Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 146 : คู่ซ้อมอีกครั้ง
ชาช่าลงตรงหน้าประตู ขณะที่ซีซาร์กำลังวิ่งกลับมาเรื่อย ๆ ไล่ตาม
พวกเขา
กระโดดลงจากด้านหลังชาช่า,ฉาวซวนเดินไปหาชายชราเค่อและ
ให้เขาสวมกอด
“ข้ากลับมาแล้ว!”
“มันดีที่เจ้ากลับมาแล้ว!” ชายชราเค่อกล่าวขณะที่ตบบนบ่าของ
ฉาวซวน “เจ้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!”
กวาดสายตาไปทั่วห้องขณะที่เขาเดินเข้าไป เขาพบว่าไม่มีอะไร
เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ที่เขาจากไป ข้างๆ ลังไม้บนพื้นมีเครื่องมือ
หินกองพะเนินสูง นี่เป็นงานชิ้นเอกของชายชราเค่อ
รู้สึกมีอะไรขาดหายไป ซีซาร์ขัดจังหวะด้วยเสียงสะอื้นและเสียง
คราง
“ไม่ได้เจอกันนานนะ เพื่อนยาก.” เมื่อเห็นไหล่ที่กว้าง ลำตัวยาว2
เมตรของซีซาร์ ฉาวซวนเริ่มลูบหัวมัน
หลังจากที่สงบลงจากความตื่นเต้นแล้ว ชายชราเค่อได้ตระหนักว่า
บางอย่างแปลกไป นอกบ้าน ชาช่ากำลังเดินเตร่ไปรอบ ๆ
ก่อนหน้านี้มันสามารถเข้าห้องได้ แต่ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ามันไม่
สามารถทำได้ แม้จะไม่มีการสยายปีก มันก็ยังคงใหญ่เกินไป
แม้กระทั่งเมื่อซีซาร์เข้าไปในบ้าน มันก็ต้องระวัง ถ้ามันพลาด
อาจจะทำอะไรบางอย่างหรือล้มโต๊ะลง
“นี่ชาช่า?” ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย ชายชราเค่อเดินไปข้างหน้า
ด้วยไม้เท้าของเขา
พวกเขาจากไปเกือบหนึ่งปีและชาช่าได้กลายเป็นนกขนาดใหญ่
เช่นนี้แล้ว?
หลังจากดื่มน้าและอาบน้าแล้ว ฉาวซวนเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาด
ชายชราเค่อได้เตรียมซุปเนื้อพร้อมกับผลไม้ที่พบในภูเขา ฉาวซวน
พบว่ารสชาติของคำแรกที่กินในปากออกจะแปลกมาก แต่
หลังจากที่ชินกับมัน เขาก็เริ่มลิ้มรสรสชาติมันมากขึ้น
ในช่วงเวลาที่พวกเขาหายไป พวกเขาจำเป็นต้องระมัดระวัง ดังนั้น
แม้ว่าจะใช้ไฟในการปรุงอาหารก็จะถูกบังคับให้ทำอย่างรวดเร็ว
หลายครั้งที่พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะปรุงอาหารให้เสร็จก่อนที่
จะเผชิญกับสถานการณ์ ดังนั้นในขณะที่เดินทาง ตราบเท่าที่มี
อาหารก็จะถือว่าดีไม่ต้องพูดถึงซุปเนื้อสัตว์ แม้กระทั่งเมื่อมาถึง
ภูเขาอินทรีแล้ว ฉาวซวนก็ถูกบังคับให้แทะน้าแข็ง ใน
สภาพแวดล้อมเช่นนี้ ที่มีลมหนาวทำให้ฟันของเขาเริ่มกระทบกัน
มันกินเวลาประมาณหนึ่งปีแล้วที่เขาไม่ได้ลิ้มรสซุปร้อนๆ เมื่อชาม
ถูกวางไว้ข้างหน้าของเขา อย่างรวดเร็วเขาได้กวาดพวกมัน
ทั้งหมดลงในกระเพาะ ปล่อยให้ร่างกายของเขารู้สึกถึงความ
อบอุ่นและความพึงพอใจ ในขณะที่ความอ่อนเพลียของเขาได้
สลายไปอย่างรวดเร็ว .
ตอนที่เขากลับมาถึงบ้านแล้ว เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาสงบลง
ขณะที่กินอาหาร ชายชราเค่อได้เล่าถึงเรื่องราวต่างในเรื่อง
เกี่ยวกับชนเผ่าให้ฉาวซวนฟังตั้งแต่เขาไป ด้วยฉาวซวนที่จากไป,
ชายชราเค่อสามารถบ่นได้เพียงกับซีซาร์ในแต่ละวัน ในขณะที่ถั่ว
ถูกกะเทาะออกพบรอบเผ่า เขาโยนพวกมันลงในปากของชาช่า
เมื่อเขากินซุปเสร็จแล้ว และหลังจากกินเนื้อไม่กี่ชิ้น ฉาวซวนก็เช็ด
ปากของเขา เขาตรงไปหาชายชราเค่อและกล่าวว่า “ท่านควรพักที่
บ้าน ข้าจะขึ้นไปบนภูเขาสักพักหนึ่ง”
“ขึ้นไปบนภูเขา? เจ้าจะขึ้นไปทำอะไร? ชายชราเค่อถามอย่าง
กระวนกระวายใจ ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มล่าสัตว์ทั้งสองได้
เพิ่มขึ้นตั้งแต่เขาจากไป ฟังเรื่องราวที่บอกจากผู้ที่ขึ้นไปบนภูเขา ดู
เหมือนว่าจะมีการต่อสู้ที่รุนแรงทุกวัน
“ฉันจะไปหาหมอผี” ฉาวซวนตอบ
“เอาล่ะ เจ้าควรไปเยี่ยมเขา” ได้ยินเหตุผลของเขา ชายชราเค่อผ่อ
นคลายมากขึ้น “เจ้าไปเดี๋ยวนี้เลย ตั้งแต่มันรอไม่ได้อีกต่อไป ข้า
วางแผนสร้างรังให้ชาช่าในตอนเช้า อั๊ย! โชคดีที่ยังมีไม้อยู่ภายใน
บ้านเล็กน้อย ไม่กี่วันก่อนตูและบาช่วยตัดต้นไม้สองสามต้น ”
กำลังคิดว่ามันเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งที่เขาได้เห็นตูและบา
รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉาวซวน “ใช้ไม้ ถ้ามีไม่มากพอ
ข้าจะตัดให้มากขึ้น หรือข้าจะให้ชาช่ากระชากต้นไม้ออกมาสัก
สองสามต้น ”
ไม่ได้นำซีซาร์หรือชาช่าไป ฉาวซวนออกจากบ้าน ทักทายใบหน้า
ที่คุ้นเคยตลอดทาง
ภายในชนเผ่า มีเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็นด้วยสายตาตนเองขณะนก
อินทรีบิน แต่เนื่องจากระยะทางไกลเกินกว่าภูเขาและผู้ที่อาศัยอยู่
ใกล้ฉาวซวน ผู้คนจำนวนมากไม่รู้ว่าชาช่าใหญ่โตมากขนาดไหน
เมื่อฉาวซวนขึ้นไปกลางเขา เขาก็หยุดชะงักจากเสียงตึงตัง
เมื่อได้ยินแบบนี้ ฉาวซวนมองไปที่ต้นกำเนิดเสียง “คีคี”
คนที่ตระโกนออกมาคือคีคี เมื่อถัวไปแจ้งเพื่อนของเขาเกี่ยวกับ
การมาถึงของฉาวซวน คีคีได้รู้เรื่องนี้แล้ว แต่เดิม คีคีจะรอจนถึง
วันรุ่งขึ้นเพื่อพาฉาวซวนออกมา; ผู้ที่รู้ว่าในขณะที่นอนขี้เกียจอยู่
บนหลังคา เขาจะสามารถพบเขาได้โดยบังเอิญ
จับตามองคีคี,ถัวรีบไป หวังที่จะหลีกเลี่ยงฉาวซวนจากการได้รับ
บาดเจ็บอีกครั้ง
“ฮ่า ๆ ไม่ได้เจอกันนาน เจ้าได้สูงขึ้น ความแข็งแรงของเจ้าดีขึ้น
ด้วยหรือไม่ ?” คีคี ถามราวกับว่าเขาเป็นพี่ชาย ใช้พลังเต็มที่ตบ
ลงบนไหล่ของฉาวซวน การกระทำของเขาแตกต่างจากชายชรา
เค่อ เมื่อชายชราเค่อตบบ่าเขาแม้ว่าชายชราเค่อจะตื่นเต้น เขา
ควบคุมกำลังของเขา ทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ทำร้ายฉาวซวน แต่
เมื่อคีคีตบบ่าเขา ฉาวซวนถูกบังคับให้ใช้พลังสัญลักษณ์เพื่อแบก
รับแรงหรืออื่น ๆ ที่เขาจะได้รับบาดเจ็บ
ไม่ต้องรอให้ฉาวซวนตอบ คีคีเริ่มต่อ “มาเร็ว, เจ้าในที่สุดก็กลับมา
ให้ข้าเห็นสิว่าเจ้าเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน”
ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้สองสามวัน มือของคีคีเริ่มมีอาการ
คัน ทุกวันนี้ เขามักใช้ข้ออ้างในเรื่อง “ฝึกฝน” เพื่อต่อสู้
ถัวรู้สึกปวดหัวขึ้นมา ขณะที่เขาเตรียมพร้อมที่จะดึงคีคีออกไป
เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินฉาวซวนตกลงด้วย
ห่ะ อะไรนะ?
ตาของเขาเบิกกว้างขณะที่เขามองไปที่ฉาวซวนกำลังพยักหน้า
ไม่ใช่ว่าเจ้าหนุ่มนี้สมองถูกกระทบกระเทือน? เป็นไปได้หรือไม่ที่
เขาลืมไปว่าครั้งสุดท้ายคีคีได้หักแขนของเขา? เขาไม่แม้แต่จะ
ลังเลที่จะตกลง!
ในเผ่าเป็นที่รู้กันว่าตราบเท่าที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน มันก็จะ
เป็นเรื่องยากสำหรับคนอื่นที่จะขัดจังหวะ ถอนหายใจ ถัวทำได้
เพียงก้าวถอยหลังและดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ดังนั้นทั้งสามคนจึงย้ายไปที่ที่บริเวณเปิดโล่ง ด้วยวิธีนี้ ถึงแม้ว่าสิ่ง
ต่างๆ จะหมดไปจากมือ แต่คนไม่มากเกินไปอาจจะได้รับ
ผลกระทบ
“เจ้าก่อน.” เป็นการยากที่คีคีจะทำตัวเหมือนผู้อาวุโส แต่ช่วงไม่กี่ปี
ที่ผ่านมาพฤติกรรมแบบนี้ถูกโจมตีจากถัวและหัวหน้าทีมของพวก
เขา
“ได้” ฉาวซวนไม่ได้คัดค้านใด ๆ
ขณะที่เขาอุ่นขา ฉาวซวนตัดสินใจต่อสู้ตรงๆ เพราะเขาไม่ได้
พยายามที่จะแอบซุ่มโจมตีชี้ให้เห็นว่าเขากำลังจะเริ่มต้น
คีคีเชิดคางขึ้นและยังคงยืนนิ่งอยู่ เขาไม่คิดว่าฉาวซวนมี
ความสามารถที่จะทำร้ายเขาได้ เขาไม่เพียงแต่ดูดกลืนผลึกเพลิง
เท่านั้น แต่ยังมีประสบการณ์การล่าสัตว์นับไม่ถ้วนและกลายเป็น
นักรบระดับกลาง ความแข็งแกร่งของเขาได้ไกลกว่าผู้ที่อยู่ตีนเขา
เขามั่นใจว่านี่รวมถึงฉาวซวนด้วย
วันนี้ จุดประสงค์ของเขาคือเพื่อดูว่าฉาวซวนมีการพัฒนามากขึ้น
และถ้ากำลังของเขาไม่เลวร้าย พวกเขาสามารถ “พูดคุยได้อย่าง
ถูกคอ” กับกุยฮีและคนอื่น ๆ ที่ได้สร้างรายชื่อนักรบ 30 คนเพื่อ
สำรวจเส้นทางใหม่ มันเพิ่งเกิดขึ้นที่คนในรายชื่อได้รับบาดเจ็บ
แค่คิดว่าจะสามารถปะทะกับเขาได้ทำให้คีคีแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
มองเข้าไปในดวงตาของฉาวซวน เขาพยายามถ่ายทอดความรู้สึก
อย่างเร่งร้อน หลังจากที่คีคีจัดการกับเขาอย่างรวดเร็ว เขาก็จะหา
คนอื่นมาทำให้เกิดปัญหา
หายใจลึก ๆ ขาฉาวซวนก็ปรากฎขึ้นมาบนพื้นอย่างกระทันหัน
คล้ายกับสัตว์ร้ายที่ดุร้าย หินที่ด้านล่างเท้าของเขาทันทีก็พังพินาศ
และทุกก้าวทำให้เกิดก้อนหินแตกมาก ขึ้นทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
เพิ่มขึ้น
ถ้ากลุ่มล่าสัตว์ของเขากำลังเฝ้าดู พวกเขาก็จะรู้ว่านี่ไม่ใช่นิสัย
ปกติของฉาวซวน ในระหว่างการล่าสัตว์ เขาจะซ่อนตัวอยู่ใน
ความมืด รอโอกาสสักครู่ที่จะปะทะอย่างระเบิดที่ร้ายแรง แต่
ตอนนี้ ฉาวซวนดูตรงไปตรงมามาก ไม่ได้วางแผนเล่นทักษะใด ๆ
ปะทะกับเขาโดยตรง คีคีเริ่มต้นขึ้นเล็กน้อย เด็กคนนี้มีบรรยากาศ
ของเหล่าสัตว์ร้ายที่โหดร้ายในภูเขา รุนแรงและเด็ดขาด
เห็นเขาเป็นแบบนี้ คีคีคิดว่าฉาวซวนไม่ควรห่างไกลจากเลน
เกือบจะถึงนักรบระดับกลาง? บางทีในหนึ่งหรือสองปี เขาจะ
สามารถก้าวข้ามพรมแดนนี้ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหมอผีถึง
มองดูเขาเสมอมา
ขณะที่คีคีจมอยู่ในความคิด ฉาวซวนก็ขยับกำปั้นตรงมาที่เขา ไม่
ต้องกังวลกับการหลีกเลี่ยงเขา คีคีเอาแขนมากันที่ด้านหน้ากำปั้น
ทันที
ด้วยการปะทะกันระหว่างกำปั้นและแขน เสียงดังออกไปทั่ว
บริเวณโดยรอบ
ปัง!
หลังจากปะทะกันแล้วรูม่านตาของคีคีก็หดตัวลง เขารู้สึกว่าแขน
ของเขากำลังถูกเผาไหม้ด้วยความเจ็บปวด แต่เดิมยืนตรงและ
คงที่ การปะทะทำให้เขาลังเลเล็กน้อย บังคับให้ขาของเขาต้อง
ก้าวถอยหลัง
แม้ว่าเขาจะถอยกลับไปเล็กน้อย ถัวรู้ว่าสภาพของคีคีไม่ดี
ไม่ให้เขามีเวลาเพียงพอที่จะฟื้นตัวจากความประหลาดใจ ฉาว
ซวนปะทะต่อไป เนื่องจากพลังสัญลักษณ์ แขนของเขาขยายตัว
ออกไป กำมือของเขาไว้เป็นกำปั้น เขายกแขนขึ้นอีกครั้งและ
ปะทะไปทางคีคี
ปัง!
จากการชนกันครั้งนี้ คีคีต้องถอยกลับและรักษาเสถียรภาพของ
ร่างกายอีกครั้ง ขณะที่เดินกลับไป สายตาของเขากำลังมองดูฉาว
ซวนอย่างตั้งใจ
เขาเปลี่ยนไปอย่างมากได้อย่างไร?!
เขาพยายามระลึกถึงสิ่งที่ได้แจ้งให้หัวหน้าทีมสั่งให้เขาสอบสวน
เด็กคนนี้
ไม่สามารถจดจำได้ เขานึกย้อนกลับไปว่าฉาวซวนไม่ได้มีกำลัง
มากนัก ด้วยกำปั้นเดียว เขาสามารถส่งฉาวซวนบินได้ เมื่อเขาไม่
ระวัง เขาบังเอิญทำลายแขนของฉาวซวน …
เมื่อเผชิญหน้ากับกำปั้นที่รวดเร็วขึ้น คีคีก็ตกใจมากเขาไม่แม้แต่
จะจำได้ว่าพบโอกาสที่จะตอบโต้กลับไป เขายังคงมั่นใจว่า
สามารถจัดการกับเขาได้ แต่เด็กคนนี้แข็งแกร่งขนาดนี้ได้
อย่างไร?
วิธีนี้อาจเป็นไปได้ … ..
เผชิญหน้ากับความวุ่นวายเหล่านี้ ด้วยการชกทุกครั้ง คีคีจะถอย
กลับอย่างไม่หยุดหย่อนและถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลา
ล่วงเลยไป
ก้อนหินแตกบนพื้นดินเหมือนเสียงคำรามบนท้องฟ้า ขณะที่เศษ
และชิ้นส่วนนับไม่ถ้วนบินขึ้นไปบนฟ้า
ปัง! ย้ากกก!
อีกครั้ง เสียงจากการปะทะกันระหว่างกำปั้นของฉาวซวนที่
ออกมาและอีกครั้ง คีคีต้องถอยกลับ
ดูจากด้านข้าง ถัวไม่สามารถเชื่อในสิ่งที่เขากำลังเป็นพยาน เมื่อ
เห็นฉาวซวนอัดคีคีซ้า ๆ ถัวก็กลืนน้าลายคำโต
แต่ เสียงจากการปะทะกันครั้งล่าสุดคือ … ..
มันอาจจะเป็น ถัวรู้สึกว่าหัวของเขาเริ่มงุนงง
จับลมหายใจ ฉาวซวนยืนนิ่ง เฝ้าดูคีคีที่ถูกซ้อม จากนั้นก็ขยับไหล่
ของเขาอีกครั้ง เขาก็เริ่มโจมตีอีกครั้ง เสียงของกระดูกหักดังก้อง
กล้ามเนื้อของฉาวซวนกระตุกเบา ๆ หลังจากจัดการปะทะอย่าง
รวดเร็วหลายครั้งสำหรับนักรบระดับกลาง แต่เขายังคงรู้สึกว่าเขา
มีพลังแผ่กระจายออกไป เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ที่เขาถูกกดข่ม
ลงทันที ความรู้สึกนี้ดีขึ้นมาก
และที่นอนราบนั้นคือคีคี พึมพำคำพูดไม่ปะติดปะต่อกัน
คีคีรู้สึกว่าขาของเขากระตุก แต่ที่แย่ที่สุดก็คือแขนของเขา ไม่ต้อง
สงสัย มันหัก
ตลอดการต่อสู้และในขณะที่ได้รับบาดเจ็บ คีคีมีการแสดงออก
ของความไม่เชื่อ อย่างไรก็ตาม คีคีรีบกลับมาที่ความรู้สึกของเขา
และหันไปทางฉาวซวน ซึ่งกำลังวางแผนจะออกเดินทาง อย่างเร่ง
รีบ เขาเอ่ยว่า “อึ๊ย รอก่อน รอก่อน อาซวน รอสักสองสามวันเพื่อ
รักษาอาการบาดเจ็บของข้า ข้าจะไปหาเจ้าและเราจะสู้กันอีก
ครั้ง!”
ฉาวซวนไม่ได้หันหลังกลับ โบกมือให้เขา เขาเดินขึ้นไปบนภูเขา
ยืนอยู่ไม่ไกลจากที่ฉาวซวนและคีคีได้ต่อสู้กัน การแสดงออกของ
เลนเปลี่ยนเป็นมืดมน
แต่เดิม ตำแหน่งในกลุ่มคน 30 คนเพื่อสำรวจเส้นทางใหม่นี้ให้
ฉาวซวนโดยหมอผี แต่เนื่องจากเขาไม่ได้กลับมาคุณปู่ของเลน
สามารถขโมยมันมาให้เขาได้
ตอนนี้ฉาวซวนกลับมาแล้ วดูเหมือนว่าเขาจะไปเยี่ยมหมอผี มัน
อาจเป็นไปได้ว่าเขากำลังจะขโมยตำแหน่งกลับไป?
ไม่ แน่นอนว่าไม่!
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้เห็นการแลกเปลี่ยนของฉาวซวน
และคีคี ตัวเขาสามารถเอาชนะเขาได้หรือไม่?
ขณะที่จมอยู่ในความคิด เลนวิ่งกลับไป วางแผนที่จะบอกทุก
อย่างกับปู่ของเขา