Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 411: พลังของร้อยวิญญาณ
“พวกนี้มันตัวอะไรกันแน่ เริ่มสู้ได้ไม่เท่าไหร่พวกเราก็เหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว”
“ถอยก่อนดีกว่า โอกาสหน้ายังมี”
โคมิกและซูริลปรึกษากันเสร็จก็ตั้งท่าจะถอยหนีเหมือนทุกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ง่ายเหมือนเดิมเพราะคนที่หยุดทั้งคู่เอาไว้เป็นฟอลซิไฟเออร์เหมือนกัน ร่างของทั้งสองซูบซีดลงและสลายไปหลังจากที่ถูกพวกเดียวกันเองสัมผัส
“ถ้าคิดจะหนีแล้ว มาเป็นอาหารให้ข้าแทนดีกว่าน่า”
ฟอลซิไฟเออร์ที่สังหารโคมิกและซูริลคือวิญญาณอาฆาตจากนิยายผีชื่อดัง แตกต่างจากวิญญาณจากหมอกที่เป็นผลงานไวรัสที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ รายนี้คือวิญญาณแค้นของหญิงสาวผู้ถูกทารุณกรรมจนเสียชีวิต
เธอเล่นงานทุกคนอย่างบ้าคลั่งไร้เหตุผล เหยื่อจำนวนมากไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตของวิญญาณตนนี้เลยแม้แต่น้อย พวกเขาส่วนใหญ่ถูกสังหารเพียงเพราะบังเอิญมองเห็นเธอเท่านั้น
ความน่ากลัวคือยิ่งฆ่าเธอก็ยิ่งทรงพลัง ในนิยายของเธอมีเหยื่อมากกว่าสามสิบรายที่ถูกเธอฆ่าด้วยวิธีการเหนือธรรมชาติ และนับวันพลังของเธอก็ยิ่งเหนือธรรมชาติขึ้นในทุกที
“เจ้านั่นฆ่าโคมิกกับซูริล ไม่สิ ฆ่าฟอลซิไฟเออร์พวกเดียวกันหมดเลย” โคเลทพึมพำ เธอสัมผัสได้ถึงพลังที่ขยายขนาดขึ้นของศัตรู
“คุณดาเซียนา” ไอสลินน์หันไปขอความช่วยเหลือ เธอคิดว่าสำหรับดาเซียนาเรื่องแบบนี้คงไม่ยากเย็น แต่แล้วก็ต้องตกใจซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าวิตกของอีกฝ่าย เรื่องนี้ดูท่าจะเหนือความคาดหมายแม้แต่กับอาจารย์ผู้ที่น่าจะไร้เทียมทาน
“ยายนี่พอกินวิญญาณของโคมิกกับซูริลไปแล้วก็เก่งขึ้นก้าวกระโดดเลย อย่าประมาทนะ” ดันเตตะโกนเตือน
โดยไม่ต้องนัดแนะ ทั้งห้าร่วมมือกันโค่นฟอลซิไฟเออร์ตนสุดท้าย แต่ละคนไม่มีใครยั้งมือแม้แต่น้อย พวกเขาเลือกอาวุธที่รุนแรงที่สุด ใช้กำลังทั้งหมดโจมตีออกไป แต่ว่ามันกลับไม่ได้ผล
“พลังวิญญาณของพวกเธอน่ากินเหลือเกิน มาเป็นอาหารให้กับฉันเถอะ”
“กรี้ดดด วิญญาณฉันไม่น่าอร่อยหรอก” ไอสลินน์ร้องลั่น ถ้าเธอใช้พลังซ่อนตัวตนช้าไปครู่เดียว หัวของเธอก็คงถูกอีกฝ่ายคว้าหลุดติดมือไปแล้ว
“อย่ามายุ่งกับลินน์นะ” โคเลทกระโจนเข้าใส่ เธอระเบิดพลังแสงออกมาเต็มที่ แสงอาบเข้ากับร่างของศัตรูเต็มเปา
แต่มันไม่ได้ผลนัก โคเลทถูกสันมือกระแทกกลับจนลอยกระเด็นไปไกล
นี่เป็นครั้งแรกที่แสงของไชน์นิงไนท์พ่ายแพ้ ทั้งที่อีกฝ่ายซึ่งเป็นวิญญาณร้ายควรจะแพ้ทางให้กับพลังในการชำระล้าง นี่คือหลักฐานว่าศัตรูมีพลังเหนือกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้
“ฉันพลาดเอง ไม่นึกว่าจะมีพวกที่ทำแบบนี้ได้ด้วย” ดาเซียนากัดฟันกรอด
“เอายังไงดีครับพี่”
“ก็ต้องถอยก่อนแหละ ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง”
“ไม่ค่ะ” โคเลทฝืนลุกขึ้น
การโจมตีเมื่อครู่รุนแรงกว่าที่เห็น เกราะหมวกของโคเลทแตกไปแล้ว ส่วนตาข้างหนึ่งของเธอก็ลืมไม่ขึ้นเพราะเลือดจากหน้าผากที่ไหลลงมาเข้าตา
“คุณดาเซียนาคิดว่าพวกเราไม่มีโอกาสชนะแล้วเหรอคะ” เสียงนี้มาจากข้างหลัง จิบริลนั่นเอง
“วิธีเหรอ… จะเรียกว่าวิธีชนะก็ดูมักง่ายเกินไป แต่ความจริงแล้วพวกเรายังมีโอกาส… ไม่สิ เธอสองพี่น้องยังมีโอกาส”
“พวกเราสองพี่น้อง” จิบริลทวน
“มีวิธีอะไรก็รีบบอกมาเถอะค่ะ หนูก็จะต้านไม่ไหวแล้ว” ไอสลินน์ตะโกนมาเร่ง
“ฟังนะ โคเลท! จิบริล!” ดาเซียนาตะโกนกลับ “พวกเธอสองพี่น้องไม่ใช่คนธรรมดา เธอสองคนเกิดขึ้นมาด้วยวิธีที่พิเศษกว่าคนทั่วไป ถ้าพวกเธอรู้วิธีการดึงพลังออกมาใช้ ฉันหรือฟอลซิไฟเออร์พวกนี้ไม่ใช่คู่มือของเธอด้วยซ้ำ”
“คุณพูดเรื่องอะไรของคุณกันเนี่ย!”
“ขอโทษที่อธิบายไม่ได้ทุกเรื่อง แต่เชื่อฉันเถอะว่ามันคือเรื่องจริง พวกเธอมีพลังที่ใกล้เคียงกับฟอลซิไฟเออร์”
โคเลท จิบริล รวมทั้งไอสลินน์อึ้งกับข้อมูลใหม่ของดาเซียนา มีเพียงแค่ดันเตเท่านั้นที่ไม่ได้มีสีหน้างุงงง เขาเพียงแค่ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจเหมือนกับรู้เรื่องนี้มาแล้ว
“คุณบอกว่าไม่มีความลับกับเราแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“เรื่องนี้เธอควรจะไปถามจากปากแม่ของพวกเธอเอง… แต่ก่อนอื่นพวกเราต้องรอดจากตรงนี้ไปให้ได้” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ทุกคนถูกเล่นงานอย่างหนัก วิญญาณอาฆาตอาละวาดหนักขึ้นเรื่อย ๆ เธอจับทุกคนเหวี่ยงกระเด็นกระดอนจนยืนไม่ติดพื้น ดันเตถูกยกลอยขึ้นและกระแทกเข้ากับก้อนหินก้อนโตจนแน่นิ่งไป คนเพียงคนเดียวที่ยังพอยืนอยู่ได้ในสภาพนี้คือดาเซียนาเท่านั้น
จิบริลถูกคว้าคอเอาไว้ได้ โคเลทไม่สนใจขาข้างที่หัก เธอกระโจนเข้าใส่เพื่อช่วยเหลือน้องสาว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือเธอเองก็ถูกคว้าคอเอาไว้ด้วยเช่นกัน
“จริงด้วย พวกแกสองคนพิเศษกว่าคนอื่น คล้ายฟอลซิไฟเออร์อย่างเรามากกว่าคนทั่วไป ถ้ากินพวกแกเสร็จแล้ว ฉันจะมีพลังเพิ่มขึ้นขนาดไหนเนี่ย”
“ยายโรคจิต” จิบริลด่าแบบไม่เต็มเสียง เธอรู้สึกว่าเรี่ยวแรงกำลังหายไปหลังจากที่ถูกอีกฝ่ายสัมผัส ชุดของสเปซเอกซ์พลอเรอร์กำลังหลุดร่อนออกจากร่างเหมือนกับผิวหนังที่ถูกแดดเผาจนไหม้เกรียม
“จะฆ่าก็ฆ่าแค่ฉัน ปล่อยจิบริลเดี๋ยวนี้นะ” โคเลทมีสภาพเดียวกับน้องเกราะของเธอกำลังผุพังจนกลายเป็นฝุ่นผง
ห่างออกไปมีร่างของไอสลินน์ที่นอนสลบเพราะหัวกระแทกพื้น ดันเตที่เจ็บหนักและร่างเกือบถูกฝังลงไปในดิน และดาเซียนาที่กำลังใช้ชีทสกิลของเธอประคองชีวิตคนทั้งสองเอาไว้
“พวกเธอทำได้แน่นอน ฉันสอนทุกอย่างที่จำเป็นให้หมดแล้ว” ดาเซียนาตะโกนให้กำลังใจ
…ถ้าตายไปทั้งแบบนี้ จะเอาหน้าที่ไหนไปขอโทษคุณแม่กับจิบริลกัน…
โคเลทไม่รู้ว่ามันคือแรงฮึดจากความโกรธ ความรู้สึกหวาดกลัวความตาย หรือความรู้สึกที่อยากปกป้องคนสำคัญ เธอรู้สึกถึงกระแสของพลังที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่าง ราวกับหัวใจกำลังสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย พลังใหม่ที่เธอไม่รู้ที่มากำลังเอ่อล้นขึ้นจากภายใน
“โคเลท” ไอสลินน์สัมผัสสิ่งที่ปะทุออกมาจากร่างของโคเลทได้ ไม่เหมือนกับพลังของเธอ ดันเตหรือดาเซียนา
เกราะของไชน์นิงไนท์ที่สลายไปแล้วค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมาใหม่ ทีละชิ้นทีละส่วน เกราะอก ไหล่ แขนทั้งสองข้าง เอว ขาและรองเท้า ไปจนถึงหมวกกลับมาอีกครั้ง รวมไปถึงดาบที่กำลังส่องสว่าง ทุกคนรู้สึกได้ว่ารูปแบบพลังของเธอคล้ายกับพวกฟอลซิไฟเออร์แต่มันกลับเรืองรองเจิดจ้ายิ่งกว่าที่เคยเป็น
“ไม่ใช่แค่พลังของฟอลซิไฟเออร์ มันมีพลังแบบอื่นอยู่ด้วย” ดันเตพึมพำ
“ใช่…” ดาเซียนากระตุกยิ้ม “พลังที่เรียกว่าร้อยวิญญาณยังไงล่ะ”
วิญญาณอาฆาตไม่ได้มองปรากฏการณ์นี้โดยไม่ลงมือขัดขวาง เธอปล่อยมือจากจิบริลและหันมาใช้ทั้งสองมือบีบคอโคเลทในขณะที่พยายามดูดกลืนพลังอีกฝ่ายให้แห้งเหือด แต่น่าประหลาดที่ไม่ว่าจะดูดกลืนมาเท่าไรพลังที่เหลือกลับยิ่งขยายตัวใหญ่มากขึ้น
“ปล่อยมือจากพี่ฉันซะ”
ด้านหลังของวิญญาณอาฆาตมีพลังแบบเดียวกัน พลังของจิบริลก็กำลังตื่นขึ้นด้วยอัตราที่รุนแรงอาจจะยิ่งกว่าพี่สาวของเธอด้วยซ้ำ
สเปซเอกซ์พลอเรอร์มาพร้อมกับอาวุธใหม่ที่เหมือนกับดาบสั้นที่มีคมเป็นเปลวไฟความร้อนสูง จิบริลไม่สนอีร้าค่าอีรม ทันทีที่ดาบก่อตัวขึ้นเสร็จเธอก็ใช้มันเสียบทะลุร่างวิญญาณอีกฝ่ายในทันที
วิญญาณร้ายกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด หนึ่งคือดาบที่แทงทะลุและกำลังเผาไหม้ร่าง อีกหนึ่งคือมือทั้งสองของโคเลทที่จับข้อมือของเธอง้างออก นิ้วทุกนิ้วของโคเลทจมลึกลงไปในผิวซีดขาวของเธอ ความเจ็บปวดที่ไม่น่าหลงเหลือในร่างไร้ชีวิตกำลังย้อนกลับมา
“หวาาา ปีศาจจจ” วิญญาณอาฆาตเผลอหลุดร้องออกมา
“หายไปได้แล้ว” โคเลทว่าพร้อมกับออกแรงบีบเพิ่ม เสียงกระดูกข้อมือของวิญญาณอาฆาตหักดั่งลั่น
“ถ้าพวกแกรู้ว่าฉันต้องเจออะไรมาบ้าง พวกแกจะไม่กล้าทำแบบนี้หรอก มันไม่ใช่ความผิดของฉันซะหน่อยที่ต้องกลายเป็นวิญญาณแบบนี้”
ได้ยินแบบนั้นแววตาของโคเลทเปลี่ยนไปเล็กน้อย แรงกดที่แขนทั้งสองข้างเบาลงอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายแน่ใจว่าหญิงสาวกำลังจะใจอ่อนจึงยิ่งพูดกดดัน
“ฉันก็เคยเป็นเหมือนเธอนั่นแหละ เป็นหญิงสาวธรรมดา ๆ ที่มีอนาคต แต่เพราะเกิดในนิยายแบบนั้น ถูกเขียนชีวิตให้เลวร้าย ถูกคนต่ำช้ารังแกจนกลายเป็นวิญญาณอาฆาต เธอเข้าใจฉันใช่ไหม”
คำพูดเหล่านี้ได้ผลกับโคเลท วิญญาณอาฆาตรู้ว่าถ้าพูดต่ออีกนิดอีกฝ่ายก็จะต้องปล่อยมือ และตอนนั้นเวลาตอบโต้ก็จะมาถึง
ดาเซียนา ดันเตและไอสลินน์ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา พวกเธอไม่ได้เตือนโคเลทว่าอย่าใจอ่อน นั่นก็เพราะพวกเธอรู้นิสัยของคนอีกคนที่อยู่ตรงนั้น คำพูดของวิญญาณร้ายไม่ได้มีผลกับจิบริลเลย
“นั้นมันก็เรื่องของเธอสิ”
ดาบความร้อนที่ยังแทงค้างอยู่ของจิบริลตวัดขึ้น ทะลุผ่าน อก คอ และส่วนหัวของวิญญาณร้าย การโจมตีของจิบริลทำให้โคเลทต้องผละถอยออกไปและเปิดโอกาสให้จิบริลเก็บงานที่เหลืออย่างหมดจด
เธอฟัน ฟัน และฟันซ้ำจนทุกอย่างของวิญญาณร้ายมอดไหม้
“ยายโรคจิต! ทำมาพูดว่าตนเองเป็นเหยื่อทั้งที่ฆ่าคนไม่เกี่ยวข้องไปตั้งขนาดนั้น”