Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 57 : สัญชาตญาณ
นอกถ้า เมย,แลงกาและคนอื่น ๆ กำลังรอ ตามประเพณีในกลุ่ม
ล่าสัตว์ ถ้าใครมีอุบัติเหตุภายในถ้า คนอื่นๆจะรออยู่ข้างนอกทั้ง
วัน หลังจากนั้นพวกเขาจะเดินหน้าต่อไป
ทุกปีพวกเขาจะสูญเสียเพื่อนสนิทของเขาบางคน แต่ภารกิจล่า
สัตว์จะต้องดำเนินต่อไป ทุกคนก็เหมือนกัน
“อาซวนน่าจะสบายดี ใช่มั้ย?” แลงกาเดินกลับไปกลับมาที่
ทางออก มองอย่างกังวล เขาต้องการเข้าไปในถ้าเพื่อค้นหาอา
ซวน แต่ก็ไม่รู้เส้นทางที่ถูกต้อง เขาก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้แม้ว่า
เขาจะเข้าไปข้างใน เขาไม่ได้จดจำเส้นทางที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้า
และทางออก ปล่อยให้คนเพียงคนเดียวเดินในเส้นทางที่คดเคี้ยว
และซับซ้อน และก็หันไปมองภายในถ้า เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับ
อุโมงค์และถ้าเหมือนนักรบอาวุโสเช่นเมย เนื่องจากทุกคนที่มี
ประสบการณ์ ตอนนี้มือของพวกเขาเหมือนถูกมัด ไม่มีทางเลือก
อื่นใดได้แต่รออยู่ที่นี้
“อืมม อาซวนเป็นเด็กที่โชคดี เขาสามารถฆ่าหนามพายุทมิฬ
ดังนั้นเขาก็ต้องสามารถออกมาจากภูเขา.” อังค์สนับสนุนเพิ่มเติม
คนอื่น ๆ เห็นด้วยกับทฤษฎีนี้เช่นกัน แต่นักรบที่มีประสบการณ์
บางคนมีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งแตกต่างจากนักรบหนุ่มที่
เหมือนแลงกา พวกเขาได้ผ่านสิ่งต่างๆมาอย่างมากมายยิ่งกว่าที่
คนหนุ่มสาวมี และถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้มีประสบการณ์ในตัว
บุคคลแต่พวกเขาเคยได้ยินเรื่องราวมาบ้าง
สถานการณ์ในภูเขาค่อนข้างลำบากมากกว่าการเผชิญหน้ากับ
หนามพายุทมิฬ การฆ่าหนามพายุทมิฬเป็นโชคที่ดีอย่างมาก การ
อยู่คนเดียวกับหนามพายุทมิฬที่มีความสามารถในการต่อสู้ลด
ต่าลงมากในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งนำไปสู่ความจริง
ที่ว่ามันถูกฆ่าตายโดยฉาวซวน แต่ มันเป็นสถานการณ์ที่แตกต่าง
กันเมื่ออยู่ภายในถ้า
เมื่อบรรพบุรุษกำลังสร้างเส้นทางการล่าสัตว์ พวกเขาได้เสียสละ
ชีวิตผู้คนจำนวนมากจนสามารถหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด แต่
ฉาวซวนเป็นอะไร เป็นแค่เด็กที่เพิ่งตื่นจากพลัง ได้รับการเข้าร่วม
ภารกิจล่าสัตว์เป็นครั้งแรก เกี่ยวกับความสามารถ เขาไม่ได้ดีกว่า
ใครในกลุ่มล่าสัตว์
แม้ว่าพวกเขาจะปลอบโยนแลงกา และนักรบหนุ่มสาวคนอื่น ๆ
อาซวนเป็นเด็กที่โชคดี ลึกๆแล้วในจิตใจของพวกเขาเหล่านั้น
นักรบที่มีประสบการณ์มีความคิดเกี่ยวกับสาเหตุที่เด็กคนนี้ทำไม
ถึงโชคร้าย … ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะรอดชีวิตจากหนามพายุทมิฬ
แต่เพียงในพริบตาเขาเกิดอุบัติเหตุถูกขังอยู่ในภูเขา ไม่มีทางไหน
เลยที่จะพบ
มีคนใหม่ ๆ เข้าร่วม ในขณะที่บางคนออกไป หรือแม้กระทั่ง
สูญเสียชีวิตขึ้นอยู่กับโชคของพวกเขา แม้แต่บรรพบุรุษกไม่
สามารถหลีกหนีจากชะตากรรมของพวกเขา อาซวนจะสามารถมี
ชีวิตรอดอีกครั้งได้อย่างไร? ตั้งแต่วันที่เส้นทางนี้เป็นที่ยอมรับ ไม่
เคยมีใครได้ออกมาหลังจากที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง มันเป็นเพียงแค่
ความสงสาร ที่เวลานี้เด็กที่มีความสามารถได้สูญหายจากที่นี่
พวกเขาอยากจะเห็นฉาวซวนเดินบนเส้นทางแห่งความรุ่งโรจน์
เมื่อพวกเขากลับไป แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะได้พักผ่อนใน
ภูเขาไปตลอดกาล เอ้อ……
แน่นอนว่า เมยไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดี สำหรับพวกเขาได้สูญเสีย
คนที่อยู่ในภูเขา ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นคนที่เขาชื่นชมอย่างมาก
เพียงเพราะเขารู้ว่าฉาวซวนกำลังเผชิญกับอะไร และไม่มีใครเคย
ออกมาก่อนหน้าเขา เมยยังคงนั่งอยู่ที่นั่น อยู่ในความเงียบ เขา
เสียใจมากที่เขาไม่ระมัดระวังมากกว่านี้ ถ้าเขาได้สังเกตเห็นหลุม
ข้างต้น ถ้าเขาไม่ได้ให้ความสนใจแมงมุมตาบอดมากเกินไป บาง
ทีอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน ฉาวซวนอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้
จะเลือกทางไหนดี
มีอยู่สามเส้นทาง และมีเพียงเส้นทางเดียวที่จะนำเขาออกไปข้าง
นอก จากที่ที่เขาถูกลากไป และไม่มีใครรู้ว่าอีกสองเส้นทางที่จะ
นำไปสู่ที่ใด ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เขาอาจจะไม่สามารถ
ออกมามีชีวิตอยู่
ฉาวซวนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อบรรเทาเส้นประสาทที่ตรึง
เครียดของเขา
ระลึกถึงประสบการณ์ที่มีอยู่จำกัดของเขา ฉาวซวนจำได้ว่าในคืน
ที่พวกเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากพลังสัญลักษณ์ หมอผีได้บอกกับ
พวกเขา เมื่อเขาได้“บรรยาย” … “พลังของเปลวไฟจะนำทางเจ้า
เช่นเดียวกับในสมัยโบราณที่บรรพบุรุษของเราใช้ไฟทำให้สว่างขึ้น
ในยามค่าคืน.”
การหยั่งรู้โดยสัญชาตญาณ…
สัญชาตญาณนำโดยเปลวไฟ …
ฉาวซวนกระตุ้นพลังสัญลักษณ์ในร่างกายของเขา และสัญลักษณ์
เขาเพลิงทันใดนั้นก็สว่างขึ้นในใจของเขา
ฉาวซวนจ้องไปที่เส้นทางทั้งสามสายในความเงียบ
หลังจากนั้น ในขณะที่ฉาวซวนก้าวเท้าของเขาและเดินเข้าไปที่
เส้นทางที่อยู่ตรงกลาง
มันเเงียบมากในถ้า ไม่มีแมงมุมตาบอดหรือหนอนชนิดใดที่
สามารถมองเห็นได้ ฉาวซวนเดินลงไปตามเส้นทาง แต่รวดเร็วพอ
…
บัดสบเอ้ยยย!!
อะไรคือการรับรู้โดยสัญชาตญาณ?
อะไรคือ“พลังของเปลวไฟที่จะนำทางเจ้า”?
ทุกอย่างเป็นของปลอม !!
หมอผีเป็นแค่นักต้มตุ๋นชรา!
ถ้าเขาไม่กลัวว่าราชาหนอนหินจะตื่นขึ้น ฉาวซวนอาจจะสาปแช่ง
ออกมาดัง ๆ
เขายืนยันว่าเส้นทางที่เขาเดินไปตอนนี้ไม่ใช่เส้นทางเดียวกับที่เขา
ถูกลากไป แม้ว่าเขาจำไม่ได้ว่าเส้นทางมันเป็นอย่างไร แต่เขายัง
จำได้ถึงจำนวนครั้งที่แน่นอนที่ร่างของเขาถูกปะทะกับผนัง.
เมื่อเขาถูกลากไปตลอดทางโดยเจ้าแมลงตัวนั้น ร่างของเขาถูก
กระแทกกับผนังทุกครั้งที่มีการเลี้ยวไปตามเส้นทาง แต่ ตอนนี้ฉาว
ซวนเดินผ่านทางเลี้ยวมากกว่าครั้งก่อน! นอกจากนี้
สภาพแวดล้อมที่รู้สึกแปลกๆของเขาและเขาไม่มีความรู้สึกที่
คุ้นเคยใด ๆ! ดังนั้น เป็นสัญชาตญาณของเขาที่มีปัญหา?
ฉาวซวนเกลือกกลิ้งศีรษะของเขาไปกับผนังถ้า
เขาทำไมถึงโชคร้ายเช่นนี้?
เขาไม่ได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในเผ่า กลับกัน เขาได้ช่วยเด็กที่อ่อนแอ
เหล่านั้นให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในถ้าเด็กกำพร้า ทำไมสิ่งที่
เลวร้ายถึงเกิดขึ้นกับเขาเสมอ?
เว้นแต่…
ฉาวซวนฉุกคิดเกี่ยวกับพิธีกรรมในเทศกาลหิมะ เมื่อคนอื่น ๆ
กำลังอธิษฐาน เขากำลังคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
ของเขา นอกจากนั้น เขายังไม่ได้เข้าร่วมกับฝูงชนที่ร้องเพลงล่า
สัตว์ แต่แกล้งมันเหมือนกับว่าเขากำลังร้องเพลงจริงๆ บางที เขา
จะต้องเผชิญกับผลกระทบของการกระทำที่ไม่เป็นธรรมของเขา
ก่อนตอนนี้หรือไม่?
ดังนั้นสัญลักษณ์และเปลวไฟที่หมอผีได้พูดเอ่ยถึง ซึ่งคาดเดาว่า
ควรจะเป็นผู้พิทักษ์ของนักรบ และเลือกที่จะไม่ปกป้องเขา?
ไร้สาระ!
ถ้ามันสามารถปกป้องได้จริงๆ เช่นนั้นแล้วหมายความที่ว่าบรรพ
บุรุษในเรื่องราวที่แลงกาเล่าให้ฟังไม่ควรมีใครเสียชีวิตในที่นี้
คิดได้อย่างนี้ ใบหน้าของฉาวซวนค้างแข็ง ถ้ามีแสงสว่างในตอนนี้
อาจได้เห็นร่องรอยของความรู้สึกที่เยือกเย็นในแวตาของเขา
ฉาวซวนพิงกับผนัง และทันใดนั้นเขาก็กระโดดขึ้นไปในอากาศ
ในเวลาต่อมา หลังจากที่เขากระโดด ตำแหน่งที่เขายืนอยู่ก่อน
หน้านี้ ถูกหวดอย่างหนักด้วยเงาที่แอบซ่อน
ครีดดด ~~
ฟันเลื่อยบนปลายหนวด ปะทะกับกำแพงหิน ซึ่งได้สร้างเสียงกรี๊ด
ร้อง
มันเป็นแมลงตัวนั้นที่ลากเขามาที่นี่!
หลังจากถูกจับได้ครั้งนั้น เขาได้เรียนรู้บทเรียนของเขา ถ้าเขาตก
อยู่ในกับดักเดียวกันเป็นครั้งที่สอง เขาจะได้รับการพิจารณาว่าโง่!
ในมุมมองของฉาวซวน แมลงตัวนี้มีโครงกระดูกที่เล็กจิ๋วและดู
เหมือนแข็งแรงและไม่ยืดหยุ่น แต่ ในความเป็นจริง มันไม่เป็น
เช่นนั้น กระดูกเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถทำได้ไม่เพียงแต่ยึด
กล้ามเนื้อแมลงให้แน่นกระชับและแน่นอนว่ามันสามารถเคลื่อนที่
ได้เร็วขึ้น และเมื่อมันเคลื่อนไหวในอุโมงค์ มันแทบไม่สร้างเสียงใด
ๆ !
นอกเหนือจากกระดูกเล็ก ๆ แมลงมีผิวเปลือกที่แข็งบนหลังของ
มันเพื่อปกป้องมันจากภายนอก อาวุธที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ของมันคือหนวด แต่มันก็ไม่ได้เป็นหนวดคู่แล้วในตอนนี้ ตั้งแต่
หนวดเส้นหนึ่งถูกสับโดยฉาวซวนก่อนหน้านี้ เมื่อมันจับเขา
แต่เมื่อเทียบกับเกราะหนามพายุทมิฬที่เป็นเกล็ดที่แข็ง การ
ป้องกันของแมลงชนิดนี้นั้นอ่อนแอกว่ามาก ประโยชน์ของมันคือ
การแอบซุ่มโจมตี และทำให้อีกฝ่ายประหลาดใจ แต่เมื่อมันมาถึง
การต่อสู้จริง มันอาจจะพ่ายแพ้
พวกเขาอยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของราชาหนอนหิน
แน่นอนว่าราชาหนอนหินจะไม่ยินยอมให้ผู้ใดอาศัยอยู่ในภูเขา
และมันจะไม่ทนหากมีอะไรที่คุกคามถึงชีวิต
เห็นได้ชัดว่า ฉาวซวนไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่เบื่อหน่ายไม่พอใจ
แม้ว่าเขาจะเกลียดเจ้าแมลงตัวนี้ที่นำเขาไปที่นั่น ในเวลาเดียวกัน
เจ้าแมลงก็มีความเกลียดชังที่ล้าลึกต่อฉาวซวนที่ไปสับหนวดของ
มัน
ตั้งแต่หนวดหวดอากาศและคลาดเคลื่อนการจับฉาวซวน แมลง
ตัวนี้ค่อนข้างหงุดหงิด มันทำให้รู้สึกถึงความรุนแรงและยืนขึ้น
ครึ่งหนึ่งของความสูงด้วยสองขาคู่ที่รักษาความสมดุล ในขณะที่
เคียวแหลมเหมือนปีกฟาดลงไปที่ฉาวซวน พร้อมกับมีแรงลม
กระโชกแรงบนใบมีด มันกระโดดลงไปที่ฉาวซวนอย่างโหดเหี้ยม
ราวกับว่ามันได้เตรียมตัวเตรียมใจที่จะจัดการฉาวซวนให้ถึงที่สุด
ฉาวซวนกระโดดขึ้นสูงเช่นกัน และก้าวอย่างเต็มที่ไปที่ด้านบน
ของถ้า ซึ่งทำให้ก้อนหินแตกทันที
ด้วยแรงบิด ฉาวซวนบิดร่างกายของเขา ในขณะที่ลอยอยู่กลาง
อากาศ แทนที่จะถอย เขากลับเดินไปข้างหน้าและรีบวิ่งพุ่งตรงไป
ที่แมลงพร้อมกับกระบี่ในมือของเขา
ในที่นี่ แมลงมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในความเข้าใจสถานที่ได้ดีกว่า
ดังนั้นฉาวซวนรู้อยู่ในใจว่าเขาอาจจะไม่สามารถวิ่งหนีได้เร็วกว่า
แมลง
พวกเขาทั้งคู่ต้องการแก้แค้น แน่นอนว่าเป็นการเอาคืนที่ต้องการ
ลงมืออย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับ
รูปแบบการแสดงออกของแมลง เจ้าต้องลงมือต่อสู้อย่างรวดเร็ว
โดยไม่จนมุม หากเจ้าตั้งใจจะฆ่ามัน
ฉาวซวนและแมลงจากเดิมที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร ซึ่งมี
ความยาวเกือบเท่าหนวดของมัน แต่ ด้วยฉาวซวนพุ่งตรงไปที่
แมลงด้วยความเร็วเต็มที่ ระยะทางสิบเมตรลดลงไปเป็นศูนย์ใน
เสี้ยวพริบตา
เคียวแหลมของแมลงก็ยังคงโบกสะบัด ขณะที่มันยืดตัวสูงขึ้น ซึ่ง
เกือบจะปิดกั้นเส้นทางเล็กแคบ มันสร้างใบมีดควงสว่าน ซึ่งจะทำ
ร้ายใบหน้าของฉาวซวนเมื่อเข้ามาใกล้
เขาใช้เขี้ยวกระบี่เพื่อป้องกันปีกแหลมข้างหนึ่ง และแรงระเบิด
เกิดขึ้นจากการปะทะกัน เกือบชาไปทั้งแขนฉาวซวน แต่ เขาก็ไม่
หยุดพัก และเขาม้วนตัวอย่างรวดเร็วและกระโดดข้ามใบมีดควง
สว่าน และทันใดนั้นก็มาถึงอีกฝั่งของแมลง
ฉาวซวนก้าวขึ้นไปบนผนังถ้าพร้อมกับเท้าขวา และด้วยพลังนั้น
เขาฟันลงไปที่ข้อต่อระหว่างหัวของมัน และถอยกลับไปด้วยความ
ไวแสง ไม่มีการป้องกันแผ่นหลังและไม่มีการป้องกันผิวเปลือก
เหมือนโล่บนหัว
ในที่สุดแมลงก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ เห็นได้จากที่ฉาว
ซวนมีความสามารถในการกระโดดข้ามใบมีดควงสว่าน หนวดมัน
ยังคงหวดกลับไปที่นั่น และใบมีดทั้งสองไม่สามารถเคลื่อนที่ไป
รอบ ๆ อย่างรีบร้อน มันดึงหนวดฟาดลงไปที่หลังของฉาวซวน แต่
มันยังคงช้าเกินไป
แม้ว่ามันจะเป็นกระบี่ที่ไม่มีปลายแหลม แต่มันก็แข็งแรงและ
ทนทานเช่นเคย เขี้ยวกระบี่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยชายชราเค่อเอง แม้ว่า
จะมีช่องว่างเล็กน้อยในร่างกายของมัน กระบี่ก็คมพอที่จะตัดคอ
ของแมลง
ฟัฟ!
กระบี่ตัดคอแมลงจากบนลงล่าง ในความเป็นจริง คอเป็นส่วนที่มี
อ่อนแอมากที่สุดและอ่อนนุ่มของแมลง
เนื่องจากความยาวที่มีจำกัดของเขี้ยวกระบี่ สามารถตัดคอได้
เพียงครึ่งหนึ่งของมัน แต่ถึงแม้ว่า มันเจ็บปวดมากพอที่จะสูญเสีย
ความสามารถในการต่อสู้ทั้งหมดของแมลง แม้แต่หนวดก็อ่อนแอ
และห้อยตกลง
ฉาวซวนชักกระบี่กลับ และใช้โอกาสที่จะโจมตีอีกครั้ง เวลานี้ เขา
เกือบจะตัดหัวของมันขาด
ครีบแหลมที่โบกสะบัดไม่มีแรงที่จะโจมตีอีกต่อไป และหนวดที่
แหลมคมอ่อนแรงลงพร้อมกับร่างที่เชิดตัวสูงขึ้นเริ่มโงนเงนและ
ตกลงกระแทกพื้นในที่สุด
ฉาวซวนสะบัดแขนที่ชานึบในขณะที่เขาพยายามควบคุมลม
หายใจของเขา เขาเดินไปและตัดหนวดที่เหลืออยู่และเขาตัดสินใจ
ที่จะเก็บไว้ให้ตัวเอง
หลังจากที่พักเหนื่อยชั่วขณะ ฉาวซวนตั้งใจที่จะเดินทางต่อไป
ที่นี่มีซากแมลงที่ตายแล้ว และมันอาจจะดึงดูดหนอนตัวอื่น ๆ
และแมลงให้มาที่บริเวณนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องออกไปจาก
บริเวณนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ฉาวซวนยืนอยู่ตรงกลางของอุโมงค์ และตอนนี้เขามีสามทางเลือก
ให้เลือก: เลือกเดินไปตามเส้นทางด้านซ้าย หรือเส้นทางด้านขวา
หรือเลือกที่จะถอยกลับไปที่ทางสามแพร่งอีกครั้ง
เขาควรที่จะเดินทางต่อไปตามเส้นทางหรือถอนกลับไปที่ทางสาม
แพร่ง?
บางที ถ้าเขาเดินกลับไปและเลือกเส้นทางอื่น เขาอาจจะเลือก
เส้นทางที่ถูกต้องและได้กลับไปรวมตัวกับกลุ่มล่าสัตว์ แต่ มันก็มี
โอกาสที่เขาจะเลือกทางผิดซึ่งมีอันตรายที่ไม่รู้จักรอคอยเขาอยู่
นี่ไม่ใช่เวลาที่จะยอมแพ้ และฉาวซวนจำเป็นต้องทำการตัดสินใจ
อย่างรวดเร็ว
เขาปิดตาและใช้ความคิด และจากนั้นเขาก็หันไปทางซ้าย เวลานี้
เขาไม่ได้ตัดสินใจโดยใช้สัญชาตญาณของเปลวไฟ กลับกัน เขา
ได้รับการป้องกันจากสัญลักษณ์เขาเพลิงในใจของเขา ใน
ขณะเดียวกัน ลูกบอลแสงรูปไข่ซึ่งครอบคลุมสัญลักษณ์ส่องแสง
สว่างมากขึ้น แต่ทางที่เลือกก็ยังคงเป็นทางด้านซ้าย
พร้อมกับหนวดที่อยู่ในมือของเขา, ฉาวซวนตัดสินใจที่จะก้าวไป
ข้างหน้า ในขณะที่เขาเปิดตาที่มาพร้อมกับแสงประกายในแววตา
ที่มุ่งมั่น