Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 147 : ตื่นเต้น
หมอผีดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉาวซวนกำลังขึ้นไปบนภูเขา ดังนั้น
เขาจึงรอการมาถึงของฉาวซวน
เมื่อนักรบที่เฝ้าระวังที่บ้านของหมอผีเห็นว่าฉาวซวนมาถึง ใบหน้า
ของพวกเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“หมอผีกำลังรอเจ้าอยู่ข้างใน” ชายคนหนึ่งกล่าว
“ขอบคุณ” ฉาวซวนตอบขณะเดินเข้าไปในห้อง
เมื่อเห็นหมอผีนั่งอยู่ ฉาวซวนรู้สึกว่าหมอผีกำลังเหนื่อยมาก ไม่ได้
เป็นความรู้สึกทางกาย แต่ทางจิตวิญญาณของเขา แม้ว่าจะผ่าน
ไปเพียงปีเดียว หมอผีดูเหมือนแก่ไปหลายปี
เดินไปที่โต๊ะหินต่าและนั่งลง เขาถามว่า “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”
ยิ้มและพยักหน้า ริ้วรอยบนใบหน้าของหมอผีก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น
หมอผีรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากในขณะที่เขาสังเกตฉาวซวน, “การ
เดินทางของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ดีทีเดียว ข้ามีประสบการณ์มากจนข้าไม่สามารถบอกท่านได้ทุก
อย่าง หลังจากนั้นข้าจะวาดมาให้ท่าน ท่านจำเป็นต้องให้ม้วน
หนังสัตว์และหมึกขณะที่ข้าไม่มีพวกมันในครอบครอง ”
แม้ว่าฉาวซวนบอกว่าเขาจะวาดมัน แต่ด้วยประสบการณ์ที่
มากมาย เขาก็ไม่อาจวาดพวกมันทั้งหมดได้ และดังนั้น เขาก็
เลือกที่จะแสดงออกมาบ้างส่วน
เลือกนกอินทรีผู้นำทาง,แนวเทือกเขาที่ยกระดับสูงลิ้ว,ทุ่งน้าแข็ง,
ภูเขาอินทรีลึกลับและแมลงสีขาวแปลก ๆ ฉาวซวนจะวาด
เหตุการณ์เหล่านี้อย่างพิถีพิถัน
หมอผีระลึกถึงเรื่องราวของบรรพบุรุษในขณะที่เขากำลังฟังอยู่
ใบหน้าของเขาเริ่มเคร่งขรึมจริงจังขณะที่เขาขบคิดเรื่องราวที่ฉาว
ซวนถ่ายทอด เขาเงียบสนิทมากขณะที่ฉาวซวนพูด กลัวว่าถ้าเขา
ถูกขัดจังหวะเขาจะพลาดข้อมูลสำคัญไป
แม้หลังจากที่ฉาวซวนเล่าจบแล้ว หมอผีก็ยังคิดอย่างลึกซึ้ง แต่
หลังจากผ่านไปสักระยะ
“ภูเขาอินทรี, ตำนานเป็นความจริง” หมอผีร้องตะโกน
ปีที่แล้ว เมื่อเขาเห็นว่าฉาวซวนได้เลี้ยงลูกนกขนาดเล็กนั้น เขารู้
ทันทีว่านกตัวนี้จะโตขึ้นไปมีขนาดที่ใหญ่มาก
ฉาวซวนเคยถามเขามาก่อนว่าถ้าเขาคิดจะออกจากเผ่าเพื่อค้นหา
ผู้คนภายนอก
ในความเป็นจริง หมอผีได้คิดถึงเรื่องนี้แล้ว นี่คือสิ่งที่หมอผีทุกคน
ใฝ่ฝันถึง แต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่
หลังจากเห็นนกอินทรีเป็นครั้งแรก หมอผีก็เกิดความคิด ถ้ามีวันที่
นกอินทรีตัวนี้โตเต็มที่ มันจะสามารถบินข้ามผ่านไปถึงดินแดนที่
นักรบในเผ่าไม่สามารถไปได้
ในบันทึกของบรรพบุรุษ ยอดเขาเป็นที่ตั้งของนกอินทรียักษ์ที่ไม่
เกรงกลัวต่ออะไร เมื่อมองจากความสูงที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้
ความคิดของพวกมันจะไม่มีการล่าถอย แต่ต้องการที่จะพิชิต
ในกลุ่มล่าสัตว์ทุกกลุ่ม มีผู้ที่ไม่สามารถข้ามยอดเขาที่กั้นขวาง
เส้นทางได้ และเมื่อพวกเขากำลังออกล่า พวกเขาก็จะหลีกเลี่ยง
มันเสมอ แม้กระทั่งเมื่อบรรพบุรุษพยายามที่จะสำรวจเส้นทาง
พวกเขาก็จะหลีกเลี่ยงมัน เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาสามารถหาทาง
เดินผ่านภูเขา พวกเขาจำเป็นต้องอ้อมทางไกล
สมาชิกเผ่าคนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าเมื่อบรรพบุรุษกำลังพยายามเปิด
เส้นทางใหม่ ๆ พวกเขาก็พบกับอุปสรรคมากมายที่พวกเขาถูก
บังคับให้ยอมแพ้ ปล่อยมันให้กับคนรุ่นต่อไป
สิ่งที่ทำให้นักรบหยุดชะงักไม่ได้เป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่เป็นเทือกเขา
สูงและแม่น้าที่กว้างใหญ่ ทั้งสองเป็นสถานที่ที่อันตราย
แต่ถ้ามีวิธีบินตรงผ่านแนวสันเขาหรือแม่น้า เช่นนกอินทรียักษ์
อาจทำให้สิ่งกีดขวางทั้งหมดของพวกเขาหายไป
ถ้านกอินทรีมีโชคชะตาที่โตเต็มวัยเพียงพอแล้ว แม้ว่าความฝันจะ
ไม่ถึงภายในช่วงชีวิตของหมอผี เขาก็จะเขียนมันลงบนม้วนหนัง
สัตว์ลับ ส่งต่อไปยังหมอผีคนต่อไป และจากนั้นต่อไป หลายร้อยปี
ผ่านไป วันหนึ่ง พวกเขาจะประสบความสำเร็จ
นับตั้งแต่ที่เขาได้พบกับชาช่าเป็นครั้งแรก การเอาใจใส่ที่หมอผีมี
ให้แก่มันนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่ให้กับซีซาร์
เขาไม่เคยคิดเลยว่าฉาวซวนสามารถพาชาช่าไปและค้นพบภูเขา
อินทรี เพื่อให้ชาช่าได้ก้าวไปสู่ขั้นตอนแรกของการเติบโต!
มันได้ต่ออายุความหวังของหมอผี
เขาได้ตกเป็นเหยื่อของเส้นทางใหม่มาหลายปีแล้ว ตอนนี้ ฉาว
ซวนยกเรื่องของผู้คนจากชนเผ่าภายนอก และแสดงให้เห็นว่าเขา
เป็นพยานว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง เส้นทางใหม่และเรื่องอื่น ๆ ก็
เลือนหายไป โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างทากับกุยฮี
เพียงแต่ เขาไม่สามารถบอกใครได้ อย่าลืมว่า ในสายตาของคน
อื่นๆ ในเผ่า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่จริง เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของ
ชนเผ่า ถ้าเขาไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง เช่นนั้นเขาก็ไม่สามารถทำ
อะไรได้
“ดี! ดีมาก! อาซวน ในครั้งต่อไปที่มาที่นี่ พาชาช่ามากับเจ้า ”
“อึ่ม ข้าจะพามันมาครั้งหน้า เพียงแต่ว่าตอนนี้มันมีขนาดใหญ่
มาก ชาช่าไม่สามารถเข้าภายในบ้านนี้ได้ ” ฉาวซวนตอบ
ได้ยินว่าชาช่าไม่สามารถเข้ามาในบ้านของเขาได้ รอยยิ้มของหมอ
ผียิ่งกว้างไปถึงดวงตาจนเกิดเป็นรอยตีนกา เขาแทบไม่สามารถ
รอการตรวจสอบมันได้
เมื่อมองถึงความร่าเริงของหมอผี ฉาวซวนเกิดแนวเส้นขนที่ลุกตั้ง
ชันบนแขนของเขา เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับหมอผี แต่
ตอนนี้ หมอผีกำลังอารมณ์ดีอย่างมาก เรื่องนี้ ฉาวซวนควรบอก
มันตอนนี้ หรือบางทีควรจะเป็นคราวหลัง? หมอผีในวัยชรา เขา
สามารถตกใจมากเกินไปได้หรือไม่?
“อืม, มีอะไรอย่างอื่นอีกมั้ย?” หมอผีถามขณะที่รอยยิ้มเริ่ม
กลับมาเป็นเหมือนเก่า
“นี่ … เอ่อ … ท่านคิดว่าชนเผ่าอื่น ๆ อยู่ห่างไกลมากแค่ไหน?”
ฉาวซวนถาม
รอยยิ้มของหมอกลับมา เต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เขาตอบว่า
“ตราบเท่าที่ชาช่าโตเต็มที่ เราสามารถออกไปตามหาได้ เชื่อข้า
จะต้องมีสักวันที่เกิดเหตุการ์ณนี้ขึ้น ”
แล้วหมอผีก็กลายเป็นคนที่หดหู่ใจในขณะที่เขาถอนหายใจ:
“เพียงแต่ … ข้าไม่รู้ว่าข้าจะได้เห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงชีวิต
ของข้าหรือไม่”
ฉาวซวนยังคงเงียบ เขาเพียงแค่เอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าของเขา
และเอาหินที่นกอินทรียักษ์คายออกมาให้เขา เขาวางมันไว้
ด้านบนของโต๊ะหิน
ก่อนที่จะกลับ ฉาวซวนได้ทำความสะอาดหินอย่างละเอียด เอา
กลิ่นแปลก ๆ ออกไปทั้งหมด
เมื่อหมอผีเห็นวัตถุที่ฉาวซวนวางลงบนโต๊ะ เขาก็หยุดชะงัก
ราวกับถูกแช่แข็ง เขายังคงตัวแข็งค้าง ไม่ได้เปลี่ยนการแสดงออก
ของเขา เฉพาะดวงตาของหมอผีที่ยังคงจ้องเขม็งไปที่ก้อนหิน
ขนาดพอดีมือ
“นี่ … นี่ … ” หมอผีอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่สามารถ
ทำเสียงได้เหมือนกับว่ามีบางอย่างติดอยู่ในลำคอ
“อา, มีอะไรผิดปกติหรือ? สงบลง เพียงแค่สงบลงเล็กน้อย! สูด
ลมหายใจเข้าลึก ๆ ! ฉาวซวนหวาดกลัวขณะที่เขารีบวิ่งเข้ามา
และเริ่มลูบหลังหมอผี “หายใจลึก ๆ แบบนี้ หึบบบบ ~~~”
หมอผีดันฉาวซวนไปด้านข้างพร้อมกับมือทั้งสองของเขา ตัวของ
เขาสั่นสะท้าน ยกมือสั่นๆ ของเขายื่นมันไปที่ก้อนหิน เขากำลังสั่น
อย่างแรง ถ้าเขากำลังจับกระบวยตักซุปซุปทั้งหมดจะกระเฉาะ
ออกมาหมด
เมื่อหมอผีกลับมาสู่สภาพปกติ ฉาวซวนก็นั่งลง
“ข้ายังพูดไม่จบ ก้อนหินชิ้นนี้เป็นของขวัญของข้าจากนกอินทรี
ยักษ์ มันเกือบจะทะเลาะวิวาทกับข้า … “ฉาวซวนอธิบายว่าเขา
ค้นพบสัญลักษณ์บนขาของนกอินทรี และเขาเลี้ยงอาหารนก
อินทรีอย่างไร
ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ในมือเป็นสิ่งที่ล้าค่ามากนัก หมอผีได้สัมผัสก้อน
หินอย่างระมัดระวัง ฟังฉาวซวนอย่างเงียบ ๆ
หลังจากฉาวซวนเล่าจบแล้ว หมอผีหยิบหินขึ้นมาเพื่อตรวจดู
ลวดลายต่างๆ
บนก้อนหินดูเหมือนจะเป็นคลื่นเมฆ ระลึกถึงความทรงจำของเขา
เขาบอกฉาวซวนเหตุผลว่าทำไมเขาถึงรู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น “หนึ่ง
ในม้วนหนังสัตว์ของบรรพบุรุษข ข้าจำภาพนี้ได้ รอก่อน ให้ข้าไป
หามัน ”
หมอผีหายตัวไปอย่างรวดเร็วจนฉาวซวนรู้สึกถึงสายลมที่พัดผ่าน
ตัวเขาไป ไม่นานเขาก็กลับมา หยิบหินขึ้นมาจากโต๊ะและหายตัว
ไปอีกครั้ง
ขณะที่กำลังมองไปที่สภาพแวดล้อมรอบตัวของเขา และอดทนรอ
ฉาวซวนยืนขึ้นเพื่อเติมน้าจากด้านข้างและดื่มอย่างช้า ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ขณะที่ผู้คนเดินเข้าไปในบ้านของหมอผีเพื่อ
เปลี่ยนกาน้าชา พวกเขาเห็นฉาวซวนนั่งอยู่อย่างสงบ ฉาวซวน
เป็นคนเดียวที่สามารถนั่งอยู่ในบ้านของหมอผีอย่างใจเย็นและจิบ
ชาได้อย่างสบายใจ แม้ว่าจะมีผู้นำทีมทั้งสองคนนั่งอยู่ พวกเขาก็
คงไม่เป็นแบบนี้
หลังจากประมาณครึ่งชั่วโมง หมอผีกลับมาราวกับลมกระโชกแรง
ส่งเสียงออกมา “มากับข้า เราจะไปหาจิ้ง!”
ฉาวซวนรู้ว่าใครคือ “จิ้ง” เคยเจอเขามาสองสามครั้งแล้ว จิ้งอาวุโส
กว่าหมอผี และเขาได้ดูแลผู้นำทีมและหมอผีมาตลอดเวลา
ภายในเผ่า คำพูดของเขามีน้าหนัก และทุกครั้งที่มีเรื่องเร่งด่วน
เขาจะถูกเรียกตามเสมอ
เฉพาะชายชราคนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ ฉาวซวนจำได้ว่าการ
จ้องมองของคนๆ นั้นแหลมคมเหมือนมีด ดูเหมือนจะสามารถตัด
เจ้าได้
หมอผีนำฉาวซวนออกจากบ้าน ขึ้นไปอีกส่วนหนึ่งของภูเขา
ขณะที่พวกเขาเดินไป มีผู้คนจำนวนมากพูดคุยกัน แต่หมอผีก็ยัง
เดินหน้าต่อไป พวกเขาเดินเร็วจนไม่สามารถทักทายใครได้
“นั่น … หมอผีหรือ?” นักรบถาม
“ดูเหมือนจะใช่”
“เกิดอะไรขึ้น?” ทำไมหมอผีจึงรีบร้อน? ”
“พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าใครตามเขาไป?”
“พวกเขาดูเหมือนจะมุ่งหน้าไปที่บ้านของเลน พวกเขาต้องไปพบ
กับปู่ของเลน, จิ้ง! ”
เมื่อมีคนกล่าวว่าเช่นนั้น ผู้คนต่างแสดงออกว่า “ข้าเข้าใจแล้ว” ดู
เหมือนว่าหมอผีต้องการช่วยฉาวซวนต่อสู้เพื่อส่วนแบ่งของเขา
แม้ว่ากุยฮีเป็นหัวหน้าทีมของกลุ่มล่าสัตว์ แต่ส่วนใหญ่เขาก็จะฟัง
คำแนะนำของจิ้ง แม้ว่าหมอผีให้ฉาวซวน จิ้งอาจไม่ยอมรับมัน ถ้า
หมอผีต้องการเพิ่มคน นั้นก็จะยิ่งยากขึ้น ในช่วงเวลาที่หลุมไฟ
พวกเขาได้ประกาศว่ามีเพียง 30 คนเท่านั้นที่จะถูกเลือก ดังนั้น
พวกเขาจึงไม่สามารถเพิ่มหรือลบสมาชิกได้
ขณะนี้จิ้งกำลังนั่งอยู่ในห้องของเขา ตาครึ่งหลับหลึ่งเปิด และขบ
คิดบางสิ่งบางอย่าง
พ่อของจิ้งเคยให้คำแนะนำแก่เขาว่า “มองไปให้ไกล และไม่เพียง
แค่มุ่งเน้นไปที่สภาพแวดล้อมของเจ้า” ดังนั้น จิ้งคิดว่าสำหรับ
ลูกหลานของเขาจะถูกจำกัดอยู่แต่เส้นทางเดิมๆ เป็นอะไรที่น่า
เบื่อเกินไป
ถ้าเจ้ากำลังจะทำบางสิ่งบางอย่าง ทำให้ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่!
นอกเหนือจากบรรพบุรุษที่สร้างเส้นทางแรกไว้ เมื่อหลายร้อยปี
ก่อน การสำรวจเส้นทางใหม่นี้จะเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับชน
เผ่า!
ความรุ่งเรืองเช่นนี้เป็นธรรมดาที่ควรได้รับจากครอบครัวของเขา
ในส่วนของคนอื่นๆ เขาไม่สนใจพวกเขา
คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เลนเพิ่งบอกเขา จิ้งแสดงอาการดูถูกอย่างหนัก
สำหรับหมอผีที่จะช่วยเด็กจากเขตตีนเขา ไม่ใช่ว่าการทำผิดต่อคน
เหล่านี้?
ในขณะที่คิดเช่นนั้น หมอผีก็ได้พาฉาวซวนมาแล้ว
เพราะเป็นหมอผี ไม่มีใครกล้าที่จะขวางทางของเขา
แม้ว่าจิ้งจะมีอายุมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างอยู่ใน
ตำแหน่งของพวกเขา ในฐานะหมอผี ทุกคนต้องให้ความเคารพ
จิ้งลุกขึ้นและทักทายหมอผี ส่วนกับฉาวซวน เขาแสร้งทำเป็นว่า
เขาไม่อยู่ที่นี่
“อาซวน ปิดประตู” ฉาวซวนทำตามที่หมอผีสั่ง
ห้องของจิ้งไม่เหมือนกับห้องอื่น ๆ ที่มีทั้งไม้ซ่อนหรือม่านหญ้า
สำหรับประตู เขามีเพียงไม้กระดานเท่านั้น
ฉาวซวนย้ายไม้กระดาน ปิดบังสายตาจากคนนอก
เมื่อเห็นหมอผีทำตัวแบบนี้ จิ้งก็โกรธในหัวใจของเขา ขณะที่กำลัง
จะพูดอะไรบางอย่าง หมอผีจึงดึงเอาสิ่งนั้นออกมาวางไว้บนโต๊ะ
ความโกรธทั้งหมดของจิ้ง คำพูดทั้งหมดของเขาได้สลายหายไป
เมื่อเขาเห็นก้อนหิน เนื่องจากอารมณ์ของเขาซับซ้อนเกินไปและ
ทำให้อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านมากเกินไป สีหน้าของเขาเริ่มบิด
เบี้ยว
ฉาวซวนรู้สึกว่าขนบนแขนของเขาเริ่มลุกตั้งชันขึ้นเรื่อย ๆ