Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 85: ไทม์แมชชีน
ร่างของอลินาลอยไปและกระแทกเข้ากับเจเนวีฟ อลินาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครหรืออะไรที่เล่นงานเธอ จากนั้นในเวลาที่ห่างกันไม่ถึงเสี้ยววินาที การโจมตีก็ถูกแบ่งให้กับทุกคนรับไปอย่างถ้วนหน้า ทุกคนล้ม กระเด็น ราวกับตัวหมากบนกระดานที่ถูกพลิกคว่ำ เพียงพริบตาเดียวชัยชนะที่คิดว่าอยู่ในมือก็ปลิวหลุดหายไปโดยพลัน
เชอรีสไม่ได้กำลังล้มลง ตรงกันข้าม การไล่ต้อนของพวกโซนาตาช่วยกระตุ้นให้เธอไปจนถึงปลายทางของการเติบโต บัดนี้ร่างสมบูรณ์ของเธอได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
…เก้าหาง…
คล้ายกับร่างเก้าหางที่โซนาตาเคยเห็นยามที่ได้พบเธอครั้งแรก แต่ขนาด กำลัง และพลังเวทมนตร์ที่มีนั้นผิดกันลิบลับ ไม่ใช่แค่ครึ่งปีศาจอย่างที่เคยเป็น เธอซึมซัมพลังธาตุมืดจนกลายเป็นปีศาจแท้จริง เชอรีสที่เขาเคยรู้จักไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกต่อไป
“อูยยย” กาเรนฝืนลุกขึ้นได้สำเร็จเป็นคนแรก เขาพบว่าตนเองดวงดีได้รับบาดเจ็บน้อยกว่าใครเพื่อน แต่นอกจากโรมิเอลที่สู้อยู่วงนอก คนอื่นแทบจะไม่อยู่ในสภาพที่สามารถสู้ต่อได้แล้ว
“ยังไม่จบหรอก” โซนาตาเองก็ฝืนลุกขึ้นบ้าง แขนข้างซ้ายไม่สามารถขยับได้ ส่วนแขนขวาก็ดีกว่านั้นแค่เล็กน้อย ที่น่าห่วงคือการโจมตีเมื่อครู่ทำให้เลือดไหลจนตามองไม่เห็นไปข้างหนึ่ง
“ยะ… อย่ามาดูถูกกันนะ” อลินาพยายามลุกขึ้นแต่เธอก็ล้มลงไปอีกครั้ง
“ข้าก็ยังไหว” ดีวานใช้ดาบดันตัวเองขึ้น โซนาตาและกาเรนเพิ่งเห็นขาของเขาเหลือแค่ข้างเดียว มันคงจะขาดเพราะการโจมตีเมื่อครู่
โรมิเอลรู้สึกหวั่นไหวเมื่อเห็นสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เขาเห็นภาพซ้อนทับเมื่อยามที่พวกโคลดาเรียสังหารหมู่ชาวบ้านในกรีนเกรฟ เขาแน่ใจว่าพวกโซนาตากำลังจะถูกฆ่า และเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
โครว์และโกคิน โรมิเอลเชื่อว่าเขาสามารถเอาชนะทั้งคู่ได้ แต่การต่อสู้คงไม่มีทางจบได้ทัน อีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าทุกคนก็จะตายกันหมด
ความสิ้นหวังไม่ได้มีเพียงแค่นั้น สิ่งที่ร้ายแรงยิ่งกว่าได้ปรากฏออกมาซ้ำเติม และเหยียบย่ำเศษเสี้ยวของความหวังให้จมมิดดิน ร่างของชายชราในชุดผู้สูงศักดิ์ปรากฏขึ้น
“ท่านมาถึงแล้ว” โครว์พูดอย่างโล่งใจ
“พวกเราชนะแล้ว” โกคินหัวเราะลั่น
“นานเหลือเกิน… ในที่สุดความปรารถนาของข้าก็เป็นจริง” ชายชราเดินเข้าไปใกล้กับเชอรีส เขาไม่ได้หวาดกลัวจิ้งจอกร่างยักษ์แม้แต่น้อย
มือที่แห้งเหี่ยวยื่นออกไป เชอรีสไม่เพียงไม่ทำอันตรายเขา เธอยังก้มหัวลงเล็กน้อย มันทำให้มือของชายชราสามารถสัมผัสกับใบหน้าของเธอได้
โซนาตาไม่เคยเห็นเขามาก่อน แต่ก็เดาได้ในทันทีว่าชายชราผู้นี้คือใคร เขาจะเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกจากปีศาจที่อยู่เหนือปีศาจทุกตนในดินแดนนี้ “เซลซารอส ฟริกัสโต”
“อย่ายุ่งกับเธอ…” โซนาตาพูดด้วยเสียงแหบพร่า
มือที่เหี่ยวย่นกลับมาชุ่มชื่น ร่างกายที่ผอมเกร็งและเคลื่อนไหวลำบากกำลังฟื้นคืน ความเยาว์วัยและกล้ามเนื้อที่เซลซารอสเสียไปหลังจากที่เขานำพลังของเทพปีศาจมาเป็นของตัวเองกำลังจะกลับคืนมาสู่เขา
ไม่หลงเหลือสภาพของราชาเฒ่าที่กำลังจะร่วงโรย ผู้ที่อยู่ตรงหน้าของโซนาตาคือชายหนุ่มรูปงามผู้ที่ภายนอกไม่ได้มีวัยแตกต่างไปจากเขา เขามีผิวขาวซีด ผมสีขาวมีประกายฟ้าแซม ร่างสูงองอาจแต่ก็ดูงดงามราวกับสตรี หางที่มีสีเดียวกับเส้นผมโบกสะบัดไปมาอย่างสบายอารมณ์
“ดาบจันทรา… ของที่ยัยผู้หญิงน่ารังเกียจนั่นตีขึ้น เพราะมีของแบบนี้นี่เองถึงมาได้ขนาดนี้” เซลซารอสชี้ไปที่ดาบดำ แต่โซนาตาไม่ได้สนใจคำพูดของอีกฝ่ายแล้ว
“พาเชอรีสกลับ… ฉันต้องพาเธอกลับไปให้ได้” โซนาตาไม่ได้คุยกับเซลซารอส แต่เขากำลังย้ำเตือนกับตนเอง
“จะฆ่าพวกแกทั้งหมดทิ้งแบบนี้ก็ไม่ยาก แต่ตอนนี้ข้าอารมณ์ดีจนเกินกว่าจะปล่อยให้มันจบลงแบบนั้น”
“ระวัง หมอนั่นกำลังจะทำอะไรบางอย่าง” อลินาตะโกน
ร่างของเซลซารอสกำลังเปลี่ยนไป ร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้น ขนสีขาวอมฟ้าขึ้นปกคลุมทั่วร่าง ทุกคนเคยเห็นการกลายสภาพแบบเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้งจนรู้ดี มันคือการกลายร่างเป็นปีศาจจิ้งจอก
ขนาดของเซลซารอสเทียบไม่ได้กับเชอรีสในร่างเก้าหาง ร่างกายของเขาใหญ่โตราวกับขุนเขา เส้นขนถูกปกคลุมด้วยพลังเวทมนตร์ที่หนาแน่นจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หางทั้งหนึ่งร้อยแปดโบกสะบัดไปมาราวอสรพิษ
“บ้าไปแล้ว” กาเรนเผลอร้องสุดเสียง เขาแน่ใจว่าปีศาจที่อยู่เบื้องหน้าเป็นอะไรที่แตกต่างจากทุกสิ่งที่เคยเห็น เขาเริ่มเข้าใจที่เจ็ดปีศาจสงครามหวาดกลัวเซลซารอสผู้นี้และมองว่าเซลซารอสมีพลังระดับเทพเจ้าไปแล้ว
โซนาตาตัวสั่นเทิ้ม แต่มันไม่ใช่ความสั่นที่เกิดจากความหวาดกลัว มันคือความรู้สึกอยากท้าทายอำนาจที่เหนือกว่าตนเองอย่างลิบลับ แม้จะรู้ว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเลย
“โอกาสชนะเป็นศูนย์” โซนาตาแสยะยิ้ม เขายังไม่ตัดใจเรื่องเชอรีสแต่ก็ไม่หลงเหลือวิธีการใดอีกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้ที่เขาเหลือแค่มิเนอร์วา
พลังของเซลซารอสระเบิดออก นอกจากเชอรีสแล้วเขาไม่ได้สนใจใครอื่นแม้แต่ลูกน้อง ทุกอย่างในรัศมีหลายร้อยไมล์กำลังจะถูกทำลายโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
โซนาตาและพรรคพวกกลับขึ้นมิเนอร์วาก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่อึดใจ เขาและอลินาได้พิกัดที่ด็อกมาส่งมาให้และทำการสลับที่สมาชิกทุกคนกลับขึ้นยานอย่างเร่งด่วน ด็อกมาถ่ายโอนพลังงานทั้งหมดไปไว้ที่เกราะแล้ว มันคือทุกอย่างที่พวกเขาสามารถทำได้
ระเบิดฉลองชัยชนะของเซลซารอสทำงานในวินาทีต่อมา โครว์ โกคิน กองทัพใหญ่ เมืองเล็กเมืองน้อยที่อยู่ในรัศมี ทุกอย่างถูกทำลายจนหมดสิ้น แม้แต่มิเนอร์วาที่บินสูงเหนือกว่านั้นมากก็ยังได้รับผลกระทบจนเกือบพลิกคว่ำ มันเป็นพลังทำลายที่ทำให้ระเบิดก่อน ๆ หน้านี้กลายเป็นของเด็กเล่นไปในทันที
พวกเขารอดมาได้ แต่สติของโซนาตาก็ใกล้ดับวูบ เขาเสียเลือดมากเกินไป
เขาไม่รู้เลยว่ามันคือความฝัน ภาพหลอน หรือมันคือการสื่อทางจิต โซนาตาพบว่าเขาอยู่ในสถานที่แบบเดียวกับที่เขาเคยพบเจ้าของดาบคนก่อน แต่คราวนี้คนที่รอเขาอยู่คือเชอรีส
“เชอรีส…”
“ข้ามาบอกลาเจ้า…”
“เพ้อเจ้ออะไรน่ะ ถ้าได้สติคืนมาแล้วก็กลับบ้านด้วยกันเถอะ”
“ข้าถึงบ้านแล้ว”
“บ้านของเธอคือเอเทเซียต่างหาก” โซนาตาไม่สนใจว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ เขาคว้าข้อมือของเธอและพยายามมองหาทางออกในโลกที่ไร้แสง
“เจ้าก็รู้ว่ามันไม่จริง ข้าแตกต่างจากผู้อื่น แตกต่างมาเสมอ”
“ทุกคนรักเธอ แค่นั้นก็พอแล้ว”
“ทุกคนงั้นเหรอ” เธอดึงมือออก
“…” โซนาตาเงียบไป เขาคิดว่าตนรู้ว่าเชอรีสอยากบอกอะไร
“ถ้าท่านสัญญาว่าจะอยู่ด้วย ข้าจะกลับไปด้วยก็ได้” เธอยิ้มเศร้า ๆ “แต่มันเป็นไปไม่ได้สินะ”
“เชอรีส…”
“เจ้ามีเป้าหมายที่ต้องไล่ตาม ส่วนข้าก็มีภาระของราชินีที่ต้องแบกรับไว้ เพียงแค่ต่างจากเดิมเล็กน้อย”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว กลับกันเดี๋ยวนี้!” โซนาตาไม่อยากรับฟังอีก ต่อให้ต้องฉุดกระชากเขาก็อยากพาเธอกลับไปให้ได้
“ขอบคุณนะ” เสียงเชอรีสกลายเป็นเสียงกระซิบ สัมผัสของมืออุ่น ๆ หายไปกับความมืด แสงสว่างเข้ามาแทนที่พร้อมสติที่หวนกลับมา
“โซนาตา” อัลโตเข้ามาพยุงเขาไว้ก่อนที่จะล้มลง “อย่าเพิ่งหมดสติไป เรื่องมันยังไม่จบนะ”
“เจ้านั่นกำลังจะยิงเวทใส่เรา” เวเนกรีดร้อง เธอและเจเนวีฟกอดกันแน่น ที่จอภาพกำลังแสดงให้เห็นว่าลูกพลังขนาดมโหฬารก่อตัวขึ้นจากปากของเซลซารอส มันใหญ่จนเอาเมืองทั้งเมืองยัดใส่เข้าไปได้ แน่นอนว่าต่อให้เป็นสนามพลังสูงสุดของมิเนอร์วาก็คงไม่สามารถต้านทานไว้ได้
“จะถูกโจมตีในอีกสิบวินาที” ระบบเตือนภัยยานร้องเตือน
“พาข้าออกไป มันต้องมีวิธีอะไรสักอย่าง” โรมิเอลก็ตะโกนแข่งกับเสียงของทุกคน
“แปดวินาที”
โซนาตาพุ่งตรงไปที่แท่นควบคุม สิ่งเดียวที่เขานึกออกในเวลานี้คือการใช้อุปกรณ์พิเศษที่เขาและด็อกมาช่วยกันสร้าง แม้ว่าจะไม่เคยทดลองใช้จริงเลยสักครั้ง
น่าแปลกที่โซนาตารู้สึกคุ้นเคยกับมัน ไม่ใช่เพราะเขาช่วยออกแบบ ไม่ใช่เพราะหลายเดือนมานี้เขาคอยส่งข้อมูลการปรับแก้ให้กับด็อกมา หรือไม่ใช่เพราะเคยเห็นของแบบเดียวกันในหนังแนวไซไฟที่ตนเคยผ่านตามา
เขารู้จักมัน เขาเคยใช้มันมาก่อนเมื่อนานแสนนานมาแล้ว
…จงตามหาร้อยวิญญาณ… เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“หกวินาที”
…กำจัดเทพปีศาจ…
“ห้าวินาที” โซนาตากดปุ่มเดินเครื่องในตอนนั้น
…เอาชนะเฮลวอล์กเกอร์…
“สี่วินาที”
…รวบรวมผู้คนกลับคืนมา…
“สองวินาที”
…ปกป้องซีนและจักรวาล…
“หนึ่ง…”
แล้วเสียงต่าง ๆ ก็ดับหายไป เวทมนตร์รูปทรงกลมของเซลซารอสถูกกลืนหายไปจากการระเบิดบนท้องฟ้าสีแดงเลือด มันไม่มีเศษซาก ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือแม้แต่เมฆสีเทาที่เคยปกคลุมอยู่ที่นั่น
“ปี.. 9..1..29 …สถานที่ไม่… ระบุได้”
“เกิดอะไรขึ้น” โรมิเอลรู้สึกผิดปกติ และยิ่งเมื่อได้เห็นสีหน้าของทุกคนก็ยิ่งรู้สึกกังวล
“ไทม์แมชชีน” ด็อกมาเฉลย “เมื่อครู่โซนาตาเพิ่งใช้งานมัน”
“อันตราย พลังงานของยานตกลงถึงขั้นวิกฤติ… พลังงานสำรองจะถูกใช้แทนในห้าวินาที” ระบบอัตโนมัติร้องเตือนไม่หยุดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ พวกเขารู้แค่ว่ายานกำลังจะลงจอดอัตโนมัติ
“ไม่ใช่เนเธอร์เวิลด์… ซีนงั้นเหรอ”
“เอเทเซีย ปี 9129 พวกเราไม่ได้ต้องกลับไปเวลาที่พวกนายมาเหรอ” เวเนหันไปถามอัลโต แต่เขาไม่มีคำตอบให้
“พวกเราอยู่ในอดีต” เจเนวีฟแทบล้มทั้งยืน