Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 165 : กวงโฮว
ฉาวซวนจ้องไปที่คนที่ยืนอยู่บนดอกบัว
เสียง ‘โอ๊บ’ ที่เขาได้ยินตอนนี้เตือนให้เขานึกถึงกบเหล่านั้นที่ว่าย
น้าขึ้นฝั่งในช่วงฤดูฝน นั่นคือเหตุผลที่เขาชักมีดออกมาในตอน
แรก
คนที่ยืนอยู่บนใบบัวเป็นคนที่รับผิดชอบการลาดตระเวนเขตแดน
จากชนเผ่าฝู๋ เพราะฉะนั้นเขาจึงมักติดต่อกับกลุ่มการค้าจากกลุ่ม
เผ่ากลอง เขาคุ้นเคยกับฉิงหยี่
ได้ยินคำพูดของคนที่แต่งตัวประหลาด,ฉิงหยี่หมดคำที่จะพูด
“ปัญหาครั้งนี้ ใหญ่มาก.”
นอกเหนือจากชนเผ่าสละชีพแล้ว มีคนจากชนเผ่าอื่น ๆ เข้าร่วม
เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ฉิงหยี่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เขาไม่สามารถบอก
กล่าวกับคนภายนอกได้ง่ายๆ เช่นกัน
คนที่อยู่บนใบบัวพยักหน้า เขายังได้รับข่าวว่าคราวนี้คนที่เข้ามา
รุกรานเผ่ากลองมาจากพวกเผ่าสละชีพ
ฉิงหยี่และคนอื่น ๆ ต้องพักผ่อนอีกสักพักหลังจากการต่อสู้เช่นกัน
และดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะเกิดการล่าช้า เขากวาดสายตาไปที่
กลุ่มชนเผ่ากลองและมองไปที่ฉาวซวน “เขาคือใคร?”
ลักษณะของชนเผ่ากลองมีความชัดเจนมากและไม่จำเป็นต้อง
มองเป็นครั้งที่สองเพื่อให้เห็นว่าในกลุ่มคนมีคนที่แปลกแตกต่าง
อยู่ในกลุ่มนี้
“แขกของเผ่ากลอง เขามาจากเผ่าเขาเพลิง เขาเรียกว่าฉาวซวน”
ฉิงหยี่แนะนำ
ชายหนุ่มคนหนึ่งบนใบบัวหรี่ดวงตาของเขา ตรวจสอบฉาวซวนอีก
สักครู่ ดูเหมือนจะพยายามที่จะประเมินศักยภาพการคุกคามของ
คนแปลกตรงหน้านี้
เป็นเผ่าเขาเพลิงอะไร อาจจะเป็นชนเผ่าเล็ก ๆ ที่ไม่รู้จัก โลกนี้มี
ชนเผ่าที่ไม่รู้จักมากเกินไป ไม่จำเป็นที่พวกเขาจะต้องจกจำทุกเผ่า
ได้ แต่ก็ตรงไปที่แขกของเผ่ากลอง พวกเขายังคงต้องเผชิญหน้า
กับบางคน หลังจากที่ทุกคนในกลุ่มเผากลองต่างร่ารวยมาก
โดยเฉพาะหลังจากการรวมรวมหินวารีจันทรา ที่เป็นเวลาเก็บ
เกี่ยวของชนเผ่ากลอง ตะกร้าหวายหนึ่งใบอักแน่นเต็มไปด้วยหิน
วารีจันทรา ชนเผ่าฝู๋ยินดีให้การต้อนรับคู่ค้าที่มั่งคั่งทุกคน
“ไปกันเถอะ ทุกคนคงกำลังรอกันมาสักระยะแล้ว” คนที่แต่งตัว
ประหลาดบนใบบัวได้กระโดดไปอีกสองสามก้าวบนใบบัวอื่น
แก้มของเขาพองเหมือนกบ ทำให้เสียงง โอ๊บ ไม่นานหลังจากที่
เสียงดังออก ฉาวซวนรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ใต้น้า เท้าทั้งสองข้าง
ของเขาอยู่ในน้าจะรู้สึกแรงสั่นสะเทือนของน้า ในเวลาเดียวกัน
พื้นที่ด้านหน้าของชนเผ่ากลองที่เต็มไปด้วยใบบัวสูงและสูงเอียง
ไปทั้งสองด้านเผยให้เห็นทางน้าที่อยู่ตรงกลาง
“ไป” ฉิงหยี่ก้าวออกจากตัวจระเข้ก่อนมุ่งหน้าไปทางน้าไหล ส่วนที่
เหลือในกลุ่มไล่ตามมา
ใบบัวที่นี่มีมากมายมหาศาล ส่วนที่สัมผัสกับน้ามีความหนากว่า
ต้นขาของมนุษย์ ใบบัวสีเขียวถูกปกคลุมไปด้วยหนาม
เพราะฉะนั้นถ้ามีคนบังคับจะเข้ามา หนามจะขูดเนื้อออกจาก
ร่างกายมนุษย์
แม่น้าสายนี้ค่อนข้างแตกต่างจากชนเผ่ากลอง แม่น้าสายนี้ใส
กระจ่าง แต่ก็ถูกปกคลุมไปด้วยจอกแหนจำนวนมาก ดังนั้นจึงเป็น
การยากที่จะเห็นใต้น้า ขณะที่จระเข้ว่ายออกไป จอกแหนก้อแตก
กระจายออกด้านข้าง ระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นจากจระเข้ ฉาวซวน
สามารถมองเห็นกบสีเขียวจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ใต้จอกแหน ตัวที่่
ขี้ขลาดมาก ๆ รีบว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว ออกแรงถีบขาของมัน
เหมือนท่ากบว่ายน้าออกไป บรรดาตัวที่มีความกล้าพอยืนอยู่ที่จุด
เดิม เปิดเผยออกมาเพียงครึ่งหัว ดวงตากลมสองดวงจ้องไปที่
มนุษย์ขณะที่พวกเขาเดินผ่านสายน้า รูม่านตาของพวกมันหรี่
แคบลง พวกมันไม่ได้เป็นเหมือนจระเข้ที่เย็นชา; กลับกันพวกมัน
ทำให้ผู้คนมีความรู้สึกสดชื่น ได้ยินเสียงโอ๊บ เป็นครั้งคราว
บางครั้งก็ไกลบางครั้งก็ใกล้
“พวกเขามาจากชนเผ่าฝู๋ คนที่พูดคุยกับฉิงหยี่เรียกว่าฝู๋หยี่ เขาเป็น
ผู้รับผิดชอบการลาดตระเวนและป้องกันอาณาเขตรอบนอก ” ฟู๋จี่
อธิบายให้ฉาวซวนฟัง
ฝู๋หยี่ไม่ได้อยู่ข้างหน้ากระโดดจากบัวใบอีก เขาไม่ได้สวมผิวหนัง
สัตว์ใด ๆ เผยให้เห็นลวดลายบนร่างกายของเขา พวกมันไม่ได้มี
ลักษณะเหมือนรอยสักสัญลักษณ์; กลับกันมันเกิดขึ้นจากการใช้
หมึกพิเศษชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถล้างออกได้จากน้า
ในเวลาเดียวกัน ตอนนี้ เมื่อฝู๋หยี่และฉิงหยี่กำลังพูดอยู่ ฉาวซวนก็
พบว่ามีลวดลายอยู่รอบดวงตาของฝู๋หยี่ สิ่งเหล่านี้เป็นงานอดิเรก
ของชนเผ่าฝู๋ คนที่มีความชอบต่างกันก็มีลวดลายที่แตกต่างกันไป
ที่รอบดวงตา นี่เป็นประเพณีของชาวเผ่าฝู๋ที่ส่งต่อมาจากบรรพ
บุรุษของพวกเขา
ฝู๋หยี่กระโดดจากใบบัวไปยังใบอื่นๆ บางครั้งเมื่อเขากระโจน
ออกไปใบบัวจะเอียงและน้าค้างที่ผิวหน้าจะไหลออก พวกมัน
หยดลงไปในน้า, สังเกตุว่ามันจะส่งเสียงติ๊ง ลงไปตามแม่น้า มี
หลายคนเหมือนฝู๋หยี่กำลังตระเวนไปตามเขตรอบนอก พวกเขา
จะดึงใบบัวออกและสร้างเป็นทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกชนเผ่า
กลองหรือเผ่าฝู๋; พวกเขาทั้งหมดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับน้า
ไปตามเส้นทางที่ชาวเผ่าฝู๋ทำขึ้น กลุ่มการค้าได้ก้าวไปข้างหน้า
ฉาวซวนรู้สึกว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ที่นี่ไม่มีภูเขาที่มีสายลม
หนาว,มันเริ่มอากาศอบอุ่นและชื้น ถ้าเจ้ายืนอยู่บนจุดที่สูง สิ่งที่
เจ้าเห็นก็คือหย่อมสีเขียว ใบบัวสีเขียว,จอกแหนและต้นไม้สีเขียว
ทึบอยู่รอบ ๆ แม่น้า กบส่งเสียงร้องบ่อยมากขึ้น นั่นหมายความว่า
มีกบมากขึ้นในบริเวณโดยรอบ โชคดีที่ฉาวซวนไม่พบกบขนาด
ใหญ่ในแม่น้า สัญลักษณ์ระบุตัวตนของของเผ่าฝู๋คือกบ สิ่งนี้
พิสูจน์ได้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กับกบอย่างใกล้ชิด ที่นี่ผู้ที่ฆ่า
กบโดยบังเอิญทุกคนจะได้รับการลงโทษของชาวเผ่าฝู๋
ชาช่าไม่ได้เข้าสู่อาณาเขตของเผ่าฝู๋ มันบินไปรอบ ๆ เขตรอบนอก
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากชนเผ่าฝู๋ มันจะได้รับการปฏิบัติเหมือน
เป็นผู้บุกรุกและถูกโจมตีหากมันเข้ามา สมาชิกเผ่าฝู๋มีความ
เชี่ยวชาญด้านพิษ หลังจากเดินไปตามทางแล้ว ฉาวซวนก็ได้ยิน
เสียงตระโกนจากผู้คนข้างหน้า
“พวกเขาอยู่ที่นี่!”
“เร็ว เร็วเข้า! ชนเผ่ากลองอยู่ที่นี่แล้ว! ”
“พ่อ กลุ่มค้าขายแลกเปลี่ยนอยู่ที่นี่ รีบเร็วเข้า รีบนำสิ่งของ
ออกมา!”
บางเสียงมาจากริมฝั่งและบางส่วนมาจากด้านบนของใบบัวที่อยู่
ด้านหน้า เหนือใบบัวจะมองเห็นภาพเงาที่สั่นไหว
“พวกเขาค่อนข้างยินดีต้อนรับ” ฉาวซวนกล่าวกับฟู๋จี่
“แน่นอน ข้าไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ เพื่อค้าขายกับพวกเขา แต่คนที่ข้า
คุ้นเคยด้วย เรามีความสัมพันธ์ที่ดี ฮ่า ๆ !” ฟู๋จี่ไม่ค่อยได้ยินผู้คน
พูดว่าเผ่าของเขาได้รับการต้อนรับ ดังนั้นเขาจึงมีความสุขมาก
ด้วยสถานะของฉิงหยี่และคนอื่นๆ พวกเขาแน่นอนว่ารู้สึกยินดี
เป็นอย่างยิ่ง พวกเขาเป็นลูกค้าที่สำคัญที่สุดของชาวเผ่าฝู๋ หาก
ปราศจากเผ่ากลอง ชนเผ่าฝู๋ก็จะเริ่มตึงเครียด
หลังจากเส้นทางเดินเปิดออกแล้ว กลุ่มก็หันมาขึ้นฝั่ง บนฝั่งมี
สมาชิกเผ่าฝู๋หลายคนรออยู่ ร่างเล็กและใหญ่ ทั้งคนแก่และคน
หนุ่ม แต่ละคนและทุกคนกำลังยิ้ม … จนถึงจุดที่ปากของพวกเขา
แยกออกจากกัน มันแตกต่างจากชนเผ่ากลองที่มีปากกว้างเพื่อ
สังหารสัตว์ป่า แม้ว่าปากของชนเผ่าฝู๋จะมีด้านข้างที่ใหญ่กว่า แต่
ในหมู่พวกเขาหลายคนมีปากคว่าลงเล็กน้อยรวมทั้งขากรรไกร
ของพวกเขาไม่แข็งแรงเหมือนชนเผ่ากลอง นี้ทำให้พวกเขาดู
กระตือรือร้นมากขึ้น นอกเหนือจากปากของพวกเขา สมาชิกเผ่าฝู๋
ยังมีดวงตาที่ใหญ่กว่าปกติรวมถึงรูปลักษณ์แปลก ๆ ของพวกเขา
ที่มีลวดลายอยู่รอบดวงตา
ฉาวซวนได้ยินจากผู้ค้าขายบ่อยๆ จากกลุ่มเผ่ากลอง ซึ่งเจ้า
สามารถกำหนดตัวบุคคลของสมาชิกเผ่าฝู๋จากลวดลายบนดวงตา
ของพวกเขาได้ นักรบมากประสบการ์ณบางคนที่มีประสบการณ์
มากแนะนำให้ฉาวซวน: หลีกเลี่ยงผู้ที่มีลวดลายที่เด่นสะดุดตา
คนเหล่านั้นอันตรายมาก เช่นเดียวกับกบเหล่านั้นที่มีสีสันโดดเด่น
สะดุดตา ยิ่งเด่นสะดุดตานั้นยิ่งมีพิษมากขึ้นเท่านั้น
“ฮ้าาา พวกเจ้าในที่สุดก็มาถึงที่นี่!” คนวัยกลางคนก้าวไปข้างหน้า
พูดคำไม่กี่คำกับฉิงหยี่
“มีอะไรต้องเตรียมไหม?” ฉิงหยี่ก้าวขึ้นไปบนฝั่ง ตามชายคนนั้น
ที่ตรงไปที่ชนเผ่าฝู๋
“เตรียมไว้นานแล้ว เรารอคอยมาสองวันแล้ว”
ฉาวซวนไปกับฟู๋จี่และส่วนที่เหลือขึ้นฝั่ง และสำหรับจระเข้ที่ทำ
หน้าที่เป็นเรือ พวกมันก็จะรออยู่ในแม่น้าใกล้ ๆ ชนเผ่าฝู๋จะดูแล
พวกมัน
ป้าอันพร้อมกับหนังสัตว์ที่พันรอบตัวเธอนำแผ่นไม้ขนาดใหญ่และ
ยกยิ้ม กำลังเดินไปเพื่อต้อนรับชนเผ่ากลอง! ” นี่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
เพิ่งอบเสร็จ!”
ฉาวซวนมองไปเห็นกลุ่มแมลงที่แตกต่างกัน แต่ละตัวตายอย่างไม่
สงบ พวกมันยังคงลืมตาขณะที่พวกเขากำลังถูกอบ
ฉาวซวน: “…. ”
นี่วิธีการต้อนรับอย่างยินดีของพวกเขา ฟู๋จี่และคนอื่น ๆ เคยชินกับ
มัน แล้วก็เพียงยืดแขนออกและคว้าบ้างตัวเพื่อใส่เข้าปากกิน เห็น
ว่าฉาวซวนไม่เคลื่อนไหว ฟู๋จี่และคนอื่นๆ ที่เหลือแนะให้ลอง:
“ฉาวซวน แมลงเหล่านี้ที่เผ่าฝู๋อบไม่เลวนัก เจ้าสามารถลองพวก
มัน หลังจากเจ้าออกไปจะเป็นเรื่องยากที่จะกินพวกมันอีกครั้ง”
ฉาวซวนจ้องมองแมลงที่ตายอย่างน่าสังเวชไม่กี่วินาทีก็ยื่นมือ
ออกไปและคว้าขาทั้งสี่ข้างพร้อมกับลำตัว แต่ใครจะรู้ว่าป้าท่านนี้
จะมีความกระตือรือร้นและตรงไปคว้าจับมันไว้ในมือของฉาวซวน
ฉาวซวน: “… ..เอ่อ ขอบคุณ ”
แม้ว่าจะมองดูน่ากลัว แต่รสชาติก็เหมือนกับที่ฟู๋จี่กล่าว เป็นเรื่อง
ที่ดีจริงๆ ถ้านะ…ถ้าเจ้าลืมเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้ากิน
ในหมู่บ้านชาวเผ่าฝู๋ บริเวณที่พวกเขานอนหลับ บ้านของพวกเขา
ไม่ใหญ่มากและทำด้วยกิ่งไม้และใบไม้ บ้านบางหลังทำเป็น
วงกลม และที่ขอบเปิดอ้า บางมีรูปร่างสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ โดย
ไม่มีรูปแบบแน่นอนใดๆ พวกมันมีลักษณะที่เป็นศิลปะอย่างมาก
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ได้มีทักษะในการสร้างบ้านที่แข็งแรงขึ้น แต่ก็
เป็นเพียงนิสัยและความชอบของพวกเขา พวกมันมีแนวโน้มมาก
ที่จะอยู่ในรูปแบบสถาปัตยกรรม ดวงอาทิตย์ค่อนข้างร้อนในช่วง
บ่าย บางคนก็เดินไปรอบ ๆ ด้วยการนำใบบัวมาเป็นร่ม
เพราะยังคงมีเรื่องของชาช่า,ฉิงหยี่ปล่อยให้กลุ่มคนอื่น ๆ เดินไป
ข้างหน้าเพื่อพบกับกลุ่มค้าขาย และนำฉาวซวนไปยังสถานที่
หัวหน้าเผ่าฝู๋ หมอผีของชาวเผ่าฝู๋นมักอยู่ในถ้าหินและแทบไม่เคย
ออกมา ทุกครั้งที่ชนเผ่ากลองเข้ามาอยู่ในกลุ่มชนเผ่าฝู๋ พวกเขาได้
พบกับหัวหน้าเผ่าฝู๋คือ ‘ กวงโฮว’
บ้านกวงโฮวอยู่ในพื้นที่หลักของชนเผ่าฝู๋ เพราะคนที่นี่อาศัยอยู่
ร่วมกัน พวกเขาไม่ต้องเดินไกลเกินไปที่จะถึงบ้านกวงโฮว หลังคา
ทำมาจากหญ้าและสิ่งต่างๆ เช่นใบไม้ ประตูเปิดอยู่แสดงว่าพวก
เขาสามารถเดินเข้าไปในบ้านได้ หลังจากที่เข้าไป สิ่งแรกที่ฉาว
ซวนเห็นเป็นกลุ่มก้อนเนื้อนั่งอยู่ตรงหน้า – นั่นคือหัวหน้าเผ่าฝู๋
กวงโฮว
กวงโฮวมีคิ้วเด่นชัดเช่นเดียวกับขอบตาทั้งสอง รอบดวงตาของเขา
เป็นลวดลายสีเหลือง – เขียวและดำ เมื่อเทียบกับชนเผ่าเขาเพลิง
ลักษณะของกวงโฮวดูน่าเกลียดกว่ามาก รูปร่างของเขามีขนาด
ใหญ่ เช่นเดียวกับเกี๊ยวเนื้อ มองดูน่าอึดอัดมาก ตอนนี้กวงโฮวนั่ง
อยู่ตรงนั้น กำลังกินสัตว์ที่ไม่สามารถรู้ได้ด้วยมือหนาหยาบ
กระด้างของเขา เห็นฉาวซวนเดินเข้าไป ดวงตาของกวงโฮวหดตัว
เขาสังเกตุฉาวซวน ขณะที่ปากของเขายังคงเคี้ยวอาหารไม่หยุด
พัก
“เจ้ามาจากเผ่าเขาเพลิง?” กวงโฮวซักถาม
“ถูกต้อง.”
“เผ่าเขาเพลิง, ข้าเหมือนจะเคยได้ยินมาก่อน” กวงโฮวกล่าว