Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 72: ภาพลวงตา

วิลเลียม สเปนเซอร์
บึงแมกมาขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า สปีดไม่ได้กังวลเปลวไฟหรือลาวาที่บางครั้งพุ่งขึ้นมาเป็นระยะ เขาบินควงสว่านเข้าไปถึงกลางบึงพร้อมกับฝูงนกผีและโครงกระดูกกริฟฟิน ชั่วพริบตาที่ไฟปะทุขึ้น สิ่งที่หลุดรอดออกมาก็มีเพียงยานที่เขาบังคับเท่านั้น
“คงจอดไม่ได้ ผมจะชะลอความเร็วระหว่างที่ทุกคนวิ่งขึ้นยานนะครับ”
“หมายความว่ายังไงที่ว่าจอดไม่ได้” เวเนโวยวาย
เป็นอย่างที่สปีดบอกไว้ เขาไม่มีเวลาจอดยานด้วยซ้ำเพราะถึงแม้จะสลัดพวกที่ตามมาได้แล้ว แต่กลุ่มใหม่กำลังพุ่งมาหาด้วยความเร็วสูง วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้คือชะลอความเร็วและให้พวกโซนาตากระโดดขึ้นยานแทน
อัลโตอุ้มเวเนขึ้นสะพายบ่า จากนั้นทั้งห้าก็วิ่งออกไปพร้อมกัน อันเดดภาคพื้นดินไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะกองทัพส่วนใหญ่กำลังยุ่งอยู่กับการรับมือกับเชอรีส โซนาตาและโรมิเอลกระโดดขึ้นไปบนทางเข้าที่สปีดเปิดออก จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันรอรับคนที่เหลือที่ตามมา เจเนวีฟ ดีวาน อัลโตและเวเน ทุกคนขึ้นไปบนยานขนส่งได้อย่างราบรื่น
“จะกลับมิเนอร์วาแล้วนะครับ” สปีดไม่ได้รอให้ทุกคนนั่งให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ ฝูงนกปีศาจเข้ามาใกล้แล้ว แถมในนั้นยังมีมังกรตัวสีม่วงบินนำมาด้วย
มังกรม่วงเคลื่อนไหวรวดเร็วและโจมตีแม่นยำทั้งที่มันไม่มีดวงตา หลายครั้งหลายหนที่มันเกือบจะงับโดนยานด้วยขากรรไกรที่ใหญ่จนสามารถฉีกยานเป็นสองส่วน แต่สปีดรับมือได้เหมือนเขามีตาหลัง เขาเห็นทุกครั้งที่มันยืดคอเข้ามาขย้ำและเบี่ยงหลบได้ทันทุกครั้งอย่างเหนือชั้น
แต่สปีดไม่ได้สู้อยู่ตามลำพัง มิเนอร์วาถูกติดตั้งอาวุธมาเต็มอัตราศึก ป้อมปืนทุกป้อมหันเข้าหาเป้าหมาย จากนั้นทั้งมังกรตัวใหญ่และฝูงนกผีที่มีจำนวนหลายร้อยก็ถูกกวาดไปพร้อมกัน
สงครามภายนอกดุเดือดเลือดพล่าน ส่วนสงครามภายในยานก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน อลินาและสมาชิกหน่วยรบเกือบทั้งหมดกำลังถ่วงเวลาอีริธเอาไว้ ในขณะที่คู่ปรับเก่าได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
ในห้อง “สวนเรือนกระจก” ที่อยู่ชั้นบนสุดของยาน เคสเทรลและกาเรน กำลังปะทะกับเจลรัลและวิลเลียมในศึกล้างตา วิลเลียมกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้ว เขาจึงไม่ใช่เหยื่อให้กาเรนโจมตีง่าย ๆ แบบเดิม
“ค็อกคาทริส” ลูกเต๋าของวิลเลียมออกหน้า งู นก และธาตุดิน สัตว์ซัมมอนที่ปรากฏขึ้นมีรูปร่างเหมือนตัวค็อกคาทริสในเรื่องเล่าโบราณ มันมีรูปร่างผสมระหว่างงูและไก่ และยังมีพลังที่ทำให้กลายเป็นหินด้วย
“ครั้งก่อนอุตส่าห์ปล่อยให้รอดไปได้ ยังจะกลับมาให้ฆ่าอีกนะ” เคสเทรลไม่ได้แค่ขู่ เขาปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มที่ วันนี้ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งต้องสู้กันจนตายไปข้าง
“นั่นแหละคือความผิดพลาด พวกแกแพ้แล้วที่ครั้งก่อนปล่อยให้ฉันรอดไปได้” วิลเลียมตอบโต้ ยิ่งคิดถึงสภาพการต่อสู้ครั้งก่อนเขาก็ยิ่งเจ็บใจ อีกฝ่ายเป็นรุ่นน้องเขาเป็นสิบปีแต่เขาดันทำให้ตัวเองถูกหยามซะได้
เคสเทรลไม่ได้มองค็อกคาทริสเพราะสัญชาตญาณบอกว่าห้ามมองมันเด็ดขาด เขาวนไปโผล่ด้านหลังของเจ้าสัตว์ประหลาดโดยไม่จำเป็นต้องเหลียวมอง
“เทิร์นทูดัสต์” เคสเทรลแตะร่างของครึ่งไก่ครึ่งงูไปแล้ว ร่างครึ่งหนึ่งของค็อกคาทริสแหลกเป็นผุยผงอย่างรวดเร็ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มีแรงต้านทานที่แข็งแกร่ง เพียงแค่การสัมผัสชั่วเสี้ยววินาทีเขาก็ฆ่ามันได้
วิลเลียมไม่ได้คาดหวังกับสัตว์ซัมมอนตัวเดียวอยู่แล้ว เขาทอยลูกเต๋าอีกหลายลูกเพื่อเรียกอาวุธและสัตว์ซัมมอนมาเพิ่ม แต่ลูกเต๋าที่เขาทอยออกไปไม่ใช่ทุกครั้งที่สำเร็จ เคสเทรลรอจังหวะอยู่และเขาก็ทำลายลูกเต๋าบางส่วนก่อนที่มันจะเริ่มทำงาน
“อยากทำลายก็ทำไปเถอะ ฉันจะสร้างลูกเต๋าใหม่ออกมากี่ครั้งก็ได้”
“โกหกไม่แนบเนียนเลย” เคสเทรลขัดคอ “คิดว่าดูไม่ออกเหรอว่าเจ้าลูกเต๋าพวกนี้กินแรงแค่ไหน”
ด้านเจลรัล เขารับมือกับกาเรนด้วยความรู้สึกประทับใจ เจ้ากะล่อนคนนี้ไม่มีอะไรที่เทียบเขาได้เลยสักนิด ทั้งรูปแบบของพลัง ประสบการณ์ และกำลังกาย ต่อให้ประเมินแบบถ่อมตัว เจลรัลก็แน่ใจว่าเขาแข็งแกร่งกว่ากาเรนมากกว่ากึ่งหนึ่ง
แต่ในการต่อสู้จริง ไม่ใช่ว่าระดับของทั้งคู่ห่างกันเท่ากับที่เจอรัลคาด กาเรนมองจังหวะการใช้ภาพลวงตาได้อย่างยอดเยี่ยม เขามักจะโจมตีด้วยกับดักที่มีจริง จากนั้นเมื่อคู่ต่อสู้เปิดช่องว่าง ภาพลวงตาก็จะจู่โจมเข้ามาทันที มันฟังดูเหมือนกับเป็นวิธีการที่ง่าย แต่ความเป็นจริงแล้วการทำให้ไซเลนเซอร์อย่างเจลรัลเปิดช่องไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้
“เปล่าประโยชน์” เจลรัลเปิดใช้พลังอย่างเต็มที่เป็นครั้งแรก ร่างของเขาถูกคลุมด้วยพลังงานเข้มข้น ไม่มีอะไรที่ผ่านเข้ามาในสนามพลังนี้ได้ตราบใดที่เขาไม่อนุญาต
มันคือการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ จิตใต้สำนึกของเจลรัลจะเป็นตัวเลือกเองว่าอะไรเป็นอันตรายกับเขา ในสภาพที่มีแบริเออร์พลังจิตทำงานนี้แม้แต่แก๊สพิษเองก็ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้
กาเรนถูกผนึกการโจมตีแต่เจลรัลสามารถโจมตีออกไปข้างนอกได้อย่างไร้ปัญหา เขามีเคียวอันใหญ่ที่สร้างขึ้นจากพลังจิตเช่นกัน เคียวนี้ใหญ่จนเกินระยะของสนามพลังที่สร้างซึ่งมีรัศมีครอบคลุมแค่ราวหนึ่งเมตรครึ่ง
“ไม่เลวเลยนะ สนามพลังที่ใครก็ผ่านเข้าไปไม่ได้ แต่ฝ่ายตัวเองกลับโจมตีได้ไกลกว่านั้น”
เจลรัลรุกไล่ด้วยความเร็วสูง ทั้งการเคลื่อนที่และความเร็วในการสะบัดแกว่งเคียวนั้นเหลือเชื่อ ถ้านับเฉพาะความเร็วในการฟันแล้วล่ะก็ เขาเร็วยิ่งกว่าดีวานหรือโรมิเอลเสียอีก ด้านกำลังเขาก็ไม่ได้เป็นรองใคร เคียวพลังจิตของเจลรัลสามารถผ่ายานทั้งลำให้ขาดได้หากเขาต้องการ
มันเป็นโชคของกลุ่มอะบีสที่เจลรัลไม่มีทางทำแบบนั้น เขาต้องการยานลำนี้พอ ๆ กับกลุ่มอะบีส การสร้างความเสียหายให้มันแม้แต่เล็กน้อยจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เจลรัลมี
…แบริเออร์พลังจิตและเคียวของหมอนี่กินพลังมาก ถ้าเป็นปกติแค่สู้ถ่วงเวลาเราก็คงจะเป็นฝ่ายชนะ…
กาเรนรู้ตั้งแต่การต่อสู้ครั้งก่อนแล้วว่าเขาไม่สามารถใช้วิธีนั้นได้ ยิ่งสู้นานเขาเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เคียวของเจลรัลมีพลังพิเศษที่น่ากลัว มันจะแย่งชิงพลังงานของอีกฝ่ายทุกครั้งที่เขาโจมตีสำเร็จ ไม่ว่ากาเรนจะถ่วงเวลาได้นานแค่ไหน เพียงการโจมตีของเจลรัลครั้งเดียวสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า
และต่อให้เจลรัลโจมตีไม่โดนเลย เคียวนั้นก็ยังดูดพลังศัตรูได้เพียงเข้าใกล้ ไม่ว่ามองทางไหนกาเรนก็ไม่เห็นทางชนะอื่นนอกจากรอให้เคสเทรลจัดการวิลเลียมให้ได้ก่อนและสองคนหันมารุมเจลรัล
เคสเทรลก็เข้าใจจุดนั้นดี เขาเร่งมือเพื่อปราบวิลเลียมให้อยู่หมัด อีกฝ่ายเห็นเขาร้อนใจแล้วกลับยิ่งสงบขึ้น วิลเลียมหันมาทุ่มให้กับการป้องกันอย่างเต็มที่ สัตว์ซันมอนทั้งหมดถูกสั่งให้คอยปกป้องเขา
ไฟปรากฏขึ้นบนมือของกาเรน แน่นอนว่ามันคือภาพลวงที่เขาสร้างขึ้น เจลรัลนึกออกในทันทีว่าเขาจะมาไม้ไหน แต่เขาก็หยุดไม่ทัน ในวินาทีต่อมาสปริงเกอร์สำหรับดับเพลิงทุกอันในสวนเรือนกระจกก็ทำงาน ละลองน้ำถูกฉีดกระจายไปทั่วและไม่มีทีท่าจะหยุดเพราะไฟลวงตาไม่มีทางดับลงเพราะน้ำ
“ภาพลวงตาทำให้เซนเซอร์ทำงานได้ด้วยเหรอ” เจลรัลเองยังแปลกใจ เขาคิดว่าประเมินกาเรนไว้สูงแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังมีเรื่องที่ทำให้เขาแปลกใจได้อีก
หมอกที่เกิดจากละอองน้ำผสมเข้ากับหมอกที่กาเรนสร้างขึ้น มันถูกถมจนเต็มห้องขนาดยักษ์ในเวลาไม่นาน เจลรัลเข้าใจว่าเขาต้องการลดทัศนวิสัยของตนและวิลเลียม แต่เขายังคงไม่เข้าใจว่าทำไมกาเรนถึงคิดว่ามันจะได้ผล มองเห็นหรือมองไม่เห็นมันแทบไม่ส่งผลกับพวกเขาอยู่แล้ว
“พอไม่แน่ใจว่าหมอกจริงหรือหมอกลวงตา มันก็เผลอเชื่อไปแล้วว่ามีของจริงด้วย” กาเรนยั่วยุจากในกลุ่มหมอกสีขาว
เจลรัลจะทำลายเพดานกระจกที่อยู่เหนือด้านบนก็ย่อมได้ ต่อให้พลาดถูกพัดหลุดจากยานไปเขาก็คงไม่ตายเพราะของแค่นี้ สิ่งเดียวที่ยับยั้งไม่ให้เขาทำแบบนั้นคือความต้องการยึดยานโดยมีความเสียหายน้อยที่สุด และเขาไม่แน่ใจว่ากาเรนมีแผนอะไรอีกในระหว่างที่เกิดความวุ่นวายจากการทำให้ยานเสียหาย
วิลเลียมกระโดดหลบสุดตัว เขาไม่เห็นเคสเทรลที่ถูกกลืนอยู่ในม่านหมอก เมื่อส่งสัตว์ซัมมอนออกโจมตี เขาก็พบว่าเคสเทรลอยู่ด้านหลังอีกคน
“ภาพลวงตาของเจ้ากาเรนส่งผลอีกแล้ว” วิลเลียมสบถคำหยาบออกมาหลายคำ เขาจะไม่ยอมถูกไล่ต้อนแบบเดิมแน่
ลูกเต๋าอีกหลายลูกถูกทอยออกไปเพิ่ม วิลเลียมแน่ใจว่ากาเรนและเคสเทรลจับได้แล้วว่าเขาสามารถทอยได้ทั้งหมดหกชุด ชุดละสามลูก มันคือจำนวนสูงสุดที่เขามีได้พร้อมกัน หากมีการทอยเต๋าหลังจากนั้นของที่ถูกเรียกมาก่อนจะถูกสุ่มทำลายไป
สัตว์ซัมมอนของวิลเลียมนั้นแข็งแกร่งพอตัว แต่ก็ไม่แกร่งพอที่จะหยุดเคสเทรลได้ เขาพยายามทอยเพิ่มอีกหลายครั้งโดยรอให้รูปแบบการโจมตีที่ต้องการออกมา
…ขอหน้าที่รอด้วยเถอะ…
ลูกเต๋าสามลูกกลิ้งไปบนพื้นของสวนจำลอง หมอกสีขาวที่ปกคลุมจนทั่วและระยะห่างทำให้วิลเลียมมองไม่เห็นหน้าที่ออก เมื่อเขาเข้าใกล้ก็ต้องตกใจเพราะหน้าของลูกเต๋ากลายเป็นสัญลักษณ์หัวกะโหลกทั้งสามลูก
“ไม่มีสัญลักษณ์แบบนี้สักหน่อย เจ้ากาเรนอีกแล้วสินะ”
วิลเลียมไม่สนใจผลของภาพลวงตา เขาไม่เห็นหน้าที่แท้จริงของลูกเต๋าแต่มันไม่มีทางเป็นผลลบแน่ วิลเลียมยื่นมือเข้าไปคว้าเพราะแน่ใจว่าถ้ามันไม่เคลื่อนที่มันต้องเป็นอาวุธ
โครม
บางอย่างพุ่งมาจากด้านข้าง วิลเลียมยกอาวุธปัดป้องไว้ทันพอดี มันเป็นปืนที่เขาดูไม่ออกมาผสมกับอะไรบ้างเพราะว่ามันกลับแหลกสลายไป
“นายก็มองเห็นสินะ” เคสเทรลแสยะยิ้ม “สัญลักษณ์ของความตายน่ะ”
“เพ้อเจ้ออะไร” วิลเลียมรีบปฏิเสธ แต่สีหน้าของเขาปิดไม่มิดว่าเขากำลังกังวล
“สัญลักษณ์หัวกะโหลก มันคือหลักฐานว่านายถูกภาพลวงตาของกาเรนเล่นงานอีกแล้ว”
วิลเลียมรู้ว่าเคสเทรลกำลังปั่นหัวตนแต่ความระแวงก็ได้เกิดขึ้นแล้ว เขาได้แต่เตือนตัวเองว่าจะไม่หวั่นใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยิ่งเขาสงสัย ภาพลวงตาก็จะยิ่งแกร่งแล้วในตอนนั้นก็เหมือนเขาแพ้ไปแล้ว
วิลเลียมเรียกอาวุธชิ้นใหม่ออกมา สิ่่งที่เขารอคอยมาถึงเสียที หน้าลูกเต๋าคือ “สัญลักษณ์ปืน” ทั้งสามหน้า สิ่งที่ออกมาก็คือปืนอนุภาคแทคีออนขนาดย่อส่วน
…เจ้านี่มีหวังฉีกยานจนกระจุยแน่…
เขาไม่ควรจะใช้มัน แต่วิลเลียมโกรธจนในหัวไม่หลงเหลือเรื่องอื่น ถ้าไม่ใช้ปืนนี้ป่นร่างของเคสเทรลและกาเรนจนไม่เหลือซากเขาคงไม่สามารถสงบใจได้
เขาตั้งสมาธิเพื่อมองหาเคสเทรลตัวจริงท่ามกลางภาพลวง จนเมื่อแน่ใจว่ามีเพียงหนึ่งเดียวในนั้นที่เสียงฝีเท้าแตกต่าง เขาจึงยิงไปทางนั้นทันที
ปืนของวิลเลียมมีขนาดใหญ่กว่าปืนพกเพียงเล็กน้อย แต่อานุภาพของมันเหนือกว่าปืนแอนติแมทเทอร์ของโซนาตาเสียอีก ทุกอย่างที่อยู่ในวิถีของมันถูกกวาดเรียบไปจนหมด ร่างของเคสเทรล พื้นห้อง เพดาน และห้องอีกหลายห้องอยู่อยู่ด้านหลัง ทุกอย่างกำลังถึงจุดจบจากการยิงปืนเพียงครั้งเดียว
ในขณะที่ยานกำลังจะระเบิดวิลเลียมเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นได้ ไม่ใช่ว่าเขาเกิดกลัวขึ้นมาหลังจากทำเรื่องใหญ่ไป แต่มันไม่ใช่นิสัยของเขาเลย เขาไม่เคยละทิ้งภารกิจกลางคันแบบนี้มาก่อน การยิงปืนเพื่อฆ่าศัตรูแม้ว่ามันจะทำให้เป้าหมายหลักผิดพลาดมันไม่ใช่เขาเลยสักนิด
…บ้าจริง นี่เราโดนป้อนความทรงจำลวงอีกแล้วสินะ…
…ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…
เขามองมือของตนเอง วิลเลียมเพ่งสมาธิและพบว่านอกจากปืนจะไม่ได้อยู่ในมือแล้ว มือของเขายังถูกทำลายไปแล้วด้วย
…ตั้งแต่ตอนที่ยกปืนขึ้นกัน…
นอกจากกาเรนที่เป็นผู้ใช้ภาพลวง และวิลเลียมผู้ตกเป็นเหยื่อ ไม่มีใครรับรู้ว่าวิลเลียมได้พบกับอะไร ที่ทุกคนเห็นก็มีเพียงเขาคว้าปืนเทคีออนขึ้นมาในจังหวะที่กำปั้นของเคสเทรลมาถึงพอดี มือของเขาแหลกสลายไปแต่เจ้าตัวไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาเลย เขาแค่นิ่งงันไปเท่านั้น