Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 104 : ฝาแฝด
ในช่วงบ่าย เมื่อฉาวซวนออกจากบ้านยาเพื่อกลับบ้าน มันก็ยังไม่
มืด สมุนไพรเกือบเสร็จแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ มีงานที่ต้องทำ
ไม่มากนัก ดังนั้น ฉาวซวนวางแผนที่จะกลับบ้านก่อนเพื่อฝึกวาด
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ฉาวซวนออกจากบ้านยาแล้ว เขาก็หยุด
และฟังอย่างระมัดระวังเนื่องจากเสียงดังเข้ารูหู เขาลังเลและหัน
ไปหาที่มาของเสียง
ที่ไหนสักแห่งระหว่างภูเขากับยอดเขา มีสถานที่พิเศษ เป็น
สถานที่ฝึกฝนที่สร้างโดยนักรบ แต่ ไม่ใช่สถานที่สำหรับนักรบที่จะ
ฝึกตัวเอง กลับกันมันได้รับการออกแบบมาสำหรับเด็กที่ยังไม่ตื่น
ขึ้นมาจากพลังอาศัยอยู่ที่นี่หรือเหนือเขตไหล่เขา
เด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่บนภูเขาจะเริ่มฝึกฝนตั้งแต่แรกเริ่มและนี่คือ
สถานที่ฝึกฝนหลักของพวกเขา แต่เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด เมื่อมีคน
ฝึกซ้อม คนอื่น ๆ ต้องถูกให้ออกจากสถานที่ ดังนั้นคนอื่นๆ จึง
ไม่ได้รับบาดเจ็บจากการโยนไม้หรือหิน เด็กทุกคนที่นี่ยังไม่ได้ปลุก
พลังของพวกเขาเลย ดังนั้นพวกเขาจึงมีพลังจำกัด
เด็กส่วนใหญ่ที่ฝึกจากที่นี้มาจากครอบครัวที่มีความแข็งแกร่งที่
อาศัยอยู่บนภูเขา กับพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่ดำรงตำแหน่ง
สำคัญในเผ่า พวกเขาควรจะเป็นกลุ่มครอบครัวอย่างน้อยกลุ่ม
ผู้นำของกลุ่มล่าสัตว์ขนาดเล็ก หรือนอกเสียจากเขาไม่สามารถหา
พื้นที่ฝึกซ้อนในที่แห่งนี้ และอาจจะได้รับการยกเว้นไม่ช้าก็เร็ว
ความไม่เสมอภาคในระดับชั้นมีอยู่ในทุกสังคม
ฉาวซวนไม่เคยได้รับการฝึกฝนตัวเองในสถานที่นี้ขณะที่เป็นเด็ก
ต่อมา เมื่อพลังแห่งสัญลักษณ์ของเขาตื่นขึ้นมา เขาได้เฝ้าดูเด็ก
คนอื่น ๆ ที่กำลังฝึกอยู่ที่นั่นบางครั้งเมื่อเขาขึ้นมาบนภูเขาก่อน
หน้านั้น
ตอนนี้มันเป็นฤดูหนาวและหิมะตกหนัก ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว
สถานที่ฝึกฝนยังคงแออัดมากและมีเสียงดัง ดูเหมือนว่ามีผู้คน
จำนวนมากที่นั่น
เมื่อฉาวซวนเดินเข้าไปใกล้ ๆ เสียงก็ชัดขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่เขตตีนเขาแล้ว ถนนและทางเดินใน
ตอนบนของภูเขาก็เกลี้ยงเกลาแม้จะมีหิมะตกหนักในฤดูหนาวก็
ตาม เด็กที่ไม่ตื่นขึ้นมาบางคนจะออกมาข้างนอกด้วยเสื้อผ้าหนา
ที่ทำจากหนังสัตว์ ส่วนใหญ่ไม่ขาดแคลนอาหารที่บ้าน และหนัง
สัตว์ที่พวกเขาสวมใส่มีคุณภาพดี แม้ว่าความหนาวเย็นจะหนาว
จัดก็ตาม ความเย็นจะไม่คุกคามชีวิตของพวกเขา
ตามเส้นทางที่จัดการออกไป ฉาวซวนมาที่สนามฝึกฝนเด็ก ๆ ใน
ที่นี้มีคนเกือบร้อยคน และพวกเขาต่างกันตั้งแต่เด็ก 5-6 ขวบไป
จนถึงวัยรุ่น
เนื่องจากไม่มีใครสามารถสู้รบกับความหนาวเย็นเช่นเดียวกับ
นักรบ เด็ก ๆ ที่อยู่ในสถานที่ฝึกฝนถูกห่อเหมือนขนมจีบ
จากนั้น มีเด็กสามคนอยู่กลางฝูงชนและฉาวซวนรู้จักทั้งสองคน
พวกเขาเป็นฝาแฝดของเมยและเฉียว ชื่อหยางและกวง
หยางกวงหมายถึงแสงอาทิตย์ในภาษาท้องถิ่น แต่มันถูกแยก
ออกเป็นสองคำเพื่อตั้งชื่อให้กับฝาแฝด เมยและเฉียวเป็นพ่อแม่
ของพวกเขา อาหยางเป็นเด็กชาย และเขาก็เกิดมาก่อนน้องสาว
ของเขาอากวงหนึ่งก้าว
ฝาแฝดไม่ค่อยมีอยู่ในเผ่า ตอนนี้ หยางและกวงเป็นเด็กแฝดเพียง
หนึ่งเดียวในเผ่า หมอผีตรวจสอบด้วยตัวเองเมื่อพวกเขาเกิดมา
หยางและกวงอายุน้อยกว่าฉาวซวนหนึ่งปี และพวกเขายังไม่ได้
ปลุกพลังสัญลักษณ์ แต่พวกเขามีพรสวรรค์มากและมีร่างกายที่ดี
เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวนี้ เมยวางแผนที่จะส่งฝาแฝดของเขาไปยัง
กลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อนำเสนอต่อหน้าหมอผี
อากวงได้รับการยกย่องจากความแข็งแกร่งของเธอ โดยหลาย ๆ
คนในเผ่านับตั้งแต่ที่เธอเกิดมา ทุกคนคิดว่าเธอจะตื่นขึ้นมาเมื่อ
เธอถึงอายุครบ เธอจะไม่ง่ายที่จะรับมือด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับ
อากวง,อาหยางที่เป็นพี่ชาย ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ เขาอ่อนโยนมาก
และจะไม่โต้เถียงกับใคร เมื่ออากวงกำลังต่อสู้กับคนอื่น ๆ เขา
เพียงแค่ก้าวไปข้างหน้าและแยกเธอออกไป พวกเขามีบุคคลิกที่
ค่อนข้างตรงข้ามกัน
แน่นอนว่า นั่นเป็นเพียงเรื่องเล่าที่คุยกับไปเรื่อย
ว่าเป็นลูกของหนึ่งในเพื่อนสนิทของเมยและเฉียว ตามปกติแล้ว
ฉาวซวนรู้ว่าสถานการณ์จริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
มันเป็นความจริงที่อากวงเกิดมาพร้อมกับความแข็งแรง และเธอ
สามารถสู้กับเด็กสองคนในวัยของเธอได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมัน
มาถึงอารมณ์หุนหันพลันแล่นของเธอ,ความหงุดหงิดและความรัก
ของเธอต่อการสู้รบ… พวกมันไม่เป็นความจริงทั้งหมด
ผู้คนในชนเผ่ามีทัศนคติที่แตกต่างกันไปของชายและหญิง ถ้า
เด็กผู้ชายคนหนึ่งถูกชกจากเด็กผู้หญิง คนอื่นจะพูดว่า “เอ่อ มันก็
ไม่ได้สูญเสียอะไรกับการที่เจ้าถูกอัดครั้งหนึ่ง”
แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายได้สลับข้างกันหละ?
มันจะกลายเป็นความอัปยศ! ทำตัวไร้สาระอย่างนั้นได้อย่างไร!
หากไม่มีแม้แต่คนอื่นพูดอะไร พ่อแม่ของเด็กชายก็จะสอน
บทเรียนให้เขาโดยการตีเขาให้หนักขึ้น
เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสุภาพบุรุษหรืออะไรที่คล้าย ๆ กัน นั่น
เป็นเรื่องไร้สาระในจิตใจของชนเผ่า ในที่นี้ หมอผีทุกคนได้ให้
ความสำคัญกับการปกป้องเด็กผู้หญิง ด้วยเหตุนี้จึงมีความสำคัญ
กับอนาคตและการสืบพันธุ์ของชนเผ่า สัดส่วนของผู้ชายและ
ผู้หญิงของชนเผ่าไม่เท่ากัน และมีเด็กผู้หญิงเกิดในแต่ละปีน้อย
นัก ดังนั้นหมอผีหลายคนตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาทุกคน
กังวลมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
ถ้ามีชนเผ่าอื่นอยู่ใกล้ ๆ เช่นนั้นพวกหนุ่ม ๆ ก็อาจไปเกี๊ยวพาราสี
สาวเจ้าบางส่วนจากเผ่าอื่น ๆ แต่ เผ่าของตัวเองดูเหมือนจะเป็น
ชนเผ่าเดียวในภูมิภาคนี้ หากเจ้าแยกคนหนุ่มสาวเหล่านี้ที่มี
ความสัมพันธ์กันทางสายเลือด ขณะนี้ มีชายโสดอยู่ในเผ่า
ค่อนข้างมาก ถ้าชายชราเค่อไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างนั้น บางทีเขา
อาจจะมีเด็กๆ ห้อมล้อม
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมนักรบหนุ่มถึงแสดงออกเหมือนนกยูงที่รำ
แพนหางของพวกมันเมื่อพวกเขาเดินบนเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์
ทุกครั้ง พวกเขาต้องการที่จะแสดงความสามารถในการล่าสัตว์
ของพวกเขา
เพียงเพราะทัศนคติที่แตกต่างกันของผู้คนที่มีต่อเพศต่างกัน ทุก
ครั้งที่ต้องใช้ความรุนแรงเพื่อจัดการกับสถานการณ์ หรือเมื่อมีคน
ลุมพวกเขา อากวงจะเป็นคนที่สู้อยู่ด้านหน้า ซึ่งพี่ชายของเธอ ,อา
หยาง, ทำหน้าที่เกาะหลังน้องสาวของเขา เขาจะบอกกับเธอว่า
“หยุดมัน” และ “ปล่อยมันไป” รวมถึง “ขอโทษด้วย” และ “เธอเป็น
คนอารมณ์ร้อน” [ถ้าเจ้ายังไม่เข้าอะนะ พวกเขาเจ้าเล่ห์แสนกล
นัก]
เช่นเดียวกับตอนนี้ ฝาแฝดมีปัญหากับอีกฝ่าย อาหยางใช้ทั้งขา
และแขนของเธอในการต่อสู้ และเธอต้องการที่จะสู้กับพวกเขา
อย่างไร้ความปราณี แต่ พี่ชายของเธอกอดเธอไว้ ขณะที่เธอ
พยายามหลายครั้ง แต่ก็ล้มเหลวกับการเตะคนอื่น
แต่ เธอก็ประสบความสำเร็จสองสามครั้ง ถ้าไม่ รอยเท้าทั้งหมดที่
อยู่ตามร่างกายของเด็กชายมาจากไหน?
อาหยางจับน้องสาวของเขากลับ ดูเหมือนจะทำให้เธอสงบลง แต่
เมื่อเด็กคนอื่น ๆ ก้าวออกมาจากกลุ่ม เขาก็ถูกเตะจากอากวง เธอ
ทำพลาดไปเพียงแค่ระยะคืบเดียว แต่ก็ยังเหลือรอยเท้าบนเสื้อผ้า
หนังสัตว์ของเขา คนๆ นั้นก้าวออกมาอีกครั้ง
เป็นความจริงนะหรือที่อาหยางไม่มีสามารถต้องคอยอยู่หลัง
น้องสาวของเขา?
แม้แต่ผีก็ยังไม่เชื่อ!
เด็กสองคนนี้มีความแข็งแรงเท่ากัน ถ้าเขาอยากจะยับยั้งน้องสาว
ของเขาก็คงไม่ใช่เรื่องยากนัก
ฝาแฝดยังเด็กมาก และพวกเขาไม่ธรรมดาและไม่มีอะไรที่บ่งบอก
อย่างเด่นชัดเช่นพ่อแม่ของพวกเขา กลับกัน พวกเขาค่อนข้างมี
อารมณ์ขันที่ไม่ดี ถ้าพวกเขาได้เรียนรู้กับดักง่ายๆจากฉาวซวน
วันนี้ พวกเขาก็จะใช้มันเพื่อหลอกลวงคนอื่นในวันพรุ่งนี้
เมื่อเห็นว่ามีคนที่มีพลังสัญลักษณ์ตื่นขึ้นมากำลังจะก้าวออกมา
ฉาวซวนก็รีบเรียกเธอ “กวง,กวง!”
ทุกคนมองไปที่เขาจากเสียงเรียก
เห็นว่าเป็นฉาวซวน,อากวงยิ้มทันที แม้ว่าเธอจะโกรธเมื่อสักครู่
ก่อน เธอ “สะบัด” พี่ชายที่เกาะติดหลังของเธอและวิ่งไปทางฉาว
ซวน เธอสวมใส่เสื้อผ้าหลายชั้น พร้อมกับนาฬิกาห้อยไปข้างหลัง
เมื่อวิ่ง เธอดูคล้ายกับขนมจีบ
อากวงจ้องไปที่ฉาวซวนราวกับว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนของเธอ ดึง
แขนของฉาวซวนขึ้น เธอกล่าวว่า “พวกเขาข่มขู่ข้า พี่ชายอาซวน!”
บางคนที่เพิ่งถูกเตะจากอากวงตกใจอย่างแรงกับข้อกล่าวหาของ
เธอ อะไรวะเนี่ย! นี้มันบัดซบโคตรๆ! ทุกคนที่มีตาสามารถ
มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็นเหยื่อ!
ผู้คนกำลังมองไปที่ฉาวซวนด้วยการแสดงออกที่แตกต่างกันบน
ใบหน้าของพวกเขา
เด็กบางคนไม่รู้ว่าใครคือฉาวซวน และพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
มากนัก แต่คนที่อายุมากกว่านั้นจะต่างออกไป โดยเฉพาะผู้ที่ตื่น
ขึ้นจากพลังพร้อมกับฉาวซวน กับความจริงที่ว่าฉาวซวนมีส่วน
ร่วมที่ดีกับชนเผ่า และได้เข้าร่วมกลุ่มล่วงหน้า ตอนนี้เขาได้เรียนรู้
จากหมอผี! มันเหมือนมีรัศมีเปล่งประกายที่ส่องสว่างเหนือศีรษะ
ของเขา
ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าฉาวซวนเป็นคนที่ไม่มีภูมิหลังและเคยอาศัยอยู่
ในถ้าเด็กกำพร้า ไม่มีใครในที่นี่หาญกล้าไม่ยินยอมและขอให้เขา
ออกไป
กู่กำลังยืนอยู่ข้างหลังฝูงชน และเขาก็มีอารมณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
เป็นหนึ่งในเด็กที่มาจากถ้าเด็กกำพร้า เขาเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับ
การยอมรับนับถือมากขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาในช่วงเวลานี้ แต่ ตอนนี้
ทุกคนกำลังพูดถึงฉาวซวน และทุกคนก็ยังคงทำอย่างนั้นมาเป็น
เวลานาน
มันเป็นเพียงระยะเวลาหนึ่งปี และตอนนี้หลายๆ สิ่งมีการ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก