าอวัยวะที่ถูกกินและแทนที่จะไม่มีทางกลับมาหายดี การพยายามกำจัดปรสิตที่กลายเป็นอวัยวะไปแล้วล้วนนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะนั้นอย่างถาวร
“มันไม่ใช่แค่พลังชำระล้างน่ะสิ” ดันเตยิ้มอย่างมีความหวัง “พลังของโคเลทก้ำกึ่งจะเป็นพลังในการแก้ไขความเป็นจริงแล้ว”
“แต่แบบนี้ก็แย่นา” ดาเซียนาย่นคิ้ว
“ทำไมเหรอคะ”
“ถ้าต้องหยุดรถเพื่อให้โคเลทรักษาคน พวกเราไปไม่ถึงไหนแน่”
ความกังวลของดาเซียนาไม่ได้เกินจริง ไม่ว่าเลือกถนนเส้นทางไหนมันก็เต็มไปด้วยเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน มีคนบาดเจ็บ มีคนอาละวาด และที่หนักกว่านั้นก็คือพวกที่กลายสภาพไปจนไม่เหมือนมนุษย์แล้ว
“หยุดรถก่อนค่ะ” โคเลทตบเบาะของดันเตอีกแล้ว
“เจ้านั่นไม่ใช่คนแล้วนะ” เขาพยายามขับออกมาให้ห่างจากคนที่ถูกปรสิตกลืนกินโดยสมบูรณ์ ถ้าไม่นับว่ายังมีสองแขนและยืนด้วยสองขาได้ คน ๆ นั้นก็ไม่มีตรงไหนที่เหมือนมนุษย์อีกแล้ว
“ต้องลองดูก่อนค่ะ” ไม่รอให้รถจอดสนิท โคเลทก็โดดลงไปจากรถแล้ว
“เจ้าพี่บ้านี่” จิบริลบ่นอย่างขัดใจ แต่ก็เช่นเดียวกับไอสลินน์ที่โดดออกไปพร้อมกัน จิบริลไม่สามารถทิ้งพี่สาวไปได้
พลังของโคเลทกลายเป็นกุญแจสำคัญ ไชน์นิงไนท์สามารถช่วยเหลือผู้คนที่ทางการแพทย์มองว่าหมดทางเยียวยาไปแล้ว ที่ใดก็ตามที่แสงสาดส่องไปปรสิตต่างดาวก็ถูกล้างผลาญไปจนหมดสิ้น
เดิมทีปรสิตต่างดาวสามารถกลายร่างเป็นอวัยวะทุกอย่างได้ยกเว้นแค่สมองของมนุษย์ต่างดาว แต่ข้อจำกัดนั้นหายไปเมื่อมันเริ่มแพร่พันธุ์ในมนุษย์ ปรสิตสามารถกัดกินไปได้จนถึงสมอง
แล้วเรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น ปรสิตต่างดาวที่ไม่น่าจะมีสติปัญญามากไปกว่าปรสิตชนิดอื่น ๆ บนโลกก็เกิดความรู้คิดขึ้นมาจากการเลียนแบบสมองนี่เอง ไม่เพียงแค่นั้นมันยังทำในสิ่งที่สมองของมนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้
…มนุษย์ผู้นั้นเป็นอันตราย กำจัดเธอซะ… นี่คือข้อความที่ปรสิตตนหนึ่งส่งต่อให้ปรสิตตนอื่น ๆ ผ่านทางโทรจิต ทั้งภาพและเสียงนี้ส่งต่อไปถึงปรสิตทุกตัวบนโลกด้วยความเร็วยิ่งกว่าเทคโนโลยีการสื่อสารของมนุษย์
โคเลทกำลังตกเป็นเป้าหมายของปรสิตต่างดาวทุกตัว
ไม่มีความจำเป็นต้องคอยหยุดรถทุกครั้งที่เจอกับปัญหาอีกต่อไป วินาทีต่อไปนี้คือสงครามเต็มรูปแบบ พวกที่บุกเข้ามามีทั้งพวกที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดแล้วทั้งร่างและที่ยังกลายสภาพไม่สมบูรณ์ที่อันตรายไม่ด้อยไปกว่ากันจากอาวุธของมนุษย์ด้วยกันเอง
รถไม่สามารถวิ่งได้อีกแล้ว พวกโคเลทต้องหันมาพึ่งกำลังขาในการเดินทางต่อ ดันเตเสนอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนหลักที่ทำให้ถูกพบเห็นได้ง่าย แต่มันสายไปแล้ว ไม่ว่าจะถนนหนทาง พื้นที่รกร้าง อาคารบ้านเรือน มันไม่มีที่ไหนที่ปรสิตจะไม่แทรกซึมเข้าไป
ทุกคนใจหายวาบเมื่อเห็นจิบริลพลาดท่า เธอถูกปรสิตตนหนึ่งยิงปืนลูกซองอัดใส่ในระยะประชิดในสภาพที่เธอยังไม่ได้ใช้สเปซเอกซ์พลอเรอร์คุ้มกันไว้ด้วย จิบริลทรุดลงไปจากแรงสะเทือนแต่เธอแทบไม่ได้รับบาดเจ็บ
ไอสลินน์ไม่รู้ว่าเธอควรดีใจหรือกังวลใจมากกว่ากัน เธอมองจิบริลเหมือนจะถามว่าอีกฝ่ายยังคงเป็นคนปกติอยู่หรือไม่ แต่ว่าก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไป
“นี่ใช่ไหม สิ่งที่เรียกว่าร้อยวิญญาณ” โคเลทถามดาเซียนาทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้คำตอบ ปริศนาเกี่ยวกับคำ ๆ นี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่เล่มแรกของอะบีสออฟไทม์ แต่จนถึงเล่มแปดซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายที่จีดัสเขียนมันก็ยังไม่ได้รับการเฉลยใด ๆ
“ร้อยวิญญาณ ฟอลซิไฟเออร์ ทุกอย่างนี้คุณเอเวอลินจะรู้เรื่องจริงไหมนะ”
การเดินทางของพวกโคเลทแทบไม่คืบหน้า ทั้งที่เลี่ยงเส้นทางหลักก็แล้ว ลัดเลาะไปในสถานที่ที่น่าจะปลอดคนก็แล้วแต่ดูท่าว่าปรสิตจะคาดเดาได้ว่าพวกเธอตั้งใจจะไปทางทิศทางไหน กองทัพปรสิตถูกตั้งดักเอาไว้แทบทุกแห่งและเมื่อใดที่มีปรสิตแม้แต่ตนเดียวมองเห็นพวกเธอ นั่นก็หมายความว่าปรสิตทั้งโลกต่างก็รับรู้ไปด้วยกัน
“ประหยัดแรงไว้โคเลท อย่าใช้แสงชำระล้างมากเกินไป จำตอนที่หมดแรงจากไวรัสในหมอกได้ไหม”
“ค่ะ ฉันระวังอยู่” ปากพูดแบบนั้นแต่โคเลทก็ยังพยายามช่วยทุกคนที่เธอทำได้
ไม่ได้มีแค่พวกปรสิตเท่านั้นที่รับรู้การต่อสู้ของพวกโคเลท อีกด้านหนึ่งผู้คนมากมายก็กำลังจับจ้องเธออยู่ ผ่านการไลฟ์สดของมือถือของคนที่ยังไม่ถูกครอบงำบ้าง จากกล้องของนักข่าวที่กำลังถ่ายบนเฮลิคอปเตอร์บ้าง คนทั้งโลกกำลังเห็นพลังเหนือมนุษย์ที่คนทั้งห้าไม่สามารถซ่อนไว้
“พวกนี้สู้กับปรสิตได้” มุมหนึ่งของโลกที่ห่างออกไป เด็ก ๆ กำลังดูคลิปที่โคเลทสู้กับปรสิตอย่างดุเดือด พวกเขาเห็นคนทั้งสี่ที่จัดการกับปรสิตอย่างอยู่หมัด รวมทั้งหญิงสาวในชุดเกราะเรืองรองที่รักษาคนที่ถูกปรสิตครอบงำ
“พลังประหลาดนี่มัน พวกนี้ก็ไม่ใช่มนุษย์” อีกมุมของโลก คนหลาย ๆ คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มคนที่สู้ในคลิป ไม่ใช่ทุกคนที่มองโคเลทเป็นความหวัง คนที่ตัดสินว่าเธอคือตัวอันตรายก็มีอยู่ไม่น้อย
“ปรสิตหันไปล่าพลเรือนกลุ่มนี้กันหมดเลยครับ” ทหารนายหนึ่งรายงานกับผู้บังคับบัญชา
“เราต้องจับพวกนั้นมาให้ได้ ต้องตรวจสอบว่าพวกเขาใช้อาวุธอะไรตอบโต้ปรสิต”