Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 419: ค่ำคืนกลางป่าสองต่อสอง
พวกเขาพูดคุยปรึกษากัน อัลโตประเมินแล้วว่าพวกเขายังอยู่ในระยะที่ปลอดภัย ไม่ว่าต้นเสียงจะเป็นอะไรก็ตามมันไม่ได้กำลังตรงมาทางพวกเขา แต่เวเนไม่สามารถเพิกเฉยกับต้นเสียง เธอยังคิดว่ามันมีโอกาสอ้อมไปเฉียดหมู่บ้านได้
“พวกนายห้าคนกลับไปคุ้มกันที่หมู่บ้าน ฉันกับอัลโตจะแวะข้างทางนิดหน่อยแล้วค่อยไปเมืองหลวงต่อเลย” โซนาตาออกคำสั่งกับพวกอีลิทไฟว์
“ห้าคน?” เอเวอลินท้วง เธอประเมินแล้วว่าการย้อนกลับไปหมู่บ้านพร้อมอีลิทไฟว์ปลอดภัยกว่า
“อะไรล่ะ กลัวเหรอ” โซนาตาฉีกยิ้มอย่างนึกสนุก
“ไม่ได้กลัว”
“แต่ฉันอยากให้เธอกลัวนะ พวกเรากำลังจะกระโดดเข้าสู่อันตราย คนที่ไม่รู้จักความกลัวเนี่ยมักจะตายก่อน”
“คุณมีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของฉันที่เป็นเจ้าหน้าที่ของจักรวรรดิไม่ใช่เหรอคะ”
“ฉันไม่ให้เธอเป็นอะไรไปหรอก แต่จะเตือนให้ระวังตัวเอาไว้ แถวนี้มันห่างจากยานไกลโข สัญญาณก็อาจจะขาดหายไปได้ทุกเมื่อ เธอคงไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นใช่ไหม”
“คุณขู่ฉันเหรอคะ” เอเวอลินเริ่มสงสัยตัวเองว่าทำไมถึงเคยคิดว่าชายคนนี้มีเสน่ห์ไปได้ ตอนนี้เธอคิดว่าเขามันคนบ้าชัด ๆ
เอเวอลินรู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายอ่านความรู้สึกได้ เขาตั้งใจแกล้งเธอเพราะข้อมูลที่รีดัสตั้งมาให้ ส่วนเธอพยายามอย่างมากที่จะไม่เล่นไปตามเกมของเขา แต่มันไม่ง่ายเลย
…แมนโทเดียวาสออกมาเมื่อไหร่ หมอนี่ต้องปล่อยให้เราตายแน่นอน…
ความหวังของเอเวอลินมีแค่สองอย่าง หนึ่งคือรีดัสจะดึงเธอกลับไปสู่โลกแห่งความจริงก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น หรือไม่โลกที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความฝัน ต่อให้ถูกฆ่าตายในนี้เธอก็แค่ตื่นขึ้น
เพราะความสมจริงเกินไปนี่แหละที่ทำให้เอเวอลินกังวล แค่ระหว่างเดินทางมาถึงที่นี่เธอได้รับรู้ความเจ็บปวดจากการฝืนเร่งเดินทางมาแล้ว เธอไม่กล้าจินตนาการว่าหากเป็นการถูกทำร้าย ความเจ็บจากบาดแผลเหล่านั้นมันจะส่งผลได้ขนาดไหน
เธอตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เป็นความกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต
“นี่รีบเดินหน่อยสิ”
“ระ รู้แล้วน่า” เสียงเอเวอลินไม่ชัดเจนฉะฉานเหมือนเดิม
“เดินแบบนี้ไม่ถึงไหนซะที” โซนาตาถอนหายใจ ก่อนจะเข้าไปคว้าตัวเอเวอลินไว้
“จะทำอะไรน่ะ”
“อยู่นิ่ง ๆ สิ จะดิ้นทำไมเนี่ย ไม่เอาไปฆ่าหรอกน่า”
“ปล่อยนะ ไอ้บ้านี่”
“กล้าดีนี่หว่า เรียกผู้บัญชาการว่าไอ้บ้า” โซนาตาแสยะยิ้มขณะที่ยกร่างเอเวอลินขึ้นสะพายไหล่ราวกับเป็นสัมภาระชิ้นหนึ่ง
“ถ้าไม่ปล่อยล่ะก็ จะโดนด่ามากกว่านี้แน่ อ๊ะ! นั่นจับโดนที่ไหนกันยะ”
เอเวอลินโวยวายอยู่ครู่ใหญ่ ความรู้สึกโกรธโซนาตาทำให้เธอลืมความกลัวไปชั่วขณะ กว่าที่เธอจะกลับมาตั้งสติได้ว่าภัยอันตรายกำลังมาถึง สิ่งนั่นก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
ร่างใหญ่ยักษ์ของสัตว์ประหลาดสูงหลายสิบเมตรเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน คล้ายกับปรสิตยักษ์ที่โคเลทเคยรับมือ เจ้าสิ่งนี้สามารถพ่นของเหลวที่นอกจากจะมีความร้อนสูงมันยังรุนแรงจนทำให้ป่ารอบ ๆ วายวอดได้พริบตา
ชื่อของมันคือแมนโทเดียวาส สัตว์ประหลาดที่เป็นส่วนผสมของต้นไม้และแมลง มันเป็นสัตว์ประหลาดที่เคยสร้างปัญหาให้กับดินแดนแถบนี้มาตั้งแต่ยุคโบราณ
แมนโทเดียวาสมีพิษสงรอบด้าน นอกจากตัวใหญ่ เร็วจนสายตาคนธรรมดาแทบมองตามไม่ทัน มันยังสามารถร่ายเวทได้อีกด้วย
…ทีลัมราโด…
เวเนร้องดังลั่นป่า เธอพยายามอธิบายว่าเวทมนตร์ที่แมนโทเดียวาสร่ายอันตรายขนาดไหน แต่โซนาตากับอัลโตไม่ได้สนใจรายละเอียดนัก
โซนาตายอมวางเอเวอลินลงกับพื้น เขากำชับกับเธอว่าให้รออยู่ตรงนั้น ขณะที่เขาและอัลโตจะจัดการกับเจ้าร่างยักษ์นี่เอง
สองหนุ่มสู้กับศัตรูที่ใหญ่ยักษ์กว่าหลายเท่าได้อย่างเหนือชั้น ความสูงใหญ่หลายสิบเมตรไม่ใช่อุปสรรคสำหรับไซเลนเซอร์ โซนาตากระโดดครั้งเดียวขึ้นไปอยู่ในจุดที่สามารถคว้าหัวของแมนโทเดียวาสติดมือมาได้
การต่อสู้ไม่ได้จบลงง่ายดายเช่นนั้น แมนโทเดียวาสตัวนี้ไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาดตามธรรมชาติ แต่เป็นอันเดดที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยเฮอร์มิตนอกคอกคนหนึ่ง แม้จะถูกยิงจนพรุน แม้จะถูกโซนาตาเด็ดหัวออกมา มันก็ยังลุกขึ้นมาใหม่ได้ไม่รู้จักจบจักสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นคนหัวดีขนาดไหน เมื่ออยู่ในสภาพกดดันและเหนื่อยล้า การตัดสินใจที่เฉียบคมก็อาจทื่อลงอย่างไม่น่าเชื่อ เอเวอลินกลัวว่าตนจะถูกลูกหลงจากการต่อสู้ ไม่ก็ถูกโซนาตาเล่นงานหลังจากนี้ เธอตัดสินใจออกวิ่งโดยไม่สนใจเสียงตะโกนเรียกที่ไล่หลังมา
“ยายบ้านั่น! ทำไมวิ่งไปคนเดียวแบบนั้น” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ข้าจะไปตามให้เอง” เวเนทำท่าจะออกวิ่งตามไป
“อย่า! เดี๋ยวจะพลัดหลงกัน ที่สำคัญเราต้องจัดการกับเจ้านี่ก่อน ขืนมีตัวแบบนี้ไล่หลังมันจะยิ่งอันตราย”
หลังจากนั้นก็เป็นเหตุการณ์เดียวกับนิยายไม่มีผิด โซนาตาและอัลโตหาวิธีฆ่ามันไม่ได้ ส่วนเวเนที่เป็นผู้เดียวที่ใช้เวทได้ก็ไม่ได้มีเวทศักดิ์สิทธิ์ที่จัดการศัตรูได้อย่างเด็ดขาด สองหนุ่มตัดสินใจยื้อมันไว้จนกว่าจะถึงเวลาเช้าในอีกหลายชั่วโมงข้างหน้า แต่ก็ต้องเปลี่ยนแผนเมื่อเวเนแสดงพลังของเธอออกมา เธอมีเวทที่หยุดการเคลื่อนไหวของแมนโทเดียวาสได้โดยแลกกับตนก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วย
“กว่าจะเช้าต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง เจ้าตัวที่ปลุกแมนโทเดียวาสขึ้นมายังอยู่แถว ๆ นี้ ดังนั้นนายต้องคุ้มกันเวเนเอาไว้” โซนาตาฝากฝังกับเพื่อน
“จะไปช่วยผู้หญิงคนนั้นสินะ”
“ช่วยไม่ได้นี่นา” โซนาตายักไหล่ “ยังไงก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่ขึ้นตรงกับจักรวรรดิ จนกว่าพวกเราจะแยกตัวออกมาก็คงต้องดูแลเธอไปก่อน”
อัลโตหัวเราะเบา ๆ เหมือนรู้ทัน โซนาตาที่เขารู้จักไม่ได้มีปัญหากับการฆ่าคนที่อาจเป็นศัตรู แต่ในทางตรงกันข้ามเขาก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำที่ปล่อยให้คนตายโดยไม่ยื่นมือเข้าไปสอด
“ยังไงก็ระวังตัวด้วย ผู้หญิงคนนั้นประหลาด”
“แน่สิ แองจีเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ฉันสร้างขึ้นแยกออกมาจากโปรแกรมเอไอหลักของดูมแองเจิล มันไม่ควรที่เธอจะมีข้อมูลอะไรที่ฉันไม่รู้ แต่อยู่ ๆ ยายเอเวอลินอะไรนี่ก็โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป จะให้เชื่อใจคนน่าสงสัยแบบนั้นได้ยังไงเนอะ”
หลังจากคุยกับอัลโตจบ โซนาตาจึงแกะรอยตามเอเวอลินไป ชุดทหารของเอเวอลินเป็นรุ่นที่มีเอ็กโซสเกลเลตันช่วยเสริมแรง มันทำให้เธอแข็งแรงกว่าคนทั่วไป แต่โซนาตาคิดว่าแค่นั้นอาจไม่มากพอที่จะช่วยให้เธอเอาชีวิตรอดในโลกที่มีสัตว์ประหลาดแบบซีนได้
ยิ่งตามรอยไปโซนาตาก็ยิ่งเริ่มกังวล เอเวอลินถูกตัวอะไรบางอย่างไล่ มันทำให้เธอวิ่งสะเปะสะปะยิ่งกว่าเดิม แล้วเลวร้ายจนถึงที่สุดเมื่อร่องรอยสุดท้ายของเธอหายในลำธารที่ไหลเชี่ยวกราก
“เฮ้ย ไม่ใช่ว่าตกลงไปในลำธารนี้นะเฟ้ย”
ห่างออกไปจากจุดนั้น เอเวอลินกำลังนอนขดตัวอยู่ในโพรงแห่งหนึ่ง เธอได้พบกับความโหดร้ายของหนึ่งในป่าที่อันตรายที่สุดในโลกอย่างเต็มเปา เกือบจะในทันทีที่แยกออกมาจากกลุ่ม เธอก็ถูกสัตว์ประหลาดที่คล้ายตัวแรดจู่โจม เธอตัดสินใจกระโดดข้ามหินเพื่อข้ามไปลำธารอีกฝั่งแต่ก็ร่วงลงมาและถูกน้ำพัดมาไกล
แม้จะโชคดีที่การตกน้ำไม่ได้ทำให้เธอถึงฆาต แต่หลังจากตะเกียกตะกายกลับขึ้นมาได้ไม่นาน เธอก็ประสบเคราะห์กรรมซ้ำซ้อนทำให้ร่วงลงแบบนี้
“สูง” เอเวอลินแหงนมองขึ้นด้านบน ถึงป่าจะค่อนข้างมืดแต่เธอก็พอมองเห็นได้ว่าหลุมที่เธอตกลงมามันสูงไม่ใช่น้อย นี่คือเหตุผลที่กระดูกขาข้างหนึ่งถึงกับทะลุออกมา
“กลับไปได้เมื่อไหร่ จะต้องฆ่าเจ้ารีดัสนั่นให้ได้” ถ้ารีดัสได้ยินสิ่งที่เธอพึมพำออกมา เขาต้องขนลุกอย่างแน่นอน
ในความมืดของป่า ในหลุมลึกที่ต้องอยู่ตามลำพัง จินตนาการของเอเวอลินเตลิดไปไกลอย่างหยุดไม่อยู่ ทั้งที่โลกของอะบีสออฟไทม์เป็นนิยายที่เธอหลงใหล แต่การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นั้นน่ากลัวจนทำให้คนแข็งกระด้างแบบเธอยังต้องตัวสั่น
เอเวอลินหวนคิดถึงเรื่องต่าง ๆ มากมาย รู้สึกโกรธเกลียดโซนาตาที่เธอโทษว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ตรงนี้ วนเวียนสงสัยถึงเรื่องที่หากตายในนี้จะได้กลับออกไปสู่โลกความจริงหรือไม่ และนึกถึงบรรดาผู้คนที่เธอรู้จักข้างนอก
น้ำตาที่ไม่เคยไหลตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวน้อยรื้นขึ้นขอบตา มันไม่ได้มาจากความเจ็บปวดทางกายแต่มาจากความจริงที่เธอตระหนักได้ มันจะมีใครรอเธออยู่หรือไม่นะ
“นั่นสิ ก็เราร้ายกาจกับทุกคนเลยนี่” เอเวอลินนึกภาพลูกน้องหรือแม้แต่คนในวงการที่เธอเคยทำตัวไม่ดีใส่ หากคนเหล่านี้รู้ว่าเธอตายพวกเขาคงจะสมน้ำหน้าเธออย่างแน่นอน
การตายอย่างโดดเดี่ยว มันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ สติของหญิงสาวกำลังค่อย ๆ เลือนหายไป
“ตกน้ำตกท่ายังคิดว่าหาตัวยากไม่พอเหรอ ถึงได้มาตกหลุมอะไรนี่อีก” เสียงคุ้นหูดังมาจากทิศทางของปากหลุม เอเวอลินพยายามลืมตาขึ้นมองแต่เธอไม่มีเรี่ยวแรงและยังคิดว่าอาจจะเป็นแค่ความฝัน
เธอรู้สึกเจ็บเหมือนกับถูกฉีดยาชา ในความฝันซ้อนฝัน โซนาตากำลังจัดกระดูกของเธอให้เข้าที่ เขากำลังปฐมพยาบาล จากนั้นก็แบกเธอขึ้นไหล่และปีนกลับขึ้นมาจากหลุมลึกได้ราวกับมันเป็นเรื่องง่ายดาย
อีกไม่นานยามเช้าก็จะมาถึง แต่โซนาตาก็ตัดสินใจก่อกองไฟขึ้นมาเพื่อไล่อากาศหนาว
“เฮ้อ เปียกหมดเลยแฮะ ทำไงดีนะ”
“อย่ามายุ่งกับเสื้อผ้าของฉัน”
“ตื่นแล้วเรอะ ดูเหมือนจะมีไข้นิด ๆ ด้วย แต่ฉันฉีดยาเร่งการฟื้นสภาพให้แล้ว ทั้งขาและไข้เดี๋ยวก็ดีขึ้น แต่อย่านอนทั้งเปียก ๆ แบบนั้นจะดีกว่านะ ถอดมาเดี๋ยวจะเอามาตากให้”
“ถอดแล้วฉันจะใส่อะไร”
“อยู่กลางป่าแบบนี้ไม่มีคนอื่นเห็นหรอกน่า”
“ตาบ้า! ก็นายยังไงที่เห็น หรือจะบอกว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษถึงฉันโป๊อยู่ก็จะไม่ดู”
“หลงตัวเองชะมัดเลยเธอเนี่ย เออ ก็ใช่แหละ สวยขนาดนี้ถ้าโป๊อยู่แล้วไม่ชื่นชมก็เสียมารยาทใช่ไหมล่ะ”
“บ้า!” เอเวอลินหน้าแดงก่ำ