Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 77: ช่วงเวลาพักก่อนรบ
สมาชิกหลักทุกคนมารวมตัวกันที่สะพานเดินเรือในสถาพสะบักสะบอม โซนาตาแม้ว่าชุดของเขาจะดูใหม่เอี่ยมจากเทคโนโลยีนาโน แต่จริง ๆ แล้วเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำไม่น้อยกว่าใครเพื่อน คนเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มีเพียงโรมิเอลเท่านั้น สำหรับโซนาตาแล้วการที่ทุกคนรอดมาได้อย่างพร้อมหน้าเป็นเรื่องที่ดูเหลือเชื่อ
“เฮ้ย ๆ ขอพักหน่อยไม่ได้เหรอ นี่พวกเราเพิ่งสู้กับศัตรูสุดโหดมานะเฟ้ย” กาเรนทำคอตก อาการบาดเจ็บหรือพลังจิตยังพอฟื้นตัวได้ แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดมันไม่ได้หายไป
“ต้องหยุดทั้งอันเดดทั้งเชอรีส… ไม่ใช่ง่ายแน่” อลินาเองดูเหนื่อย ๆ เช่นกัน เธอไม่ได้รับบาดเจ็บมากเท่าโซนาตาและเคสเทรล แต่ก็เห็นได้ชัดว่าห่างไกลจากคำว่าแข็งแรงดี
“พวกเราต้องการเวลาเพิ่ม… งั้นใช้แผนนั้นก็แล้วกัน” โซนาตายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
มิเนอร์วายังรักษาระยะห่างจากกองทัพภาคพื้นดินของเรวาเรนท์และเชอรีส ป้อมปืนสารพัดรูปแบบทำลายทัพอากาศของเรวาเรนท์จนหมดเกลี้ยงไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนนี้พวกเขาจึงสามารถบินทิ้งห่างได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโจมตีสวน
“ความสูงขนาดนี้เวมมนตร์หรือเครื่องยิงแบบไหนก็ยิงไม่ถึงหรอก เราจะโจมตีลงไปจากระยะนี้”
“เราไม่มีอาวุธมากพอนะ” เคสเทรลหมายถึงอาวุธระเบิดความร้อนสูงและอีกสารพัดแบบที่มิเนอร์วาเตรียมช่องปล่อยเอาไว้ แต่พวกเขายังไม่มีเวลาทำระเบิดที่ว่า
“เครื่องยิงอนุภาคก็ยิงถึงไม่ใช่เหรอ”
“จะใช้ยิงใส่กองทัพทั้งหมดเนี่ยนะ”
“แค่ยิงเปิดทางก็พอ แล้วก็อีกเป้าก็คือ…” โซนาตาชี้ไปที่เชอรีส
ลำแสงถูกสาดลงมาจากมิเนอร์วา ส่วนแรกถูกสาดเป็นทางเพื่อทำลายพวกอันเดด และอีกส่วนที่ถูกลดความแรงถูกยิงใส่เชอรีสเพื่อกระตุ้นให้เธอโกรธ เชอรีสไล่ตามยานโดยสัญชาตญาณ หลายครั้งเธอพยายามกระโดดขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่ด้วยความสูงของยานเรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้
“จะสำเร็จเหรอ” อลินาจับจ้องไปที่แผนที่ เป้าหมายที่โซนาตาตั้งใจพาเชอรีสไปอยู่ไกลออกไป นอกจากนั้นมันยังเป็นสถานที่ที่พวกเขาไม่เคยย่างกรายไปเลยสักครั้ง
“ไม่รู้เหมือนกัน ถ้ามีคนเข้ามายุ่งก็อาจจะเหลว” โซนาตายักไหล่ “แต่แบบนี้ดีแล้วล่ะ พวกเราจะได้มีเวลาพักด้วย”
ระหว่างที่ปล่อยให้ระบบอัตโนมัติทำหน้าที่แทน โซนาตาพากำลังรบหลักมารวมตัวกันที่ห้องเสมือนจริง ห้องแรกได้รับความเสียหายจากการต่อสู้กับอีริธแต่ห้องสำรองที่เล็กกว่ายังอยู่ในสภาพที่ดี
“จะมาฝึกอะไรตอนนี้เนี่ย” กาเรนบ่น “พวกเราถึงขีดสุดกันแล้วนะ”
“นั่นสิ ข้าก็ตาจะปิดแล้วนะ” เวเนยืนสะโหลสะเหล ถ้าไม่มีเจเนวีฟพยุงไว้เธอก็เกือบมาไม่ถึงห้องนี้ด้วยซ้ำ
ก่อนที่ทุกคนจะประท้วง โซนาตาก็แก้ตัว “ไม่ได้จะพามาฝึก บอกแล้วยังไงว่าจะให้ทุกคนได้พัก”
ทิวทัศน์ของห้องสี่เหลี่ยมหายไป สัมผัสร่วน ๆ ของทรายละเอียดปรากฏขึ้นที่เท้าของทุกคน เสียงคลื่นกระทบฝั่ง สายลมพัดกลิ่นของเกลือมาแตะจมูก แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านต้นไม้มาสัมผัสกับผิว
“ทะเล!” เวเนและเจเนวีฟตาโต
“เวทมนตร์ลวงตางั้นเหรอ” บรอลแหกปากลั่นด้วยความตกใจผิดกับโรมิเอลที่แม้จะตกใจเช่นกันแต่เขาก็ยังคงยืนกอดอกอย่างสงบนิ่ง
“เอ่อออ ที่บอกว่าจะให้พักนี่…” อลินาขมวดคิ้ว เธอพบว่าตัวเองอยู่ในชุดบิกินีตัวจิ๋ว ส่วนหนุ่ม ๆ ทั้งหลายก็อยู่ในกางเกงว่ายน้ำไปแล้ว
“ถ้าจะพักก็ต้องเอาให้เต็มที่สินะ” เวเนดีใจกระโดดโลดเต้น เธอไม่ได้สังเกตว่าจากผู้หญิงสามคนมีเธอคนเดียวที่เป็นชุดวันพีซไร้ความน่าตื่นเต้นใด ๆ
“เยี่ยมมากเพื่อนรัก” กาเรนยกนิ้วให้ เจเนวีฟในชุดว่ายน้ำช่วยเยียวยาหัวใจได้เป็นอย่างดี น่าเสียดายที่มินอาและอีกสาว ๆ คนอื่นกำลังรับการรักษาหลังจากถูกอีวาโจมตีสมอง ไม่งั้นก็คงเห็นพวกเธอในชุดว่ายน้ำด้วยเช่นกัน
“กว่ายานจะถึงจุดหมาย น่าจะกินเวลาราวสามชั่วโมง ฉันปรับเวลาของในโลกนี้ไว้แล้ว เราน่าจะมีเวลาอย่างน้อยก็เดือนนึง”
“ดะ เดือนนึง” โรมิเอลยังเผลอหลุดปาก
“จิตใจคงได้พักอยู่หรอก แต่ร่างกายของพวกเราจะได้พักเดือนนึงไปด้วยเหรอ” ดีวานถาม
“เป็นคำถามที่ดี แต่ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ร่างของพวกเราถูกนำไปเก็บไว้ในแคปซูลฟื้นฟูแล้ว ดังนั้นพักผ่อนกันให้เต็มที่ พวกเรามีศึกใหญ่ต้องรับมือหลังจากนี้”
มันเป็นช่วงเวลาที่ดีหลังจากที่ตรากตรำต่อสู้แบบแทบไม่ได้พักหายใจ โลกเสมือนจริงเป็นได้ทุกอย่างที่ใจต้องการ แต่แทนที่จะสร้างอาหารที่เสร็จสมบูรณ์ออกมา เวเนกลับเลือกแค่วัตถุดิบและเครื่องครัวมาใช้ เธอสร้างครัวขึ้นในพื้นที่ใกล้กับชายหาด จากนั้นก็ลงมือปรุงอาหารให้กับทุกคน
เจเนวีฟอาศัยช่วงเวลานี้ทำคะแนนกับโซนาตาเพิ่ม เธอปรนนิบัติเขาชนิดที่ต่อให้ไม่ใช่คนเจ้าชู้แบบกาเรนก็ยังรู้สึกอิจฉา โซนาตาอยากทำอยากได้อะไร เธอจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ก่อนที่เขาจะสั่งให้โปรแกรมเสมือนจริงสร้างขึ้นด้วยซ้ำ
โรมิเอลได้ยินมาว่าระหว่างที่อยู่ในโลกนี้ เขาสามารถสร้างใครก็ได้จากความทรงจำ ในตอนแรกเขารู้สึกอยากเห็นคนในหมู่บ้านกรีนเกรฟ เดลฟิเดีย และ เวอร์ลีน แต่เขาก็กลัว กลัวว่าหากสิ่งที่สร้างขึ้นมาซ้อนทับกับความทรงจำจริงที่เขามีกับทุกคน มันจะเหมือนทำให้ทุกคนต้องหายไปจากใจ
ดีวานนั้นแตกต่างออกไป เขาแทบไม่หลงเหลือความโหยหาอดีต มานึกดูในตอนนี้เขาอยู่กับภาพลวงมานานเหลือเกิน เขาเคยคิดว่าเอเทเซียคือความถูกต้อง เคออสและเรวาเรนท์คือความต่ำทราม โลกนี้มีแค่ขาวกับดำเท่านั้น ถ้าไม่อยู่ฝ่ายคนดีก็คือคนชั่วที่สมควรปราบ ดีวานได้พบกับคำตอบใหม่ ๆ หลังกลายเป็นสมาชิกเต็มตัวของกลุ่มอะบีส โซนาตาอาจจะไม่ใช่คนดีเด่ในอุดมคติ แต่ดีวานเชื่อว่าการติดตามเขาไปจะต้องนำไปสู่สิ่งสำคัญบางอย่างในอนาคต
เขาไม่ชินกับการพักผ่อน หลังจากพยายามทำตัวให้สบายได้เพียงวันเดียว ดีวานก็ชวนอัลโตมาลองวิชา หลังจากนั้น อลินา เคสเทรล ก็มาร่วมวงด้วย กลายเป็นว่าสี่คนนี้ใช้ช่วงเวลานี้ไปกับการฝึกฝนเพิ่มเติม
โซนาตาไม่มีหน้าจะไปตำหนิใคร ถ้าจะถามว่าใครกังวลกับอนาคตที่สุด มันก็คือเขานี่แหละ เขาพยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างจนมีเวลาฟุ้งซ่าน โซนาตาพบว่าบ่อยครั้งเมื่ออยู่คนเดียวเขาจะคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้กับเชอรีส
เขาจำวันนั้นได้ดี… มันคือวันราชาภิเษกของเชอรีส เธอขอร้องให้เขาอยู่ด้วยในวันสำคัญ แต่โซนาตากลับบ่ายเบี่ยง เขาอ้างเรื่องของเรวาเรนท์เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิธีกรรมน่าปวดหัว
“ข้าอยากให้ท่านอยู่ด้วย” มันไม่ใช่คำสั่งแต่เหมือนคำขอร้องมากกว่า
“ฉันว่าจะลอบเข้าไปดูสถานการณ์ของเรวาเรนท์”
“ไปทีหลังไม่ได้เหรอ มันเป็นวันสำคัญของข้า ถ้ามีท่านอยู่…” ดวงตาของเธอมีบางอย่างซึ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบทุกครั้งที่จ้องมองเข้าไปตรง ๆ
“มีคนมากมายคอยช่วยเหลือเธออยู่ ไม่มีฉันคนเดียวก็ไม่แตกต่างหรอก”
เชอรีสไม่ได้รบเร้าหรือตีโพยตีพาย เธอแค่กดใบหน้าลง สีหน้าเหมือนพยายามเก็บซ่อนความเศร้าเอาไว้แต่ปิดไม่มิด มันทำให้โซนาตาเห็นแล้วคันไม้คันมือ
แล้วเขาก็เอามือยีหัวเธอ
“ทะ ทำอะไรน่ะ” เชอรีสร้องเบา ๆ เธอตกใจแต่ก็ไม่ได้ปัดมือเขาออกหรือถอยหนี
“จะรีบไปรีบมาก็แล้วกัน”
“มาเล่นหัวว่าที่ราชินีเนี่ย คนอื่นรู้เข้า ท่านจะคอขาดเอานะ” เธอประท้วงเพราะอีกฝ่ายยังไม่ยอมเลิกจับหัว
“อย่าไปกลัวสิ” โซนาตาหัวเราะ “ไม่ว่าจะฐานะราชินีหรือปีศาจจิ้งจอก สำหรับฉันก็เหมือนกันแหละ ช่วยไม่ได้ล่ะนะก็ดันมีมังกรเป็นพ่อบุญธรรมนี่นา”
โซนาตายีหัวอีกฝ่ายจนสาแก่ใจ เขากำลังจะชักมือกลับแต่เชอรีสกลับเป็นฝ่ายกดมือเขาไว้กับหัวตน “อีกสักครู่นะ ช่วยอยู่แบบนี้ต่ออีกหน่อยนะ”
ถึงภายนอกจะแข็งแกร่งแต่เชอรีสเองก็ยังมีส่วนที่เปราะบาง เธอจำต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็งตลอดว่า ไม่ว่าจะในฐานะของแม่ทัพกลุ่มกบฏหรือฐานะของว่าที่ราชินี สำหรับเธอการที่มีใครสักคนที่สามารถพูดคุยเล่นหัวได้แบบนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
…เธอไว้ใจคนอย่างฉันเนี่ยนะ…
ระยะเวลาหนึ่งเดือนในโลกเสมืองจริงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนกลับออกมาในสภาพที่พร้อมสมบูรณ์ที่สุดทั้งกายและใจ อีกราวสิบนาทีพวกเขาจะถึงเป้าหมายแล้ว
“ดูเหมือนแผนจะไปได้ดีนะ” โซนาตาตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรหลุดรอดจากสายตา เชอรีสถูกมิเนอร์วาล่อให้ตามมา ส่วนกองทัพเรวาเรนท์ก็กำลังไล่ตามเธอมาจากข้างหลัง
“ถ้าแผนที่ที่ได้มาไม่ผิดพลาด ข้างหน้าก็น่าจะเป็นเนรอสแล้ว”
เนรอสคือชื่อเมืองใหญ่ของเรวาเรนท์ ถ้าเนโครโปลิสคือเมืองหลวงบนโลกซีน เนรอสก็คือเมืองหลวงในเนเธอร์เวิลด์นั่นเอง
“จากข้อมูลที่ได้จากคุณบรอล ทำให้รู้ว่าจักรพรรดิแวมไพร์ไม่ได้อยู่ที่เมืองค่ะ ตอนนี้ผู้ที่ดูแลเมืองอยู่คือมาจินา” เมลิสซาจากอีลิทไฟว์รายงาน
“ดีแล้วล่ะค่ะ ท่านแม่บอกว่าคน ๆ นั้นน่ากลัวมาก การที่เขาไม่อยู่คือโอกาสทองของเราเลย”
“เป้าหมายปรากฏตัวแล้วครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเรียกให้ทุกคนสนใจ เขาส่งภาพจากจอตัวเองขึ้นจอใหม่ มันคือภาพของจิ้งจอกเพลิงห้าหางที่กำลังวิ่งไล่ตามยานด้วยความโมโห
เมื่อเธอเข้าใกล้เมือง มันก็เป็นไปอย่างที่ควรเป็น หน่วยปืนใหญ่เวทมนตร์โจมตีใส่เธอในทันที เชอรีสกระโดดหลบได้ทั้งหมด แต่ความโกรธของเธอทวีขึ้น ยิ่งเธอเข้าใกล้เมืองการโจมตีก็ยิ่งหนักหน่วงขึ้น
“อย่าให้มันเข้าใกล้กำแพงได้” สเกลเลตันระดับขุนพลตะโกน ไม่มีใครมือว่างเลย เหล่าอันเดดถ้าไม่วิ่งวุ่นบรรจุลูกปืนใหญ่หรือจุดไฟที่ปลายธนู พวกเขาก็กำลังใจจดใจจ่อกับศัตรูที่สามารถบุกขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
มิเนอร์วาหยุดโจมตีเชอรีสและหันมาโจมตีเนรอสแทน มันเริ่มจากการระเบิดประตูเมืองจนกระจุยในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเพราะเชอรีสสามารถกระโดดข้ามกำแพงสูงกว่าตึกห้าชั้นได้อย่างง่ายดาย จากนั้นพวกเขาก็เริ่มเล็งเป้าใหม่ โดยเน้นไปที่พวกระดับขุนพล
กองทัพในเนรอสรู้ว่าศัตรูของพวกเขาไม่ได้มีเพียงปีศาจจิ้งจอกที่คลุ้มคลั่ง ยังมีศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดของผืนฟ้า หน่วยรบทางอากาศทุกหน่วยถูกส่งออกไปเพื่อจัดการกับศัตรูที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร
หน่วยมังกรโครงกระดูก หน่วยมังกรซอมบี หน่วยนกผี แวมไพร์ขี่ไวเวิร์น หน่วยผีเรธ กองทัพขนาดใหญ่บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า บางส่วนถูกปืนอนุภาค “พาลลัส” ยิงจนไม่เหลือซาก บางส่วนก็ถูกจรวดนำวิถีระเบิดใส่จนลุกไหม้ หรือแม้แต่ถูกอากาศยานไร้คนขับโจมตี
“หน้าที่ป้องกันศัตรูกลางอากาศมันควรจะเป็นของฉันแท้ ๆ” สปีดบ่นกับเพื่อนทหาร เขาเป็นนักบินเพียงคนเดียวที่เหลือจากเซคเตอร์วันถูกสั่งห้ามไม่ให้ร่วมรบเพราะยานพาหนะขนาดเล็กมีเพียงยานขนส่งติดอาวุธเท่านั้น
“อย่าบ่นเลย เดี๋ยวท่านด็อกมาก็สร้างยานไม่ก็หุ่นรบให้ทีหลังเอง” ทหารจากหน่วยทหารกลายพันธุ์ปราม
“แต่เพกาซัสก็สู้ได้นะ” สปีดพยายามชักแม่น้ำทั้งห้า
“มันเป็นยานขนส่ง ถึงฉันจะมั่นใจว่านายจะใช้มันสู้ได้ก็เถอะ”
“ถ้าท่านโซนาตาเห็นว่าพวกเราต้องสู้ เดี๋ยวก็มีคำสั่งมาเองแหละ ที่ยังไม่ต้องทำอะไรก็เพราะว่ามันไม่จำเป็นต้องทำอะไรไงล่ะ” หัวหน้าจากกลุ่มอีลิทไฟว์ขอให้เขาสงบใจลง สงครามเป็นสิ่งที่ผกผันได้ตลอดเวลา และหน้าที่ของทหารอย่างพวกเขาไม่ใช่การตัดสินใจเอาเองว่าจะสู้เมื่อไหร่ แต่คือการทำตัวเองพร้อมอยู่เสมอยามเมื่อคำสั่งถูกส่งมา
สปีดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอคอย ยังมีอีกหนึ่งอาวุธลับที่ด็อกมาเตรียมเอาไว้ น่าเสียดายที่มันคงจะเสร็จไม่ทันสำหรับศึกที่กำลังจะมาถึง เขาภาวนาให้มิเนอร์วาสามารถรอดพ้นการโจมตีของพวกเรวาเรนท์ไปได้อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงวันที่เขาได้ “หุ่นใหม่” มาแทนที่ดูมการ์ด