Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 36 : เข้ามาและชกข้า
เป็นนักรบระดับกลาง, เมยได้ครอบครองตำแหน่งที่สำคัญในทีม
ล่าสัตว์ ดังนั้นเขาจึงมีเรื่องต้องเจรจาจัดการเมื่อเขากลับมาถึงเผ่า
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ว่างงานเหมือนแลงกา. เมื่อฉาวซวนมาถึง เขา
เพิ่งจะมอบหมายภารกิจลาดตระเวนให้นักรบบางคน
ฉาวซวนรอและเขาเข้ามาข้างในหลังจากที่นักรบทั้งสองได้ออกไป
ภายในห้องพัก, เมยกำลังตัดชิ้นเนื้อ ในระหว่างปฏิบัติภารกิจล่า
สัตว์ นักรบก็จะแปรรูปเนื้อสัตว์ไว้ก่อน ดังนั้นหลังจากที่พวกเขา
กลับมา พวกเขาจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ และเก็บรักษา
บางส่วนไว้ นอกจากนี้พวกเขายังมีการคัดแยกเนื้อสัตว์ประเภท
ต่างๆเพื่อใช้ในภายหลัง
“สวัสดีฮะ” เมยโบกมือเมื่อเห็นฉาวซวนเดินเข้ามาในห้อง ขณะที่
เขาโยนชิ้นส่วนของเนื้อสัตว์ที่เต็มไปด้วยเลือด มีขนาดเท่าแตงโม
ให้ฉาวซวน“นี่ของเจ้าเอามันกลับไปด้วย หลังจากที่เจ้ากลายเป็น
นักรบ เจ้าจะหิวได้ง่าย การฝึกฝนเผาผลาญหมด.”
หลายคนจะลดเวลาการฝึกฝนของพวกเขา เมื่อขาดแคลนอาหาร
อย่าลืมว่า นักรบจะใช้พลังงานอย่างมากเมื่อพวกเขาทำการ
ฝึกฝนตัวเอง เป็นปกติธรรมดาที่พวกเขาจะกินมากขึ้น โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง สำหรับนักรบที่เพิ่งตื่นขึ้นมาที่เป็นเหมือนฉาวซวน พวก
เขากำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการเสริมสร้างร่างกายของพวกเขา
ดังนั้นอาหารจึงกลายเป็นส่วนสำคัญมากยิ่งขึ้น
“ขอบคุณ ลุงเมย.” ฉาวซวนหยิบเนื้อและส่งถุงตาข่ายให้กับเขา
และพูดว่า“นี้สำหรับท่าน.”
เมยวางขวานหินในมือของเขาลงและมองไปที่ถุงตาข่ายอย่าง
อยากรู้อยากเห็น“เจ้าทำพวกมันด้วยตัวเจ้าเอง?”
“ช่ายย แน่นอนว่าพวกมันไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับ
เครื่องมือของท่าน แต่ข้าคิดว่าพวกมันยังคงพอมีประโยชน์บ้าง.”
ฉาวซวนเกาหัวของเขา ซึ่งแตกต่างจากหินที่เขาส่งให้แลงกาเขา
หยิบลูกศรหินน้อยลง แต่เขาได้เพิ่มหัวหอกลงในถุงตาข่าย หัว
หอกนำมาใช้สำหรับการขว้างปา เพราะทั้งสองคนมีตำแหน่งที่
แตกต่างกันในทีมล่าสัตว์ เครื่องมือหินของพวกเขามีแนวโน้มที่จะ
ใช้แตกต่างกัน
เมยเคยได้ยินเกี่ยวกับฉาวซวนที่เรียนรู้งานหัตถกรรมหินกับเค่อ
จากแลงกา แต่ มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นเมยไม่ได้คาดหวัง
อะไรที่ดีจากเขา ฉาวซวนคิดอย่างรอบคอบเพื่อนำสิ่งของมาที่นี่
และเขาจะไม่ทิ้งความมั่นใจและความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ
เมยยิ้มขณะที่เขาเปิดถุงตาข่าย เขาวางแผนที่จะพูดอะไร
บางอย่างที่จะให้กำลังใจเขา“จริงๆแล้ว เจ้าไม่สามารถรีบเร่ง
ตัวเองในขั้นเริ่มต้นของงานหัตถกรรมหิน ด้วยอายุและการเรียนรู้
ในช่วงเวลาสั้นๆ เจ้าทำได้ดีกับสิ่งเหล่านี้ และในอนาคต …”
คำพูดของเขาหยุดชะงักขณะที่เมยใช้สายตาดูหัวหอกคุณภาพดีที่
ถูกสร้างขึ้นวางอยู่ในถุงตาข่าย เขารีบกลืนคำพูดของเขากลับเข้า
ไปในท้องของเขา
หัวหอกฝีมือดีเป็นแบบเดียวกับที่เขามักใช้ พวกมันมีสันแนวลึก
และใบมีดบนขอบปีกสองข้างคมกริบ ปีกทั้งสองข้างเหยียดยาว
และเข้ากันได้ดีกับปลายยอดแหลม ซึ่งเรียบมากไม่มีร่องรอยของ
การแกะสลัก เห็นได้ชัดว่าช่างหินให้ความสนใจเป็นพิเศษในขณะ
ขัดพวกมัน ซึ่งแตกต่างจากหัวหอกของนักรบคนอื่น ๆ เมยชอบหัว
หอกชนิดที่มีสันเขากระหายเลือดลึกลงไปในทั้งสองด้าน และฉาว
ซวนได้สังเกตเห็น ดังนั้นเขาจึงเพิ่มพวกมันบนหัวหอกของเขา
ด้วย!
เช่นเดียวกับแลงกา เมยได้ให้เครื่องมือหินบางส่วนที่ใช้สำหรับการ
ฝึกฝนกับฉาวซวนเช่นกัน เครื่องมือส่วนใหญ่ของเขาที่ใช้เป็นหัว
หอกหิน แต่เขาไม่เคยคิดถึงการได้รับของขวัญที่ดีเช่นนี้ ในทาง
กลับกันเมื่อเขาเสนอให้ฉาวซวนใช้หัวหอกเหล่านั้น
“นี้ … เหล่านี้ … จากงานหัตถกรรมหินของเจ้าเอง ?!”
เมยจ้องไปที่ฉาวซวนจนกว่าเขาจะเห็นฉาวซวนพยักหน้า จากนั้น
เมยมองกลับมาที่หัวหอกที่อยู่ในมือของเขา อันที่จริงเขาไม่ได้
คาดหวังว่าฉาวซวนจะมีความสามารถที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ ภายใต้
สถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าฉาวซวนไม่สามารถพัฒนา
ความสามารถของเขา เขาก็สามารถมีชีวิตที่สงบสุขได้โดย
ปราศจากความอดอยากภายในเผ่า ขึ้นอยู่กับทักษะของเขา
หลังจากที่ลังเลชั่วขณะ เมยก็หัวเราะออกมา“ดี! เยี่ยมมาก!”
ซึ่งแตกต่างจากแลงกา เมยไม่ได้ใส่ใจที่จะให้ความสนใจกับงาน
หัตถกรรมหิน ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้ใส่ใจที่จะแข่งขัน กับงานฝีมือ
ของฉาวซวนที่อยู่ตรงหน้า เขารู้สึกมีความชื่นชมยินดี
หลังจากที่จัดเก็บหัวหอกเหล่านั้น เมยถามเกี่ยวกับการฝึกฝนของ
ฉาวซวนเมื่อเร็ว ๆ นี้และให้คำปรึกษาบางอย่าง เขามีความ
เชื่อมั่นในตัวฉาวซวน แต่เขายังคงเห็นด้วยกับความคิดที่ว่านักรบ
เพิ่งปลุกพลังขึ้นมาควรจะได้รับการฝึกฝนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
และพวกเขาไม่ควรคิดเกี่ยวกับการเข้าร่วมภารกิจล่าสัตว์อย่างรีบ
ร้อน หรือไม่เช่นนั้น พวกเขาจะเป็นเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มที่ชื่อ
อาเฟย ผู้ที่กลายเป็นภาระของทีมล่าสัตว์ เมื่อมันมาถึงการล่าสัตว์
จริง เขาเป็นคนที่กระตือรือร้นเกินไปที่จะประสบความสำเร็จ แต่
เต็มไปด้วยข้อบกพร่องเมื่อเวลานั้นมาถึง
เมยคิดเล็กน้อยและหงายฝ่ามือยื่นออกไป ในขณะที่เขาบอกกับ
ฉาวซวนว่า “ชกไปที่ฝ่ามือของข้า และให้ข้าดูสิว่าเจ้ามีความ
แข็งแรงมากแค่ไหน.”
เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับนักรบ เมื่อพวกเขามีการพัฒนา
ตนเองนั้นหมายความว่า พวกเขาจะแข็งแรงมากขึ้น นั่นคือเหตุผล
ที่ว่าทำไมเมยขอให้ฉาวซวนทำอย่างนั้น เขาต้องการที่จะเห็น
ความคืบหน้าของเขา ในระหว่างการฝึกฝนช่วงเวลานี้ด้วยนั้นเอง
แต่เมยไม่ได้คาดหวังว่าฉาวซวนจะมีความคืบหน้ามาก เพราะเขา
ได้เรียนรู้งานหัตถกรรมหินทุกวันหลังจากนั้น
“ตกลง”
ฉาวซวนวางเนื้อสัตว์ไว้ที่มุมห้อง และสะบัดยืดแขนขาของเขาเล็ก
ๆ น้อย ๆ ในความเป็นจริง เขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาแตกต่างจากเด็กคน
อื่น ๆ ที่ตื่นขึ้นมาในเวลาเดียวกันกับเขา นอกเหนือจาก
ความสามารถพิเศษที่เขาได้รับ นอกจากนี้เขาไม่รู้ตัวว่า
ความสามารถของเขาไปถึงไหนแล้ว การให้คำแนะนำและการ
ตัดสินของเมย จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนของฉาวซวนใน
อนาคต
เพราะมันเป็นการทดสอบความแข็งแกร่ง เขาต้องใช้พลัง
สัญลักษณ์ในตัวเขา
หลังจากที่หายใจลึก ๆ ฉาวซวนเรียกพลังสัญลักษณ์ในตัวเขา
และบนแก้มของเขามีลวดลายสัญลักษณ์ที่ชัดเจนเผยออกมา
ทันที และอย่างรวดเร็วลวดลายสัญลักษณ์แพร่กระจายจาก
ใบหน้าของเขาไปที่ต้นคอ
เมื่อเห็นว่าฉาวซวนเรียกพลังสัญลักษณ์อย่างรวดเร็วและเป็นไป
อย่างธรรมชาติ เมยรู้สึกพึงพอใจมากทีเดียว ฉาวซวนดีกว่าคนที่
ใช้ชีวิตไปวัน ๆ จนสามารถกระตุ้นพลังสัญลักษณ์ของพวกเขาได้
เหมือนเขา
ทันใดนั้นฉาวซวนก้าวเท้าขวาของเขาไปข้างหน้า ในขณะที่เขารีบ
วิ่งไปที่เมยด้วยความเร็วสูง เขาชกไปที่ฝ่ามือของเมย
ปัง!
มันเป็นกำปั้นกับฝ่ามือ แต่มันเหมือนภูเขาสองลูกปะทะกัน
ฉาวซวนรู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้ชกชิ้นส่วนเหล็ก และมันให้
ความรู้สึกที่แตกต่างจากการฝึกฝนในชีวิตประจำวันของเขา เมื่อ
เขาชกที่ภูเขาหิน
ร่างกายของฉาวซวนส่ายเล็กน้อย และเขาก็ก้าวถอยหลัง
เช่นเดียวกับที่ถอนกำปั้นของเขาออก และลูบมือพร้อมกับเป่าปาก
ในความเป็นจริง มันไม่ใช่เพียงแค่มือที่เขารู้สึกถูกทำร้าย แต่มัน
คือทั้งแขนของเขา
ตามที่คาดไว้มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเด็กที่เพิ่งตื่นขึ้นมาใหม่
และนักสู้ระดับกลาง มองไปที่เมย, ฝ่ามือของเขาไม่ได้เปลี่ยนเป็น
สีแดงราวกับว่าเขาถูกตีด้วยก้อนเต้าหู้
ฉาวซวนยังสังเกตุเห็นว่าเมยได้ปรากฎลวดลายสัญลักษณ์บน
ร่างกายของเขา ซึ่งเผยให้เห็นเหนือข้อศอก พวกมันได้ลามไปที่
ปลายแขนของเขา แต่ เฉพาะของฉาวซวนลวดลายสัญลักษณ์ได้
ขยายไปเพียงแค่ไหล่
แต่เมยไม่เคร่งขรึมเหมือนที่เขาแสดงออกมา เขากำลังมองไปที่
ฉาวซวนด้วยความประหลาดใจ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่ฝ่า
มือของเขา ลวดลายสัญลักษณ์ในร่างกายของฉาวซวนเป็นสิ่งที่
เขาตกใจมากที่สุด แต่ลวดลายสัญลักษณ์ได้หายไป และเมยก็ไม่
แน่ใจว่าเขาคิดมันขึ้นมาเอง … แต่ความแรงในการชกมีพลัง
มากกว่าเด็กที่เพิ่งตื่นขึ้นมาส่วนใหญ่ …
มันไม่ใช่ช่วงฤดูหนาวและอุณหภูมิก็เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน นับตั้งแต่ที่
เขามีการฝึกฝนตัวเองทุกวัน ฉาวซวนสวมเสื้อแขนกุดเพื่อเพิ่ม
ความสะดวกสบาย เป็นเรื่องธรรมดาที่ลวดลายสัญลักษณ์ของเขา
ถูกเปิดเผยออกมาถึงแม้ว่าพวกมันขยายเพียงหัวไหล่ของเขา
เท่านั้น
บางทีเมยก็ไม่ได้สังเกตเหมือนชายชราเค่อ แต่เมื่อเทียบกับคน
ส่วนใหญ่ เขาอาจทำได้ง่ายกว่า
“อีกที!” ตอนนี้ใช้ความแข็งแรงของเจ้าทั้งหมด.” เมยสั่ง
เห็นว่าบางทีเมยอาจมีความคิดอย่างอื่น ฉาวซวนไม่ลังเลที่จะ
ปฏิบัติตามคำสั่งของเขา
การหายใจลึก ๆ ฉาวซวนเรียกพลังสัญลักษณ์ในร่างกายของเขา
อีกครั้ง สัญลักษณ์ในใจของเขาสว่างขึ้นและเปลวไฟที่ครอบคลุม
เขาทั้งสองลุกโชติช่วง ซึ่งหมายความว่าเขาได้กระตุ้นพลัง
สัญลักษณ์ของเขาอย่างเต็มที่
รู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ไหลผ่านกล้ามเนื้อทุกส่วนและกระดูกทุก
ท่อนของเขา จิตใจของฉาวซวนก็มาถึงจุดสูงสุดเช่นกัน หลังจาก
ลงมือทำหัตถกรรมหินเป็นเวลานาน, การควบคุมที่แม่นยำของ
ฉาวซวน พลังงานสัญลักษณ์แสดงให้เห็นประโยชน์ของมัน เขา
เริ่มคุ้นเคยกับความรู้สึกที่ได้รวบรวมความแข็งแรงของเขาทั้งหมด
สำหรับเขาอาจจะรู้สึกได้ว่าทุกวันในระหว่างขั้นตอนการลงมือทำ
หัตถกรรมหิน ทุกครั้งเมื่อเกิดขึ้น เขาจะรู้สึกมั่นใจในตนเองมาก!
ในขณะที่ลวดลายสัญลักษณ์ในร่างกายของฉาวซวนปรากฎขึ้น
อย่างชัดเจน ใครก็สามารถรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เผาไหม้ของเปลว
ไฟ
ในขณะที่ฉาวซวนก้าวเดิน แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย
หวือออ!
ก่อนที่หมัดจะไปถึง แรงดันลมของหมัดไปถึงที่นั้นแล้ว
แม้ว่าฉาวซวนเป็นเพียงนักรบแรกเริ่ม ที่ถูกปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมา
ไม่นาน และการฝึกความแข็งแรงของเขาไม่ดีพอ การชกหมัดของ
ฉาวซวนไม่สามารถผสานกันได้กับแรงผลักดันในขณะที่ระเบิด
ออก
มองไปที่เด็กตรงหน้าของเขา ผู้ที่สูงเพียงแค่เอวของเขา ดวงตา
ของเมยเบิกกว้างมากขึ้น
ปัง!
เสียงของรอยแตกที่ชัดเจนมากขึ้น
ฉาวซวนรู้สึกทันทีว่าหมัดที่เฉียบขาดนี้กระจายไปทั่วทั้งแขนของ
เขา มันเหมือนเขาถูกย่างบนกองไฟ และความเจ็บปวดที่เผาไหม้
อย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ที่จะดับลง
แต่ใบหน้าของเมยค้างแข็งเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าเขาก็ฟื้นจากความ
ประหลาดใจของเขา ภายในหัวใจของเขา เขายังตกใจเหมือนที่
เขาจ้องไปที่ฉาวซวน ขณะที่เขาลืมที่จะถอนฝ่ามือของเขากลับ
การตอบสนองกลับของฉาวซวนมีไม่กี่อย่าง และเขาก็ยังเขย่าแขน
ของเขา ในขณะที่เขาส่งเสียงดังกึกก้องออกมาจากจิตใต้สำนึก
เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะรุนแรงมากและมันจะให้ความรู้สึกที่
แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากการชกที่ผ่านมา
“อาซวน.” เมยเอ่นขึ้น เสียงของเขาฟังได้ยากแลขมพร่า
“ฮะ?” ฉาวซวนมองที่เมยในขณะที่เขายังคงเขย่าแขนของเขา
เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการทำลายกระดูกของเขา ถึงแม้ว่ามันได้
เกิดขึ้น เขาจะฟื้นตัวเต็มที่หลังจากพักผ่อนไม่กี่วัน นั่นคือข้อ
ได้เปรียบของร่างกายผู้คนในชนเผ่า
“เมื่อเจ้ากลับไป … เจ้าควรเตรียมตัวให้พร้อม …”
ด้วยคำพูดของเมย ฉาวซวนสงสัยว่าเมยจะพูดเช่นเดียวกับที่แลง
กาบอกกับเขาหรือไม่ เช่นการไม่โผล่หน้าของเขาไปให้เห็นเป็น
เวลาสามวัน หรืออะไรแบบนั้น เขาจ้องไปที่เมย เพื่อให้เขากล่าว
ให้จบประโยค
“เตรียมตัวให้พร้อม … เพื่อเข้าร่วมภารกิจการล่าสัตว์ครั้งต่อไป.”
อะไรนะ?