Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 91: หนุ่มชาวป่าหนวดเคราเฟิ้ม
กราเทียและผู้ติดตามทั้งสองเบนเข็มไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่แผนของเธอต้องล้มเหลวเพราะหมู่บ้านน้อยใหญ่ที่อยู่ระหว่างทางต่างก็ถูกครอบงำด้วยลัทธินี้ไปแล้ว แทนที่จะขึ้นเหนือได้อย่างที่ต้องการพวกเธอกลับถูกบีบให้ต้องหนีลงทางตอนใต้แทน
ทีละคน ๆ กราเทียสูญเสียผู้ติดตามของเธอไป สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์และเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ยังเล็ก ทหารหญิงผู้ที่สามารถตายแทนเธอได้ ทุกคนถูกสังหารระหว่างเส้นทางการหลบหนี
กราเทียซัดเซพเนจรไปจนถึงโรเดล ทุกอย่างผิดจากความตั้งใจเดิมไปหมด สูญเสียทั้งผู้ติดตามและแม้แต่ข้าวของติดตัวก็สูญหายไประหว่างการหนีตาย เธอมาถึงต่างบ้านต่างเมืองโดยไม่มีสิ่งใดติดตัวมานอกจากเสื้อผ้าที่สวมอยู่และดาบเพียงหนึ่งเล่ม
เช่นเดียวกับเมืองอื่น กลุ่มเฟทเองก็แฝงตัวอยู่ที่นี่ กราเทียรู้ว่าเธอควรจะรอคอยกำลังหนุนโดยไม่ก่อเรื่องเพิ่ม แต่เมื่อเห็นพวกเฟทกำลังก่อความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน เลือดแห่งความยุติธรรมของเธอก็เดือดพล่าน กราเทียตรงเข้าไปช่วยแม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังถูกพวกเฟทจับตัวไปสอบสวน
เธอยอมรับว่าเป็นการกระทำโง่ ๆ แต่กราเทียไม่สามารถทนเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อหน้าได้ ดาบเพียงเล่มเดียว พลังเวทที่ใกล้จะแห้งเหือด เธอต่อสู้ทั้งที่ไม่มีหวังให้ชนะได้
“เพลงดาบโรดอส ยัยนี่เป็นเชื้อพระวงศ์ของเรฟลินตัน” นักดาบรายหนึ่งจำการเคลื่อนไหวของเธอได้
“เรฟลินตัน… มาทำอะไรแถวนี้กัน”
“จับตัวไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”
กราเทียสู้สุดชีวิต เธอหมุนตัวฟันและล้มสองคนที่ขนาบการโจมตีจากทั้งสองด้าน ฝีมือดาบของเธอทำให้พวกที่เหลือไม่สามารถทำเป็นเล่นได้อีก พวกเขาโหมรุกจากทุกด้านจนเธอได้แผลแรกที่ไหล่ซ้าย
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเธอถูกหมายหัวแทนสองแม่ลูก กราเทียก็เริ่มเป็นฝ่ายถอย เธอสังเกตว่าพวกเฟทลังเลเมื่อเธอเข้าใกล้กับป่าพรีวูด และตอนนั้นเองที่กราเทียก็ตัดสินใจวิ่ง
พวกเฟทชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจวิ่งไล่ มันทำให้พวกเขาไล่ตามกราเทียไม่ทัน
ความกล้าก่อนหน้านี้หายไปจนหมด ในหัวของเธอเหลือแค่ความคิดที่จะเอาตัวรอด เธอแน่ใจว่าอีกฝ่ายยังคงไล่ตามมา กว่าจะรู้ตัวเธอก็หลงเข้าไปในจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว
ต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมทั้งป่าบดบังแสงอาทิตย์จนไม่ว่าจะมองไปด้านไหนก็เห็นแต่ความมืดครึ้ม เงาตะคุ่ม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นเงาของสัตว์ร้ายหรือแค่ใบไม้ต้องลม เสียงแมลง เสียงนก และเสียงของสัตว์ที่เธอก็ไม่รู้ว่าคือตัวอะไรร้องดังมาจากที่ไกล ๆ กราเทียยอมรับว่ามันทำให้เธอกลัวจนขวัญกระเจิง
กราเทียหลงวนอยู่ในป่าหลายวันแล้ว… ผลไม้ในป่าไม่ได้หาง่ายอย่างที่หวังไว้ เธอพบแค่ลูกไม้แห้ง ๆ ที่แทบไม่มีรสชาติ สัตว์ส่วนใหญ่ที่พบเจอก็ไม่สามารถล่ามันได้ เธอกำลังจนตรอกอย่างถึงที่สุด หญิงสาวในวัยสิบหกปีพบว่าบางทีเธออาจไม่มีโอกาสกลับออกไปจากป่าอีกแล้ว บิดาของเธออาจจะไม่มีวันได้รู้ด้วยซ้ำว่าบุตรีของเขาต้องมาตายอยู่ในที่ห่างไกลไร้ผู้คนแบบนี้
…ข้ามันโง่… กราเทียด่าทอตัวเอง เธอสำนึกถึงความไร้พลังแถมยังอวดดีของตนเอง ไม่เพียงแค่ทำให้ผู้ติดตามทั้งหมดต้องตายแต่ชีวิตของเธอเองก็อาจจะใกล้หมดลงในเร็ววันนี้
…ขอโทษนะทุกคน ข้าทำให้ทุกคนผิดหวัง…
ความเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินทาง การฝืนใช้เวทมนตร์อย่างต่อเนื่องและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ทำให้กราเทียหมดสติไป เธอนอนอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีชายผู้หนึ่งเข้ามาใกล้
“คุณ… เป็นอะไรหรือเปล่า” เธอพยายามลืมตาขึ้นมอง เสียงของเขาคล้ายใครคนหนึ่งที่เธอรู้จัก ชายแปลกหน้ายื่นถุงหนังที่บรรจุน้ำให้ เธอรับมาดื่มโดยไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงหรือความฝัน
มันไม่ใช่ความฝัน ผู้ชายแปลกหน้าที่ประคองเธอเอาไว้มีตัวตนอยู่จริง กราเทียตกใจและเผลอผลักเขาจนหงายหลัง
“อ๊ะ ขอโทษ…”
ชายปริศนาไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเขา และเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับเธอเลย เมื่อเห็นว่ากราเทียหิวและเหนื่อยจนหน้ามืด เขาก็หายตัวไปพักหนึ่งก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับผลไม้ที่เธอไม่รู้จัก
ผลไม้หน้าตาประหลาดที่หน้าตาดูไม่น่ากินได้กลับอร่อยกว่าที่คิด กราเทียจัดการกับผลไม้ทั้งเครือหมดภายในเวลาไม่กี่อึดใจ นี่คือการกินครั้งที่น่าอายที่สุดในชีวิตของเธอ กว่าจะนึกได้ว่าเสียมารยาทไปผลไม้ก็หมดไปแล้ว
“ข้าลืมถามไปว่าท่านจะกินด้วยหรือเปล่า” กราเทียยิ้มแหย ๆ ด้วยความเขิน
“ผมกินมาแล้ว แล้วคุณล่ะยังหิวอยู่ไหมครับ”
กราเทียพยักหน้า เธอลุกขึ้นแล้วขอบคุณเขาอีกครั้ง “สักวันข้าจะตอบแทนท่าน…”
“ไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ ผมก็แค่คนจรที่บังเอิญผ่านมาและก็กำลังจะจากไป”
กราเทียเพิ่งจะได้มองหน้าของเขาชัด ๆ ชายหนุ่มผู้นี้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ เขาดูมอมแมมใส่ชุดเก่า ๆ ที่ทำจากหนังสัตว์ ท่าทางเห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่อาศัยอยู่กับป่า แต่กราเทียรู้สึกว่ามีบางสิ่งของชายผู้นี้ที่ดูขัดแย้ง สำเนียงและการออกเสียงของเขาก็ฟังดูขัด ๆ แปลก ๆ
“คงไม่ใช่ว่ามีอะไรติดหน้าผมนะครับ” ชายหนุ่มลูบหน้าตาของเขาเพื่อหาว่ามีอะไรติดหน้าหรือไม่ แต่ถึงจะมีอีกฝ่ายก็คงมองไม่เห็นเพราะหนวดเคราและผมที่รกรุงรังทำให้แยกไม่ออกว่าอะไรคือฝุ่นอะไรคือเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนหน้า
กราเทียเผลอสังเกตการณ์อีกฝ่ายอย่างเสียมารยาท คน ๆ นี้ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็เป็นชาวป่าอย่างแน่นอน
“ข้าคือกราเทีย โรดอส” หญิงสาวตัดสินใจแนะนำตัวเอง มันเป็นการเดิมพัน เธออยากรู้ว่าชายแปลกหน้าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อรู้ว่าเธอคือเจ้าหญิงของเรฟลินตัน
“งั้นเหรอครับ เจ้าหญิงสินะ” เขาไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ เลย “งั้นก็ขอให้โชคดีแล้วกัน ผมขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวสิ เจ้าจะทิ้งข้าไว้กลางป่าแบบนี้ไม่ได้นะ”
“นั่นสิครับ” เขาทำท่าครุ่นคิด “งั้นผมจะไปส่งที่โรเดล…”
“ข้าอยากจะไปเอเทเซีย” มันฟังดูเอาแต่ใจ แต่กราเทียไม่มีทางเลือก “ถ้าเจ้ายอมช่วย ข้าจะมีของตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อให้แน่”
“ไกลน่าดูเลยนะครับ” ชายปริศนาเกาหัวแกรก ๆ “ขอโทษนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่สะดวก เอาแบบนี้ดีไหมครับ ผมจะไปส่งคุณที่โรเดล แล้วหลังจากนั้นคุณก็ค่อยหาคนช่วยที่นั่น”
กราเทียรู้สึกเหนื่อยใจกับคนตรงหน้า เธอพยายามเสนอแหวนที่เป็นสมบัติติดตัวชิ้นสุดท้ายให้ แต่เขาก็ไม่สนใจ มันทำให้กราเทียนึกขึ้นได้ว่าชาวป่าอย่างเขาอาจจะไม่เข้าใจคุณค่าของแหวนเพชรวงนี้
…เอาเถอะ เดิมทีเขาก็แค่ชาวป่าชาวเขา ถึงเขาจะยอมติดตามไปก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก…
กราเทียร้อนใจอยากรีบเดินทาง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เธอเข้าใจว่าการรีบเร่งจนเกินไปจะกลายเป็นปัญหา เธอทำตามคำแนะนำของชายที่ยังไม่รู้จักชื่อ กราเทียจะพักอยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะฟื้นกำลังและเขาพร้อมที่จะพาเธอออกไปจากป่าลึก
ในระหว่างนั้น เขาช่วยเธอทำเพิงที่พัก สอนเธอจับปลาในลำธารและหาอาหาร และที่สำคัญกว่านั้น เขายังสอนให้เธอเอาตัวรอดจากเดวัลในป่าด้วย
ในป่าพรีวูดมีเดวัลมากมายหลายสิบหลายร้อยสายพันธุ์ ส่วนใหญ่เดวัลจะมีพฤติกรรมคล้ายกับสัตว์ป่า หากเรียนรู้และทำความเข้าใจลักษณะพิเศษของพวกมัน พวกมันกินอะไร พวกมันมีอาณาเขตแบบไหน อะไรที่ทำให้มันโกรธ หากเข้าใจสิ่งเหล่านี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกมันได้
แต่นั่นใช้ได้กับเดวัลส่วนใหญ่เท่านั้น มีเดวัลบางชนิดที่ดุร้ายและเกรี้ยวกราดโดยธรรมชาติ พวกมันชอบการล่า สนุกกับการทรมานเหยื่อ พวกมันฆ่าทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องมีแรงกระตุ้นใด ๆ
กราเทียได้เรียนรู้บทเรียนนี้ด้วยตัวของเธอเอง เธอถูกเดวัลที่เรียกว่า “เดบรัว” สะกดรอยมาพักหนึ่งแล้ว เดบรัวคือเดวัลรูปร่างผสมระหว่างมนุษย์และกวาง มีหัวคล้ายกวาง มีเขาขนาดใหญ่ ยืนสองขาเหมือนมนุษย์ ดูผิวเผินมันคล้ายกับสัตว์ที่รักสงบและตื่นกลัวง่ายแบบกวาง แต่แท้จริงแล้วเดบรัวคือสัตว์กินเนื้อที่ชื่นชอบการล่าและทรมานเหยื่อ
เดบรัวมีเรี่ยวแรงมากกว่าหมีในขณะที่มีความเร็วและแรงกระโดดที่เหลือเชื่อ เหยื่อของมันมักจะถูกเล่นงานโดยไม่มีโอกาสรู้ตัวด้วยซ้ำ หลังจากตีเหยื่อจนสลบเดบรัวจะลากเหยื่อกลับไปที่ซ่อน และจากนั้นมันจะเริ่มกินอีกฝ่ายทั้งเป็น
การฝึกที่อัลกราดช่วยลับประสาทสัมผัสให้กราเทียเหนือกว่าคนทั่วไป เธอรู้สึกถึงอันตรายได้ก่อนที่เดบรัวจะเริ่มจู่โจม เธอยกดาบขึ้นต้านจากมุมที่ไม่น่าจะมองเห็น แต่ดาบกลับลอยหลุดจากมือไปในทันทีที่สัมผัสกับกีบเท้าของนักล่า
ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากมาย กราเทียก็รู้ทันทีว่าเธอได้พบกับศัตรูที่เกินรับมือ เจ้าตัวนี้ตัวเดียวอันตรายยิ่งกว่าพวกเฟทนับสิบคน ที่สำคัญเธอแน่ใจว่าเธอไม่มีทางหนีมันพ้น
หญิงสาวนึกอยากสาปแช่งชะตากรรมของตนเอง เธอพบว่าดาบของเธอกระเด็นไปอยู่ด้านหลังของเดบรัว เธอไม่สามารถใช้เวทมนตร์โจมตีได้ ความหวังที่ริบหรี่อยู่แล้วของเธอจึงหมดสิ้นไม่เหลือหลอ
แล้วตอนนั้นเองชาวป่าผมเผ้ารุงรังและมีหนวดเคราเฟิ้มก็ปรากฏตัว เขามาพร้อมกับดำสีดำสนิทที่ไม่เข้ากับตัวเขาเลย ชาวป่าเดินเข้ามาทักทายกราเทียโดยไม่ได้สนใจเดบรัวที่อยู่ข้างหลัง
“ระวัง!” กราเทียร้องเตือน แต่เขาก็ยังไม่สนใจ
“วันนี้คุณอยากกินอะไร ปลาหรือผลไม้”
ท่าทีไม่สนใจของชายหนุ่มทำให้เดบรัวโกรธกระฟัดกระเฟียด ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตแบบไหนที่เห็นมันแล้วไม่หวาดกลัวมาก่อน เดบรัวตัวนั้นกระโดดใส่พร้อมกับกางกรงเล็บที่อันตรายไม่แพ้คมดาบ
ชายชาวป่าเบี่ยงหลบ
“จริง ๆ เมื่อเช้าผมจับเรียบิทได้ คุณรู้จักใช่ไหมครับเดวัลกระต่ายที่มีเขาเหมือนกวาง”
“ข้างหลัง!” กราเทียชี้ เดบรัวตวัดแขนไปมาแต่ก็คว้าจับได้แต่ลม มันดูเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาน่าหวาดเสียวแต่ชาวป่าก็หลบได้เสียทุกครั้ง ทั้งที่ไม่ได้เหลียวมองเลยแม้แต่นิด
“ใช่ครับ เขาเหมือนเจ้าตัวข้างหลังนี่แหละ” คราวนี้เขาคว้าเขาของเดบรัวเอาไว้ อีกฝ่ายจับข้อมือของเขาเพื่อง้างออก แต่มันไม่สำเร็จ ชายพิลึกผู้นี้มีพละกำลังเหนือกว่ามันมากจนมันไม่สามารถหยุดได้สักนิด
กราเทียเกือบจะเป็นลมล้มพับไป เธอต้องหยิกตัวเองหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้กำลังฝันอยู่ เดบรัวสามารถตบหมีคอหักได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ชายผู้นี้กลับหยอกล้อมันราวกับมันเป็นแค่สัตว์เลี้ยงเชื่อง ๆ
“เอายังไงกับเจ้าเดบรัวนี่ดีนะ” เขาจับเขามันกดลงกับพื้น “ปล่อยไปเดี๋ยวมันกลับมาแก้แค้นคุณแน่”
“ฆ่ามันสิ มันเป็นเดวัลนะ”
ชายชาวป่าไม่ได้ตอบ เขารู้อยู่แก่ใจว่าเดบรัวไม่ใช่เดวัลธรรมดา มันฉลาดและเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อมันเรียนรู้แล้วว่าไม่สามารถรับมือกับเขาได้ มันจะจ้องเล่นงานเธอตอนที่เธออยู่ตามลำพัง
ตุบบบ
เขาสังหารมันด้วยการโจมตีที่กราเทียมองไม่เห็น แรงกระแทกจากด้ามดาบแทบมองไม่เห็นจากภายนอก แต่เดบรัวตัวนี้ถูกทำลายสมองไปแล้ว มันคือทางออกที่ขมขื่นแต่เขาก็จำเป็นต้องทำ อย่างน้อยที่สุดเขาก็คิดว่ามันเป็นวิธีการฆ่าที่ทรมานน้อยที่สุดแล้ว
“ขอโทษนะ ผมคงปล่อยให้นายไปทำร้ายเธอทีหลังไม่ได้หรอก”
…ฝีมือขนาดนี้ นี่มันยิ่งกว่าหัวหน้าพาลาดินของอัลกราดซะอีก...
“เจ้าเป็นใครกันแน่”