Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 78: เจ็ดปีศาจสงคราม บัลร็อค และ ไซเซอร์
มาจินาผู้ปกครองเนรอสมีแต้มต่อที่เธอมีร่างวิญญาณ การโจมตีทางกายภาพไม่สามารถสร้างความเสียหายให้เธอได้ ด้านพลังเวทมนตร์เธอก็ไม่เป็นรองใคร หากนับเฉพาะจำนวนเวทมนตร์ชั่วร้ายที่เธอฝึกฝนจนชำนาญ มาจินาอาจนับได้ว่าเป็นจอมเวทที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในเนเธอร์เวิลด์
ข้อได้เปรียบของมาจินาไม่ได้มีเพียงแค่คุณสมบัติพิเศษ กำลังรบมากมาย และชัยภูมิ เธอและลูกน้องของเธอยังได้ “ดาร์คออรา” ที่เชอรีสปล่อยออกมาโดยควบคุมไม่ได้ มันทำให้กองทัพของเธอแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
แต่ทั้งหมดไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น มาจินาและพวกวิญญาณอาจจะรอดพ้นไปได้แต่กองทัพของเรวาเรนท์ไม่ได้มีแต่พวกผีร้าย อันเดดทั้งหมดถูกทำลายลงในเวลาไม่นาน ทุกคนแกร่งขึ้นแต่กลับไม่มีใครหยุดเชอรีสได้เลย
พวกโซนาตาเฝ้ามองเนรอสกำลังจะล่มสลายโดยที่พวกเขาแทบไม่ต้องลงมือลงแรง
“ใกล้จบแล้ว” โรมิเอลพึมพำ เขาไม่ได้มีเรื่องแค้นเคืองกับเรวาเรนท์จึงไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายด้วย ผิดกับหลาย ๆ คนที่เคยมีคดีกับเรวาเรนท์ตั้งแต่ก่อนมาที่โลกนี้
“เสียดายที่เรามีเวลาไม่มาก ไม่งั้นจะถล่มเรวาเรนท์มันซะทุกเมืองเลย” โซนาตาพูดราวเป็นผลงานของเขาเอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วก็แค่ล่อให้เชอรีสมาจัดการให้
“เราก็ไม่ได้รีบร้อนนี่ พาเชอรีสไปถล่มเมืองกับหมู่บ้านรอบ ๆ ให้หมดเลยก็ได้นะ” เวเนเสนอ เห็นได้ชัดว่านี่มันความแค้นส่วนตัวชัด ๆ
“ได้ที่ไหนกัน” กาเรนขัดคอ “ขืนรอมากกว่านี้แล้วกลายเป็นหกหางเจ็ดหางก็ไม่ต้องจับกันพอดี”
“เป็นแค่กาเรนแท้ ๆ แต่พูดอะไรฉลาด ๆ ก็ได้นี่นา” อลินาแซว แล้วทุกคนก็ขำครืนขึ้นมา
“นี่เธอ!”
“อะไร!” อลินาตอบกลับด้วยเสียงดุ ทำให้กาเรนต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง สู้กับผู้หญิงเขาไม่มีทางชนะได้ โดยเฉพาะกับอลินานี่คือคนที่เขาแพ้ทางมากที่สุด
มาจินาสาดเวทมนตร์คำสาปทุกรูปแบบที่เธอรู้จักใส่เชอรีส แต่มันไม่ได้ผลสักคาถา พลังต้านทานของเชอรีสคล้ายกับสเปลอิมมูนิตีของไซเลนเซอร์ ยิ่งเธอมีระดับที่สูงขึ้นเวทมนตร์ประเภทคำสาปก็ยิ่งสำเร็จยาก จุดอ่อนเดียวที่มาจินาพบคือเธอแพ้ทางเวทมนตร์ธาตุน้ำ
“ใช้เวทน้ำและน้ำแข็งโจมตีเข้าไป อย่าได้หยุด” เธอสั่งการ
สเกลเลตันเมจกว่าสามร้อยตัว แวมไพร์ที่สามารถใช้เวทธาตุน้ำได้เกือบสามสิบตน มันคืออาวุธสุดท้ายที่มาจินาเหลืออยู่ มาจินาเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่อช่วยเธอร่ายคาถาระดับมหาเวท เธอไม่รู้ว่ามันคือเวทมนตร์เดียวกับที่กลาเซียเคยใช้หยุดเชอรีส และตอนนี้มันไม่ได้ผลแล้ว
มาจินาเคยเชื่อว่าหากทุ่มกำลังทั้งหมดของเนรอส เธอน่าจะสามารถจับตัวเชอรีสไว้ได้ แผนของเธอผิดพลาดด้วยปัจจัยหลักสองประการ หนึ่งคือเธอไม่คิดว่ามนุษย์ที่มีแค่เศษเสี้ยวสายเลือดปีศาจจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ และสองแผนของเธอถูกขัดขวางครั้งแล้วครั้งเล่าโดยพวกโซนาตาและเจ็ดปีศาจสงคราม
หากเปลี่ยนเป้าหมายจากการ “จับกุม” เป็น “สังหาร” เรวาเรนท์อาจจะสามารถจับมือกับพวกเจ็ดปีศาจสงครามได้และเนรอสก็จะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแบบนี้
“ทำไมถึงแกร่งขนาดนี้ เจ้าดาร์คเจสเตอร์บอกว่าหล่อนไม่ใช่ปีศาจเต็มตัวแท้ ๆ” มาจินารู้สึกเจ็บใจที่หลงเชื่อคำของเจ้าตัวตลกปีศาจ และยิ่งโมโหกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าดาร์คเจสเตอร์ได้หนีไปแล้วก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ
“ปล่อยได้เลย” โซนาตาสั่งการ จากนั้นอัลโตก็ตรวจสอบเป้าหมายอีกครั้งก่อนที่จะดำเนินการต่อ
ระเบิดเพียงลูกเดียวที่มิเนอร์วามีถูกทิ้งลงมา มันคือของขวัญสุดพิเศษที่ด็อกมาเพิ่งสร้างเสร็จ ระเบิดนี้จะช่วยปิดฉากสงครามระหว่างเรวาเรนท์และจิ้งจอกห้าหางไปพร้อมกับทำลายอันเดดทั้งเมือง
บรึ้มมมมมมม
เสียงวินาศสันตะโร ไม่เพียงแค่แรงระเบิดมหาศาลที่หลอมตึกรามบ้านช่องจนระเหิดหายไป ระเบิดได้มีผลของปฏิกิริยาแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับดวงอาทิตย์และมันส่งผลกับอันเดดยิ่งกว่าที่เกิดกับสิ่งมีชีวิต เพียงแค่ต้องแสงนี้จากระยะไกล อันเดดเกือบทุกตนก็สลายไปจนสิ้น
มาจินารอดการโจมตีมาได้โดยที่เธอก็เกือบไม่เชื่อตัวเอง เกราะความมืดถูกทั้งความร้อนมหาศาลและแสงสว่างทำลายจนหมดสิ้น ร่างวิญญาณของเธอเสียหายหนักจนไม่หลงเหลือเค้าเดิม แขนข้างหนึ่งแหว่งหายไป ครึ่งร่างของเธอที่เดิมมีสภาพเหมือนผ้าคลุมลอยได้ ตอนนี้มันสลายไปหมดแล้ว
ถึงแม้จะไม่ดับสูญแต่มาจินาก็ห่างไกลจากคำว่าปกติดี เธอเชื่อว่าเชอรีสเองก็คงไม่รอดปลอดภัยจากระเบิดที่ทำลายทั้งเมืองแบบนี้ แต่วินาทีต่อมาเธอก็ได้พบกับความจริง ไฟที่เผาผลาญทั้งเมืองไม่ได้ส่งผลอะไรกับจิ้งจอกเพลิงแบบเธอสักนิด ไม่มีแม้แต่ร่องรอย เชอรีสไม่ได้บุบสลายตรงไหนเลย
เชอรีสเลิกสนใจทั้งมาจินาและซากเมืองที่กำลังลุกไหม้ เมื่อศัตรูไม่ได้อยู่ตรงหน้าแล้วก็ราวกับได้ปลดปล่อยความโกรธออกมาจนหมด เชอรีสหันกลับมาสนใจสิ่งที่ดึงดูดเธอมาโดยตลอด แหล่งพลังความมืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปนี้
“เป้าหมายเคลื่อนไหวแล้วค่ะ กำลังมุ่งตรงไปทางทิศเหนือ”
“ตามไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาขวางอีก คราวนี้ต้องจับตัวเธอให้ได้”
“พบแหล่งพลังงานมหาศาลกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง”
“ใครกันอีกเนี่ย” เวเนกรีดร้อง เธอรู้สึกว่าเรื่องแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องมีบางอย่างโผล่มา ราวกับโชคชะตาต้องการกลั่นแกล้งไม่ให้ภารกิจนี้สำเร็จได้
“หกตน พลังระดับเดียวกับเจ็ดปีศาจสงคราม กำลังจะปะทะกับเชอรีสในอีกไม่เกินสิบนาทีข้างหน้าครับ” เจ้าหน้าที่รายงาน
“หกตน… ตั้งหกเนี่ยนะ” เจเนวีฟขนลุก นึกภาพศัตรูที่เหมือนกับกลาเซียถึงหกตน นี่คือสิ่งที่ใกล้เคียงกับวันโลกาวินาศที่สุดที่เธอเคยพบเคยเห็นมา
ทุกคนรู้สึกสยองกับข้อมูลที่ได้รับ สำหรับพวกไซเลนเซอร์ เจ็ดปีศาจสงครามคือศัตรูที่ไม่ได้ด้อยกว่าพวกเขาเลย โดยเฉพาะโซนาตาและโรมิเอลที่เคยถูกสองจากหกคนนั้นเล่นงานมาแล้ว พวกเขารู้ว่าศัตรูคราวนี้อันตรายแค่ไหน
“ให้คิดซะว่าพวกมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกอีริธตอนครบกลุ่มก็แล้วกัน” โซนาตาพยายามอธิบายเพื่อให้อลินาเห็นภาพมากขึ้น
“ปะทะโดยตรง ไม่มีทางชนะเลย เราต้องจับมันแยกกัน” บรอลเสนอความเห็นซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนก็คิดแบบเดียวกัน มันเป็นคนทางเดียวที่เป็นไปได้
ทุกคนเห็นตรงตามกัน โรมิเอลขอจองตัวอารันเน เพราะไม่เพียงแค่ความแค้นที่ถูกโจมตีเมื่อไม่นานนี้ แต่เจ็ดปีศาจสงครามคนนี้เคยมีคดีกับเขามาเนิ่นนาน โรมิเอลตั้งใจใช้โอกาสนี้สะสางทุกอย่างซะ
“ข้าคิดว่าข้าสามารถดึงยัยนั่นแยกออกมาได้”
“ได้ งั้นโรมิเอลรับมือผู้หญิงแมงมุมไป” โซนาตายกหน้าที่ให้ ที่เขาต้องรับมือก็เหลืออีกห้า
“พวกนั้น… เดิมทีไม่ใช่พวกเดียวกัน ต่างคนต่างก็ถือดีว่าตนเป็นผู้นำดินแดนที่ไม่ขึ้นกับใคร คงจะไม่ได้สามัคคีนัก ถ้าพวกนายโจมตีระหว่างที่พวกมันตามล่าปีศาจจิ้งจอก บางทีอาจจะแยกกลุ่มพวกมันได้อีก” บรอลเสนอความเห็น
“ถ้าแยกออกมาอีกสักสองคนได้น่าจะได้เป็นกรณีที่ดีที่สุด” โซนาตาประเมิน เขาคิดว่าโอกาสอาจจะมีแค่หนเดียว ถ้าพวกที่แตกกลุ่มถูกล้มลงสักคน มันจะเพิ่มโอกาสให้พวกที่เหลือระมัดระวังตัวมากขึ้นและไม่สามารถจับแยกกลุ่มได้อีก
โซนาตาจำลองสถานการณ์ดูหลาย ๆ แบบ รูปแบบที่เขาคิดว่าเป็นรูปแบบในอุดมคติที่สุดคือ โรมิเอลสามารถล่ออารันเนออกไปได้ พวกเขาสามารถดึงเอาสองถึงสามคนจากห้าคนที่เหลือออกมา และหนึ่งในนั้นต้องไม่ใช่ “นูเอล” ที่โรมิเอลเชื่อว่าเป็นผู้นำของกลุ่ม และอย่างสุดท้ายคือเชอรีสรอดจากการโจมตีของเจ็ดปีศาจสงครามได้นานพอก่อนที่ความช่วยเหลือจะไปถึง
สปีดพาทุกคนไปส่งในจุดที่ใกล้ที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ พวกเขาไม่ได้พากำลังรบมาด้วยทั้งหมดเพราะแน่ใจว่าเพียงแค่จำนวนไม่ได้ช่วยให้ชนะศึกนี้ได้ สมาชิกระดับหัวแถวเก้าคนจึงประกอบไปด้วย กลุ่มไซเลนเซอร์ห้าคนที่นับรวมโซนาตาไว้ด้วย เวเน เจเนวีฟ ดีวาน และโรมิเอล
“ไปกันเถอะ” สิ้นคำทั้งเก้าคนกับอีกหนึ่งร่มปีศาจก็วิ่งไปข้างหน้า
ขั้นตอนแรกสุดราบรื่นยิ่งกว่าที่หวังไว้ พวกเดมอนลอร์ดรับรู้การมาของพวกเขา พวกเขาไม่ได้สนใจหรือเห็นพวกโซนาตาอยู่ในสายตา มีเพียงแค่อารันเนที่เมื่อเห็นหน้าโรมิเอลก็หัวเสียขึ้นมาทันที เธอคิดว่าเธอฆ่าเขาไปแล้วที่สะพานแห่งความวิปโยค
“แกอีกแล้วเหรอ ทำไมไม่ตายสักทีนะ”
“เจ้าพลาดโอกาสสังหารข้ากี่ครั้งแล้วนะ” โรมิเอลแกล้งยั่วแล้วมันก็ดูได้ผล
“ครั้งนี้แหละจะเป็นครั้งสุดท้าย”
พูดจบอารันเนกระโจนใส่โรมิเอลด้วยครึ่งร่างที่เป็นแมงมุม โรมิเอลปัดป้องการโจมตีด้วยขาทั้งแปดไว้ได้จากนั้นจึงทิ้งระยะออกมาตามแผน
“พวกเจ้าล่วงหน้ากันไปก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องต้องสะสางกับเจ้าหนุ่มนี่” อารันเนพูดโดยไม่สนว่าพวกโซนาตาอยู่แถวนั้นด้วย สำหรับเธอ ศัตรูจะมีหนึ่งเดียวหรือมีทั้งกองทัพก็ไม่ได้มีค่าแตกต่างกัน
โซนาตาจงใจทิ้งระยะห่างจากโรมิเอลและอารันเน พวกเขาไล่ตามเจ็ดปีศาจสงครามอีกห้าตนโดยระวังไม่เข้าใกล้จนเกินไปจนกระทั่งแน่ใจว่าทิ้งห่างจากโรมิเอลมากพอแล้ว
“เจ้าพวกมนุษย์มันตามไม่เลิกเลย” หนึ่งในนั้นเหลียวกลับมามองพวกโซนาตาอยู่เป็นระยะ เธอคือไซเซอร์ ปีศาจพังพอนผู้ใช้สายลมเป็นอาวุธ “ใช้ลมของข้าไล่พวกมันไปดีไหม”
“น่ารำคาญ แค่ฆ่าพวกมันให้หมดก็พอแล้วนี่” แฟงกัส ปีศาจวิญญาณสุนัขขู่คำราม
“ถ้าพูดถึงตัวน่ารำคาญ ข้าว่าเจ้าน่ะแหละที่น่ารำคาญที่สุด” วีลาพูด ถึงตอนนี้เธอจะอยู่ในร่างเหมือนมนุษย์ แต่ร่างจริงของเธอคือปีศาจแมวสองหาง
“ก็น่ารำคาญกันทั้งคู่นั่นแหละ” เขาคือบัลล็อคปีศาจที่มีร่างครึ่งบนของมนุษย์ หัวของวัว และครึ่งล่างของปลาหมึก
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว หนวกหู!!” นูเอลตวาด แม้ว่าตอนนี้แต่ละคนจะมีศักดิ์เทียบเท่ากับราชาแต่ของแคว้น แต่ทุกคนก็ยังยำเกรงนูเอลที่เคยเป็นหัวหน้าของพวกตน จึงไม่มีใครอยากต่อปากต่อคำด้วย “ไซเซอร์ บัลล็อค เจ้าสองคนจัดการพวกมนุษย์ที่ตามมา”
“ข้าคนเดียวก็พอแล้ว” บัลล็อคฟังจบก็พุ่งไปอีกทาง
“อย่ามาแย่งเหยื่อของข้า” ไซเซอร์วิ่งฉิวแซงไปด้วยแรงส่งจากกระแสลมรอบกาย
การปะทะเริ่มขึ้นโดยไม่มีฝ่ายใดยั้งมือ เริ่มจากกระสุนของอัลโตที่พุ่งใส่ด้วยความเร็วสูง จากนั้นอลินาก็สลับที่สมาชิกแนวหน้ากับกระสุนที่เกือบจะถึงเป้าหมาย
“เจ้าพวกนี้” ไซเซอร์ชะงักไป ดาบของดีวานเพิ่งเฉี่ยวคอเธอไป โชคดีที่กำแพงลมของเธอต้านเอาไว้ได้
เคสเทรลถูกหางปลาหมึกของบัลล็อคจับไว้ได้ เขาไม่ได้ประมาทเลยสักนิด มันเป็นเพราะความเร็วของอีกฝ่ายเหนือกว่ามาก แต่อลินาก็สลับที่เขาออกมาได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะออกแรงบีบ
“เฮ้ ก่อนจะฆ่ากันไม่แนะนำตัวกันก่อนเหรอ” ไซเซอร์ชวนคุย ปากเธอบอกแบบนั้นแต่จิตสังหารนั้นพร้อมอยากฆ่าอีกฝ่ายจนทนแทบไม่ไหว
“พวกเรากลุ่มอะบีส ข้าชื่อเวเน” เวเนเป็นคนเดียวที่ตอบกลับ
“กลุ่มอะบีสเหรอ ไม่เคยได้ยิน พวกเจ้าคงมาจากซีนสินะ” บัลล็อคถามไปอย่างนั้นเอง เขาไม่ได้สนใจอยากรู้เรื่องของมนุษย์ที่ตนกำลังจะฆ่านัก
“ข้าไซเซอร์ และตัวเจ้าใหญ่นั่นบัลล็อค” ไซเซอร์แนะนำตัวอย่างนึกสนุก เธอชื่นชอบการเข่นฆ่าโดยเฉพาะการได้รู้จักกับเหยื่อก่อน มันยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นขึ้น