Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 84: ตัดหาง
สปีดนำเพกาซัสมาจอดรับทันทีที่เขาได้คำสั่ง พวกเขาไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่จะจอดยานมิเนอร์วาสักครู่ เมื่อบรรดาสมาชิกกลับมาเรียบร้อย ยานก็มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายต่อไปในทันที
ไฟที่ห่อหุ้มกายของเชอรีสรุนแรงขึ้นในตอนที่เธอกลายเป็นร่างเจ็ดหาง ในที่สุดแม้แต่เครื่องติดตามที่ทนต่อความร้อนก็ไม่สามารถต้านทานไว้ได้อีก มันหลอมละลายและทิ้งไว้แค่ข้อมูลตำแหน่งสุดท้ายของเธอ
“อาจจะต้องปะทะกับพวกโคลดาเรีย” โซนาตาหันไปถามโรมิเอล “มีอะไรที่พวกเราควรรู้ไหม”
“โคลดาเรียคือประเทศของพวกปีศาจกึ่งสัตว์ ปกครองโดยราชาจิ้งจอกน้ำแข็งเซลซารอส เขาเคยมีอำนาจมากจนถึงเมื่อหลายร้อยปีก่อน ลือกันว่าเขาพยายามเอาพลังของเทพปีศาจมาเป็นของตนเอง และมันทำให้เขาคุมพลังไม่อยู่” บรอลอธิบายแทน
“เซลซารอส… เทพปีศาจ” เจเนวีฟเหลียวมองดาบดำด้วยความกังวล
“มีใครบ้างที่พวกเราต้องระวัง” อลินาถามต่อ เธอเลิกถามโรมิเอลและหันมาถามกับบรอลโดยตรง
“ขุนพลของโคลดาเรียแข็งแกร่งทุกคน เดิมทีพวกเจ็ดปีศาจสงครามก็เคยเป็นขุนพลของพวกนั้นด้วย ที่น่าจับตาเป็นพิเศษก็มี โครว์เจ้าเมืองครามา บิ๊กโบนเจ้าเมืองไรโอนา โกคินหัวหน้าหน่วยองครักษ์… อาา เอาเป็นว่าถึงจะไม่เท่ากับเจ็ดปีศาจสงครามแต่ระดับแม่ทัพก็ประมาทไม่ได้ทั้งนั้น”
“โครว์ บินได้ เชี่ยวชาญเวทพายุ และมีพวกกาปีศาจเป็นบริวาร แต่เขาไม่เร็วเท่ากับไซเซอร์” โรมิเอลให้ข้อมูลเพิ่ม เขาดูอึดอัดกับการพูดจนบางทีอลินาก็รู้สึกหมั่นไส้
“บิ๊กโบน หมอนี่เหมือนอันเดด แต่ไม่ใช่ เวทศักดิ์สิทธิ์ใช้กับเขาไม่ค่อยได้ผล” ดีวานให้ข้อมูลบ้าง เขาเคยประมือกับบิ๊กโบนมาแล้วและตอนนี้ก็แน่ใจว่าถ้าเผชิญหน้าอีก เขาจะรับมือได้อย่างแน่นอน
“โกคิน ฉันเคยได้ยินมาค่ะ… เขาเป็นเผ่ายักษ์กินคน ร่างใหญ่ ดุร้าย เรี่ยวแรงมหาศาล” เมลิสซาเองก็มีข้อมูลเช่นกัน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มอีลิทไฟว์ทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บข้อมูลมาเพิ่ม โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับกองทัพโคลดาเรีย “นอกจากนี้ข้อมูลของระดับนายกองอีกหลายคนก็ถูกอัพโหลดขึ้นไปแล้วค่ะ”
“เยี่ยมมาก คนสวย” กาเรนยกนิ้วให้ แต่เมลิสซาแกล้งมองไปทางอื่นแทน
“ยังไม่แน่ว่าจะต้องปะทะกัน แต่ขอให้ทุกคนจดจำข้อมูลไว้ให้ได้มากที่สุด” โซนาตาย้ำเป็นครั้งสุดท้าย
มิเนอร์วาจับสัญญาณชีพของเชอรีสได้ในที่สุด แต่เธอไม่ได้อยู่ตามลำพัง กองทัพของโคลดาเรียได้มาถึงแล้วเช่นกัน ซ้ำร้ายกว่านั้น เชอรีสยังกลายเป็นร่างแปดหางแล้วด้วย
“พวกเจ้าจัดการเรื่องปีศาจจิ้งจอกไป ข้าจะรับผิดชอบที่เหลือเอง” โรมิเอลเสนอตัว เขาเห็นจากจอภาพว่าโครว์และโกคินอยู่ในนั้นด้วย แต่เขาแน่ใจว่าตนรับมือไหว
“อย่าฝืนก็แล้วกัน ถ้าต้องการคนช่วยก็บอก”
“ข้าคิดว่าทางด้านเจ้าน่าหนักใจกว่าอีกนะ” บรอลแหย่เล่น แต่สีหน้าโรมิเอลไม่ตลกด้วย เขาคิดว่าการสู้กับจิ้งจอกเพลิงแปดหางอาจจะลำบากกว่ารับมือปีศาจทั้งทัพอีก
กลุ่มอะบีสกระโดดลงจากเพกาซัสทีละคน ๆ โดยไม่ได้ใช้ตัวช่วย พวกเขาเลือกลงกลางวงล้อมของศัตรู ด้านหน้าคือเชอรีสที่อยู่ในอาการสงบ เธอไม่ได้คลุ้มคลั่งอย่างที่เคย ราวกับรู้ว่ากองทัพของโคลดาเรียกำลังพาเธอไปสู่จุดหมาย และตรงกันข้าม เธอมองพวกโซนาตาที่พยายามขัดขวางเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง
“ตัดหางให้มากที่สุด เราจะจับตัวเธอหลังจากนั้น” ด็อกมาออกคำสั่งจากมิเนอร์วา
“พูดมันก็ง่ายสิ” กาเรนบ่นอุบอิบ เขาเพิ่งหลบเวทที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ถึงโรมิเอลจะรับปากจัดการกับทั้งทัพ แต่ดูเหมือนแค่การปะทะกับโครว์และโกคินก็จะตึงมือแล้ว หน้าที่ป้องกันพวกระดับล่างไม่ให้มายุ่งกับการต่อสู้จึงตกเป็นของกาเรนและเคสเทรลแทน
เวเนและเจเนวีฟร่ายเวทเพื่อเสริมพลังให้ทุกคน โซนาตาและดีวานทำหน้าที่หลักในการสร้างความเสียหาย อลินายืนคุมเชิงเว้นระยะออกมาเพื่อให้มองเห็นสนามรบได้กว้างขึ้น อัลโตยิงจากระยะไกลเพื่อสกัดกั้น ถึงศัตรูจะร้ายกาจแต่พวกเขาก็ยันอยู่ด้วยการร่วมมือกัน
“นี่เจ้าคือปีศาจตัวเดิมที่เคยสู้กับข้าจริงเหรอ” โครว์หายใจลำบากเพราะไอเย็นมหาศาลที่โรมิเอลปล่อยออกมา
“…” โรมิเอลแค่จ้องกลับด้วยดวงตาสีแดง
“ครึ่งปีศาจที่บุกครามาที่เขาลือกัน มันเป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกมนุษย์หรือเนี่ย” โกคินมีสภาพดีกว่าโครว์ไม่มาก ร่างใหญ่โตของเขาช่วยป้องกันตนเองจากไอเย็นได้ดีกว่าแค่เล็กน้อย
โรมิเอลสูดหายใจลึกเพื่อรวบรวมกำลัง สิ่งที่ถูกปล่อยจากฝ่ามือของเขาไม่ใช่ความเย็น เส้นใยจำนวนนับไม่ถ้วนถูกส่งไปทั่วสนามรบยกเว้นเพียงตรงกลางที่พวกโซนาตากำลังต่อสู้ เมื่อเขาสะบัดมือเพียงเล็กน้อยปีศาจนับพันชีวิตก็ถูกเส้นใยเหล่านั้นตัดออกเป็นชิ้น ๆ
การปะทะแบบสองต่อหนึ่งดุเดือดขึ้นในทุกขณะ โครว์และโกคินยอมทิ้งศักดิ์ศรีของขุนพลและทุ่มเทกำลังทั้งหมดเข้าจัดการกับโรมิเอล พายุของโครว์รุนแรงยิ่งกว่าพายุเฮอริเคนระดับห้า มันมีความเร็วเกินกว่าร้อยหกสิบไมล์ต่อชั่วโมง แต่พายุที่เคยพัดโรมิเอลจนปลิวหมดท่า ใช้ไม่ได้ผลกับเขาแล้ว
โกคินนอกจากมีพละกำลังสุดยอดแล้วเขายังมีผิวกายที่แข็งแกร่งกว่าเพชรและยืดหยุ่นได้ยิ่งกว่ายาง ใยแมงมุมที่ชิงมาจากอารันเนไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะได้เปรียบ โกคินพบว่าเส้นใยที่มองไม่เห็น กำลังรัดพันร่างของเขาทีละน้อย มันทำให้เขาช้าอยู่แล้วยิ่งช้าลงอีก
ด้านโซนาตา พวกเขาพบว่าเชอรีสได้กลายเป็นแปดหางไปแล้ว ถ้าเทียบกับการเพิ่มจำนวนหางครั้งก่อน เธอดูตัวใหญ่ขึ้นไม่มากและพลังก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โซนาตาเดาว่าเธอเองก็ใกล้ถึงจุดสูงสุดของวิวัฒนาการแล้ว ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับพวกเขา
“ไม่มีเวลาแล้ว ต้องใช้วิธีนั้น” โซนาตาตะโกนบอกทุกคน
“แต่มันเสี่ยงนะ ข้าไม่คิดว่าคนอื่นจะควบคุมมันได้” เวเนไม่แน่ใจว่าเธอจะทำได้
“ยิ่งเสียเวลา โอกาสที่จะพลาดก็ยิ่งสูง เราต้องทำแล้วล่ะเวเน” เจเนวีฟดูสงบกว่ามาก เธอพร้อมที่จะเสี่ยงแล้ว
“ไม่ต้องกังวล พวกเราจะช่วยกัน” อัลโตที่รัวกระสุนอยู่ข้างหลังก็ช่วยให้กำลังใจ
“จะทำอะไรก็รีบเถอะ” ว่าเสร็จเคสเทรลและกาเรนก็กระโดดถอยหลังทิ้งระยะจากวงล้อมข้างนอกพวกเขามากระจุกตัวกันอยู่ข้าง ๆ โซนาตา
โซนาตาพุ่งออกไปพร้อมกับทุกคน แต่ละคนช่วยกันรับมือกับหางทั้งแปดที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ดาบดีวานถูกเชอรีสงับเอาไว้ มันจึงเป็นการประลองกำลังระหว่างเขาและเธอ อลินาและกาเรนทุ่มสุดตัวและหยุดหางสองหางไว้ได้ เคสเทรลฝืนหยุดไว้ได้สองหางแม้ว่าจะต้องบาดเจ็บ ส่วนอัลโต เจเนวีฟ และ เวเน ก็ช่วยกันป้องกันอีกสองหางไว้ได้
ฉับบบบ
โซนาตาเข้าระยะโจมตีและเขาก็ไม่รอช้า ดาบจันทราฮาร์เบลตัดหางหนึ่งในแปดจนขาดกระเด็น พลังที่รุนแรงสะท้อนกลับมา มือขวา ท่อนแขน ศอก ต้นแขน และไหล่ กระดูกทุกชิ้น กล้ามเนื้อทุกส่วนของแขนขวาถูกทำลายจนหมดสภาพทันที
โซนาตาไม่มีเวลาแม้แต่ร้องโอดครวญ งานของเขายังไม่จบ ดาบถูกสลับไปอยู่ในมือซ้าย จากนั้นเขาก็ทำแบบเดิมซ้ำ หางที่สองของเชอรีสขาดสะบั้นพร้อม ๆ ไปกับแขนข้างซ้ายของเขาที่เจ็บหนักยิ่งกว่าแขนขวาเสียอีก
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ร่างของเขายังไม่ร่วงถึงพื้นด้วยซ้ำ โซนาตาเตะดาบดำออกไปให้กับเพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุด เคสเทรลรับดาบต่อ แขนซ้ายเจ็บหนักและซี่โครงก็หักจากการฝืนหยุดหางถึงสองหางแต่เขาเตรียมใจไว้แล้ว ความเสียหายแค่นี้ไม่สามารถหยุดเขาได้
ฉับบบ
อีกหนึ่งแขนที่ถูกสังเวยเพื่อแลกกับหางหนึ่งหาง น่าเสียดายที่แขนซ้ายของเขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะใช้ต่อได้ เคสเทรลเตะดาบต่อไปให้กับกาเรน
ฉับบบ
“หยุดได้แล้ว” กาเรนตะโกน เขาทำสำเร็จแต่ดาบก็กระเด็นหลุดมือไป
ฉับบบ
“ได้สติสักที” อลิตาตะโกนบ้าง หลักจากเสียแขนขวาไป เธอก็ใช้พลังต่อ ดาบถูกสลับไปที่หินที่ดีวานคว้าเอาไว้ก่อนหน้านี้
ฉับบบบ
“หางที่หก” ดีวานทิ้งดาบที่เชอรีสคาบไว้ เขาตวัดดาบไปที่อีกหนึ่งหาง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแรงสะท้อนที่ย้อนกลับมาน้อยกว่าที่ทุกคนได้รับ แขนของดีวานจึงไม่ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส
อลินาสังเกตเห็นสิ่งที่แตกต่างในชั่วพริบตา แต่เธอก็ไม่เสี่ยงให้เขาใช้ดาบซ้ำ ดาบถูกสลับไปที่อัลโตที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
ฉับบบ
หางที่เจ็ดขาดกระเด็นอย่างสวยงาม เหลืออีกเพียงแค่หางเดียว และดาบตอนนี้ก็ถูกส่งต่อไปอยู่ในมือของเจเนวีฟแล้ว
เจเนวีฟดึงพลังแฝงทั้งหมดของแวมไพร์ออกมาในครั้งเดียว มันคือการโจมตีที่เธอกล้าแลกด้วยชีวิต แต่มันไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้น เวเนกอดเธอไว้จากข้างหลัง เพื่อนรักของเธอกำลังเสี่ยงชีวิตไปพร้อมกัน พลังเวททั้งหมดของเวเนถูกส่งต่อมาให้กับเธอ
ฉับบบ
สองสาวลุ้นจนแทบไม่กล้ามอง โดยเฉพาะเจเนวีฟเธอกลัวว่าจะทำให้โซนาตาผิดหวังจนหลงลืมความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับแขนทั้งสองข้าง และเมื่อเห็นหางที่ลุกเป็นไฟ กระเด็นขึ้นสูง พวกเธอก็ร้องออกมาด้วยความยินดี
เสียงหวีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องจนกลบทุกเสียงในสนามรบ ทุกคนหยุดนิ่งราวกับถูกสะกด โครว์ โกคิน และโรมิเอลต่างก็หยุดมือและหันไปมองเจ้าของเสียงนั้น
เชอรีสกรีดร้องด้วยความทรมานแสนสาหัส โซนาตารู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กับเธอ แต่เขาคิดว่ามันคือหนทางเดียวที่จะหยุดเธอได้
พลังของเชอรีสลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างของเธอหดเล็กลง เปลวไฟรอบกายที่เคยลุกโชนอย่างร้อนแรงอ่อนกำลังลงทันตา แม้แต่หางทั้งแปดที่ถูกตัดออกก็หดเล็กลงจนดูไร้พิษสง
ทุกคนแน่ใจว่าเธอกำลังกลับร่างเป็นร่างมนุษย์ เวเนถึงกับเตรียมนำเสื้อคลุมออกมาไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้เธอต้องเปลือยเปล่าเมื่อคืนร่าง แต่ความหวังดีของเธอก็ต้องเก้อไป ร่างจิ้งจอกที่น่าจะแน่นิ่งกำลังกระตุกอย่างรุนแรง
“ยังไม่หมดฤทธิ์อีกเหรอ” อลินาได้สติก่อนใคร เธอหันไปบอกกับเวเนและดีวาน “รีบรักษาทุกคนเร็วเข้า”
กร๊อบบ