Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 416: คุณแม่
ดาบในมือซ้ายหมุนเข้าฟันใส่คอที่กำลังกลับมาต่อติดกัน ด้วยความยาวที่ยืดออกไปได้อย่างอิสระ ระยะที่ห่างออกมาจึงไม่ใช่ปัญหา ครั้งนี้เธอตัดคออีกฝ่ายขาดได้อย่างหมดจด
เวลาชั่วพริบตาที่รู้สึกไปเองว่าช้าลงกลับมาเร็วเหมือนเดิม โคเลทที่เพิ่งพ้นวิกฤติมาหมาด ๆ ยังไม่ยอมหยุดมือ เธอตั้งหลักบนพื้นได้ ก็กระโดดหมุนตัวราวกับลูกพายุต่อไปพร้อมกับดาบทั้งสองเล่ม ผลลัพธ์คือร่างของปรสิตยักษ์ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กลายเป็นสภาพที่ไม่ว่าจะมีพลังฟื้นตัวเหลืออีกแค่ไหน มันก็ไม่มีทางรอดได้อีกแล้ว
“ดาบแสงของซีวี” ไอสลินน์ที่มองเห็นจากระยะห่างร้องออกมาด้วยความยินดี
หลังจากนั้นก็แทบไม่ใช่การต่อสู้อีกแล้ว อย่างที่คาดเอาไว้ว่าปรสิตยักษ์ทั้งสองตัวคือศูนย์กลางความคิดของปรสิตทั่วไป เมื่อพวกมันถูกโคเลทและดาเซียนากำจัด ปรสิตทั้งหมดในโลกก็สิ้นฤทธิ์
พวกที่เกิดจากไข่อาจแตกต่างออกไปบ้าง มันไม่ได้ตายทันทีเหมือนปรสิตรุ่นพี่ แต่เรื่องนั้นก็ถูกเตรียมการเผื่อไว้แล้วเช่นกัน นี่คือสาเหตุที่ระเบิดถูกนำไปติดตั้งในรัง
สงครามระหว่างมนุษย์กับปรสิตอาจจบลง แต่เรื่องที่โคเลทต้องสะสางยังเหลืออยู่ พวกเธอพักได้เพียงแค่เล็กน้อยก็รีบออกเดินทางไปหารีดัสตามที่นัดกันไว้
ที่ห้องทำงานส่วนตัวของรีดัส โคเลท ไอสลินน์ จิบริลมารวมตัวกันที่นี่ และก่อนที่เธอจะได้ถามคำถามมากมายที่เก็บเอาไว้ ดาเซียนาและดันเตก็ตามมาสมทบ
“ก่อนจะเล่าเรื่อง ช่วยตอบเรื่องนึงก่อนค่ะ คุณแม่ไม่ได้อยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ” จิบริลถามคำถามแรก
“คุณเอเวอลินอยู่ที่ไหน เรื่องนั้นเป็นไม่กี่เรื่องที่ผมก็ตอบไม่ได้ครับ ขอสารภาพตามตรงว่าโปรเจคยูโทเปียของเราก็กำลังพลิกแผ่นดินตามหาตัวเธออยู่เหมือนกัน”
“คุณแม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้คะ”
“ครับ เรื่องนั้นคงต้องเริ่มเล่าตั้งแต่แรก”
รีดัสเริ่มเรื่องของเขา เนื้อหาของเรื่องราวส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่พวกโคเลทเคยรับรู้มาแล้วผ่านภาพที่ดาเซียนาสร้างขึ้น เริ่มตั้งแต่จีดัสหลุดเข้ามาในโลกนี้ ได้รู้จักกับแองจีและกลายมาเป็นพ่อเลี้ยงของรีดัส ไปจนถึงเรื่องของบันทึกของจีดัสที่ทำให้เขามั่นใจว่าโลกนี้เป็นแค่โลกที่ถูกสร้างขึ้น
“จนถึงจุดนี้ ไม่ต่างจากเรื่องที่คุณดาเซียนาบอกเราค่ะ”
“แล้วพวกคุณเชื่อเรื่องที่โลกนี้เป็นโลกนิยายรึยังครับ”
“โลกนิยาย!”
“ใช่ครับ… ที่บอกว่าเป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นก็คือโลกในนิยายนั่นแหละครับ เหมือนกับที่พวกเราเชื่อมาตลอดว่าอะบีสออฟไทม์คือนวนิยายที่แต่งโดยโจนาธาน ลินเคนสตาร์ ความจริงแล้วโลกที่พวกเราอยู่ต่างหากคือนิยายที่ถูกเขียนขึ้นโดยใครสักคน”
“ทำไมถึงสรุปแบบนั้นล่ะคะ แค่เพราะว่าบันทึกของคุณจีดัสสามารถแก้ไขความจริงได้เหรอ”
“เรื่องที่ความจริงสามารถบิดเบือนได้นั่นก็ส่วนนึงครับ เพราะคุณพ่อมาจากโลกข้างนอก สิ่งที่เขาหรือคนที่เขาเกี่ยวข้องเขียนจึงมีผลกระทบรุนแรงกับโลกนี้ นั่นคือเหตุผลข้อหนึ่ง ส่วนอีกข้อก็คือฟอลซิไฟเออร์ที่พากันหลุดมาจากนิยายนี่แหละครับ การที่ของที่ไม่น่าจะมีจริงอย่างฟอลซิไฟเออร์สามารถแทรกแซงโลกเราได้ง่าย ๆ มันก็น่าจะยืนยันได้แล้วว่าโลกของเรากับโลกของนิยายเรื่องอื่นมีสภาพโดยพื้นฐานไม่แตกต่างกัน”
“มันก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปอยู่ดีแหละค่ะ” จิบริลไม่เห็นด้วย “ที่พวกเรายืนยันได้ก็มีแค่ว่าโลกของเราได้รับผลกระทบจากฟอลซิไฟเออร์ได้ง่าย และขอโทษที่ต้องพูดตรงไปตรงมานะคะ เรื่องของคุณพ่อของคุณก็ยังพิสูจน์ไม่ได้เลยว่าโลกที่เขาจากมามีอยู่จริง บางทีมันอาจจะเป็นนิยายอีกเรื่องก็ได้”
“ใช่ครับ มันพิสูจน์ไม่ได้ อย่างน้อยก็จนกว่าจะได้ไปเห็นกับตาตัวเอง” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“นายก็เลยหาวิธีที่จะออกไปจากโลกนี้สินะ” ดาเซียนาแทรก
รีดัสนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นอีกนิด “ใช่ครับ ผมเคยวางแผนจะออกไป ไม่สิ… จนถึงตอนนี้ก็ยังอยากจะออกไปครับ แล้วพวกคุณก็คงรู้อยู่แล้วว่านั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของเดอะเวิลด์”
ดันเตชี้หน้า “ยอมรับแล้วสินะว่านายเองนี่แหละที่เป็นคนกระจายเทคนิคของเดอะเวิลด์ออกไป”
รีดัสส่ายหน้า “ไม่ใช่ฝีมือของคนในยูโทเปียโปรเจคครับ เรื่องนั้นผมยืนยันได้”
“เอาเถอะค่ะ เรื่องนี้เถียงกันไปเถียงกันมาไม่คืบหน้าสักที เรื่องเล่าของคุณรีดัสยังไม่จบใช่ไหมคะ เล่าต่อเถอะค่ะ” โคเลทเข้ามาหยุด
รีดัสเล่าเรื่องต่อจากที่หยุดไว้ หลังจากจีดัสเสียชีวิต เขาก็หมกมุ่นเกี่ยวกับหนทางในการออกไปจากโลกนี้ นอกจากนั้นเขายังเชื่อว่าจีดัสที่มีตัวตนจริงจากข้างนอกอาจยังมีชีวิตอยู่
“ยังมีชีวิตอยู่?”
“ผมพบว่ามีบางกรณีที่การเสียชีวิตในนิยายไม่ใช่การเสียชีวิตจริงครับ บางครั้งที่เสียชีวิตในนิยายเรื่องอื่น คน ๆ นั้นจะถูกเก็บอยู่ในสภาพของข้อมูล และหากทำลายโลกในนิยายเรื่องนั้นจนสูญสิ้นได้ ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้จะได้รับการปลดปล่อยสู่โลกเดิม”
“ทำลาย… นี่นาย” ดันเตได้ฟังถึงตรงนี้ก็เกิดของขึ้น เขาตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของรีดัส
“ในตอนนั้นเองที่ผมพบกับคน ๆ นั้นครับ…” รีดัสไม่ได้สนว่ากำลังจะถูกต่อยเขาเล่าเรื่องต่อหน้าตาเฉย
“ปล่อยให้เขาเล่าต่อให้จบเถอะค่ะ” โคเลทเข้าไปห้ามดันเต
“คน ๆ นั้นที่ว่าหมายถึง คุณแม่สินะคะ” จิบริลพยายามปะติดปะต่อเรื่อง
“เรื่องหลังจากนี้ให้ฉันเล่าต่อแทนดีกว่า”
เสียงปริศนาดังก้องจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ทุกคนแน่ใจว่าต้นเสียงไม่ใช่เสียงจากห้องใดห้องหนึ่งในอาคาร แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากข้างนอกโดยตรง และอาจจะเป็นเสียงที่สามารถได้ยินกันทั้งเมือง
พวกเขาตัดสินใจออกมาข้างนอกเพื่อมองหาที่มาของเสียง เป็นการตัดสินใจตามสัญชาตญาณที่ชาญฉลาด เพราะทันทีที่คนสุดท้ายก้าวขาพ้นออกมาจากตัวอาคาร ลำแสงขนาดยักษ์ก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้า ตึกทั้งตึกตกอยู่ภายใต้ขอบเขตของแสงนั้น
เพียงชั่วพริบตาตำแหน่งที่เคยเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของยูโทเปียโปรเจคก็เหลือเพียงแค่เศษซาก มันคือการโจมตีประหลาดที่พวกเขาไม่คิดว่ามีอาวุธชนิดไหนของมนุษย์ที่สามารถทำได้
โคเลทและพวกรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ทุกคนปลอดภัยดีแต่ก็ได้แผลมาคนละเล็กน้อย มีคนเดียวเท่านั้นที่เจ็บหนักจากการโจมตีเมื่อครู่คือรีดัสที่อยู่รั้งท้าย เขาลงไปนั่งกับพื้น เลือดไหลออกมาตามจุดต่าง ๆ แต่ก็ยังครองสติไว้ได้
บนท้องฟ้า ร่าง ๆ หนึ่งลอยอยู่ เธอคือเจ้าของการโจมตีที่เกือบจะปลิดชีวิตทุกคน ร่างงามค่อย ๆ เคลื่อนลงมาช้า ๆ แม้โคเลทและจิบริลจะคุ้นตา แต่พวกเธอรู้สึกราวกับกำลังมองเทพธิดาจุติลงมาเกิดจากสวรรค์
“คุณแม่” โคเลทและจิบริลพึมพำขึ้นเกือบจะพร้อมกัน