Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 113 : การเลือกของซีซาร์
ทันใดนั้นมันก็เงียบลง เจ้าสามารถได้ยินเสียงลมพัดผ่านกอหญ้า
ได้อย่างง่ายดาย
พวกเขายังไม่ได้ฆ่าหนู เพราะมันจะดีกว่าที่จะรักษาให้หนูอยู่รอด
เมื่อตัดไม้หนู หนูกำลังต่อสู้ในขณะที่อยู่ในมือนักรบ ต้นกล้าของ
ไม้หนูถูกตัดออก ซึ่งทิ้งจุดสีน้าตาลบนผิวของมันไว้ หลังจากนั้น
ประมาณหกเดือน จุดที่ไม่มีขนจะปกคลุมด้วยขนสีเขียวอ่อน
เมยให้นักรบที่จับหนูกอหญ้าเฝ้าดูเป้าหมาย นักรบก้มลง วางหนู
กอหญ้าลงบนพื้น และปล่อยมัน
เหมือนที่ลูกศรถูกปล่อยออกจากเอ็นขึง หนูกอหญ้ารีบพุ่งตัว
ออกไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
หลังจากได้ยินเสียงกรอบแกรบ บริเวณดังกล่าวก็เงียบสงบอีกครั้ง
แต่บรรยากาศยังไม่คงอึมทึม
ผู้คนไม่รู้สึกถึงสัญญาณของสัตว์ป่าที่โหดร้ายในบริเวณโดยรอบ
แต่พวกเขาทั้งหมดรู้สึกว่ามีอันตรายบางอย่างซ่อนอยู่ในที่มืดโดย
ที่ไม่มีใครเห็น
อีกฝ่ายหนึ่งต้องเก่งในการหลบซ่อน หรือเมยจะรู้สึกถึงการปรากฏ
ตัวของมันเร็ว ๆ นี้
หนูกอหญ้าตัวนั้นรีบวิ่งไปที่กองหญ้าโดยไม่ลังเล ซึ่งหมายความ
ว่ากองหญ้าที่นั่นมีความปลอดภัยมากกว่า
ครึ่งหนึ่งของคนในทีมล่าสัตว์มุ่งความสนใจไปในทิศทางตรงกัน
ข้ามกับกองหญ้า ขณะที่คนอื่น ๆ เตรียมพร้อมอยู่รอบ ๆ
วูบบบบบ~~ หวิวววว ~~
มันเหมือนเสียงลมกระโชกแรง
อย่างไรก็ตาม มีเพียงสายลมแผ่วเบาและเสียงดังกล่าวไม่สามารถ
สร้างขึ้นตามธรรมชาติ
ในขณะเดียวกัน ซีซาร์สงเสียงคำราม เสียงคำรามของมันทำให้
ประสาทของทุกคนตึงเครียดมากขึ้น
วูบบบบบ~~ หวิวววว ~~
มีเสียงกระตุ้นเตือนแต่มีเสียงต่า ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างบินมา
อย่างเร็ว
มันใกล้เข้ามา!
ต้นไม้ที่แวดล้อมไม่หนาแน่น และแสงอาทิตย์ได้ส่องประกายให้
เห็นทั่วทั้งป่าแล้ว
เงาดำเป็นประกายกระพริบอยู่ใต้ดวงอาทิตย์
“นั่นไง!”
เมยวิ่งไปที่นั่น และในขณะเดียวกัน เงาดำตัวอื่นๆ ก็บินผ่านมา
โดยปกติแล้ว สัตว์ทั้งหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ดุร้ายมักจะ
เลือกคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มเพื่อท้าทายและฉาวซวนจะเป็นคน
แรกที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อปีที่แล้ว เขาได้รับประสบการณ์
ตลอดปี และสัญชาตญาณของนักรบคนอื่น ๆ ก็คือการปกป้อง
ฉาวซวน เยี่ยมจริงๆ แต่คราวนี้ ตัวนั้นรีบตรงไปหาซีซาร์โดยไม่
ลังเลใจ
ฉาวซวนกำลังจะไปข้างหน้าด้วยมีดหินของเขาเพื่อสกัดกั้นการ
ปะทะกัน แต่ด้วยความประหลาดใจ ซีซาร์พุ่งเป้าไปที่มันแล้ว
ในระยะไม่กี่วินาที ซีซาร์ก็รีบเร่งขึ้นและเกือบจะถึงขีดสุดของมัน
เหมือนคันธนูยาวที่ถูกขึงให้ตึงเปรี๊ยะและปล่อยออกไป มัน
กระโจนตัวเองออกไปร่างของมันพุ่งไปที่สิ่งมีชีวิตที่กำลังจะมาถึง
ปัง!
ควับ!
เสียงของการปะทะกัน และเนื้อถูกเจาะทะลุเสียงดัง
ทั้งสองตัวลงบนพื้นดินต่อสู้กันและกัน
สิ่งที่พุ่งเข้ามาที่นี่คือสิ่งมีชีวิตที่มีปีกที่ดูเหมือนค้างคาว มีปีกกว้าง
ประมาณสองเมตร บางทีมันอาจจะถูกกัดจากซีซาร์เพราะ
หลังจากที่มันร่อนลงแล้วก็ไม่สามารถบินขึ้นได้อีก
อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตดังกล่าวควรออกมาได้เฉพาะในช่วง
กลางคืนเท่านั้น ทำไมพวกมันออกมาตอนกลางวัน?
เมื่อทั้งสองตัวกำลังสู้กัน ฉาวซวนได้เขวี้ยงหัวหอกมากมายตรงไป
ที่สัตว์มีชีวิตที่เหมือนค้างคาว เป็นครั้งแรกที่ซีซาร์เผชิญหน้ากับ
ฝ่ายตรงข้ามในป่า ดังนั้นมีโอกาสพลาดสูงมาก มันจึงเป็นเรื่อง
ยากที่ซีซาร์จะจัดการกับสถานการณ์นี้เพียงลำพัง มีคราบเลือดอยู่
บนร่างของมันแล้ว
การโจมตีของหัวหอกทำให้ค้างคาวฟุ้งซ่าน
ฟิ้วววว
เสียงของผิวเนื้อถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
เลือดพุ่งกระจายออกไป
ซีซาร์ตามจริงแล้วฉีกกระชากตรงปีกข้างหนึ่ง
มีเสียงแหลมแทบทะลุผ่านแก้วหูของผู้คน และคลื่นเสียงก็ทำให้
ผู้คนมึนงง แต่เร็ว ๆ นี้เสียงหยุดทันทีเพราะซีซาร์งับหัวของ
ค้างคาว
ร่วมกับเสียงคำร้องของซีซาร์ มีเสียงอีกหลายเสียงที่เหมือนเนื้อถูก
ฉีกขาด ซีซาร์เพียงแค่หยุดหลังจากที่มันฉีกเนื้อที่เหลือเป็นเศษ
ซาก
“มาที่นี่ ซีซาร์!”
ฉาวซวนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อตรวจสอบบาดแผลของซี
ซาร์ แต่ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้มัน ซีซาร์ก็พลางเงยหน้าขึ้นมองไปที่
ทางฉาวซวน ถึงแม้ช่วงเวลาที่ผ่านมา มันจ้องไปที่ซากของ
ค้างคาว
เสียงเรียกของเขาหยุดลงในขณะนั้น เพราะฉาวซวนรู้สึกเหมือนมี
ถังน้าเย็นราดลงบนศีรษะของเขา ความรู้สึกเย็นชาที่ไม่เชื่อว่า
เป็นไปได้
ในขณะนั้น ฉาวซวนกำลังเผชิญกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความ
โหดเหี้ยมอย่างรุนแรง สายตาเย็นชาดูเหมือนจะเตรียมไว้สำหรับ
การฉีกกระชากทุกสิ่งออกจากกัน
มีสี่เขี้ยวที่มีเลือดไหลอยู่ในปากที่อ้าออกของหมาป่า เลือดหยดลง
บนขนของมัน
ฉาวซวนรู้ในใจว่าความรุนแรงที่เป็นธรรมชาติของซีซาร์ตื่นขึ้นมา
ในที่สุด หลังจากที่มันถูกระงับมานานกว่าสองปี
ฉาวซวนยังคงระลึกถึงฝูงหมาป่าที่อาศัยอยู่ในป่าที่พวกเขาออก
ล่า ซีซาร์มีความคล้ายคลึงกับเหล่านักฆ่าที่มีประสบการณ์
แม้ว่าซีซาร์จะใช้เวลาสองปีในเผ่ามาตั้งแต่ยังเป็นลูกหมาตัวน้อย
และไม่เคยมีประสบการณ์ในบรรยากาศการฆ่าตายในป่า แม้ว่าซี
ซ่าร์จะทำดีกับมนุษย์ในชนเผ่า แต่ธรรมชาติที่รุนแรงของมันยังคง
ถูกฝังอยู่ในร่างของมัน สัญชาตญาณกำลังรอเพียงโอกาสที่
เหมาะสมที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เช่นเดียวกับภูเขาไฟที่กำลังรอการ
ปะทุ ยิ่งนานวันที่มันถูกกดระงับ ยิ่งทวีความรุนแรงที่จะปะทุขึ้น
กำลังมองดูซีซ่าร์คืบคลานออกมาจากซากค้างคาวที่ตายแล้ว ฉาว
ซวนคว้ามีดหินที่เขามีอยู่ในมือของเขา ถ้าซีซาร์ไม่สามารถ
ควบคุมสัญชาตญาณในการฆ่าของมัน และโจมตีใส่ผู้คน ไม่มี
นักรบคนใดในทีมล่าสัตว์จะยินยอมให้มันรอดชีวิตได้ ฉาวซวนจะ
ให้ซีซาร์พักผ่อนด้วยตัวเอง แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นทำหน้าที่
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าเขาไม่ผูกพันรักใคร่กับหมาป่าหลังจาก
ที่ใช้เวลามากมายร่วมกัน ในสองปีที่ผ่านมา หมาป่าโตขึ้นมาจาก
ลูกหมาตัวเล็ก ๆ ที่กลายไปเป็นหมาป่าที่แข็งแรงหล่อเหลามากยิ่ง
กว่าฉาวซวนถ้ามันยืนตรง มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นและมีการ
แบ่งปันอารมณ์มากมาย
บ้านของฉาวซวนเปลี่ยนจากเตียงหญ้าแห้งในถ้าเด็กกำพร้าไป
เป็นกระท่อมบริเวณเขตตีนเขา ขณะที่ฉาวซวนติบโตขึ้นจาก
เด็กชายตัวน้อยเข้าสู่นักรบ ซีซาร์อยู่กับเขาเสมอ
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ทั้งฉาวซวนและซีซาร์ ผู้ซึ่งอยู่ห่างปากเหว
เพียงเล็กน้อย จำเป็นต้องเลือก มีความเป็นไปได้สามประการ
ประการแรก ซีซาร์โจมตีคนในกลุ่มล่าสัตว์และฉาวซวนล้มมันด้วย
ตัวเอง ประการที่สอง ซีซาร์ปฏิเสธที่จะอยู่ในทีมล่าสัตว์และฉาว
ซวนช่วยให้มันไปเห็นแก่ประโยชน์ของสองปีที่พวกเขาใช้เวลาอยู่
ด้วยกัน ประการที่สาม ซีซ่าร์ควบคุมสัญชาตญาณการฆ่าของมัน
ที่ปะทุออกมาและกลับไปหาฉาวซวน
ฉาวซวนใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือมีดหินเอาไว้หลังด้านหลังของเขา
เพื่อทำท่าทางให้สัญญาณนักรบคนอื่น ๆ ให้เตรียมไว้ให้พร้อมที่
จะเข้าสู่การต่อสู้ เขาแสดงให้เห็นว่าพวกเขาควรจะอยู่ตรงนั้น
ขณะที่ตัวเขาเองจ้องเขม็งไปที่หมาป่าที่อยู่ห่างจากเขาเพียงสิบ
เมตร
ซีซาร์ เจ้าจะเลือกอะไร?
ในความเป็นจริง นับตั้งแต่ที่เขาตัดสินใจที่จะเอาซีซาร์ออกไปใน
ป่า ฉาวซวนได้คาดการ์ณถึงสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่าเขารู้สึก
ลังเลที่จะเผชิญหน้ากับมัน ความจริงก็คือการทำอะไรอย่างอื่น
มากกว่าการกินอาหารและการนอนหลับในเผ่าที่จะทำให้ในที่สุด
คุณค่าของซีซาร์หมดสิ้นไป หมอผีให้ป้ายลวดลายของซีซาร์แก่
เขา แต่เขาก็สามารถถอดมันออกได้เช่นกัน ไม่มีสัตว์เลี้ยงแสน
สบายที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในเผ่า ซีซ่าร์ต้องการพิสูจน์คุณค่าของ
มัน
หมาป่ายืนอยู่ที่นั่นหายใจหนักพร้อมกับเลือดในปาก และสายตา
บ่งบอกถึงความกระหายเลือดของมัน ร่วมกับลมหายใจของมัน
ทุกลมหายใจปล่อยกลิ่นกระหายคาวเลือดของค้างคาวแปลก ๆ
อย่างไรก็ตามจ้องมองไปที่ฉาวซวน ความกระหายเลือดค่อยๆจาง
หายไป ดวงตาของมันกลับมากระจ่างใสอีกครั้ง
เลียเลือดที่ปากของมัน ซีซาร์เงยหน้าขึ้นมองไปที่ฉาวซวนและเดิน
เข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ
“อาซวน … ” แลงกาได้แต่เตือนเขา พวกเขากลัวมากจาก
พฤติกรรมของซีซาร์ก่อนหน้านี้
เมื่อพวกเขาอยู่ในเผ่า ผู้คนกล่าวว่าซีซาร์เป็นหมาป่าที่ถูกทำให้
เชื่องแล้ว ซึ่งหมายความว่ามันเป็นแค่ขยะไร้ค่า บางคนอาจ
แนะนำว่าซีซาร์ควรจะถูกหั่นออกเป็นชิ้น ๆ เหมือนอาหาร แต่ สิ่งนี้
คืออะไร เมื่อซีซาร์มีพฤติกรรมแบบนั้น?
ถูกทำให้เชื่อง บัดซบเอ้ย! ความกระหายเลือดอย่างเย็นชาที่
ด้านหลังแลงกา เขาพยายามอย่างยากลำบากจริงๆ ที่จะไม่โยน
หอกยาวไปที่ซีซาร์
ขยะ? สัตว์ประหลาดตัวนี้ปีกของมันฉีกขาดออกเพราะหมาป่า!
ขยะอะไรที่ทำได้แบบนี้?!
แน่นอน สัตว์ก็ย่อมเป็นสัตว์ และการฆ่าเป็ฯสัญชาตญาณอยู่ใน
สายเลือด
ฉาวซวนโบกมือให้ทุกคนอีกครั้ง โดยใช้มือเปล่าจากด้านหลังเพื่อ
บอกแลงกาและคนอื่น ๆ ไม่ให้ทำอะไรตอนนี้
ซีซาร์ยกเท้าขึ้นเดินช้าๆ ไปทางฉาวซวน อุ้งเท้าของมันยังคงเปื้อน
เลือด และย่างก้าวที่เดินของมัน มันได้ทิ้งรอยเลือดไว้บนพื้น มี
คราบเลือดบนร่างของมันเช่นเดียวกับที่มันได้ฉีกปีกของค้างคาว
ซึ่งทำให้มันดูดุร้ายมากขึ้น
แปดเมตร … ห้าเมตร … สามเมตร …
ฉาวซวนเฝ้ามองหมาป่าเข้ามใกล้ และเขามองไปที่หมาป่าอย่าง
สงบ แต่ลึกลงไปภายในเขารู้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นระรัว ฉาว
ซวนถอนมือที่ว่างเปล่าของเขาออก แต่ยังถือมีดหินมีอีกมือหนึ่ง
เขาเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ซีซาร์ตัดสินใจเลือก
ซีซาร์ได้หายใจเข้าอย่างแรงและเดินไปทางฉาวซวนทีละก้าว มัน
มองไปที่นักรบตัวน้อย และจากนั้นก็วางศีรษะลง ราวกับว่ามันรู้
ว่ามันซุกซนเกินไป อย่างนุ่มนวล เขาเกาหูและลูบหัวด้วยฝ่ามือ
ของฉาวซวน
ในขณะที่ฝ่ามือของเขาถึงหัวของหมาป่า ฉาวซวนหายใจเข้ายาว
และเขาก็ลดมืออีกข้างหนึ่งพร้อมกับมีดหิน
เช่นเดียวกับที่ปกติ เมื่อซีซาร์ประสบความสำเร็จในงานอย่าง
ราบรื่นหรือทำในสิ่งที่ถูกต้องฉาวซวนจะลูบหัวของซีซาร์และพูดว่า
“เด็กดี”
หัวของซีซาร์เขย่าเล็กน้อยพร้อมกับมือของฉาวซวน มันยังเลียมือ
ฉาวซวนซึ่งทำให้เลือดค้างคาวเลอะฝ่ามือ
“มันปกติดีใช่ไหม เอ่อ ตอนนี้ อาซวน?” แลงกาตะโกนถามเบาๆ
ซีซาร์ดูเหมือนปกติแล้วตอนนี้ แต่ฉากก่อนหน้านี้ถูกประทับลงใน
ใจของเขา เขายังคงกลัวที่จะเข้าใกล้หมาป่า นอกจากนี้ เขายัง
ไม่ได้ลดหอกยาวในมือของเขา
“ดี ตอนนี้” ฉาวซวนรู้ว่าคนอื่น ๆ ในกลุ่มล่าสัตว์จะยังคง
ระแวดระวังตัวกับซีซาร์ไปอีกนาน แต่ สิ่งที่จะได้รับกลับมามันดี
กว่ามาก
หลังประสบการณ์นี้ ซีซาร์ได้สัญชาตญาณธรรมชาติของมัน
กลับมา และมันก็สามารถควบคุมตัวได้ นั่นเป็นสิ่งที่ดี
ดึงซีซาร์ออก ฉาวซวนตรวจสอบบาดแผลและรอยกรงเล็บบนร่าง
ของมันอย่างรอบคอบ เขาหยิบผงสมุนไพรบางอย่างที่ตัวเองทำ
เพื่อรักษาแผล และนำไปใช้กับด้านหลังของซีซาร์เพื่อดูว่าพวกมัน
ทำงานกับสัตว์หรือไม่
แลงกาและคนอื่น ๆ เดินเข้ามาใกล้เพียงเพื่อดูค้างคาวที่ตาย
หลังจากที่ฉาวซวนจับซีซาร์ไว้
ค้างคาวอีกตัวหนึ่งถูกฆ่าจากเมย และมันตัวใหญ่กว่าตัวที่ซีซาร์
จัดการ มีเล็บที่แหลมคมและยาวมาก ถ้ามันเป็นฝ่ายตรงข้ามของ
ซีซ่าร์ บางทีซีซาร์จะได้รับบาดเจ็บมากขึ้นในตอนนี้
ทำไมสิ่งดังกล่าวถึงออกมาในช่วงกลางวัน นักรบรุ่นพี่ในกลุ่มล่า
สัตว์ได้แต่สงสัย
“บางทีมันอาจจะเป็นสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันเหมือนหนาม
พายุทมิฬเมื่อปีที่แล้ว? พวกมันออกมาในระหว่างวัน ” มีคนคาด
เดา
“ไม่ใช่ มันไม่เหมือนกัน” เมยส่ายหัว “หนามพายุทมิฬออกมาตอน
กลางวันเพราะต้องการแก้แค้นเรา แต่ สิ่งเหล่านี้คือตัวอะไร?
ด้วยประสบการณ์การล่าสัตว์มานานหลายปี ข้ากล้าบอกว่าเป็น
เรื่องที่เกิดได้ยากมาก ”
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ
ในความเป็นจริง พวกเขาก็ไม่ได้กลัวสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เช่นที่พวก
เขาไม่ค่อยกังวลมากนักในป่าแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขากังวล
ว่าบางอย่างอาจอยู่เบื้องหลังสถานการณ์เช่นนี้ ทุกสถานการณ์ที่
ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณสำคัญบางอย่าง
เมื่อความเงียบเข้ามา ทุกคนก็ได้ยินเสียงนกหวีด
ทุกคนในกลุ่มล่าสัตว์ของพวกเขาอยู่ที่นั่น และไม่มีใครเคยเป่า
นกหวีดเลย เห็นได้ชัดว่า เสียงนกหวีดไม่ได้มาจากพวกเขา คน
จากกลุ่มล่าสัตว์อื่นทำเสียงนั้น
“เจ้าควรจะอยู่ที่นี่ เราจะไปตรวจสอบ” เมยพานักรบไม่กี่คนไปกับ
เขา พวกเขารีบวิ่งไปทางต้นกำเนิดของเสียงนกหวีด
ในไม่ช้า เมยนำคนห้าคนกลับมา และนักรบทั้งห้าคนได้รับ
บาดเจ็บทั้งหมด พร้อมกับอาการบาดเจ็บต่างกัน
เป็นกลุ่มล่าสัตว์ที่มีเส้นทางการล่าสัตว์ที่คล้ายคลึงกัน ปีที่ผ่านมา
เมื่อฉาวซวนและเหมาถูกไล่ล่าจากหนามพายุทมิฬ เมยหันไปขอ
ความช่วยเหลือจากพวกเขา
เห็นค้างคาวตายที่เมยฆ่านอนอยู่บนพื้น นักรบคนแรกในห้าคน
ตกใจ “เจ้าก็เผชิญหน้ากับมัน?”
“นี่ไม่ใช่เพียงตัวเดียว เราได้พบพวกมันสองตัว ” แลงกาและคนอื่น
ๆ ก้าวไปด้านข้างเพื่อแสดงให้เห็นอีกหนึ่งตัวที่ถูกล้มจากซีซาร์
“ดังนั้น ดูเหมือนว่าเจ้าได้พบกับพวกมันเช่นกัน?” เมยมองคนที่
บาดเจ็บ
นักรบคนนั้นถอนหายใจลึก ๆ “ใช่ ข้าสงสัยว่าทำไม พวกมันควร
จะออกมาเฉพาะในช่วงกลางคืน แต่ตอนนี้คือเวลากลางวัน กลุ่ม
ล่าสัตว์ของเราถูกโจมตีจากพวกมันหลายครั้ง … โอ้! ใช่ เรามาที่นี่
เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้า ”
นักรบมองไปที่ฉาวซวนและซีซาร์ ซึ่งนอนอยู่ข้างๆ เท้าของฉาว
ซวนอย่างสงบ “มีคนบอกว่าหมาป่าของเจ้าสามารถติดตามสิ่ง
ต่างๆ ด้จากการดมกลิ่น?”
เมยไม่ได้ตอบ เขามองไปที่ฉาวซวนเช่นกัน
ฉาวซวนพยักหน้า “ใช่”
“เมื่อสักครู่นี้ มันจับหนูกอหญ้า!” แลงกาบอก แม้ว่าเขาจะยังคง
ตื่นตัวกับซีซาร์ แต่ก็ไม่สามารถหยุดเขาจากการโอ้อวดกับนักรบ
ในกลุ่มล่าสัตว์อื่นได้ เมื่อพวกเขากำลังมุ่งหน้าออกจากเผ่า พวก
เขาได้รับการเยาะเย้ยจากกลุ่มล่าสัตว์อื่นอีกมากมาย
“เราต้องการยืมมัน เพื่อช่วยในสถานการ์ณตอนนี้ ” ชายคนนั้นพูด
ไม่สนใจน้าเสียงของแลงกา
“เพื่ออะไร?” เมยถามi
“เพื่อช่วยให้เราหาคน”