Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 12 : จัดการพวกเขาซะ
มันเป็นวันที่มีแสงแดดจริงๆ
ผิวของแม่น้าก็ค่อนข้างนิ่งและสงบเงียบ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ลมพัด
แรงขึ้นเกิดระลอกคลื่นชะล้างที่ริมฝั่ง แต่ไม่มีภาพดังกล่าวในวันนี้
เพราะไม่มีลมเลย
มันสงบเงียบเกินไป เงียบแบบแปลกประหลาด
น้าเป็นสิ่งที่ฝ่ายตรงกันข้ามมองเห็นได้ชัดเจน ริมชายฝั่งก็เช่นกัน
แต่ห่างออกไปหนึ่งเมตรจากฝั่งเป็นน้าลึก ไม่มีใครสามารถเห็นสิ่ง
ที่เกิดขึ้นลึกลงไปที่นั่น
ในโลกที่มีแต่อันตรายเช่นนี้ ไม่มีสัญชาตญาณพื้นฐานที่สามารถ
นำไปใช้ประโยชน์ แม้จะมีรายละเอียดความเสี่ยงน้อยที่สุดก็ไม่
สามารถละเลยหรือประมาท ความไม่รู้จะนำไปสู่ความตาย
สำหรับสิ่งที่เลวร้าย เช่นเดียวกับบึงสีดำและแม่น้าที่ได้รับการ
ยอมรับ จากแต่เดิมเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับคนในเผ่า
การตกปลาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่ามันมีความ
ปลอดภัย
เห็นฉาวซวนแสดงท่าทางเช่นนั้น เด็กทุกคนได้แต่งุนงง พวกเขา
หยุดสิ่งที่พวกเขาทำ และก้าวไปข้างหลัง แม้ว่าหนึ่งนาทีก่อนหน้า
นี้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมาก ใช่ พวกเขาไม่รู้จักพอและไม่มีใคร
อยากจะบอกว่าพวกเขาเป็นเด็กฉลาด แต่พวกเขาก็ไม่ได้โง่ และ
พวกเขาทุกคนหวงแหนชีวิตของพวกเขา นอกจากนี้ ฉาวซวนได้รับ
ความไว้วางใจจากพวกเขา หลังจากเป็นผู้นำในทุกวันนี้ ดังนั้น
พวกเขาทั้งหมดจ้องไปที่ฉาวซวน สำหรับคำสั่งต่อไปของเขา
หลังจากที่พวกเขาก้าวถอยหลัง
ฉาวซวนยืนอยู่ที่ริมฝั่งกำลังคิด ในขณะที่เขามองไปที่แม่น้าไหลนิ่ง
ผิวน้ายังคงสงบนิ่ง และนอกเหนือจากนั้น มันก็เหมือนกับวัน
ธรรมดาทั่วๆไป น้าไม่ได้เปลี่ยนสีของมัน และไม่มีอะไรที่น่าสงสัย
พอที่จะตั้งเป็นข้อสังเกต
เขาเพียงแค่หวาดระแวง?
ทันใดนั้น มีสิ่งมีชีวิตสีขาวใสโปร่งแสงปรากฏอยู่ที่ด้านหน้าของ
ฉาวซวน พวกมันมีลักษณะคล้ายคลึงกับลูกขนไก่คว่าลง ขน
จำนวนมากของมันคล้ายหนวด และหนวดของพวกมันเคลื่อนไหว
แกว่งไปมา
จากประสบการณ์เดิมในอดีต,ฉาวซวนได้เรียนรู้ว่ากรณีดังกล่าว
ไม่ปรากฏโดยไม่มีเหตุผลควรจะมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดอยู่ในน้านั้น
และพวกมันควรจะเป็นอันตรายอย่างมาก
ฉาวซวนคว้าเชือกฟางกับหนอนหินผูกที่ปลายของเชือก และโยน
มันลงไปในแม่น้า มันตกลงที่ตรงตำแหน่งน้อยกว่าสองเมตรจาก
ริมฝั่ง อย่างไรก็ตามจากส่วนอื่น ๆ ของเชือกฟางที่ถืออยู่ในมือของ
เขา, ฉาวซวนไม่รู้สึกการต่อสู้ที่รุนแรงใด ๆ เช่นปลาปิรันย่ากำลัง
ฮุบเหยื่อ
ครึ่งวงกลมสีดำลอยเหนือน้ามีการสั่นเบา ๆ ใครจะคิดว่ามันมา
จากการต่อสู้ของหนอนหินหากไม่สังเกตอย่างระมัดระวัง แต่ฉาว
ซวนคุ้นเคยเป็นอย่างมากกับการต่อสู้ของหนอนหินใต้น้า ตั้งแต่
เขาค่อนข้างมีประสบการณ์บางอย่างในการตกปลา ความจริง
ตอนนี้ก็คือ การสั่นไหวของครึ่งวงกลมสีดำที่ลอยบนผิวน้ามีน้อย
กว่ากว่าแต่ก่อนเล็กน้อยและมีแนวโน้มที่จะน้อยลงและน้อยลง
ฉาวซวนดึงเชือกฟางกลับและเหล่าลูกหมาร่วมกันเช่นเดียวกับที่
หนอนหินถูกดึงขึ้นมา
หนอนหินไม่ได้ถูกกัด แต่ร่างกายพลันซีดจาง มันหดตัวลงไปบ้าง
และยังคงอยู่ในท่าบิดแข็งเกร็งขณะที่มันหล่นลงไปในน้า
วางหนอนหินที่ขาวซีดลงบนพื้นดิน ฉาวซวนใช้ด้านหลังของมีด
หินของเขากระแทกไปที่ตัวหนอนหิน
คลิ๊ก!
หลังจากกระเทาะลงไปเล็กน้อย หนอนหินถูกหักเป็นชิ้นๆเหมือน
มันทำจากแก้ว มันไม่มีร่างกายที่อ่อนนุ่มเหมือนแต่ก่อน
ลูกหมาทั้งหมดที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เริ่มที่จะรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น คน
จะกลายเป็นแห้งกรอบถ้าเขาอยู่ในแม่น้า?
ไม่มีใครกล้าที่จะลอง และพวกเขาก็เคลื่อนตัวถอยออกไปโดยไม่
ต้องการที่จะสัมผัสกับน้า
ฉาวซวนโยนหนอนหินลงน้าอีกครั้ง และทุกครั้งมันเป็นผล
เช่นเดียวกัน แต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที หนอนหินที่มีชีวิตชีวาจะ
กลายเป็นหนอนแห้งกรอบและไม่มีปลาตัวไหนที่จะกินเหยื่อไม่ว่า
จะอยู่ในน้านานแค่ไหน
“ทั้งปลาที่ไม่มีความสนใจในหนอนที่แห้งกรอบหรือ/และไม่มีปลา
ในบริเวณใกล้เคียง! บางทีปลาทั้งหมดได้ว่ายหนีไปตั้งแต่มีบางสิ่ง
บางอย่างที่น่ากลัวอยู่ในน้า ข้าคิดว่าพวกมันจะกลับมาหลังจากที่
สิ่งมีชีวิตบางอย่างหายไป ” ฉาวซวนดึงเชือกฟางกลับและ
วิเคราะห์
“งั้นแล้ว … เมื่อไหร่ปลาจะกลับมา?” เด็กๆเอ่ยถาม ตอนนี้เด็ก
ที่มาจากถ้าไม่ได้กลัวความดุร้ายของปลาปิรันย่า กลับกัน พวก
เขามองหน้ากันไปมา และปลาปิรันย่าที่้ต้องปล่อยไปถึงแม้จะ
ไม่ได้ตกปลาเพียงหนึ่งวัน
“ไม่แน่ใจ. เราจะกลับมาและตรวจสอบวันพรุ่งนี้. ” ฉาวซวนส่ายหัว
ของเขาและเขาต้องการไปหานักรบเฝ้าระวังและอธิบาย
สถานการณ์เพื่อเตือนพวกเขาว่าพวกเขาควรจะให้ความสนใจเป็น
พิเศษเพื่อให้คนในเผ่าห่างจากแม่น้า นอกจากนี้เขายังทิ้งหนอน
หินแห้งกรอบเพื่อให้พวกเขาสามารถตรวจสอบเกี่ยวกับมัน
“กลับกันเถอะ. เราจะสานเชือกฟางมากขึ้นสำหรับการตกปลาใน
ครั้งต่อไป “. ฉาวซวนให้คำแนะนำ การใช้เชือกฟางค่อนข้างหมด
ไปอย่างรวดเร็ว สำหรับเชือกฟางปกติที่มีคุณสมบัติไม่ดี ดังนั้นมัน
จะชะรุดหลังจากที่ตกปลาไม่กี่ครั้ง ‘ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถ
ไปตกปลาในวันนี้ ฉาวซวนขอให้พวกเขาเก็บหญ้าให้เพียงพอและ
นั่งอยู่ในถ้าเพื่อสานเชือกฟาง
แม้ว่าจะเห็นว่าหนอนหินที่แห้งกรอบ ทำให้เด็กๆรู้สึกแย่ แต่ใน
จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจมากขึ้นและมากขึ้น
พวกเขาสามารถจับปลาได้กี่ครั้ง ถ้าได้ตกปลาในวันนี้? อย่าง
น้อยสี่! พวกเขาอาจได้ปลามากขึ้น,ถ้าซีซาร์ได้ขุดหนอนหินขึ้นมา
มากขึ้น เพื่อประโยชน์ในชีวิตของตัวเอง การตกปลาก็ไม่ได้เป็น
ตัวเลือกหนึ่งสำหรับวันนี้ เป็นไปตามคำของอาซวน พวกเขาควร
จะกลับมาและตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่ได้แตกต่าง
จากวันนี้หละ? แล้ววันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น? แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
หลังจากนั้น? จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพวกเขาไม่สามารถไปตกปลา?
มันน่ากลัวเกินไปที่จะคิดเกี่ยวกับมัน
เด็กที่อยู่ในถ้าเป็นกังวล และความคิดจิตใจของเขาก็หลงวนเวียน
แม้ในขณะที่ร่างกายของพวกเขากำลังทอเชือกฟางในถ้า
ฉาวซวนนั่งอยู่ที่ทางเข้าของถ้า ทบทวนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่เขา
“เห็น” ก่อนหน้านี้ ในขณะที่เขาอาบแสงแดด ในจังหวะนี้ เขากำลัง
คิดเกี่ยวกับฤดูหนาวที่จะมาถึง
วันนั้น ผู้คนมากมายถูกขับไล่กลับไปโดยนักรบเฝ้าระวัง เมื่อพวก
เขาพยายามจะไปตกปลาที่แม่น้า
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ตีนเขาสังเกตเห็นว่าเด็ก
กำพร้าในถ้ากลายเป็นคนขยัน ในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาจะนอน
หลับ ,กิน และบางครั้งก็ไปปล้นบางสิ่งบางอย่างแต่ตอนนี้ใน
ชีวิตประจำวันพวกเขาออกจากถ้าไป และพวกเขาจะกลับมาจาก
ริมแม่น้าในช่วงบ่าย เมื่ออาหารถึงเวลาแจกจ่าย นอกจากนี้ทุก
ครั้ง เมื่อพวกเขากลับมา พวกเขาจะลากปลาหน้าตาแปลก
ประหลาดพร้อมกับหัวใหญ่ยักษ์ต่าง ๆ นานา และฟันอันแหลม
คมมัดด้วยเชือกฟาง
ผู้ชายที่มีความอยากรู้ติดตามพวกเขา และต้องการที่จะเรียนรู้
ทักษะการตกปลา แต่เพียงแค่เริ่มแรกของทั้งหมด มันก็เป็นเรื่อง
ยากสำหรับพวกเขาที่จะขุดหาหนอนหิน และการขาดเหยื่อ
ทางเลือกมันก็ค่อนข้างยาก สำหรับพวกเขาที่จะจับปลาที่มีเพียง
เชือกฟาง ประการที่สอง แม้ว่าพวกเขาจะขุดหนอนหินออกมา
หรือพวกเขาได้ใช้บางสิ่งเป็นเหยื่อ มันก็ยังยากสำหรับพวกเขาที่
จะจับปลาได้อย่างง่ายดาย เช่นฉาวซวนและสหายของเขา
บางครั้งสิ่งที่พวกเขาตกได้มาเป็นปลาสายพันธุ์เอเลี่ยน และพิลึก
แปลกๆ และสามารถขยายร่างกายของมันพองบวมเหมือนขาหมู
รมควันด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว
สุดท้ายคนเหล่านั้นสังเกตเห็นว่าฉาวซวนใช้บางสิ่งมีสีดำที่
สามารถลอยอยู่เหนือผิวน้าและสิ่งนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ฉาวซวนมี แต่
พวกเขาไม่มี มันไม่ใชความคิดที่ดีที่จะตกปลาเมื่อไม่ได้ใช้อุปกรณ์
เช่นนั้น
ฉาวซวนได้วิเคราะห์ถึงความเป็นจริงว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ปลาปิ
รันย่าเหล่านั้นอาจจะไม่ชอบที่จะอยู่ในด้านล่างของแม่น้า ในขณะ
ที่เชือกฟางกับเหยื่อมักจะจมอยู่ใต้น้า หนอนหิน ในทางกลับกัน
จะหนีไปอย่างง่ายดายเมื่อพวกมันได้สัมผัสถึงสิ่งสกปรกและหิน
จากด้านล่าง ปัจจัยทั้งสองที่เพิ่มขึ้นจากผลลัพธ์ของวิธีตกปลาที่
ไม่ดี
วันนี้ ฉาวซวนบอกซีซาร์ว่าจับหนอนที่มาจากบึงสีดำให้มากขึ้น
และจะได้ทำทุ่นลอยสีดำมากขึ้น เขาใช้พวกมันเพื่อการค้าสำหรับ
เนื้อสัตว์บางส่วนและหนังสัตว์ เนื้อสัตว์ไม่มากนักและเขาได้
แบ่งปันกับเด็ก ๆในถ้า วันที่เขาได้รับมันกลับมา สำหรับหนังสัตว์,
แม้ว่าจะคุณภาพไม่ดี,อย่างน้อยก็อาจทำให้ในช่วงฤดูหนาวที่
หนาวอย่างรุนแรงน้อยลงสำหรับพวกเขา
ด้วยเหตุนี้ นอกเหนือจากเด็กที่มาจากถ้า ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตตีน
เขาที่ไม่มีภารกิจล่าสัตว์จะตกปลายังไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นกัน
ไม่มีใครบ่นว่าหาอาหารมากเกินไป ฤดูหนาวที่กำลังจะมา และ
มนุษย์เท่านั้นที่สามารถรู้สึกสบายใจ เมื่อได้กักตุนอาหารอย่าง
เพียงพอ
แต่ทุกคนรู้สึกผิดหวังในวันนี้
ฉาวซวนถอนหายใจ กลุ่มคนอื่นๆกำลังกลับมาจากริมแม่น้า
อารมณ์เสียและไม่พอใจ
โดยไม่คาดคิด ซีซาร์ที่กำลังนอนอยู่ข้างๆก็ยืนขึ้น และจ้องไปที่
ด้านหนึ่ง
ฉาวซวนมองตามไปที่ทิศทางนั้น
ห่างจากทางเข้าถ้าประมาณยี่สิบเมตร มีหินยักษ์บางก้อน โดย
ปกติถ้าอากาศดี เด็กๆจะอยู่ที่นั้นและนอนอาบแสงแดด แต่ตอนนี้
มีน้อยมากที่ไป เพราะพวกเขากำลังยุ่งอยู่ตลอดทั้งวัน ในเวลานี้
ไม่ควรจะมีใครอยู่บนก้อนหิน แต่ฉาวซวนตั้งข้อสังเกตว่ามีคนอยู่ที่
นั่นนิดหน่อย จากหนังสัตว์ที่เปิดเผยริมขอบของมัน
แม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของหนังสัตว์ขนาดเล็ก,ฉาวซวนรับรู้
ได้ว่า มันเป็นซาย ที่เคยปล้นชิงของๆฉาวซวน และอีกครั้งเมื่อถูก
ฉาวซวนจัดการไปที่สนามฝึกซ้อม โดยปกติเยและชานจะติดตาม
ซายทุกหนทุกแห่ง พวกเขาก็มาถึงในวันนี้
เมื่อวานก่อนนี้ ฉาวซวนให้ซีซาร์จับหนอนในบึงสีดำ เด็กสามคนนี้
ขัดขวางฉาวซวนที่ลานกรวดเพื่อที่จะปล้นทุ่นลอยสีดำ พวกเขา
ต่อสู้ แต่ในเวลานั้น เด็ก ๆ จากถ้าก็มาด้วย ดังนั้นซายและสหาย
ของเขาก็รีบวิ่งหนีไป บางทีทั้งสามคนยังไม่ยอมแพ้ และพวกเขา
คิดว่าพวกเขาสามารถขโมยบางสิ่งบางอย่างได้ที่นี่
พวกเขาไม่กล้าปล้นปลา เพราะมีกฎที่ชัดเจนในเผ่า ไม่มีใครควร
กินอาหารในถ้าเด็กกำพร้า แต่อุปกรณ์ตกปลาไม่ได้อยู่ในหมวด
“อาหาร”
ฉาวซวนลูบกรามของเขา เขาลูบตัวซีซาร์และบอกให้มันรอ
ในขณะที่เขาหันไปรอบ ๆ และเข้าไปในถ้า
“เฮ้ พวกเจ้าทุกคน!” ฉาวซวนตะโกนออกไปหาเด็กทุกคนในถ้า
“เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้ามีความประพฤติที่ดี และเราจับปลาได้จำนวน
มาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี! หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เราจะไม่ต้องทน
ทุกข์ทรมานจากความอดอยากในฤดูหนาวนี้ กับอาหารจากเผ่า
แต่เราจะทำอย่างไร ถ้าตอนนี้มีคนอยากจะลงมาที่นี่ และปล้น
ของๆเรา? ”
ดวงตาของเหล่าเด็กๆเป็นประกายสว่างขึ้น เมื่อพวกเขาได้ยิน
เสียงฉาวซวน เพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นเวลาที่จะไปตกปลา แต่
เมื่อพวกเขารู้ว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับการตกปลา, ความกระตือรือร้น
ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ทุกอารมณ์ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ เมื่อ
พวกเขาเข้าใจสิ่งที่ฉาวซวนถูกเป็นนัยๆว่า
ปล้นบางอย่าง?
กระทืบพวกมัน !!
ไม่มีปลา และพวกเขาต้องการที่จะปล้นอุปกรณ์ตกปลาเท่านั้น?
นั้นก้อไม่เช่นกัน !!
ความหมายของ “ขโมย” คืออะไร? โอ้ … เจ้าบอกว่าการหยิบโดย
ไม่มีการกล่าวแจ้งเรียกว่า “ขโมย”? มันอยู่ในพื้นฐานความเข้าใจ
เดียวกับ “การปล้น” ?! ซัดพวกมันให้หนัก !!
ฉาวซวนได้กล่าวออกมา ก่อนที่ลูกหมาตัวจ้อยเหล่านี้ คำว่า “กิน”
จะต้องเป็นคำที่สวยที่สุดในโลก อาหารจะเป็นความหมายที่พิเศษ
ของคำนั้น พวกเขาจะต่อสู้ด้วยจิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยม ใครก็
ตามที่ต้องการจะออกไปปล้นอาหารของพวกเขา กินอาหารของ
พวกเขาเท่ากับนำสิ่งที่พวกเขารักมากที่สุดไป
ในเวลานั้น ซายกับสมุนทั้งสองของเขาเพียงแค่พูดคุยกันเกี่ยวกับ
วิธีที่พวกเขาได้วางแผนที่จะใช้ทุ่นลอยสีดำ เมื่อไม่มีใครเฝ้าดูและ
เงียบหายไป การพูดคุยกันร้อนแรงมากขึ้น เมื่อซีซาร์กระโดดลง
จากที่ไหนสักแห่งและกระโจนเข้าใส่พวกเขา
มันเป็นไปอย่างฉับพลัน ที่สามคนนั้นสามารถเพียงแค่กระโดด
ออกจากเสียงสะท้อนที่ค่อนข้างน่ากลัว
จิตใจของซายตกตะลึงในขณะที่เขาจ้องมองไปมาที่ซีซาร์พร้อม
กับท่อนไม้ที่กำไว้แน่นในมือของเขา เขายังคงกลัว แต่เขาตัดสินใจ
ที่จะกวัดแกว่งท่อนไม้ตราบใดที่หมาป่าก้าวขาข้างหนึ่งไปข้างหน้า
กำลังคิดที่จะคุมเชิง ซายไม่ได้สังเกตุสภาพแวดล้อมจนกระทั้ง เย
และชาน ผลักเขา
“เจ้าผลักทำไม? เจ้าไม่เห็นข้าหรือไง … ”
ซายหันหน้ามาและคำราม แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ในที่สุดเขาก็
มองไปที่ เยและชาน และเห็นสายตาหลายสิบคู่จากบรรดาลูก
หมาที่ยืนอยู่ทางเข้าถ้า พร้อมกับท่อนไม้และก้อนหินในมือของ
พวกเขา และความโกรธที่รุนแรงส่องประกายอยู่ในแววตาของ
พวกเขา