Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 58: ปีศาจโครงกระดูกยักษ์
ข่าวลือในเนเธอร์เวิลด์กระจายไปเร็วเกินคาด ก่อนที่จะถึงเมือง พวกโซนาตาก็ได้รับการต้อนรับอันไม่น่าอภิรมย์จากทหารของกลาเซีย ทหารกลุ่มนี้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับพวกยักษ์ในเรื่องเล่าที่หลายคนเคยได้ยิน พวกเขาตัวใหญ่กว่ามนุษย์ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าถมึงทึงมีเขี้ยวโค้งงอกจากปาก
เหล่าชาวยักษ์โจมตีทันทีที่มองเห็น ดีวานพยายามสื่อสารแต่ก็ไม่เป็นผล สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การโจมตีเพื่อปกป้องตัวเองหรือความเข้าใจผิด พวกเขาได้รับมอบหมายคำสั่งมาให้กำจัดพวกโซนาตา
“ฆ่าพวกมันให้หมด ไม่งั้นท่านกลาเซียเอาตายแน่” ยักษ์ตนหนึ่งตะโกน มันเป็นภาษาประหลาดแต่มีโครงสร้างภาษาคล้ายภาษากลาง เครื่องแปลภาษาในชุดของโซนาตาและอัลโตจึงสามารถแปลให้ฟังได้ในทันที
เผ่ายักษ์แข็งแกร่งกว่าพวกอันเดดที่พวกโซนาตาเคยประมือมาก่อน พวกมันแต่ละตัวมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะป่นภูเขาหินกลายเป็นผุยผงด้วยมือเปล่า
แต่ฝ่ายโซนาตาเองก็ตอบโต้กลับไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ ตัวเขาและอัลโตพบว่าฝีมือที่เคยขึ้นสนิมของทั้งคู่กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่ ส่วนดีวานเองก็ก้าวข้ามขอบเขตของมนุษย์ออกไปทุกที
หากมองเปรียบความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตโดยเทียบกับเกม โซนาตามองว่าผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่เคยได้รับการฝึกฝนการต่อสู้จะมีเลเวลอยู่ประมาณ “ห้า” เท่านั้น สำหรับทหารชั้นนายกองก็อาจจะถึง “สิบ” และพวกที่ไปถึงขั้นแม่ทัพหรือคนที่ฝึกฝนอย่างหนักก็จะไปจนถึง “สามสิบ” ได้
ต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ไหน เมื่อประเมินโดยประมาณ มนุษย์มักไปได้ไม่ไกลเกินระดับ “ห้าสิบ” เรียกว่านั่นคือกำแพงสำหรับมนุษย์ แต่ในประวัติศาสตร์ของซีนเองก็เคยมีวีรชนมากมายที่เลยขีดจำกัดนั้น โซนาตาไม่เคยเห็นกับตาแต่เขาเคยได้ยินเรื่องร่ำลือเกี่ยวกับมนุษย์ที่มีสายเลือดเทพอย่างเข้มข้น เขาประเมินไว้ว่าคนเหล่านี้อาจจะมีระดับสูงเกินกว่าห้าสิบจนอาจไปแตะที่ระดับหนึ่งร้อย
และตอนนี้ดีวานผู้มีสายเลือดเทพไหลเวียนในร่างกำลังเกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โซนาตาประเมินว่าเขาอยู่ระดับราว ๆ หกสิบแล้ว และความสามารถจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมากระหว่างการต่อสู้ในเนเธอร์เวิลด์
“ดีวานเลเวลหกสิบสอง เวเนสามสิบสอง เจเนวีฟยี่สิบหก” เครื่องมือตรวจวัดเลเวลที่โซนาตาสร้างกำลังคำนวณระดับของแต่ละคน ดีวานอยู่ในขั้นที่เหนือมนุษย์ไปแล้ว แต่ที่น่าตกใจกว่าคือเลเวลของเจเนวีฟเองก็พุ่งพรวดขึ้นมาภายในเวลาสั้น ๆ จนเกือบเท่ากับเวเนที่ฝึกฝนตัวเองมาตั้งแต่เด็ก
ส่วนพาลาดินและนักรบเคออสเองถือว่าไม่ธรรมดา พวกเขาทุกคนอยู่ในค่าเฉลี่ยสามสิบต้น ๆ ถ้าที่นี่ไม่ใช่เนเธอร์เวิลด์ พวกเขาคงไม่ถูกเล่นงานสะบักสะบอมแบบนี้แน่นอน
โซนาตาเหลียวมองเพื่อนสนิทอย่างอัลโต ค่าเฉลี่ยเลเวลของไซเลนเซอร์คือหนึ่งร้อยปลาย ๆ โปรแกรมของโซนาตาตีค่าเลเวลของอัลโตไว้ที่หนึ่งร้อยแปดสิบซึ่งโซนาตาเชื่อเป็นการส่วนตัวว่าเพื่อนของเขาคงจะดันทะลุเลเวลขึ้นไปมากกว่านี้ไม่ได้มากแล้ว
ตัวเลขเหล่านี้อาจจะบอกความเก่งกาจไม่ได้ทั้งหมด ในการต่อสู้จริงยังมีเรื่องทักษะ ความได้เปรียบเสียเปรียบอื่น ๆ ที่ยากจะตีค่าเป็นตัวเลข และแม้ว่าจะเอาเลเวลมาบวกกันตรง ๆ ก็ไม่สามารถประเมินความเหลื่อมล้ำในการต่อสู้เป็นกลุ่มได้ เลเวลห้าสองคนไม่ได้หมายความว่าจะมีความแข็งแกร่งเท่ากับสิบหนึ่งคน ยิ่งตัวเลขเหล่านี้ห่างกันความแตกต่างของพลังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ถ้าจะเปรียบให้ชัดเจนขึ้นอีกนิด อย่างอัลโตซึ่งมีเลเวลถึงร้อยแปดสิบสามารถเอาชนะทหารเลเวลสิบหลายพันหลายหมื่นคนได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เลเวลจึงอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญจนละเลยไปไม่ได้
…เราเองก็ต้องเก่งขึ้นกว่านี้…
เขานึกถึงตอนที่เอาชนะมาร์เคลอย่างยากลำบากทั้งที่ตนมีเลเวลสูงกว่ามาก ในโลกที่อันตรายแบบนี้เขาจะทำเป็นเล่นแบบเดิมไม่ได้
แม้จะระวังตัวจนถึงที่สุดแต่การต่อสู้ครั้งนี้ก็จบลงโดยที่ต้องสังเวยชีวิตทหารไปถึงสามราย มีเพียงคนเดียวจากสามคนที่สภาพศพสมบูรณ์พอที่จะใช้คาถาคืนชีพได้ อีกสองรายสูญเสียอวัยวะสำคัญไปกับความเย็นจัดอีกทั้งคาถาชุบของพวกพาลาดินก็ไม่ได้แข็งแกร่งพอ
“เสียพาลาดินและนักรบเคออสไปอีกอย่างละหนึ่ง” ดีวานรายงานความเสียหาย
“ไปกันต่อเถอะ เชอรีสอยู่ข้างหน้านี่เอง” โซนาตาตบไหล่ดีวานและกวาดตามองให้กำลังใจทหารอีกหลายราย เขารู้ว่าไม่ใช่เวลาที่ดี แต่ทุกคนจะมามัวแต่เศร้าอยู่ไม่ได้
ทั้งยี่สิบเอ็ดชีวิตรุดหน้าไป พวกเขาตามไปจนพบกับเชอรีสอย่างที่คาดไว้ ร่างจิ้งจอกของเธอใหญ่ขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่พบ ไฟห่อหุ้มกายนั้นโหมร้อนรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ซ้ำยังมีหางเพิ่มมาอีกหนึ่งหาง
“กลายเป็นสองหางแล้ว” อัลโตกัดฟันกรอด เขาไม่ได้คิดไปเองว่าเธอแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง และถึงคราวนี้จะมีโซนาตาอยู่ด้วยก็ใช่ว่าจะจับเธอกลับไปได้ง่าย ๆ
แล้วความหวังก็ยิ่งริบหรี่ลงอีก เมื่อปีศาจกลุ่มใหม่ปรากฏตัวขึ้น ผู้นำของมันคือปีศาจโครงกระดูกร่างยักษ์ มันใหญ่โตยิ่งกว่าเผ่ายักษ์น้ำแข็งที่พวกเขาเพิ่งจบสิ้นการต่อสู้ด้วยเมื่อครู่
“ข้าคือบิ๊กโบนแห่งโคลดาเรีย ข้ามารับว่าที่ราชินีของพวกเราแล้ว” ปีศาจร่างยักษ์ตะโกนก้อง เสียงของมันดังจนกลบทุกเสียงในบริเวณนั้น
“บิ๊กโบน” เจเนวีฟคิ้วกระตุก เธอเคยเห็นชื่อนี้ในหนังสือประวัติศาสตร์ตอนที่ช่วยโซนาตาหาข้อมูลของประตูนรก ถ้าเธอจำไม่ผิดเขาจะเป็นปีศาจที่อยู่มาตั้งแต่ยุคสงครามซีนครั้งที่สาม
“โคลดาเรียงั้นเหรอ นึกว่ารูปร่างแบบนี้จะเป็นเรวาเรนท์ซะอีก” พาลาดินคนหนึ่งวิจารณ์ต่อหน้า
“หุบปาก” บิ๊กโบนโกรธขึ้นมาทันที เขากระทืบพาลาดินผู้น่าสงสารจนแหลกเละคาเท้า “อย่าเอาข้าไปรวมกับพวกอันเดด ข้าเกิดมาก็เป็นแบบนี้เลย”
ดีวานเองก็โกรธจัดเมื่อเห็นทหารฝ่ายตัวเองถูกเล่นงาน พาลาดินคนที่เพิ่งตายไปเป็นทั้งรุ่นน้องและเคยสังกัดอยู่กับเขา ดีวานไม่ได้แค่รู้จักตัวพาลาดินคนนี้ เขายังรู้จักไปถึงภรรยาและลูกของอีกฝ่ายด้วย
เพลิงสีดำห่อหุ้มฟราคาเรียนเอาไว้ เขาสะบัดคลื่นดาบที่ถูกฉาบด้วยความมืดออกไป ลูกน้องของบิ๊กโบนหลายตัวที่อยู่ในวิถีการโจมตีถ้าไม่ถูกฟันจนขาดเป็นสองส่วนก็จะถูกไฟแห่งความมืดเผาทั้งเป็นอย่างน่าสยดสยอง
“แก! ไอ้เลวนี่ อย่ามายุ่งกับลูกน้องของข้านะ” บิ๊กโบนเองก็ไม่ต่างกัน การเห็นลูกน้องตายต่อหน้าทำให้มันสติขาดผึง
“ฉันจะช่วยดีวานเอง ทุกคนตามเชอรีสไปซะ” อัลโตไม่มีทางเลือก เขารู้ดีว่างานของโซนาตาจะยากขึ้นหากขาดเขาไปอีกคน แต่บิ๊กโบนและลูกน้องไม่ใช่ปีศาจที่สามารถรับมือได้ง่าย เขาจำเป็นต้องช่วยดีวานอีกแรง
เมื่อได้ทั้งสองช่วยเปิดทาง โซนาตาก็พาทุกคนฝ่าวงล้อมออกมาได้ เชอรีสไม่ได้สนใจพวกเขานัก เธอจ้องไปทางทิศเหนือจากนั้นก็ออกวิ่งไปด้วยความเร็วสูง
“จับให้ได้” โซนาตาตะโกนบอกทุกคน
ลูกน้องของบิ๊กโบนต่างก็เป็นปีศาจที่แข็งแกร่ง พวกมันหลายตัวมีเลเวลอยู่ในระดับเดียวกับดีวานด้วยซ้ำ แต่ดีวานก็ยังได้เปรียบกว่ามาก เขามีทั้งธาตุไฟและธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่ค่อย ๆ ฟื้นกลับมาใช้งานได้สนับสนุนการโจมตีให้ส่งผลรุนแรง ในขณะที่ธาตุมืดของเขาเองก็ช่วยลดทอนความเสียหายจากศัตรูที่ใช้ธาตุมืดเช่นกัน
ในขณะที่กำลังต่อสู้โดยเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย ดีวานแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โปรแกรมคำนวณเลเวลที่โซนาตาใส่เพิ่มเข้าไปในชุดของอัลโตพบว่าตอนนี้ระดับเลเวลเพิ่มขึ้นมาอีกสิบระดับหลังจากฆ่าลูกน้องบิ๊กโบนจนหมดเกลี้ยง
“แก! ไอ้ขี้ขลาด เล่นงานแต่ลูกน้องที่น่ารักของข้า” บิ๊กโบนโมโหจนเสียงเปลี่ยน ฟังไม่ออกว่ามันคือเสียงของความโกรธหรือเสียงเหมือนจะร้องไห้
“เดี๋ยวแกก็จะได้ไปอยู่กับลูกน้องแล้ว” ดีวานใช้ดาบชี้หน้า
แต่มันไม่ง่ายเหมือนคำพูด บิ๊กโบนทั้งที่ร่างใหญ่โต มันกลับรวดเร็วคล่องแคล่วยิ่งกว่าปีศาจตัวไหน ๆ ที่พวกเขาเคยเจอ ร่างกายที่เหมือนโครงกระดูกก็ไม่ได้แตกหักง่ายดาย มันแข็งราวกับเหล็กกล้า นอกจากการโจมตีของอัลโตที่ส่งผลไปถึงโครงสร้างภายในแล้วก็แทบไม่มีอะไรที่สะกิดมันได้เลย
“แบล็คเฟลม” ดีวานสะบัดเพลิงดำออกใส่ เขาแน่ใจว่าเพลิงที่ไม่มีทางดับตราบใดที่มีความชั่วร้ายเป็นเชื้อเพลิง จะสามารถปราบมันได้
บิ๊กโบนเองก็รู้สึกถึงอันตรายของเพลิงสีดำ มันจึงไม่อยู่นิ่งให้เขาโจมตี ร่างยักษ์ที่สูงราวตึกสิบชั้นเบี่ยงหลบไปมาอย่างคล่องแคล่ว
ยิ่งปะทะกันนานพวกเขาต่างก็เริ่มยอมรับว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ศัตรูที่จะสามารถล้มได้โดยไม่ทุมสุดตัว หากจะตัดสินให้แตกหักพวกเขาต้องสู้แบบพร้อมจะตายกันไปข้าง
…เจ้าคนใช้ไฟนั่นอันตรายก็จริง แต่ปัญหาคืออีกคนที่ยืนคุมเชิงอยู่…
บิ๊กโบนมีประสบการณ์ต่อสู้มามาก แม้เขาจะไม่มีโปรแกรมคำนวณเลเวลแบบเดียวกับอัลโต เขาก็พอคาดเดาได้ว่าอัลโตมีระดับที่สูงกว่าดีวานมาก เขายังไม่รีบร้อนไม่บุ่มบ่ามบุกเข้ามาด้วยเหตุผลเดียว คือเขารู้ว่าบิ๊กโบนมีไพ่เด็ดซ่อนอยู่จึงเลือกเฝ้ามองและเตรียมรับมือแทนที่จะโหมโจมตีเข้าใส่พร้อมกัน
ต่อให้เป็นพวกที่ใช้สัญชาตญาณมากกว่าสมองแบบบิ๊กโบนก็ตระหนักดีว่าเขากำลังเสียเปรียบ ทางเลือกของเขามีเพียงใช้ไม้ตายที่อีกฝ่ายไม่รู้จักและหวังว่ามันจะฆ่าคนใดคนหนึ่งได้ หรือไม่ก็ถอยไปตั้งหลักก่อน
เขาเลือกอย่างแรก บิ๊กโบนอ้าปากกว้าง จากนั้นเขาก็คายบางอย่างออกมา มันคือโครงกระดูกที่ขดตัวอยู่ในรูปทรงกลม ของแบบเดียวกันนี้ถูกปล่อยออกมาถึงสามลูก
ลูกบอลโครงกระดูกค่อย ๆ ขยับคลายตัว ร่างที่แท้จริงของมันคือสัตว์ประหลาดโครงกระดูกที่เหมือนกับเป็นการผสมผสานกระดูกของสิ่งมีชีวิตหลายแบบ หัวเหมือนกะโหลกสุนัข มีกระดองเหมือนเต่า มีกระดูกแขนและขาของหมี และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ดีวานและอัลโตก็ไม่แน่ใจว่ามันมาจากอะไรอีกบ้าง
“ระวัง…” ดีวานพูดไม่ทันจบประโยค หนึ่งในนั้นก็ตวัดกรงเล็บเข้าใส่ เรี่ยวแรงของตัวประหลาดมีมากกว่าลูกน้องอื่น ๆ ของบิ๊กโบนที่เขาเพิ่งกวาดล้างไป มันทำให้ดาบของเขาที่เอาเข้าไปรับเกือบพลัดหลุดมือ
อัลโตสังหรณ์ว่าพวกนี้เป็นแค่นกต่อ แกร่งไม่พอที่จะทำให้บิ๊กโบนกลับมาได้เปรียบ เขาพบว่าบิ๊กโบนกำลังกินซากศพลูกน้องตัวเองในระหว่างที่ให้พวกนี้มาถ่วงเวลา
เมื่อบิ๊กโบนกินกระดูกเข้าไป เขาสามารถจัดโครงสร้างในร่างของเขาใหม่ และเมื่อผสานกับวิชาเนโครแมนซีที่เขาเคยเรียนมาจากเจ้านายเก่า เขาก็ใช้วิธีนี้สร้างกองกำลังของตัวเองออกมาได้เรื่อย ๆ
โครงกระดูกประหลาดตัวใหม่ถูกคายออกมา มันมีขนาดพอ ๆ กับสามตัวแรก แต่รูปร่างผิดเพี้ยนไป อัลโตเดาว่าเพราะลูกน้องของเขาคือปีศาจคนละประเภทกับโครงกระดูกที่เขาสำรองเอาไว้
ดีวานทุ่มเทพลังทั้งหมดสู้ เขาทั้งเหวี่ยงดาบและสาดเวทมนตร์ไปทั่วโดยไม่กลัวว่าจะถึงขีดกำจัด ส่วนหนึ่งที่เขากล้าทำขนาดนี้เพราะมีสมุนไพรฟื้นฟูเวทสำรองไว้เยอะ นอกจากนั้นคือเขาไม่ได้สู้อยู่ตามลำพัง เขามั่นใจว่าต่อให้ตนเองถูกฆ่า อัลโตก็จะสานต่องานที่เหลือได้อย่างแน่นอน
ความบ้าระห่ำของดีวานแม้แต่บิ๊กโบนยังรู้สึกได้ อีกฝ่ายโหมใช้เวทจนหมดเกลี้ยงจากนั้นก็ฟื้นฟูกำลังกลับมาด้วยยา ส่วนอัลโตก็เครื่องเพิ่งร้อนเต็มที่ เขาใช้กระสุนนับร้อยยิงทำลายข้อต่อของศัตรู กระสุนนี้แตกต่างจากที่เคยใช้เพราะดีวานเคยถ่ายทอดธาตุแสงลงไปให้ มันจึงทำให้พวกปีศาจโครงกระดูกไม่สามารถพื้นคืนชีพได้
…ยังเหลือวิธีสุดท้าย ถ้าใช้ไอ้นั่นล่ะก็…
ราวกับอ่านใจได้อัลโตและดีวานตั้งท่าเตรียมรับมือ ดีวานมายืนอยู่ข้างหน้าพร้อมกับดาบที่รวมเพลิงดำเอาไว้ ส่วนอัลโตก็รีโหลดกระสุนพร้อม คราวนี้เขาเลือกกระสุนอีกแบบที่มีพลังทำลายมากกว่าเดิม
“นานแล้วที่ไม่ได้เจอมนุษย์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้”
สองสหายศึกไม่ได้ตอบ ทั้งคู่ตั้งสมาธิกับการสวนกลับการโจมตีครั้งต่อไป
“พวกแกนี่มันดวงดีชะมัด” บิ๊กโบนหัวเราะ “ข้าคงอยู่เล่นกับพวกแกไม่ได้แล้ว”
“คิดจะหนีงั้นเหรอ” ดีวานตะโกนใส่
“อยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ” บิ๊กโบนคายลูกน้องออกมาอีกสองตัว เจตนาของเขาชัดเจนว่าพวกมันมีหน้าที่หยุดดีวานและอัลโตไม่ให้ตามตนไปได้