Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 55 : โชคร้ายอย่างมาก
หลังจากนอนหลับเมื่อคืน กลุ่มล่าสัตว์ได้รวบรวมสิ่งของๆพวกเขา
และเริ่มที่จะเดินทางผ่านภูเขาในวันรุ่งขึ้น
ฉาวซวนนอนหลับได้ดีและเขาก็ไม่เห็นอะไรน่ากลัวในฝันของเขา
“ทุกๆคนอยู่ใกล้ๆกัน โดยเฉพาะอาซวนและเหมา นี่เป็นครั้งแรก
ของเจ้าที่เดินทางไปเส้นทางนี้ ดังนั้นข้าต้องการให้เจ้าสัญญาว่า
จะติดตามและจ้องมองกลุ่มตลอดเวลา เพราะเจ้าอาจจะไม่มี
โอกาสได้ออกมาถ้าเจ้าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง.” เมยกล่าวอย่างจริงจัง
เขาไม่ได้พยายามที่จะข่มขู่ แต่เพียงบอกความจริง แม้แต่บรรพ
บุรุษของพวกเขาไม่กี่รุ่นก็ต้องจ่ายไปในราคาที่สูงมาก ก่อนที่พวก
เขาจะสามารถหาทางออกที่ถูกต้องได้ เมื่อเส้นทางการล่าสัตว์ครั้ง
นี้เป็นที่ยอมรับครั้งแรก ในเขาวงกตขนาดใหญ่นี้ นักรบจำนวน
มากเข้าไปได้แต่ไม่สามารถที่จะหาทางออกได้
“ตกลง ข้าจะตามติดและให้ความสนใจเป็นพิเศษ ท่านมั่นใจได้.”
ฉาวซวนกล่าวอย่างหนักแน่น
เหมาพยักหน้าด้วยเช่นกัน ในกลุ่มล่าสัตว์ เขาเคยถูกลงโทษทาง
วินัยเสมอ และเขาก็รู้ว่ามันจะดีกว่าถ้าเราฟังคำพูดของนักรบ
อาวุโสเสมอ
มันเริ่มมึดมากขึ้นในขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปภายใน คนใน
กลุ่มล่าสัตว์ถูกแยกออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และมีคนถือคบเพลิงใน
ทุกๆกลุ่ม
เมื่อพวกเขาออกจากประตูทางเข้าด้านหลัง แหล่งกำเนิดแสงเพียง
หนึ่งเดียวมาจากคบเพลิง มันก็ไม่สว่างมาก แต่ดีพอสำหรับพวก
เขาที่จะเห็นเท้าของพวกเขา
มันเป็นเช่นเดียวกับที่เมยได้อธิบายมันให้ฉาวซวนฟัง ในถ้านี้ลึก
เข้าไปข้างใน เจ้าจะพบว่ามันมีความซับซ้อนมากขึ้น มีหลายทาง
แยกและทางข้ามอยู่ภายใน บางครั้งเจ้าก็จะพบทางสามแพร่งเมื่อ
เจ้ากลับไปทางเดิม อย่างไรก็ตามกลุ่มล่าสัตว์จะเลือกเพียง
เส้นทางเดียวเท่านั้น ซึ่งพวกเขาได้เลือกไว้เสมอในอดีตที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าจะมีมากกว่าหนึ่งเส้นทางที่เชื่อมต่อกับภายนอก คนที่ไม่รู้
เส้นทางจะหายตัวไปอย่างง่ายดาย เมื่อเขาเข้าไปข้างใน บางทีเขา
อาจจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นของเขาหลังจากที่เดินอยู่ในเขาวงกต
อาจจะเป็นเพราะมีทางออกมากกว่าหนึ่งเส้นทาง คนที่เข้ามาจึง
ไม่รู้สึกว่าขาดอากาศหายใจภายในมีลมกระโชกแรงอยู่เสมอ ด้วย
จังหวะการเต้นของชีพจรซึ่งฟังเหมือนลมหายใจของสัตว์ขนาด
ใหญ่บางชนิด
ขณะนี้ พวกเขาไม่เห็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายใด ๆ แต่มีคนบอกว่าหนอน
บางชนิดและแมงมุมอาศัยอยู่ในถ้านี้
เส้นทางภายในไม่เพียงแต่โค้ง แต่ยังสูงขึ้นและต่าลงอย่างต่อเนื่อง
บางครั้งเส้นทางก็มุ่งหน้าลง ในขณะที่บางครั้งเราจะต้องปีนขึ้น
บนทางลาดชัน ในระหว่างนี้นักรบทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจเพื่อที่จะ
ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยทั่วไป ผู้ที่มีความคุ้นเคยกับเส้นทางมาก
ที่สุด คือบรรดานักรบอาวุโส ผู้ที่มีประสบการณ์ในกลุ่มล่าสัตว์
บรรดานักรบหนุ่มเหมือนแลงกาอาจจำเส้นทางได้ไม่แม่นยำ
จริงๆแล้วมีคนคิดเกี่ยวกับการทำเครื่องหมายบนผนังก่อน แต่ทุก
ครั้งเมื่อพวกเขาเข้าไปข้างในอีกครั้ง เครื่องหมายผู้ที่ทำครั้ง
สุดท้ายจะหายไป เหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านี้รวมๆกัน ทำให้ทีมล่า
สัตว์ของพวกเขาเชื่อในข้อสรุปของบรรพบุรุษเพิ่มมากขึ้น ว่าที่นี่
จะต้องมีราชาหนอนหินอาศัยอยู่ภายในภูเขานี้ มันเป็นเพียงแค่ว่า
ยังไม่มีใครได้เห็นมัน
ดังนั้นภายหลัง นักรบในทีมล่าหยุดพยายามที่จะทำเครื่องหมาย
บนผนัง นอกจากนี้ พวกเขาพยายามที่จะเงียบนิ่ง และทำให้เสียง
ดังน้อยที่สุด เมื่อพวกเขาเดินผ่านถ้า เพื่อที่จะไม่ไปรบกวน
สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่อาศัยอยู่ภายในถ้าให้ตื่นขึ้นมา
ในเผ่า หนอนหินดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่ มันไม่เหมือนกันเมื่อ
มันกลายเป็นราชาหนอนหิน หรือนอกเหนือจากว่า มีวิธีอื่นที่
สามารถระบุได้ว่าเป็น“ราชา”?
เพียงเช่นเดียวกับเมื่อพวกเขาเดินทางผ่านป่า ฉาวซวนและเหมา
อยู่ตรงกลางของกลุ่มเพื่อได้รับการคุ้มครองที่ดีจากคนอื่น ๆ
ฉาวซวนใช้ความสามารถพิเศษของเขาสังเกตเห็นส่วนอื่น ๆ ของ
ถ้า บางครั้งเขาจะเห็นหนอนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่บางตัว แต่
หนอนเหล่านั้นไม่ได้โจมตีกลุ่มล่าสัตว์ และนักรบล่าสัตว์ในกลุ่ม
ยังไม่ได้กระตุ้นพวกมันอย่างจริงจัง ประการแรก พวกเขาไม่รู้ว่ามี
แมลงจำนวนเท่าไหร่ที่อยู่อาศัยอยู่ภายในถ้าเขาวงกต และมันจะ
เป็นที่น่ารำคาญมากถ้าพวกเขาดึงความสนใจจากฝูงของพวกมัน
ประการที่สอง ไม่มีใครต้องการที่จะสร้างเหตุการ์ณภายในถ้า
เพราะมันจะเป็นภัยพิบัติที่แท้จริง หากพวกมันตื่นขึ้นมาเป็นร่าง
ใหญ่ยักษ์ในภูเขา
ถ้ามันเป็นเส้นทางตรง มันจะไม่ทำให้พวกเขาใช้เวลานานที่จะ
ออกมา แต่ในความเป็นจริง พวกเขาเท่านั้นที่ได้ยิน เมยกล่าวว่า
“เราเกือบจะถึงแล้ว” เมื่อพวกเขาได้เดินตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา
หลังจากกลับมาอีกครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็มากับอุโมงค์ทางแยก
หนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะเป็นทางออก แต่ตอนนี้ ทั่วทั้งทางเดินถูกกั้น
โดยเหล่าแมงมุม
นั่นคือแมงมุมตาบอด บางทีสายตาของพวกมันถดถอยลง เพราะ
พวกมันได้อาศัยอยู่ในถ้ามืดมาหลายรุ่น ลำตัวของแมงมุมไม่ได้มี
ขนาดใหญ่ แต่พวกมันมีขาที่ยาว ซึ่งสามารถครอบคลุมเส้น
ทางเข้าออก
เมยและนักรบอีกสองคน ที่อยู่หัวแถวของกลุ่มใช้คบเพลิงและ
หอกยาวไล่แมงมุมที่ปิดกั้นทางเข้าอย่างเงียบๆ แมงมุมรู้สึกถึง
ความร้อนที่รุนแรงจากเปลวไฟ เคลื่อนขาของพวกมันและถอยไป
เส้นทางที่นำไปสู่ภายนอก มีเพียงแมงมุมตาบอดสองตัวที่ปิดกั้น
เส้นทางของพวกเขา เมื่อเทียบกับเส้นทางอื่น ๆ ที่นี่มีแมงมุมน้อย
มาก เพราะคบไฟที่โบกไปมา แมงมุมทั้งสองข้างเริ่มที่จะ
เคลื่อนไหวและพวกมันขู่ด้วยคีบปากที่แหลมคมและเขี้ยวของ
พวกมันไปที่กลุ่มล่าสัตว์
“ไม่ต้องสนใจพวกมัน ไปกันเถอะ!” ที่ด้านข้างของเขา, เมยได้ไล่
แมงมุมตาบอดทั้งสองตัวออกไปแล้ว และเขาตะโกนบอกนักรบ
คนอื่น ๆ เพื่อตามมาให้ทันกับเขา ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเขา
แมงมุมตาบอดน้อยครั้งที่จะต่อสู้กับมนุษย์อย่างไม่หยุดยั้งสำหรับ
เหยื่อของพวกมันเป็นหนอนชนิดหนึ่งที่อยู่ในถ้า ดังนั้นในทาง
ทฤษฎี ตราบเท่าที่พวกเขาอยู่ในความสงบและพยายามที่จะไม่
ทำให้มันรำคาญ พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งด้วยการ
ประนีประนอมทั้งสองฝ่าย
แต่ อุบัติเหตุได้เกิดขึ้นเพียงแค่ช่วงเวลานั้น ฉาวซวนอยู่ตรงกลาง
ของกลุ่มรู้สึกเย็นบนคอของเขาและก็ตกใจทันที จ้องมองไปที่แมง
มุมตาบอดพร้อมกับคีบปากแหลมคมที่เคลื่อนไหวของมัน เขาก็รู้
ว่ามันไม่ใช่เจ้าพวกนั้น!
ฉาวซวนจู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้น เพียงเพื่อจะพบแส้เงาสีดำหล่นลง
เหมือนฟ้าผ่า และทั้งหมดที่ฉาวซวนสามารถทำได้คือการขัดขวาง
มันด้วยกระบี่ของเขา แต่ เขาถูกแส้มัดแน่นและถูกดึงขึ้นไป
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา และตั้งแต่ที่นักรบจำนวนมากในกลุ่ม
ล่าสัตว์กำลังจดจ่ออยู่กับการป้องกันแมงมุมที่อยู่ใกล้เคียง ไม่มี
ใครคาดคิดว่าจะมีบางสิ่งที่อยู่ด้านบนหัวของพวกเขา มันดูเหมือน
จะไม่เป็นแมงมุมตาบอด แต่ใครก็ตามที่เห็นมันก็ไม่มีเวลาที่จะ
หยุดมัน
“อาซวนนนนน!”
“เมยยยย! อาซวนถูกดึงขึ้นไป!”
“ทำไมมีหลุมอยู่ด้านบน? มันไม่มีที่นี่เมื่อเราเดินเข้ามาครั้ง
สุดท้าย!”
“นั้นคืออะไรนะ?!”
ในขณะนี้ทุกคนไม่มีการประนีประนอมแต่อย่างใด พวกเขาต่อสู้
กันอย่างดุเดือดเพื่อบังคับให้แมงมุมตาบอดเหล่านั้นถอยกลับไป
พวกมันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากพวกเขา อย่างไรก็ตาม ฉาว
ซวนถูกดึงออกไปจากข้างบน และมันก็ไม่ง่ายสำหรับพวกเขาที่จะ
ปีนขึ้นไป เมยสั่งให้คนอื่น ๆ จัดการกับแมงมุมตาบอด ในขณะที่
เขาปีนขึ้นไปตามแนวผนังลงไปในหลุม ในขณะที่ต่อมา เมยกลับ
มาพร้อมกับใบหน้าที่ขาวซีด
ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตอะไรที่ลากฉาวซวนออกไป มันเร็วเกินไปสำหรับเมย
ที่ไล่ล่ามัน เมื่อเมยปีนขึ้นไปอยู่ที่นั่น มันได้หายไปแล้ว และการ
ตะโกนของฉาวซวนไม่สามารถได้ยินอีก ยิ่งไปกว่านั้น ทางแยก
แตกต่างกันเมื่อเมยได้ขึ้นไป ทางแยกที่แตกต่างกันจะนำไปสู่
ทิศทางที่แตกต่างกัน หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง เมยต้อง
กลับไปโดยไม่ประสบความสำเร็จ
ตั้งอยู่ในใจกลางของภูเขา สัตว์เหล่านั้นซึ่งเคยอาศัยอยู่ในความ
มืดนี้มาเป็นเวลานาน มีความเข้าใจเส้นทางของถ้าที่ดีกว่า
เมยต้องกลับไปที่กลุ่มที่จากมากับความกังวลจากคนอื่น ๆ เขา
เป็นหัวหน้ากลุ่ม อย่าลืม และเขาเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตนักรบ
สามสิบกว่าคน
เมยเดินกลับไปจัดการกับแมงมุมตาบอดที่มาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพร้อม
กับคนอื่น ๆ ในกลุ่ม หลังจากที่เขาชกที่ผนังกำแพงด้วยความกรุ่น
โกรธ
สถานการณ์เริ่มลุกลามและเลวร้ายมากขึ้นสำหรับพวกเขา และ
นักรบในกลุ่มล่าสัตว์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะวิ่งออกไปตาม
ทางเดิน มันอยู่ไม่ไกลจากด้านนอก และพวกเขาทุกคนรู้ว่าไม่มี
แมงมุมตัวไหนจะไล่ตามพวกเขาออกมาเพราะพวกมันไม่สามารถ
ทนต่อแสงสว่าง
มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากที่กลุ่มล่าสัตว์มีหนึ่งหรือสองคนที่ได้รับ
บาดเจ็บ เวลานี้มันเป็นฉาวซวน ต่อมากับคนอื่น ๆ อาจจะต้อง
เผชิญชะตากรรมเดียวกัน บรรดานักรบหนุ่มที่เหมือนแลงการู้สึก
ไม่ดีนัก และพวกเขาต้องการที่จะเข้าไปข้างในอีกครั้งเพื่อค้นหา
ฉาวซวน แต่พวกเขาก็ถูกหยุดจากคนอื่น ๆ นักรบอาวุโสรู้สึกถึง
การลาจากเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
นักรบหลายคนยังคงถอนหายใจในใจของพวกเขา ทำไมอาซวน
ต้องโชคร้ายเช่นนี้? เขาอยู่ในศูนย์กลางของพายุเภทภัยทุกลูก
และมันก็เป็นการเดินทางล่าสัตว์ครั้งแรกของเขา!
หลังจากนั้นไม่นานคนในกลุ่มล่าสัตว์เห็นประกายแสง และบรรดา
แมงมุมตาบอดหยุดการไล่ล่าพวกเขา
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง , ฉาวซวนที่ถูกลากออกไปไม่ได้รู้สึกดี
เช่นกัน
สิ่งที่ดึงเขาขึ้นไปเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในถ้า มันมีขนาดที่
เล็กกว่าแมงมุมตาบอด แต่ที่เหมือนกันคือรุนแรงและรวดเร็ว
สิ่งที่รัดฉาวซวนเป็นหนวดของแมลง ตรงส่วนปลายมีฟันเลื่อย
คล้ายตะขอ ถ้าไม่ใช่เพราะปฏิกิริยาที่รวดเร็วของฉาวซวนที่จะถือ
กระบี่กันฟันเลื่อยเหล่านั้น เขาอาจจะได้รับบาดเจ็บอย่างง่ายดาย
เมื่อเขาถูกลากออกไป กระบี่และฟันเลื่อยเกินเป็นเสียงปริแตกดัง
ขึ้นๆ ขณะที่พวกมันเสียดสีกัน
หลังจากที่ดิ้นรนอย่างหนัก ฉาวซวนรู้สึกอึดอัดน้อยลงเพียง
เล็กน้อย หลังจากที่ฟันเลื่อยหลุดออก, ฉาวซวนถูกกระแทกอย่าง
แรงบนกำแพงหินและเขาเกือบจะสำรอกอาหารเช้าของเขา
ออกมาหมด
มีอาการปวดทั่วร่างกาย, ฉาวซวนประคองสติตัวเองเข้าด้วยกัน
และในที่สุดก็ดึงเขี้ยวกระบี่ออกมา ซึ่งส่วนปลายยอดได้หายไป
แล้วและฟันลงไปอย่างรุนแรงที่หนวด
ฉับ!!!
หนวดที่รัดฉาวซวนถูกสับออกและเจ้าของหนวดเริ่มกระโดดชักดิ้น
ชักงอจากความเจ็บปวดที่สูญเสียหนวดของมัน ในขณะเดียวกัน
ฉาวซวนเป็นอิสระในที่สุด แต่เขากลิ้งออกไปและตกลงไปในหลุม
อื่น ซึ่งดิ่งลงไปอย่างสูงชัน ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืน เขาเลื่อนตัวลง
ไปตามความลาดชัน
ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าเขาเลื่อนตัวลงมาตามทางนานแค่ไหน แต่
แล้วในที่สุดเขาก็สามารถยืนขึ้น ฉาวซวนรู้สึกวิงเวียนศีรษะและ
สายตาพร่ามัว เขารู้สึกปวดและระบมทั่วร่างกายของเขา เพราะ
เขาถูกฟาดไปที่กำแพงหลายครั้งและถูกลากไปเป็นระยะทางไกล
มันต้องใช้เวลาสักครู่หนึ่งเพื่อควบคุมลมหายใจของเขา หลังจากที่
ฉาวซวนต้องการที่จะกลับไปตามเส้นทางเดิม มันจะเริ่มอันตราย
มากยิ่งขึ้นถ้าเขาอยู่ที่นี้นานเกินไป
เพียงแต่เมื่อเขากำลังจะปีนขึ้นไปบนเนินหิน, ฉาวซวนได้ยินเสียง
ลมมาจากอุโมงค์ที่ด้านหลังของเขา มันเป็นเหมือนสายลม แต่มา
พร้อมกับจังหวะของลมหายใจ