Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 76: บทสรุปการต่อสู้ของไซเลนเซอร์
ปีศาจสาวไม่ได้บอกใครว่าเธอเองก็มีไพ่ตายที่ร้ายกาจ เธอสามารถมองเห็นความกลัวของผู้อื่นและจำแลงร่างเป็นสิ่งที่คน ๆ นั้นหวาดกลัวได้ หลังจากจ้องมองอีริธอยู่พักใหญ่เธอก็มองเห็น มันเป็นเงาร่างของผู้หญิงผมแดง
เธอเปลี่ยนเป็นร่างนั้น มันไม่ได้ทำให้แค่อีริธตกใจ แม้แต่โซนาตาและอลินาเองก็ถึงกับชะงักไป ร่างจำแลงของเธออยู่ในชุดไซเลนเซอร์แบทเทิลสูทที่ถูกดัดแปลง ไหล่และช่วงอกด้านบนเปิดโล่งและมีขนสัตว์สีขาวปกคลุมไว้แทน ผมสีแดงของเธอม้วนเป็นลอนโดยธรรมชาติ ใบหน้าสวยคมงดงามยิ่งกว่าร่างปีศาจของปีศาจสาวจนชวนให้หงุดหงิด
“ฟรานเซสกา” อีริธที่ไม่เคยหวั่นไหวมีท่าทีเปลี่ยนไป เธอคือหนึ่งในสองคนที่โซนาตาแน่ใจว่าสามารถเอาชนะอีริธได้
“ยัยสัตว์ประหลาด ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้” อันที่จริงอีริธเทอร์ตีทูไม่ควรจะรู้จักเธอ ในวัยสามสิบสองของอีริธมันล่วงเลยมาเป็นร้อยปีแล้ว การที่เขารู้จักกับฟรานเซสกามีคำตอบได้อย่างเดียวคืออีริธเคยซัมมอนเขามาช่วยตอนประลองกับฟรานเซสกา
แล้วร่างจำแลงของฟรานเซสกาก็พุ่งออกไป ดาบเรเปียร์ของเธอแทงทะลุแขนของอีริธเทอร์ตีทูอย่างง่ายดาย พลังจิตของเธอรุนแรงกว่าพลังป้องกันของอีกฝ่าย เธอไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับฟรานเซสกาตัวจริงแต่เพราะความหวาดกลัวของอีกฝ่ายการโจมตีนี้จึงได้ผลราวกับปาฏิหาริย์
เป็นโอกาสงามเกินกว่าจะปล่อยผ่านได้ อลินาและโซนาตาผละจากการปะทะกับตัวจริงทันที อลินาสลับตนเองและโซนาตากับลูกบอลที่เธอตั้งใจทำหล่นไว้แถวนั้น ทั้งสองช่วยกันจับตัวอีริธไว้และเปิดโอกาสให้ฟรานเซสกาปลอมแทงซ้ำ
ฉึก ฉึก ฉึก
ลำคอ ตาซ้าย และลิ้นปี่ แต่จะดาบเข้าเป้าอย่างไร้ทางหลบเลี่ยง ร่างของเขากำลังจะสลายไปในไม่ช้าแต่เขาก็ไม่ยอมจบลงง่าย ๆ
“เข้าจุดตายแล้วยังเหลือแรงขนาดนี้เลยเหรอ” อลินาโวย เธอออกแรงจับให้แน่นยิ่งกว่าเดิมแต่ไม่รู้ว่าอีริธคนนี้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน
เวเนและเจเนวีฟเองก็ไม่ได้อยู่เฉย สองคู่หูระดมยิงเวทใส่ร่างจริงราวกับห่าฝน มันแทบจะไม่ระคายผิวของตัวจริงเลย แต่เจตนาของทั้งคู่ก็มีเพียงดันเขาออกไปไม่ให้สามารถช่วยเทอร์ตีทูได้
โซนาตาถูกทุ่มลงกับพื้นจนกระอักเลือด ส่วนอลินาก็ถูกชกจนปลิวไปตามแรงหมัด อีริธเทอร์ตีทูถูกฟรานเซสกาปลอมแทงซ้ำอีกหลายแผล หัวใจ ปอดทั้งสองข้าง เส้นเอ็นแขนขวาถูกตัดไปแล้ว แต่เขาก็ไม่มีทีท่าจะยอมแพ้
“บังอาจ… พวกเศษสวะอย่างพวกแก” เขาเปลี่ยนความกลัวต่อตัวปลอมเป็นความโกรธ แต่มันสายไปแล้วร่างของเขาไม่สามารถคงสภาพได้อีกต่อไป มันกำลังแตกสลายออกเป็นพลังงาน
อีริธถอนหายใจเมื่อเห็นร่างซัมมอนร่างสุดท้ายของเขาสลายไปต่อหน้า เขายอมรับว่าประมาทโซนาตาและพวกจนเกินไป ทั้งโซนาตาและอลินาเองถึงจะยังอายุน้อยแต่ทั้งคู่ก็เป็นระดับตำนานเช่นกัน ส่วนแวมไพร์และเฮอร์มิตที่เขาไม่คิดจะจำแม้แต่ชื่อก็แข็งแกร่งขึ้นจนมัดรวมกันแล้วเทียบกับไซเลนเซอร์คนหนึ่งได้ทีเดียว
…ฝืนสู้ต่อทั้งที่โอกาสแพ้มีมาก หรือถอยไปตั้งหลักก่อนดี… มันคือทางเลือกที่เขากำลังคิด
ถ้ามีเวลาสักหนึ่งวัน อีริธจะสามารถเรียกร่างซัมมอนที่ถูกทำลายแล้วกลับมาได้ แต่ปัญหาคงยุ่งยากขึ้นหากต้องปะทะกับไซเลนเซอร์คนอื่นอีก เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคนของตัวเองยังมีเหลือรอดอยู่อีกหรือไม่
…เจ้าคนที่ชื่อดีวาน กับเจ้าตัวที่ถือร่มนั่นก็ท่าทางอันตราย ถ้าต้องปะทะกันอีกครั้งแล้วมีพวกมันเข้ามาเกะกะ โอกาสของเราก็จะยิ่งต่ำลง…
อีริธอยากเปลี่ยนแผนเป็นการหนีไปตั้งหลักและใช้เวลาหาพรรคพวกเพิ่มขึ้น ถ้าโซนาตาสามารถเกณฑ์คนมาเพิ่มได้เขาก็ต้องทำได้เช่นกัน โลกนี้มีเผ่าพันธุ์ปีศาจที่แข็งแกร่งมากมาย ถ้าใช้พลังของอีวาล่ะก็การบังคับให้พวกนั้นทำงานให้คงไม่ใช่เรื่องยาก
…ดูเหมือนมันเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่มันเป็นไปไม่ได้ ยานลำนี้ติดตั้งไทม์แมชชีนด้วย ไม่มีอะไรบอกได้ว่าพวกเขาจะใช้มันตอนไหน บางทีหากลงจากยานครั้งนี้เราอาจจะไม่มีโอกาสกลับขึ้นมาอีกก็ได้…
“เฮ้ย ตาแก่มัวแต่เหม่ออะไรอยู่ พวกเราจะบุกแล้วล่ะนะ”
“ไม่มีทางเลือกจริง ๆ” อีริธพึมพำ “มาจบเรื่องนี้กันเถอะ”
หลังจากนั้นมันก็เกือบจะไม่ใช่การต่อสู้แล้ว อีริธแข็งแกร่งจนเหลือเชื่อแม้ว่าเขาจะไม่เหลือร่างซัมมอนหรือลูกเล่นอะไรอีก วิชามวยอ่อนของเขาร้ายกาจพอ ๆ กับร่างกายที่ฝึกฝนนับร้อยปีจนราวกับอสูรสงคราม โซนาตาแน่ใจว่าหากนี่คือการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่ง เขาคงจะถูกอีกฝ่ายฉีกเป็นชิ้น ๆ
แต่ความเป็นจริง สิ่งที่พวกโซนาตาทำคือการรุมโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว พวกเขาไม่เปิดโอกาสให้อีริธตอบโต้ การโจมตีทุกอย่างถูกผนึก เวทคำสาปของเจเนวีฟได้ผลเพื่ออีริธเริ่มอ่อนแรงลง ส่วนเวเนเธอก็หาจังหวะใช้สแตนด์สติลได้แม้ว่ามันจะแทบไม่จำเป็นแล้วก็ตาม
ร่างเหล็กกล้าของชายแก่เต็มไปด้วยรอยแผลจากคมดาบและรอยช้ำ แรงต้านทานเขาด้อยลงในทุกวินาที ในที่สุดชายผู้เป็นตำนานก็ทรุดลง
โซนาตายิงปืนอัดใส่อีริธหลายครั้ง น่าตกใจที่เขายังมีแรงต้านขนาดที่ไม่แหลกเป็นเศษเนื้อ และก่อนที่นัดสุดท้ายจะระเบิดใส่ใบหน้าของชายแก่ เจเนวีฟก็เดินเข้ามาใกล้ เธอกดปืนในมือของเขาลง
“จบแล้วล่ะค่ะ เขาแพ้แล้ว”
“จะจับเป็นเหรอ” อลินาดูเป็นกังวล เธอไม่มั่นใจว่าห้องขังจะหยุดคนอย่างอีริธไว้ได้
“ข้ายังไงก็ได้” เวเนหมดแรงลงไปนอนกับพื้น “หมอนี่จะอยู่หรือตายก็ไม่ได้ต่างกันแล้ว”
“มันจะไม่ต่างกันได้ยังไง” เจเนวีฟร้อง เธอเพิ่งพบว่าเธอเป็นคนเดียวในห้องนี้ที่ไม่อยากให้มีการฆ่าแกงกันโดยไม่จำเป็น
“คราวหน้า พวกเราอาจจะโดนฆ่านะ เธอโอเคกับแบบนั้นเหรอ” โซนาตาหันไปถามเจเนวีฟ
“คราวหน้า ข้าจะเก่งขึ้นกว่านี้ ไม่สิ พวกเราทุกคนจะเก่งขึ้น”
ด้านดีวานและอัลโต ทั้งคู่กำลังลำบากเพราะอีวาใช้สมาชิกในยานเป็นตัวประกัน ไซเลนเซอร์สาวรายนี้สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลในสมองของใครก็ได้ เธอย้ายข้อมูลของตัวเองลงในไปสมองของมินอาและเล่นงานทั้งคู่ทีเผลอ
“อีวา ยอมแพ้ซะ เจลรัล วิลเลียมตายแล้ว ส่วนอีริธกับบาจิลก็ยอมให้จับ ตอนนี้เหลือแค่เธอเท่านั้น” เสียงโซนาตาดังผ่านอุปกรณ์สื่อสารทั่วยาน
“จะจบได้ยังไง ฉันซ่อนตัวอยู่ที่ไหนพวกนายยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ” อีวาในร่างมินอาหัวเราะ
“เรื่องนั้น ไม่ยากหรอก คิดว่ามีเธอคนเดียวหรือไงที่แฮกเข้ามาในระบบได้ ถ้าระบบกลับมาทำงานสมบูรณ์เมื่อไหร่จะหาว่าเธอซ่อนตัวอยู่ตรงไหนมันไม่ยากเลย”
“ต่อให้หาตัวจริงฉันเจอ สถานการณ์ก็ยังไม่เปลี่ยนหรอก ฉันจับพวกนายเป็นตัวประกันไว้แล้ว ถึงการแก้ข้อมูลในหัวของไซเลนเซอร์จะยุ่งยากแต่ถ้าเริ่มทำได้แล้ว การจัดการกับที่เหลือมันง่ายนิดเดียว”
“แล้วยังไง”
“อย่างนายน่ะไม่ใช่พวกที่ยอมสละลูกน้องใช่ไหมล่ะ ดังนั้น…”
“โง่หรือเปล่า ฉันก็แค่ก็อปปี้ความสามารถของเธอก็พอแล้วนี่ ถึงตอนนั้นต่อให้เธอขู่จะลบข้อมูลในสมองใคร มันก็มีวิธีกู้ข้อมูลกลับมา”
“…” อีวาเถียงไม่ออก มันเป็นอย่างที่โซนาตาว่าไว้ ถ้าเขาจัดการกับคนอื่นได้หมดแล้วเรื่องการไล่ต้อนเธอคนเดียวไม่ใช่เรื่องยากเลย พลังของเธอมันแพ้ทางพลังเลียนแบบของเขา
“เจอตัวแล้ว แอบมาซ่อนตัวอยู่ในที่แบบนี้เองถึงได้หาไม่เจอ” เคสเทรลติดต่อไป เขาตั้งใจพูดกับโซนาตาผ่านการสื่อสารหลักเพื่อให้อีวาได้ยินด้วย ไม่เพียงแค่นั้นเขายังฉายภาพการเผชิญหน้าของตัวเองกับอีวาตัวจริงในตอนนี้ให้ทุกคนดูด้วย
“หาาา นายเข้าไปในนั้นได้ยังไง” อีวาในร่างมินอาหลุดปาก เธอเพิ่งสังเกตว่าด้านหลังของเคสเทรลที่อยู่ต่อหน้าเธอตัวจริงมีบาจิลอยู่ด้วย เขาอยู่ในสภาพที่ถูกมัดมือเอาไว้ แต่ไม่มีทีท่าดิ้นรนขัดขืน
“บาจิลยอมแพ้… เธอเองก็ควรยอมก่อนที่พวกเราจะใช้ความรุนแรง” โซนาตาพูดขู่
ก่อนหน้านั้นโซนาตาได้รับการติดต่อจากบาจิล เขาอธิบายว่าเคสเทรลได้รับบาดเจ็บโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว หนึ่งในร่างซัมมอนของวิลเลียมได้วางยาไว้ในร่างของเคสเทรล มันทำให้เขาไม่เพียงแค่ไม่ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า แต่ระบบภายในทุกอย่างของเขากำลังหยุดทำงานทีละนิด
เป็นโชคของเคสเทรลที่เขาได้เจอกับบาจิลก่อน บาจิลไม่คิดที่จะย้ายข้างแต่เขาก็ต้องการหลักประกันว่าพวกโซนาตาจะไม่ฆ่าเขาหากยอมมอบตัว การช่วยเหลือเคสเทรลและพาไปที่ซ่อนของอีวาจึงเป็นทางออกสำหรับเขา
…โซนาตาน่ะ ไม่ฆ่าคนที่มีบุญคุณกับเพื่อนเขาหรอก…
ด้วยความคิดนี้อย่างน้อยเขาก็จะกลายเป็นนักโทษชั้นดีและได้อาศัยยานนี้เพื่อเดินทางกลับยุคของตัวเอง
“ไอ้เลว แกทรยศพวกเรา” มินอาตะโกนลั่น แต่เธอถูกดีวานสับที่ท้ายทอยจนสลบไปก่อน
การต่อสู้จบลงโดยที่ความเสียหายถูกจำกัดให้เหลือน้อยที่สุด ผู้บุกรุกทั้งห้า เสียชีวิตไปสองและที่เหลือก็ถูกจับกุมจนหมด โซนาตาตัดสินใจพักเรื่องของพวกเขาไว้ก่อนเพราะนอกจากความวุ่นวายภายในแล้วสถานการณ์ภายนอกก็ยุ่งยากไม่ต่างกัน
โซนาตามองจอภาพด้วยความรู้สึกหวั่นใจ ระหว่างที่พวกเขาเสียเวลาสู้กับอีริธ เชอรีสก็กลายเป็นจิ้งจอกห้าหางไปเสียแล้ว