Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 98: ชินา
“หมอนี่ท่าทางไม่เลวเหมือนกันนะ” โซนาตาหมายถึงทอลโด เพราะเขายอมรับมานานแล้วว่าความแข็งแกร่งของเซกันเป็นของจริง คนที่ประมือกับเซกันได้ย่อมมีชั้นเชิงและฝีมือไม่ธรรมดาเช่นกัน
“ทอลโด ไฮด์… ลือกันว่าเขาเป็นทายาทของทอลเดน ชายที่เคยต่อสู้กับลูนาร์ค่ะ” เจเนวีฟที่ยังอยู่ข้างตัวเขาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
“ทอลเดน… ลูนาร์” ชื่อแรกโซนาตาไม่คุ้น แต่ชื่อหลังเขาได้ยินเจเนวีฟเล่าให้ฟังมาบ้างแล้ว ลูนาร์คือชื่อของช่างโลหะอัจฉริยะที่ประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์มากมาย ดาบจันทราฮาร์เบลเองก็เป็นหนึ่งในผลงานของเธอ
“ตอนที่อ่านความทรงจำของดาบ และแม่กุญแจของประตูนรก ฉันเคยเห็นผู้สร้างมัน แต่ว่าดูเหมือนเขาจะเป็นผู้ชายนะ”
“ข้าก็ไม่แน่ใจค่ะ บันทึกประวัติศาสตร์ช่วงนั้นคลุมเคลือยิ่งกว่ายุคของเซกันอีก เรื่องของทอลเดนก็มีบันทึกไว้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องวิชาดาบและความสามารถในการควบคุมหมาป่าของเขาค่ะ”
การต่อสู้ของทั้งสองดำเนินต่อไปจนถึงรุ่งสาง เซกันใช้หลายวิธีนอกจากการดึงพลังออกดาบ แต่เขาก็ไม่สามารถจัดการกับทอลโดได้อย่างเด็ดขาด ส่วนด้านทอลโดก็ไม่แตกต่าง เขาถึงกับงัดวิชาลับออกมาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่มีวิชาใดที่ได้ผล
แล้วในที่สุดพวกเขาก็ต้องหยุดมือเมื่อชาวบ้านที่ถูกวางยาเริ่มได้สติคืนมา สภาพเละเทะของหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านต่างก็ต้องตกใจ พวกเขาร้องโวยวายและถามหาสาเหตุที่ผู้มีพระคุณทั้งสองถึงได้ทะเลาะกัน
“เรื่องเข้าใจผิดกันน่ะครับ” เซกันรีบขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือดร้อน
“ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดซะหน่อย หมอนี่คือเซกัน เอเทเซีย” ทอลโดแฉ
“ไม่จริงใช่ไหม” ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงพึมพำ
“ดาบดำ… ก็ว่าอยู่ว่าเคยได้ยินที่ไหน”
กราเทียเพิ่งตื่นมาเกือบจะเป็นคนสุดท้าย เธอจึงตกใจที่เห็นชาวบ้านมารวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้าน และเมื่อเห็นสภาพโดยรอบเธอก็เข้าใจทันทีว่าสิ่งที่ระแวงเกิดขึ้นไปแล้วโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“ไปกันเถอะ” กลาเทียเข้าไปเขย่าแขนเซกัน เธอเห็นว่าสายตาของชาวบ้านที่มองพวกตนเปลี่ยนไปจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความข้องใจ สงสัย และความหวาดกลัว
ปึ้กกก
มันคือเสียงหินที่เขวี้ยงมาแต่เซกันปัดทิ้งโดยไม่ตั้งใจ จากนั้นหินอีกหลายก้อนก็ถูกเขวี้ยงตามมา มีหลายคนที่พยายามห้ามแต่ก็ไม่ทันแล้วความโกลาหลได้แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านหลายคนเชื่อบทสรุปของทอลโดและพวกเขาก็กำลังโกรธแค้น
หลายคนต้องเสียญาติพี่น้อง คนรัก เพื่อน ให้กับกลุ่มเฟท พวกเขาพร้อมที่จะโทษใครสักคนอยู่แล้ว มันคือเหตุการณ์แบบเดิม ๆ ที่เซกันพบวนเวียนซ้ำไปมาตลอดทั้งชีีวิต
เซกันและกราเทียยอมจากไปแต่โดยดี พวกเขาไม่อยากรอให้ทุกอย่างแย่ไปยิ่งกว่านี้ ส่วนทอลโดเองก็ได้รับผลกรรมทันตาเช่นกัน ชาวบ้านเห็นพ้องตรงกันว่าที่เขาวางยาคนในหมู่บ้านและยังอาละวาดจนบ้านเรือนเสียหายเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้เช่นกัน แทนที่จะได้จากลากันด้วยดีทั้งสามถูกไล่ด้วยการเขวี้ยงปาหินใส่และร้องด่าทอจนต้องหนีเตลิดออกมา
“คราวนี้จบลงด้วยดีนะครับ ไม่ถูกตามมาไล่ฆ่าแบบสุด ๆ” เซกันรู้สึกโล่งใจ
“มันดีตรงไหนเนี่ย ถูกไล่อย่างกับพวกเราไปทำอะไรผิดมา คนที่ก่อเรื่องคือหมอนี่ต่างหาก” กราเทียหันไปกระแทกเสียงใส่ทอลโดที่ไม่รู้ทำไมถึงยังตามมาในเส้นทางเดียวกัน
“มาต่อกันเถอะ” ทอลโดไม่สนที่ถูกกล่าวโทษ เขาส่งเสียงท้าทาย หลังพวกเขาพ้นออกมาจากหมู่บ้าน
“เลิกบ้าสักที” กราเทียเข้ามายืนขวางระหว่างชายทั้งคู่
“เจ้าเองก็รู้ใช่ไหมว่ามันเป็นใคร คิดยังไงถึงได้เดินทางกับคนแบบนี้”
“รู้…” กลาเทียถอนหายใจ “แต่หมอนี่จะช่วยข้าจัดการกับพวกเฟท”
“พวกเราจะไปที่อัลกราดครับ”
“พูดเรื่องตลกอะไรกัน อัลกราดใกล้จะแตกแล้ว”
“เราถึงจะไปช่วยยังไงล่ะ เจ้าเองก็เกลียดพวกเฟทสินะ ทำไมไม่มากับเราล่ะ เป็นการชดใช้ที่มาหาเรื่องพวกเราด้วย” กราเทียชี้หน้าทอลโด เพราะคิดว่าสลัดทิ้งไม่สำเร็จแน่ อย่างนั้นชวนมาร่วมในแผนการของพวกตนน่าจะเป็นประโยชน์กว่า
ทอลโดอึ้งที่ถูกกราเทียชวนเข้ากลุ่ม เธอทำราวกับว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น
“เจ้าไม่ได้ฟังทีี่ข้าพูดใช่ไหม ข้าจะจัดการหมอนี่ตอนนี้” ทอลโดชี้ไปที่เซกัน
“เอาไว้จัดการพวกเฟทก่อนไม่ได้เหรอครับ” เซกันก็ตอบอย่างใจเย็น
“ถ้าตามมา อาจจะมีโอกาสเด็ดหัวหมอนี่ตอนเผลอก็ได้นะ” กลาเทียยั่วทอลโดให้ตัดสินใจสงบศึกไปก่อน จะได้เดินทางกันต่อไปได้เสียที
“เอ๋! อย่าไปบอกเขาแบบนั้นสิครับ” เซกันประท้วงแต่กลาเทียไม่ได้สนใจ
เธอรู้ว่าจิตใจเขาเข้มแข็ง ถึงจะรู้สึกรู้สาบ้าง แต่เซกันก็ใจเย็นและชินชาจนเขาไม่มามัวเสียเวลาหวาดระแวงว่าจะถูกทอลโดฆ่าระหว่างทางแน่ การเดินทางจะราบรื่นอย่างแน่นอน
“ว่าไงล่ะ จะมาด้วยกันหรือจะสู้ให้แตกหักตรงนี้เลย” เธอกระตุ้นอีก
…เจ้าพวกนี้ วางแผนอะไรอยู่กันนะ…
ทอลโดหวาดระแวง
ทั้งสามร่วมทางกันในที่สุด เซกันมีจิตใจเข้มแข็ง แต่การจับจิตสังหารของทอลโดได้เกือบตลอดเวลาก็ทำให้เขาเครียดอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะตนจะถูกทำร้ายหรือเอาชีวิต เขาเพียงแค่กลัวจะทำให้กลาเทียจะติดร่างแหหากทอลโดลงมือกับเขา
ส่วนทอลโดเองเอาแต่ระแวงว่าเซกันและกราเทียจะตลบหลังตนตอนไหน
ระหว่างทาง นอกจากเดวัลแล้วทั้งสามได้ปะทะกลุ่มเฟทบ้างประปราย บางส่วนคือพวกที่กำลังจะไปรวมตัวที่อัลกราด บางส่วนคือหน่วยที่ถูกส่งมาเพื่อขัดขวางกองหนุนหรือใครก็ตามที่อาจจะมาจากทางทิศใต้ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเขตของเรวาเรนท์
“กรี้ดดดด ช่วยด้วยค่าาา” หญิงสาววิ่งหน้าตื่นมา เบื้องหลังเธอคือกลุ่มชายหญิงกลุ่มใหญ่ที่สวมชุดดำ พวกเขาคือเฟทนั่นเอง
หญิงสาวปริศนาวิ่งผ่ากลางวงของเซกัน กราเทียและทอลโด เธอกดหมวกที่เหมือนกับหมวกแม่มดเอาไว้ ทุกคนจึงเห็นใบหน้าไม่ชัด
การต่อสู้เริ่มขึ้นเมื่อพวกที่ตามมาคิดว่าเซกันและคนอื่น ๆ คือพวกเดียวกับสาวลึกลับ พวกเฟทเปิดฉากการโจมตีด้วยเวทมนตร์ไฟและเวทมนตร์พายุ
เซกันไวกว่าเขาปัดเวทมนตร์เหล่านั้นทิ้ง ส่วนทอลโดไม่สนด้วยซ้ำ เขาเบี่ยงตัวหลบเวทและพุ่งเข้าไปปลิดชีพหนึ่งในนั้นด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน
กราเทียใช้เวทมนตร์ของนักบวชเพิ่มความเร็วให้กับทั้งคู่ พวกเฟทถูกฝึกมาให้เล่นงานหน่วยสนับสนุนก่อนมันจึงเห็นกราเทียเป็นเป้าหมายการโจมตีแทน แต่เธอไม่ใช่สายสนับสนุนที่ไร้การป้องกัน กลาเทียมีเพลงดาบโรดอสกับพื้นฐานที่เซกันฝึกฝนมาให้ หากไม่ใช่นักรบระดับสูงก็อย่าหวังว่าจะปราบเธอลงได้ง่าย ๆ
ไม่ใช่แค่เพียงทั้งสามที่ตอบโต้กลุ่มเฟท หญิงสาวที่ถูกไล่ตามก็หันมาช่วยโจมตีด้วย เธอร่ายเวทสายฟ้าที่วิ่งไปตามพื้น นอกจากความรุนแรงแล้วมันยังทำให้พวกที่ถูกเวทนี้ชาดิกจนขยับตัวไม่ได้
“จอมเวท…” กราเทียพึมพำ อันที่จริงผู้ใช้เวทมนตร์สายโจมตีก็ไม่ใช่ของแปลกอะไรนัก แต่เธอรู้สึกว่าจอมเวทรายนี้มีบางสิ่งที่พิเศษซ่อนอยู่
จอมเวทสาวควักไม้เท้าออกมาจากกระเป๋าใบไม่ใหญ่โต มันน่าประหลาดที่ไม้เท้าอันยาวสามารถเก็บอยู่ในกระเป๋าที่ไม่ได้ใหญ่โตแบบนั้นได้
“เอานี่ไปกินซะ”
ลูกไฟลูกโตพุ่งออกมาจากไม้เท้าและตกลงกลางวงของพวกเฟท มีบางคนในนั้นร่ายเวทเกราะไว้ก่อน แต่มันไม่สามารถลดทอนแรงระเบิดทั้งหมดได้ แต่ละคนกระเด็นกระดอนไปคนละทางอย่างน่าสงสาร
“ไฟร์บอลรุนแรงมาก” เซกันเอ่ยปากชม มันเป็นหนึ่งในไม่กี่เวทที่เขาก็ใช้ได้เช่นกัน แต่สาวปริศนาคนนี้ทำได้ดีกว่ามาก
“เพราะไม้เท้านั่น” ทอลโดจ้องไม้เท้าสีแดงเขม็ง แค่ชายตามองเขาก็รู้ว่าไม้เท้าอันนั้นไม่ใช่ของทั่วไป
“พวกเจ้าทุกคนฝีมือไม่เลวเลยนี่” สาวผู้ก่อเรื่องทักทายก่อน สายตาเธอยังไม่ละจากพวกเฟท ส่วนมือเองก็ไม่หยุดนิ่ง เธอเก็บไม้เท้าสีแดงเพลิงลงกระเป๋าจากนั้นก็หยิบไม้เท้าใหม่ออกมาแทน
“สมอล” เธอร่ายเวทจากไม้เท้าใหม่
มันเป็นเวทมนตร์หายากที่ทุกคนไม่เคยพบเห็น ผลของมันทำให้ศัตรูถูกย่อส่วนลงจนเล็กเหลือแค่ขนาดราวฝ่ามือ ทอลโดไม่ปรานีศัตรูที่อ่อนแอลง เขาจัดการกับทั้งหมดในทันที
“ข้าชื่อชินา เป็นจอมเวทและนักสร้างไม้เท้าเวท ยินดีที่ได้รู้จัก” ผู้มาใหม่แนะนำตัวอย่างสดใส เธอไม่สนสายตาของทอลโดและกราเทียที่มองเธออย่างไม่ไว้วางใจ
“ข้าชื่อกราเทีย… เป็นนักบวชและนักดาบ ยินดีที่ได้รู้จัก” กราเทียแนะนำแบบระวังตัว เธอไม่ได้บอกว่าเธอคือตระกูลโรดอส
“ทอลโด ไฮด์” ต่างจากกราเทีย ถึงทอลโดจะดูท่าทีอยู่แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลต้องปิดบัง
“ผมเซกันครับ” เซกันเผลอหลุดปากออกไป แต่โชคดีที่เขาพูดเสียงค่อยจึงคิดว่าชินาคงไม่ได้ยิน
“พวกเจ้ากำลังขึ้นเหนืองั้นเหรอ อย่าไปเลยที่นั่นมีสงครามอยู่นะ”
“หรือว่าเจ้ามาจากอัลกราด ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ดีเลย พวกเฟทเต็มไปหมด น่าจะมีหลายหมื่นหรือถึงหลายแสนคนเลยมั้ง แถมพวกนั้นยังเอาเดวัลมาใช้ร่วมด้วย”
แล้วอยู่ ๆ ชินาก็เล่าเรื่องของตัวเองโดยไม่มีใครถามถึง เธอพร่ำเพ้อว่าสมัยเด็กตนหลงไหลในงาน “ลูนาร์” ผู้เป็นช่างในตำนาน ชินาจึงตั้งเป้าว่าหากเติบใหญ่เธอก็จะกลายเป็นตำนานเช่นกัน
แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ง่ายดาย ยิ่งศึกษางานของลูนาร์เธอก็ยิ่งพบว่ามันเป็นเป้าหมายที่เธอไม่มีทางไปถึง ลูนาร์คืออัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ ต่อให้พยายามทั้งชีวิตเธอก็คงไม่สามารถไล่ได้ทัน
ชินาจึงตัดสินใจบีบเป้าหมายให้แคบลง เธอพบว่าเธอมีพรสวรรค์ในการสร้างไม้เท้าเวท พลองและคทามากกว่าสิ่งอื่น ตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็แต่งตั้งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไม้เท้า
พวกเซกันงงงวยที่ถูกบังคับให้ฟังเรื่องราวของเธอ แต่พวกเขาก็รู้สึกสนใจเธอขึ้นมาไม่น้อย ที่เธอเล่าว่าหลงไหลในงานของช่างในตำนานมันช่วยอธิบายถึงที่มาของกระเป๋าวิเศษของเธอด้วย
ชินายังเล่าเพิ่มเติมอีกว่าเพื่อศึกษาไม้เท้าเวทให้มากขึ้น หากเธอพบใครที่ถือไม้เท้าที่น่าสนใจเธอก็มักจะท้าสู้และยึดไม้เท้าของอีกฝ่ายมาเป็นของตน พฤติกรรมของเธอไม่เพียงทำให้เธอมีศัตรูไปทั่วมันยังทำให้เธอถูกพวกเฟทหมายหัวด้วย
“ข้าน่ะ ปล้นไม้เท้าจากพวกเฟทมาเป็นร้อยอันแล้ว แต่ส่วนใหญ่มันก็แค่ของห่วย ๆ น่ะ” ชินากอดอกพูดอย่างภาคภูมิ ดูเหมือนว่าจริง ๆ ที่เล่ามาทั้งหมดก็แค่เพราะเธออยากอวดว่าเธอตบทรัพย์ของพวกเฟทมาเยอะ
ทอลโดไม่อยากเสียเวลากับชินา เขาจึงชักชวนให้ทุกคนเดินทางต่อ แต่กราเทียทำตรงกันข้าม
“พวกเราจะไปช่วยอัลกราด เจ้าจะมาด้วยกันไหม”
“นี่เจ้าจะซี้ซั้วชวนทุกคนที่เจอหน้าไม่ได้นะ” ทอลโดโวยวาย
“ไม่ได้คิดจะชวนมันทุกคนทีี่เจอสักหน่อย แต่ชินาคนนี้ดูท่าทางไม่เลวนะ แล้วเราก็ยังไม่มีจอมเวทด้วย”
“แต่เซกันคนนี้ก็ใช้เวทมนตร์โจมตีได้นี่” ชินาชี้ไปที่เซกัน มันทำให้เขาตกใจเพราะคิดว่าเธอไม่ได้ยินตอนเขาแนะนำตัว
เป็นครั้งแรกที่เซกันพบว่ามีคนที่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่ก็ไม่มีท่าทางตกใจ หวาดกลัว เคียดแค้น หรือรังเกียจ ชินาดูไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาคือเซกันคนเดียวกับในคำทำนายหรือไม่
“เอ๋… คำทำนายนั่นน่ะเหรอ เรื่องยุ่งยากแถมฟังดูไร้สาระบ้าบอแบบนั้นข้าไม่สนหรอก”
ตอนนั้นเซกันเข้าใจไปว่าชินาพูดแบบนั้นเพราะเธอไม่เชื่อคำทำนาย แต่ภายหลังเขาจึงได้รู้ว่าเธอไม่ได้สนใจมันต่างหาก ชินาเชื่อว่าคำทำนายเป็นสิ่งไม่ตายตัว มันอาจจะออกมาเป็นอย่างที่ว่าไว้หรือได้ผลออกมาอีกแบบก็ได้ เธอเชื่อว่าอนาคตสามารถเปลี่ยนแปลงได้
“เจ้าไม่ได้อยากทำลายโลก หรือนำยุคใหม่อะไรนั่นมาใช่ไหมล่ะ” เธอถามเซกันอย่างตรงไปตรงมา
“ไม่เคยคิดครับ ผมไม่อยากให้โลกเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีที่ต้องทำให้คนเดือดร้อนไปทั่ว”
“งั้นคำทำนายก็ผิดแน่นอน”
กราเทียและทอลโดไม่ได้เกลียดวิธีการมองโลกของชินา ทั้งสองอยากลองเชื่อในอนาคตที่มนุษย์สามารถกำหนดได้ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะเปลี่ยนความเชื่อที่ฝังหัวไปแล้วแบบไร้ร่องรอยความคิดที่มีในอดีต และต่อให้ทำได้จริงพวกเขาก็คงไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของคนอื่นตามพวกตนได้
ในท้ายที่สุดการคงอยู่ของเซกันก็จะนำหายนะมาสู่แผ่นดินนี้ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ตาม
ในการเดินทางของเซกัน ชินากลายมาเป็นสมาชิกใหม่ตั้งแต่วันนั้นเช่นเดียวกับทอลโดที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ในกลุ่ม กลุ่มที่รวมตัวกันอย่างแปลกประหลาดนี้มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือและเข้าใกล้อัลกราดเข้าไปอีกก้าว